ที่นี่มีคำ..ตอบ ๗ โดย คุณครูไม่ใหญ่ เนื่องในวาระอุปสมบทอุทิศชีวิต สามเณรเปรียญธรรม ๑๘ รูป ณ อุโบสถ วัดพระธรรมกาย วันวิสาขบูชา ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ --------------------------------------- คำนำ ศรัทธา คือความเชื่อในการตรัสรู้ธรรม แห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะ ความศรัทธาดังกล่าว จึงสามารถธำรงรักษา พระพุทธธรรมคำสอนให้สืบทอดยาวนานมา จนปัจจุบัน แต่ในท่ามกลางผู้มีศรัทธาทั้งหลาย การที่จะมีบุคคลผู้มีศรัทธาถึงขนาดกล้าเอา ชีวิตเป็นเดิมพันมุ่งมั่นปฏิบัติจนสามารถเข้าถึง ธรรมแห่งพระพุทธองค์ได้นั้นก็ยากจะพบเห็น และแม้จะพบเห็นก็ตามก็ยากจะพบบุคคล ผู้รู้ผู้เห็นธรรมที่จะกล้าสละชีวิตเป็นเดิมพัน เพื่อนำสิ่งที่รู้ที่เห็นมาสั่งสอนชาวโลกให้รู้ตาม โดยไม่หวั่นเกรงต่อกระแสในสังคมของคนไม่รู้ และยังกลับต่อต้าน ล้อเลียน หรือมุ่งทำลาย ชื่อเสียงเกียรติคุณ สร้างความเข้าใจผิดให้กับ ผู้คนในบ้านเมือง หากใครทำได้เช่นนี้ย่อม จะเป็นที่เคารพบูชากราบไหว้ของเหล่ามนุษย์ และเทวดาทั้งหลาย อีกทั้งยังถือเป็นแบบอย่าง อันประเสริฐที่ก่อให้เกิดบุุคคลผู้มีศรัทธาและ ปรารถนาจะเจริญรอยตาม หนังสือเล่มนี้ เป็นผลมาจากความ ศรัทธาที่สามารถไปรู้ไปเห็นสิ่งที่สอดคล้อง กับพระพุทธธรรมคำสอนที่ปรากฏในพระ ไตรปิฎก โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับกรรม และผลของกรรม เพื่อจะน้อมนำมาเป็น แนวทางปฏิบัติและเป็นแบบอย่างให้ละเว้น ความชั่ว ทำแต่ความดี และทำใจให้ผ่องใส จนก่อให้เกิดศรัทธาตั้งมั่น สามารถรู้และ เห็นชีวิตในโลกนี้อย่างถูกต้องตรงตามความ เป็นจริง และละทิ้งสิ่งไม่เป็นสาระเพื่อ แสวงหาสิ่งที่เป็นสาระ ดังปรากฏมีบุคคลผู้ ปรารถนาจะเจริญรอยตาม นั่นคือสามเณร ผู้เป็นเหล่ากอหน่อเนื้อผู้กล้าจำนวน ๑๘ รูป ที่ตั้งกุศลเจตนาอย่างสูงส่งพร้อมเข้ารับการ อุปสมบทอุทิศชีวิตถวายเป็นพุทธบูชาในวัน วิสาขบูชา ที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เพราะพระเดชพระคุณพระเทพ ญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) ท่าน แกร่งกล้าเช่นนี้ จึงมีผู้กล้าก้าวตามทุก ย่างก้าว เพื่อให้เป็นย่างแก้วอันจะนำไป สู่ความหลุดพ้น และนำพาทุกคนสู่ที่สุด แห่งธรรม คณะผู้จัดทำ กองวิชาการ 01 --------------------------------------- สารบัญ โอวาทพระเทพญาณมหามุนี ๑๕ โอวาทพระภาวนาวิริยคุณ ๒๓ ประวัติสามเณรเปรียญธรรม ๒๘ จากใจคุณครูไม่ใหญ่ ๗๑ ทำไมถึงชื่อ “ครูไม่ใหญ่” ๗๙ ๑ รุ่งแล้วร่วง ๘๐ ๒ มักเจอเรื่องก่อนทำบุญ ๘๖ ๓ ได้เงินก้อนมาฟรี ๆ ๘๘ ๔ บ้านใหม่ของเรา ๙๒ ๕ รวยฉับพลัน ๙๔ ๖ ครอบครัวแตกแยก ๙๘ ๗ พ่อผู้เสียสละ ๑๐๐ ๘ อย่าปล่อยให้ยายเหงา ๑๐๔ ๙ เพื่อนสนิท ๑๐๖ ๑๐ พี่สาวเปลี่ยนไป ๑๑๐ ๑๑ อย่าประมาทในวัย ๑๑๔ ๑๒ สิบล้อชน ๑๑๘ ๑๓ ปากแหว่งเพดานโหว่ ๑๒๒ ๑๔ เกิดมาคอเอียง ๑๒๖ ๑๕ กินยาลดความอ้วน ๑๒๘ ๑๖ รักคนเจ้าชู้ ๑๓๒ เรื่องยาว ๑๗ เราสามคน (ตอน ๑) ๑๓๘ ๑๘ เราสามคน (ตอน ๒) ๑๔๒ ๑๙ เราสามคน (ตอน ๓) ๑๔๖ ๒๐ สองเรา (ตอน ๑) ๑๕๒ ๒๑ สองเรา (ตอน ๒) ๑๖๒ ๒๒ สองเรา (ตอน ๓) ๑๖๔ ๒๓ สองเรา (ตอน ๔) ๑๖๖ ๒๔ สองเรา (ตอน ๕) ๑๗๐ ๒๕ ทุกอย่าง...เผลอเป็นเสร็จ! (ตอน ๑) ๑๗๒ ๒๖ ทุกอย่าง...เผลอเป็นเสร็จ! (ตอน ๒) ๑๘๔ ๒๗ ทุกอย่าง...เผลอเป็นเสร็จ! (ตอน ๓) ๑๙๖ ๒๘ ทุกอย่าง...เผลอเป็นเสร็จ! (ตอน ๔) ๒๖๘ ๒๙ ทุกอย่าง...เผลอเป็นเสร็จ! (ตอน ๕) ๒๗๒ ๓๐ ทุกอย่าง...เผลอเป็นเสร็จ! (ตอน ๖) ๒๗๖ นำนั่งสมาธิเบื้องต้น ๒๙๓ --------------------------------------- โอวาทพระเทพญาณมหามุนี ข้าศึกมากไม่สำคัญ สำคัญลูกต้องชนะ บวชเป็นพระแล้ว ให้ทำอย่างพระเดชพระคุณหลวงปู่พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) พระผู้ปราบมาร บวชวันหนึ่งรุ่งขึ้นอีกวันหนึ่งก็ปฏิบัติธรรมเรื่อยมา ลูกตั้งใจดีที่บวชอุทิศชีวิต เป็นสิ่งที่บังเกิดขึ้นได้ยากในโลก เฉพาะผู้มีบุญ บารมีมาก ๆ ที่สั่งสมมาอย่างดีหลายภพหลาย ชาติแล้วเท่านั้น จึงจะเกิดจิตสำนึกกระตุ้นเตือนให้รู้สึกอยากบวชตลอดชีวิต มนุษย์เทวดาทั้งหลายต่างอนุโมทนา เฉกเช่นเดียวกับพระบรมโพธิสัตว์ ปรารถนาจะเป็นพระพุทธเจ้า พระองค์ตั้งเป้า หมายแล้วทำตามมโนปณิธานนั้นโดยเอาชีวิตเป็นเดิมพัน สละทรัพย์ตั้งแต่เล็ก ๆ น้อย ๆ จนถึงสมบัติจักรพรรดิ สละอวัยวะ ชีวิต แม้บุตร ภรรยา ใครอยากได้อะไรก็เอาไป เรียกได้ว่า สละทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะฉะนั้นลูกต้องตั้งใจเอาชีวิตเป็นเดิมพันให้เหมือนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา ลูกตั้งใจบวชอุทิศชีวิต ตอนนี้ชีวิตลูกเป็นของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ใช่ของเราแล้ว ลูกยังอยู่ในวัยที่แข็งแรงสดชื่น ให้ตั้งใจศึกษา พระธรรมวินัยให้ดี ให้แตกฉานเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ เมื่อลูกประกาศ “บวชตลอดชีวิต” ก็มีข้าศึกแล้ว เหมือนลงสนามรบ ข้าศึกจะมีมากแค่ไหนไม่สำคัญ สำคัญลูกต้องชนะมัน ต้องห่างจากสิ่งที่เป็นข้าศึกต่อกุศลและพรหมจรรย์ทั้งกายและใจ ถ้าใกล้เพราะมีภารกิจ อย่าชิด ไม่ชิด ทั้งกายและใจ เพราะผู้ที่ตั้งใจอย่างนี้แต่ไปไม่ตลอดก็มี เหมือนตั้งใจจะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เป็นก็เยอะ ไม่ได้เป็นก็เยอะ ทุกพระองค์ต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพัน เพราะฉะนั้นลูกต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ในสนามรบ มีข้าศึก มีผู้พ่าย มีอย่างนี้อยู่เรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่จุดเริ่มต้นก็ตั้งใจดี แต่ไม่ได้ดีอย่างที่ตั้งใจ เพราะฉะนั้นลูกต้องรู้จักข้าศึกอะไรที่เป็นข้าศึกต่อการกุศลและพรหมจรรย์ พระอุปัชฌาย์ท่านสอนกัมมัฏฐาน ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เป็นสิ่งที่เห็นได้ง่ายด้วยตา ไม่ต้องไป ดูของคนอื่น ดูของเรา ไม่สะอาดอย่างไรเรารู้ ร่างกายเราเป็นที่กำเนิดของเหม็น ที่ต้องอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน ใส่ของหอมเพราะตัวเราเหม็น ไม่คิดก็ไม่ได้อะไร คิดไม่ได้เพราะไม่ได้คิด เพราะฉะนั้นต้องคิด ไม่ใช่ฟังเป็นพิธีกรรมเท่านั้น นั่นท่านให้อาวุธเราไว้ต่อสู้กับข้าศึก ในสนามรบ มีผู้เพลี่ยงพล้ำ มีผู้ชนะ ลูกเลือกเอา จะเป็นอย่างไหน พันธุ์อย่างลูกเกิดยาก เพราะฉะนั้นสิ่งที่ได้จากพระอุปัชฌาย์ต้องนึกทบทวนบ่อย ๆ ตอกย้ำให้เหมือนตอกตะปู ตอกทีเดียวไม่ได้ ต้องตอกบ่อย ๆ ต้องบอกตัวเองทุกวัน “บวชตลอดชีวิต” เป็นพระอย่างเดียว มุ่งไปสู่พระภายใน องค์เดียวไม่พอ ต้องเข้าไปให้หนาแน่น ต้องเห็นข้าศึกตัวจริงให้ได้ สตรีสตางค์เป็นข้าศึกตัวปลอม ถ้าลูกรบชนะศึก รุ่นน้องที่ตามมาในภายหลังไม่ว่าจะอายุมากหรือน้อยจะเดินตามรอย ลูกถูกยกระดับจากธงในตลาดเป็นธงชัยสู่ยอดเสา เป็นตัวอย่างของผู้ชนะ ลูกจะเป็นผู้แพ้หรือผู้ชนะ นับจากนี้ไป เวลาหลวงพ่อมีไม่มาก อย่าให้หลวงพ่อปลื้มฟรีนะ ให้หลวงพ่อได้ปลื้มตลอดชาติ รักษามโนปณิธานเอาไว้ให้ดี ต้องชนะพ่ายไม่ได้ ดูพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ เป็นหลัก ถ้าไม่ทันก็ดูพระมหาเถระ ถ้าไม่ทันก็เอา ตัวเราเป็นหลัก ไปตั้งหลักให้ดี อย่าให้เทวดาอนุโมทนาฟรี วันใดที่ลูกเข้าถึงธรรม ไปดูเทวดาอนุโมทนาจริง หรือหลวงพ่อพูดลอย ๆ หรืออนุโมทนาจริง เขาอนุโมทนากันอย่างไร ถึงวันนั้นลูกจะได้เห็นลูกอยู่ในสายตาเขาตลอด อย่าคิดว่าเราอยู่ตามลำพัง ถ้าคิดได้อย่างนี้ลูกเอาตัวรอด ถ้าคิดว่าลูกอยู่ตามลำพังลูกพ่ายแล้ว ลูกต้องจัดอยู่ในผู้ชนะ ไม่ใช่ผู้แพ้ น้อง ๆ จะตามมาอีกมาก ที่เอาลูกเป็นธงชัย รุ่นสืบต่อ คือ ลูก ๆ ทั้งหลาย อย่าให้สร้างกันเหนื่อยฟรี มันเหนื่อยทั้งทีม ต้องมีการสืบทอดอย่างมีคุณภาพ เขารุ่นสร้างวัด ของลูกรุ่นสร้างโลก ถ้าบวชได้หลาย ๆ ชั้น ลูกจะเข้าใจ หลวงพ่อชื่นใจ ดีใจมากเลยที่ลูกบวช ลูกเณรจะเป็นกำลังสาคัญของพระพุทธศาสนา และเป็นกำลังใจให้แก่สังฆมณฑลด้วย บุญจากการบวชจะถึงกับโยมพ่อโยมแม่ มนุษย์และเทวดาทั้งหลาย จะเป็นตัวอย่างแก่น้องเณรรุ่นต่อ ๆ ไป ให้ลูกเณรตั้งใจฝึกฝนอบรมตนเองให้ดี จะทำให้บวชสองชั้นได้ในวันเวลาที่เหลืออยู่นะลูกนะ --------------------------------------- โอวาทพระภาวนาวิริยคุณ เอาชีวิตเป็นเดิมพัน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้ความสำคัญ กับการปฏิบัติมรรคมีองค์ ๘ อย่างสูงที่สุดในพระพุทธศาสนา โดยพระองค์ถึงกับตรัสว่า ธรรมะทั้งหลายที่พระองค์ทรงสั่งสอนนั้นประชุมรวมกันในมรรคมีองค์ ๘ ลูกเณรเคยอ่านหนังสือนวโกวาทกันมาแล้ว เรื่องต่างๆ ทั้งหมดนั้นเป็นข้อปฏิบัติที่สนับสนุนการปฏิบัติมรรคมีองค์ ๘ ทั้งสิ้น ที่ผ่านมาเราเรียนกันแบบแปลเอาความหมาย แต่ไม่เคยเจาะลึกลงไปในเชิงปฏิบัติ ลูกไปพิจารณาดูให้ดีเพราะเรื่องที่หลวงพ่อนำมาเทศน์ตั้งแต่บวชมาไม่เกินจากเนื้อหาในหนังสือนวโกวาท หากเราเจาะลึกมรรคมีองค์ ๘ ลงไปในเชิงปฏิบัติ มีหลักสำคัญในการฝึก คือ ต้องทำให้ได้สัดส่วนควบคู่กันไปทั้ง ๘ อย่าง และต้องปฏิบัติอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ถ้าไม่เอาชีวิตเป็นเดิมพันแล้ว ดวงปฐมมรรคไม่เกิด เมื่อดวงปฐมมรรคไม่เกิด เราจะได้แค่มักง่าย ไม่ได้ประโยชน์อะไรจากความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมา จะเร็วหรือช้าก็มักจะลาสิกขาออกไป แต่คนที่ตั้งใจจะเอาชีวิตเป็นเดิมพันนั้นไม่ใช่ว่าตั้งใจแล้วจะทำได้เลย ในเบื้องต้นจะต้องมีการวางพื้นฐานก่อน แม้แต่เจ้าชายสิทธัตถะยังต้องใช้เวลาบ่มนิสัยเอาชีวิตเป็นเดิมพันถึง ๖ ปี สำหรับลูกเณร คำถามที่ต้องถามตัวเอง คือ วันนี้ทุกอย่างที่เราเข้าไปทำเราเอาชีวิตเป็นเดิมพันในการทำสิ่งนั้นๆ แล้วหรือยัง ถ้าเราทำอย่างนี้ได้ทุกเรื่องไป ถึงคราวลงมือนั่งสมาธิก็จะสามารถฝึกใจให้หยุดนิ่งได้ และจะเข้าใจธรรมะที่ละเอียดลึกซึ้งได้ไม่ยาก พระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย และคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ท่านจับหลักนี้ได้ ท่านจึงทุ่มเทเอา ชีวิตเป็นเดิมพันในการประพฤติปฏิบัติธรรม เป็นต้นแบบของยอดนักสร้างบารมีให้กับลูกเณร และผู้ที่จะตามมาในภายหลังได้เจริญรอยตาม หลวงพ่อขอฝากลูกเณรไว้ ชีวิตพระในพระพุทธศาสนา ถ้าจะฉันข้าวญาติโยมแล้วไม่เป็นหนี้นั้นมีอยู่ทางเดียวคือ ต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพันในการฝึกตัว ไม่อย่างนั้นก็ฉันข้าวเขาฟรี เมื่อฉันฟรีแล้วไม่มีอะไรจะให้โยม เราก็เป็นหนี้โยม สำรวจตัวเราเองนะลูก ไม่อย่างนั้นจะจับทิศผิด เพราะตั้งแต่เริ่มสร้างวัดมา คุณยายท่านย้ำเสมอว่า ให้พวกเราเอาชีวิตเป็นเดิมพันในการปฏิบัติธรรมและฝึกฝนตนเองแล้วสมบัติจะมาเอง หลวงพ่อก็เห็นมาตลอดว่า สมบัติมาจริงๆ คนเขาทำบุญมาให้เราสร้างวัดจนถึงทุกวันนี้ อีกสิ่งหนึ่งที่ลูกต้องระวังให้มาก คือ ต้องไม่สะสมสมบัติ เพราะเป็นเครื่องเหนี่ยวรั้งใจเราให้มีกังวล แล้วจะไม่มีเวลาฝึกตัว เพราะมัวห่วงของหวงของ สภาพใจเช่นนี้จะทำให้เราไม่กล้าเอาชีวิตเป็นเดิมพัน หรือไม่ก็ไม่มีอารมณ์เอาชีวิตเป็นเดิมพัน แต่ถ้าสมบัติน้อยจะฝึกตัวให้อยู่ในพระธรรมวินัยได้มาก ชีวิตฆราวาสคับแคบเพราะมีบุตร ภรรยา สามี แม้มาบวชเป็นพระแล้วยังมีสมบัติมาก ก็ทำให้ชีวิตสมณะคับแคบเช่นกัน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงต้องการให้พระภิกษุดำรงชีวิตเหมือนไม้ใหญ่ คือใหญ่ด้วยศีลด้วยธรรม ใหญ่ด้วยมรรคมีองค์ ๘ แต่กินน้ำน้อย คือ ใช้ปัจจัย ๔ น้อย มีเพียงผ้าไม่กี่ผืน เรื่องอาหารก็ไม่ต้องยกครัวไป มีบาตรใบเดียวก็เพียงพอ ที่พักที่อาศัยก็ใช้โคนไม้ เจ็บป่วยก็ฉันยาดองด้วยน้ำมูตรเน่า เพียงเท่านี้ก็พอจะหล่อเลี้ยงชีวิตไว้เพื่อฝึกปฏิบัตินิสัยมรรคมีองค์ ๘ ได้แล้ว ไปฝึกกันให้ดี แล้วลูกจะเป็นผู้ที่มีความองอาจ สง่าผ่าเผยไปตลอดชีวิต และจะเป็นผู้ที่ไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรคใดๆ ทั้งสิ้น นี่คือคุณค่าสูงสุดของการเรียนธรรมะ --------------------------------------- จากใจคุณครูไม่ใหญ่ ...แต่เดิมนั้นที่คิดตั้งโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา เพราะเห็นว่าตัวเองอายุเยอะแล้ว เวลาข้างหน้าเหลือน้อยเต็มที มีความรู้อะไรก็จะมาแบ่งปันให้กับลูกๆ ทุกคน ทั้งความรู้ที่ได้ศึกษาเรียนรู้มาจากพระไตรปิฎกบ้าง จากคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง บ้าง โดยเฉพาะที่สำคัญที่สุด คือ จากวิชชาธรรมกาย ที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) พระผู้ปราบมาร ท่านได้ถ่ายทอดผ่านคุณยายอาจารย์ฯ อีกประการ คือ ต้องการที่จะตอบแทนลูกๆ ทุกคน ที่ได้ให้ข้าว ให้น้ำ ให้อาหารเป็นกำลังแก่ครูไม่ใหญ่เอง และแก่ลูกพระลูกเณรทั้งหลาย ทำให้มีเรี่ยวแรงในการศึกษาพระธรรมวินัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อีกเหตุผลหนึ่ง คือ ช่วงนี้คนยังเข้าใจพระพุทธศาสนาคลาดเคลื่อนกันไปเยอะ โดยเฉพาะหลักสำคัญเกี่ยวกับเรื่องกฎแห่งกรรมซึ่งไม่ค่อยนำมาพูดกัน จนกระทั่งเป็น เหตุทำให้เกิดความรู้สึกคลางแคลงเกี่ยวกับเรื่องกฎแห่งกรรม หรือกฎแห่งการกระทำทั้งทางกาย วาจา ใจ ซึ่งเป็นกฎของเหตุและผล คือ ประกอบเหตุอย่างนี้ จะต้องมีผลอย่างนั้นมีผลในปัจจุบันอย่างนี้ ก็เพราะได้ประกอบเหตุในอดีตอย่างนั้น ความเชื่อหรือความเข้าใจในสิ่งเหล่านี้ได้ลดลงไปเรื่อยๆ เพราะว่าเหตุผลบางอย่างไม่ปรากฏทันตา หรือเหตุผลบางอย่างที่ปรากฏอยู่ในปรโลก ก็ไม่อาจที่จะไปรู้ไปเห็นกันได้ เพราะว่าไม่ให้โอกาสตัวเองในการศึกษาเรียนรู้ แต่ถ้าให้โอกาสตัวเอง ทุกคนก็สามารถเรียนรู้ได้ ยกเว้นคนบ้า คนตายเท่านั้น ด้วยแรงบันดาลใจหลายๆ อย่างเหล่านี้จึงทำให้เปิดโรงเรียนนี้ขึ้นมา อีกทั้งก็มีความสุขทุกครั้งที่ได้มาทำหน้าที่เป็นครูไม่ใหญ่ได้มาถ่ายทอดความรู้ตรงนี้ ทั้งๆ ที่แต่เดิมที่เข้าวัด ปฏิบัติธรรมกับคุณยายอาจารย์ฯ ท่านมุ่งในการปฏิบัติธรรมเป็นหลัก โดยอัธยาศัยส่วนตัวของครูไม่ใหญ่นั้น จะตรงข้ามกับภาพที่เห็นในโรงเรียน คือ จะชอบเงียบๆ ชอบอยู่ตามลำพัง คุณยายอาจารย์ฯ ท่านก็มีอัธยาศัยเช่นนี้เหมือนกัน คือ มักน้อย สันโดษ ไม่คลุกคลีด้วยหมู่คณะ ยินดีปัจจัยตามมีตามได้ ท่านก็พร่ำสอนอย่างนี้เรื่อยมา และก็ได้ปฏิบัติตามโอวาทของท่านเป็นเวลากว่า ๓๐ ปี คือ จะชอบอยู่ตามลำพัง อย่างมากก็เจอในช่วงวันอาทิตย์ต้นเดือนกับวันอาทิตย์ธรรมดาที่ออกมาชวนลูกๆ ทั้งหลายปฏิบัติธรรมเป็นหลัก ส่วนใหญ่ก็จะชวนหมู่คณะส่วนหนึ่งไปปฏิบัติธรรม บนดอยสุเทพ เพราะว่าอากาศดีและวิเวก มีป่า มีเขา นั่นคืออัธยาศัยที่ชอบอย่างนั้นมาก ถ้าจะให้เลือก ก็อยากจะกลับไปมีชีวิตเงียบๆ อย่างนั้น แต่ว่าเมื่อกาลเวลาผ่านมาจนกระทั่ง อายุเยอะแล้ว ก็คิดอย่างที่ได้เล่าให้ฟังข้างต้น จึงได้เริ่มฝึกหัดสอน เป็นการฝึกหัดเทศน์สอนจริงๆ ถ้าจะให้เทศน์แบบพระ ผู้ที่มีความชำนาญ เป็นบัณฑิตนักปราชญ์ในทางพระพุทธศาสนาก็ทำไม่ได้ เพราะว่าภูมิรู้ภูมิธรรมก็จบแค่นักธรรมตรี แม้จะอ่านพระไตรปิฎกตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นนักเรียน ยังไม่เข้ามหาวิทยาลัย มันก็ ๔๐ กว่าปีผ่านมาแล้ว และเวลาส่วนใหญ่จะใช้อยู่กับการปฏิบัติธรรม เพราะฉะนั้นจึงไม่กล้าเปิดเป็นโรงเรียนมัธยม เป็นวิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัย เอาแค่ว่าเป็นโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา เพื่อจะได้ง่ายต่อการสอน การแนะนำ การพูดการคุย เพราะไปสังเกตโรงเรียนอนุบาลทั่วๆ ไป เขาก็ง่ายๆ เพราะนักเรียนอนุบาลก็คือเด็ก มีเพลง มีภาพ มีพูด ซึ่งคุณครูท่านก็ไปยืนอยู่หน้าชั้น ดุนักเรียนบ้าง ชมกันบ้าง ก็ว่ากันไป ชอบอย่างนี้ จึงได้เปิดเป็นโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ก็เป็นบุญที่ว่า ตั้งแต่เปิดโรงเรียนมาพลาดพลั้งอะไรไป ก็ยังไม่ได้รับการติติงจาก นักปราชญ์ในทางพระพุทธศาสนาเลย ก็ยิ่งทำให้มีกำลังใจฝึกสอนกันต่อไป แม้กระทั่งปัจจุบันนี้ ก็ยังฝึกสอนอยู่ และจะฝึกกันต่อไป แม้ยังมีอะไรขลุกขลักอยู่บ้าง แต่ก็ได้กำลังใจจากนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ที่คอยส่งยิ้มผ่านทางหน้าจอบ้าง ในโรงเรียน บ้าง คอยเป็นกองเชียร์ ทำให้มีเรี่ยวแรงที่จะพัฒนาปรับปรุงการสอนเพิ่มขึ้น จากเริ่มต้นฟังทางโทรศัพท์ก็พัฒนามาเป็นอินเทอร์เน็ต จนเปลี่ยนมาเป็นจานดาวธรรม จากภาพแห้งๆ ก็เริ่มมีภาพเคลื่อนไหว และนำเรื่องราวที่ฝันเป็นตุเป็นตะมาเล่าให้ฟัง ตั้งใจจะให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา แต่ว่าเป็นนิยายที่มีคติธรรม ได้รับความร่วมมือจากเจ้าของ Case Study ที่ได้กรุณาเล่าเรื่องราวชีวิตของตัวเอง มาเป็นธรรมทานแก่เพื่อนนักเรียน ก็ได้สอน กันมาอย่างนี้ อยากใช้คำว่า พูดคุยกันมากกว่า เพราะว่านักเรียนมีอยู่ชั้นเดียว แล้วก็มีทุกเพศ ทุกวัย และมีศาสนิกอื่นๆ ทั้งนอกจากมาเป็นนักเรียน มาฟังธรรม ยังมาปฏิบัติธรรม แล้วก็เข้าถึงธรรม และมาสร้างมหาทานบารมีร่วมกัน โดยลืมกันไปชั่วขณะว่า แต่เดิมนั้นตนเองเริ่มต้นชีวิตจากคำสอนใด และได้มาศึกษาความรู้สากลกันอย่างนี้เรื่อยมา จาก Case Study ที่ผ่านมา กับเรื่องราวต่างๆ ซึ่งทยอยเล่ากันไป ก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของนักเรียน บ้างก็เปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่ บ้างก็ค่อยๆ เปลี่ยนแปลง และเสียงเหล่านี้สะท้อนกลับมาถึงครูไม่ใหญ่ ทำให้มีความปลื้มปีติยินดีกับการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นของนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาทั่วโลก บางคนจากเดิมที่เคยติดเหล้า ติดบุหรี่ ก็เลิก เคยติดการพนันก็เลิก เคยประกอบมิจฉาอาชีวะโดยไม่รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่จะทำให้ไปอบายก็เลิกได้ ที่ขี้เกียจนั่งธรรมะก็ขยันนั่ง จากครอบครัวอบอ้าวก็มาเป็นครอบครัวอบอุ่น ลูกๆ อยู่ในโอวาท เป็นเด็กเก่งและดี ที่ไม่เคยรู้จักการทำบุญก็เริ่มทำบุญ ที่ทำบุญตามอารมณ์ก็เปลี่ยนมาเป็นทำบุญสม่ำเสมอ ที่ทำตามกำลังก็เปลี่ยนมาทำเต็มกำลัง การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่เหล่านี้ คือสิ่งที่ทำให้ครูไม่ใหญ่ชื่นใจมากๆ และทำให้มีเรี่ยวมีแรงสอนกันต่อไป... ๙ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๘ --------------------------------------- ทำไมถึงชื่อ “ครูไม่ใหญ่” ทำไมถึงใช้ชื่อ “ครูไม่ใหญ่” เพราะชอบชื่อนี้ ก็สมมติเอาเท่านั้น “อาจารย์ใหญ่” นี่ท่าน อยู่โรงเรียนแพทย์ คือ ผู้ที่ละโลกแล้วก็สละร่างกายอุทิศให้เป็นวิทยาทาน เอาไว้ศึกษาเรื่องสรีระของร่างกาย เรายังไม่ถึงขั้นนั้น ก็เลยชื่อว่า “ครูไม่ใหญ่” “ครูใหญ่” คือ คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ผู้ให้กำเนิดวัด พระธรรมกาย “ครูที่ใหญ่กว่า” คือ พระเดชพระคุณหลวงปู่ วัดปากน้ำ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) พระผู้ปราบมาร พระเทพญาณมหามุนี วิ. (หลวงพ่อธัมมชโย) --------------------------------------- ๑ ...รุ่งแล้วร่วง สามีของลูกมีหลายอาชีพ ทั้งรับเหมาก่อสร้าง สร้างบ้านจัดสรร เปิดร้านคาร์แคร์ประดับยนต์ จัดงานคอนเสิร์ตและอีกหลายอย่าง ลูกแต่งงานกับเขาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๑ หลังแต่งงานแล้ว ตอนนั้นเรามีฐานะดีมาก เพื่อนฝูงก็มาก เรียกว่าหัวบันไดไม่แห้ง ถือเป็นช่วงที่รุ่งเรืองที่สุดในชีวิต มีรถราคาแพงใช้ทุกยี่ห้อ ธุรกิจต่าง ๆ ดำเนินไปด้วยดี แต่ละเดือนรายได้ ไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้านบาท ครั้งหนึ่งสามีจัดงานคอนเสิร์ตได้กำไร ๗ แสนบาทในคืนเดียว เขาดีใจสุดขีด จึงควักเงินแบงก์ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในกระเป๋าออกมาโปรยแจกให้กับผู้ชมคอนเสิร์ตที่หน้าเวที ปี พ.ศ. ๒๕๓๖ มีบริษัทแห่งหนึ่งนำงานที่ประมูลได้ เป็นงานสร้างโรงรมยางทั้งหมด ๑๕ โรง มาเสนอให้สามีช่วยเป็นนายหน้าจัดหาคนมาสร้างและให้สามีเซ็นสัญญาค้ำประกันให้ด้วย โดยจะได้เปอร์เซ็นต์โรงละ ๒ แสนบาท แต่โรงรมยางดังกล่าวสร้างไม่เสร็จ คนที่สร้างก็หนี ทำให้สามีต้องแบกภาระหนี้สินในฐานะผู้ค้ำประกันเป็นจำนวนเงินกว่า ๒๐ ล้านบาท ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ชีวิตของเราก็ตกต่ำดำดิ่งมาตลอด ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไรก็ล้มเหลวขาดทุนย่อยยับทุกครั้ง ต้องหาทางกู้ยืมเงินมาเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในครอบครัว เกิดเป็นหนี้สินมากมายทั้งหนี้ธนาคาร และหนี้เงินนอกระบบ รวมแล้วเป็นเงินกว่า ๑๐๐ ล้านบาท ลูกและสามีต้องขึ้นโรงพักขึ้นศาลอยู่เป็นประจำ รวมแล้วเป็นระยะเวลากว่า ๗ ปี ชนะบ้าง แพ้บ้าง เหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้สามีกลัดกลุ้มเป็นอย่างมาก เพราะเหตุใดลูกและสามีถึงรวยมาก ๆ อยู่ช่วงหนึ่ง แต่ต่อมาต้องลำบาก มีหนี้สินมากมาย อีกทั้งเวลาประกอบธุรกิจกว่าจะได้เงินมาใช้แต่ละก้อนต้องรอแล้วรออีก จะมีวิธีแก้ไขอย่างไรให้ได้เงินมาแบบง่าย ๆ เย็นๆ และต้องประกอบเหตุอย่างไรให้ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจทุกครั้งไป ลูกจะมีโอกาสรวยล้างแค้นคืนหรือไม่คะ คุณครูไม่ใหญ่ ลูกและสามีรวยมาก ๆ อยู่ระยะหนึ่ง แต่ต่อมาต้องลำบาก มีหนี้สินมากมาย อีกทั้ง เวลาประกอบธุรกิจกว่าจะได้เงินมาใช้แต่ละก้อนต้องรอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอ เพราะในอดีตทำบุญไม่สม่ำเสมอ ออกแบบชีวิตด้วยการ “เราทำบุญแค่นี้พอแล้ว” “เราทำเยอะแล้ว” แล้วก็เลยหยุดทำ หรือ “ให้คนอื่นเขาทำบ้าง” หรือไม่ก็ “วัดนั้นรวยแล้ว ไม่ต้องไปทำ” วัดรวยหรือจนนั้นไม่เกี่ยวอะไรกับเรา แต่เราทำบุญมันเกี่ยวกับเรา เราก็ได้บุญ เราไม่ทำ เราก็ไม่ได้ เมื่อตอนทำบุญ บุญก็ส่งผลให้มีทรัพย์ เมื่อไม่ได้ทำบุญ ทรัพย์ก็กระจายหายไป เพราะไม่มีบุญรองรับสมบัติ ในอดีตทำบุญไม่สม่ำเสมอ ในยามที่มีศรัทธาก็ทำเต็มที่ แต่บางเวลาทำไปแล้วก็เสียดายด้วยความตระหนี่ มีความคิดว่า ไม่น่าทำเลย รู้อย่างนี้ขยักไว้หน่อยก็ดี วิบากกรรมนี้มาส่งผล ลูกก็จะต้องประกอบเหตุออกแบบชีวิตใหม่ ด้วยการสั่งสมบุญอย่างง่าย ๆ บ่อย ๆ ด้วยใจใส ๆ พอทำบุญอย่างง่าย ๆ บุญก็เกิดขึ้นอย่างง่าย ๆ สมบัติก็จะเกิดขึ้นอย่างง่าย ๆ ถ้าทำบุญด้วยใจใส ๆ เย็น ๆ บุญก็จะไม่มีหกไม่มีหล่นเลย เวลาจะได้ทรัพย์ก็จะได้อย่างเย็น ๆ แล้วก็เยอะ ๆ เพราะฉะนั้นเวลาทำบุญอย่าหงุดหงิด ถ้าหงุดหงิดเมื่อบุญส่งผลมันจะลำเค็ญก่อนได้ เรียกว่า “ทุกขลาภ” ลูกก็มีโอกาสกลับมารวยได้อีก ขอให้ตั้งใจสั่งสมบุญใหม่อย่างเต็มที่ ด้วยวิธีดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ๒๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ --------------------------------------- ๒ ...มักเจอเรื่องก่อนทำบุญ เพราะเหตุใดลูกและสามีเมื่อจะทำบุญ มักจะมีเหตุการณ์ร้าย ๆ มาดักหน้าไว้ก่อนซึ่งเกิดขึ้นบ่อยมาก เช่น ครั้งหนึ่งขณะที่ลูกกำลังฉลององค์กฐินอยู่ที่บ้าน ก่อนที่จะนำไปทอดที่วัดแห่งหนึ่ง จู่ ๆ ลูกสาวคนที่สองก็ตกจากราวเหล็กที่ใช้กั้นถนนจนแขนหัก ต้องเข้าโรงพยาบาล และเหตุการณ์ล่าสุดจะไปปฏิบัติธรรมที่สวนพนาวัฒน์ก็เกิดน้ำท่วมใหญ่มากั้น แต่สุดท้ายลูกและสามีก็ได้ไปค่ะ จะมีวิธีใดแก้ไขกรรมเหล่านี้ให้ดีขึ้นบ้างคะ คุณครูไม่ใหญ่ ลูกและสามีเวลาจะทำบุญอะไรก็มักจะมีเหตุการณ์ร้ายมาดักหน้าไว้ก่อน ก็เพราะทำบุญไม่สม่ำเสมอ และเวลาทำบุญใจมักจะหงุดหงิด จึงทำให้วิบากกรรมต่าง ๆ ในอดีตได้ช่องส่งผลให้มีเหตุการณ์ร้าย ๆ เกิดขึ้นก่อนที่จะทำบุญ วิธีแก้ไขก็คือ อย่าทำให้บุญหกหล่นด้วยการทำใจใส ๆ เย็น ๆ อีกทั้งอย่าไปสนใจเรื่องเหตุการณ์ร้ายต่าง ๆ ให้ตั้งใจมุ่งหน้าสร้างบารมีดังที่ได้ตั้งใจไว้ด้วยใจใส ๆ เย็น ๆ ๒๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ --------------------------------------- ๓ ...ได้เงินก้อนมาฟรี ๆ ตอนมีลูกคนที่ ๓ ลูกโชคดีได้เงินก้อนมาฟรีๆ คือ ตอนนั้นทางการไฟฟ้าได้มาขอติดตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงผ่านที่ดินของลูก เขาได้ชดเชยให้เป็นเงิน ๒ ล้านบาท โดยที่ที่ดินผืนนั้นก็ยังคงเป็นของลูกอยู่ ทำให้สามีของลูกศรัทธาเชื่อมั่นในบุญมาก และได้มาวัดตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เงินที่ได้ลูกได้นำมาทำบุญเป็นประธานรอง ๑ ล้านบาท ในปีนั้นด้วย ต่อมา ปี พ.ศ. ๒๕๔๖ เพื่อนของสามีถูกคดีความ สามีได้ให้ความช่วยเหลือ โดยนำที่ดินแปลงนั้นมาค้ำประกันเพื่อน เพื่อนของเขาก็หลุดคดีในเวลาต่อมา แล้วเพื่อนคนนั้นก็ได้มาขอซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวในราคา ๖ แสนบาท สามีก็ตกลงขาย ได้โอนที่ดินให้เขาไป โดยไม่ได้ทำสัญญา คิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร เพื่อนคนนั้นก็สัญญาว่า จะนำเงินทั้งหมดมาให้ในอีก ๘ เดือนข้างหน้า แต่จนปัจจุบันนี้เขาก็ไม่ได้นำเงินมาให้เลยสักบาท บุญใดที่ทำให้ลูกและสามีได้เงินมาง่ายๆ จากการไฟฟ้าถึง ๒ ล้านบาท และกรรมใดทำให้ต้องมาเสียที่ดินผืนนั้นให้เพื่อนสามี เรามีวิบากกรรมร่วมกันมาอย่างไร ลูกจะมีสิทธิ์ได้เงินหรือที่ดินคืนหรือไม่คะ คุณครูไม่ใหญ่ ลูกและสามีได้เงินมาง่าย ๆ จากการไฟฟ้าถึง ๒ ล้านบาท เพราะผลแห่งทานบารมีที่ได้ ตั้งใจทำในพระพุทธศาสนา และกับหมู่คณะในอดีตได้ตามมาส่งผล แต่ต้องมาเสียที่ดินผืนนั้นให้เพื่อนของสามี เพราะกรรมในอดีตลูกและสามีก็ได้เป็นสามีภรรยากันเหมือนในชาตินี้ และได้ไปขอยืมเงินคนอื่นแล้วก็ขอลืม วิบากกรรมดังกล่าวมาส่งผล เป็นกรรมเก่าของลูกและสามี แต่เป็นกรรมใหม่ของเพื่อนสามี ให้ลูกนึกถึงบุญที่ได้สั่งสมบ่อย ๆ เมื่อบุญได้ช่องส่งผล เขาก็จะเอามาคืนเองแหละจ้ะ อย่าร้อนใจไปเลย ๒๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ --------------------------------------- ๔ ...บ้านใหม่ของเรา ครอบครัวของลูก เดิมตั้งรกรากอยู่ที่ จ.ร้อยเอ็ด ต่อมาพ่อก็พาครอบครัวย้ายไปอยู่หลายที่หลายจังหวัด แต่ละที่ที่ไปอยู่นั้นจะเป็นป่ารกร้างว่างเปล่า ยังไม่มีใครจับจอง ครอบครัวของเราตั้งตัวได้เร็วมาก แต่ก็สลายเร็ว คือ พอจะมีเงิน มีฐานะ ก็จะมีเหตุ เช่น เกิดไฟไหม้บ้าน ๒ ครั้ง หรือถูกเขากลั่นแกล้งว่า ค้าของผิดกฎหมายจนพ่อต้อง ถูกติดคุกอยู่ถึง ๒ ครั้ง กรรมใดทำให้ครอบครัวต้องอพยพที่อยู่อาศัย และที่ทำมาหากินอยู่หลายครั้ง แต่ละที่ที่ไปก็เป็นป่ารกร้างว่างเปล่า และบุญใดทำให้ตั้งตัวได้เร็ว แต่ก็ต้องสลายไปอย่างรวดเร็วจากไฟไหม้บ้าง จากการถูกใส่ร้ายบ้างเพราะกรรมใดคะ คุณครูไม่ใหญ่ ครอบครัวของลูกต้องอพยพที่อยู่อาศัย และที่ทำมาหากินหลายครั้ง แต่ละที่ที่ไปจะต้องเป็นป่ารกร้างว่างเปล่า เพราะทำทานในอดีตไม่สม่ำเสมอ บางครั้งก็ทำ บางครั้งก็ไม่ทำ ประกอบกับอีกชาติหนึ่งพ่อเป็นชายหนุ่มมีนิสัยนักเลง บางครั้งก็รับจ้างไล่ที่ด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น หาเรื่องใส่ร้ายบ้าง เอาไฟเผาบ้านเรือนไล่ที่เขาบ้าง จึงทำให้มีวิบากต่าง ๆ เกิดขึ้น แต่เวลาใจกว้างก็มักจะเลี้ยงเพื่อนบ้าน ด้วยบุญนี้จึงตั้งตัวได้รวดเร็ว แต่สมบัติก็มีเชื้อวิบัติจึงสลายไปด้วยภัยต่าง ๆ เช่น ถูกไฟไหม้บ้าง ถูกใส่ร้ายบ้าง คือ บุญก็ทำกรรมก็สร้าง ทำอย่างไรก็ได้อย่างนั้น ปลูกแอปเปิลก็ต้องเป็นแอปเปิล ปลูกองุ่นก็ต้องเป็นองุ่น ๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๙ --------------------------------------- ๕ ...รวยฉับพลัน คุณแม่เป็นคน จ.สุรินทร์ หลังจากที่ท่านคลอดมาได้ ๑๐ วัน คุณแม่ของท่าน (คุณยายของลูก) ก็เสียชีวิต แต่บุญพาวาสนาส่ง คุณแม่ได้คนมีฐานะเพียบพร้อมด้วยทรัพย์สินและบริวารแต่ไม่มีบุตร มาขอท่านไปเลี้ยงทำให้คุณแม่กลายเป็นบุตรสาวเศรษฐีในทันที คุณแม่ทำกรรมอะไรมาจึงกำพร้าแม่ตั้งแต่ คลอดได้ ๑๐ วัน แต่บุญอะไรที่ทำให้ท่านได้ แม่บุญธรรมซึ่งเป็นคนมีฐานะมาขอไปเลี้ยง และต่อมาก็ได้ยกสมบัติทั้งหมดให้ด้วย คุณครูไม่ใหญ่ คุณแม่กำพร้าแม่เมื่อคลอดมาได้ ๑๐ วัน เพราะกรรมในอดีตเกิดเป็นคนยากจน ในครอบครัวมีวัวตัวเมียที่ตั้งท้องตัวหนึ่ง เพราะความจนจึงจำเป็นจะต้องขายวัว เมื่อวัวคลอดลูกออกมา ก็นำแม่วัวไปขายให้เขาฆ่าทั้ง ๆ ที่ลูกวัวยังไม่หย่านม วิบากกรรมนี้มาส่งผล แต่ต่อมาได้แม่บุญธรรม ซึ่งเป็นคนมีฐานะมาขอไปเลี้ยง แถมยังยกสมบัติให้อีก เพราะในชาติเดียวกันนั้น เมื่อขายแม่วัวไปแล้วได้เงินมา ก็คิดว่าที่เราลำบากยากจนในชาตินี้ก็เพราะชาติในอดีตเราไม่ได้ทำทานมา ดังนั้นจึงได้นำเงินส่วนหนึ่งไปทำบุญ แล้วอธิษฐานจิตว่า “ชาติต่อไปอย่าได้อดอยากยากจนเหมือนชาตินี้อีกเลย” ด้วยบุญนี้มาส่งผล จึงทำให้มีแม่บุญธรรมมารับไปเลี้ยงดู และต่อมาก็ยกสมบัติให้หมดจ้ะ ที่จริงขายแม่วัวไป เงินก็ไม่ได้เยอะ แต่ด้วยใจที่ตั้งมั่น และทำทานอย่างถูกหลักวิชชาจึงมีอานิสงส์มาก ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๙ --------------------------------------- ๖ ...ครอบครัวแตกแยก ชีวิตของลูกเกิดในครอบครัวที่สมาชิก ในครอบครัวแยกกันอยู่คนละทิศละทาง เนื่องจากพ่อไปอยู่บ้านเล็ก แม่ก็ไปอยู่กับพี่สาว ส่วนตัวลูกเองคุณอาผู้หญิงเป็นคนรับภาระในการเลี้ยงดู ทำให้ลูกไม่ค่อยจะมีความใกล้ชิดผูกพันกับคุณพ่อคุณแม่เลย บุพกรรมใดลูกต้องมาเกิดในครอบครัว ที่สมาชิกในครอบครัวอยู่กันคนละทิศละทาง และลูกต้องไปอยู่กับคนอื่นแทนที่จะอยู่กับคุณพ่อคุณแม่คะ คุณครูไม่ใหญ่ ลูกต้องมาเกิดในครอบครัวที่แตกแยก เพราะเศษกรรมที่ลูกทำทานโดยไม่เคารพ อีกทั้งในอดีต ก็มีนิสัยดื้อรั้น ไม่ชอบฟังพ่อแม่ รวมทั้งคนอื่น ๆ ที่แนะนำในสิ่งที่ดี จึงทำให้บางครั้งครอบครัวและหมู่คณะแตกความสามัคคี อีกทั้งมีนิสัยมักจะนำความข้างโน้นมาบอกข้างนี้โดยไม่เจตนา คล้าย ๆ ความทรงจำดีก็เลยรำพึงให้อีกฝ่ายฟัง และความทรงจำดีก็ไปรำพึงกัน และเวลาพ่อแม่สั่งสอนมักจะหนีไปอยู่กับคนอื่น กรรมดังกล่าวทั้งหมดมารวมส่งผลจึงทำให้มาเกิดในครอบครัวที่สมาชิกไปคนละทิศละทาง ๒๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ --------------------------------------- ๗ ...พ่อผู้เสียสละ พ่อของลูกเป็นลูกชายคนโตที่เกิดในครอบครัวที่มีฐานะยากจน จึงต้องลำบาก รับผิดชอบงานและเลี้ยงดูน้อง ๆ ทั้ง ๙ คน มาตั้งแต่ยังเด็ก พ่อเป็นคนเรียนเก่ง แต่ที่บ้านไม่มีเงินส่งให้เรียน และด้วยความเป็นพี่จึงต้องเสียสละให้น้อง ๆ ได้เรียน แต่พอคุณพ่อได้ทำงาน ท่านกลับประสบความสำเร็จในชีวิตที่สูงมาก อยู่ในฐานะหัวหน้าปกครอง มีบริวาร มีคนนับหน้าถือตาในสังคมมาก ในวัยหนุ่มคุณพ่อเคยตกต้นไม้หลังหัก ต้องเข้าเฝือกอยู่นาน ทำให้มีอาการปวดหลังมากมาจนถึงปัจจุบัน และพ่อเคยถูกญาติหลอกให้ซื้อที่ดินตาบอด คือไม่มีทางเข้าออกทำให้ปัจจุบันนี้ยังขายไม่ได้ บุพกรรมใดคุณพ่อต้องลำบากตั้งแต่เด็ก แต่พอทำงานกลับประสบความสำเร็จสูงบุญอะไรทำให้ท่านเรียนดี แต่กรรมอะไรทำให้เรียนไม่สูง และบุพกรรมใดต้องหลังหัก และถูกหลอกให้ซื้อที่ดินตาบอด จะต้องแก้ไขอย่างไร ไม่ให้ถูกหลอกอีกคะ คุณครูไม่ใหญ่ คุณพ่อลำบากตั้งแต่เด็ก เพราะช่วงนั้นทานบารมีหย่อน แต่ต่อมาประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานสูง เพราะมีบุญชวนคนทำความดีอยู่บ้าง จึงทำให้คนอื่นรวย คือ ประสบความสำเร็จในงาน มีตำแหน่งดีขึ้น แต่ทำให้คนอื่นรวย พูดง่าย ๆ คือเป็นลูกจ้างเขา แต่ตัวเองไม่ค่อยจะรวย แค่มีฐานะพอมีพอกิน ที่เรียนดี เพราะมีความขยันหมั่นเพียรในปัจจุบัน แต่เรียนไม่สูงเพราะขาดบุญสนับสนุนการศึกษา ที่ต้องหลังหัก เพราะกรรมในอดีตที่เคย เอาหนังสติ๊กไปยิงสัตว์ตายบ่อย ๆ เช่น ยิงกระรอก กระแต ยิงนก เป็นต้น กรรมนี้มาส่งผล แต่เป็นเศษกรรมแล้ว เพราะฉะนั้นสัตว์ นี่เราอย่าไปนึกว่า พระเจ้าสร้างขึ้นมาให้เรา ฆ่ากินเป็นอาหารนะ คือ คนจะทำก็จะมีเหตุผล โมเมไปเรื่อย ที่ถูกหลอกให้ซื้อที่ดินตาบอด เพราะกรรม ในอดีตก็เคยทำอย่างนี้มากับคนอื่น จะแก้ไขในปัจจุบันก็อย่าไปหลอกเขาเหมือนอย่างที่เขาทำกับเรา สั่งสมบุญทุกบุญ แล้วอธิษฐานจิตให้พ้นจากวิบากกรรมนี้จ้ะ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ --------------------------------------- ๘ ...อย่าปล่อยให้ยายเหงา คุณยายเป็นคนชอบทำบุญมาก ถือศีล ๘ ทุกวันพระ และก็เป็นโยมอุปัฏฐากวัดแถวบ้านเป็นประจำ ต่อมาท่านล้มป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ เข้ารับการผ่าตัดแต่ก็ยังไม่หาย เนื่องจากเซลล์มะเร็งลามไปทั่วท้อง ต้องขับถ่ายทางหน้าท้อง ทำให้ทุกข์ทรมานมาก แต่ที่น่าแปลกคือ ทั้ง ๆ ที่ตลอดชีวิตของคุณยาย มีแต่ลูกหลานชอบอยู่ใกล้ชิดท่าน แต่พอมาถึงบั้นปลายชีวิต ท่านกลับไม่มีลูกหลานคอยอยู่ดูแลใกล้ชิดเลย มีแต่คนรับใช้ซึ่งเป็นคนไม่ดีคอยดูแลท่านเท่านั้น จนกระทั่งท่านจากไปด้วยวัย ๘๘ ปี บุพกรรมใดที่ทำให้คุณยายป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ และทำไมช่วงวัยต้นของท่านมีลูกหลานอยู่ห้อมล้อม แต่บั้นปลายกลับไม่มีลูกหลานคอยดูแลเลย คุณครูไม่ใหญ่ คุณยายป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ เพราะกรรมฆ่าสัตว์ทำอาหารทั้งอดีตและปัจจุบันมาส่งผล ช่วงวัยต้นมีลูกหลานห้อมล้อม แต่บั้นปลายไม่มีลูกหลานมาดูแล เพราะมีบุญที่เลี้ยงดูบิดามารดามาแบบไม่สม่ำเสมอ ชอบทำตามอารมณ์ อารมณ์ดีก็ดูแลบิดามารดา อารมณ์ไม่ดีก็ไม่ดูแล ช่วงไหนบุญที่เลี้ยงดูบิดามารดามาส่งผล ก็จะมีลูกหลานมาดูแล แต่ช่วงไหนที่ไม่ได้ทำก็จะขาดคนดูแล ๒๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ --------------------------------------- ๙ ...เพื่อนสนิท ลูกมีกรรมอะไรถึงไม่มีเพื่อนสนิท พอคบกันไปก็จะมีเรื่องผิดใจกันทุกครั้ง แม้แต่การทำหน้าที่ผู้นำบุญก็ตาม ตอนแรกดูจะพุ่งดีแต่ผลสุดท้ายก็ขัดแย้งกัน จนลูกต้องแยกตัวออกมาฉายเดี่ยวทุกครั้ง ทำให้รวมกลุ่มทำงานใหญ่ไม่ได้ คุณครูไม่ใหญ่ ลูกไม่ค่อยมีเพื่อนสนิท พอคบกันไปมักจะผิดใจกันทุกครั้ง แม้ทำหน้าที่ผู้นำบุญสุดท้าย ก็ขัดแย้งกันจนลูกต้องแยกตัวออกมาฉายเดี่ยวทุกครั้ง สาเหตุก็ไม่ใช่เฉพาะลูกคนเดียวหรอกจ้ะ คือทั้งกลุ่มนั่นแหละ ไม่ค่อยจะอดทนอดกลั้นและอดออม มักจะเพ่งโทษกัน แทนที่จะจับดี เพ่งดี แล้วก็มีทิฐิมานะว่า ฉันก็แน่เหมือนกัน ต่างคนต่างว่าแน่ มันก็แย่หมด ดังนั้นถ้าจะแก้ไข ก็ต้องแก้ไขกันทั้งกลุ่ม ให้ยิ้มแย้มแจ่มใส ให้อภัยกัน รักกัน ยอมกันบ้าง มุ่งแต่เรื่องสร้างบารมีเป็นหลัก อุปสรรคก็จะไม่มี ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องคำพูดกับถือสา ถ้าไม่ถือสามันก็เป็นลมเป็นแล้ง ถ้าถือสามัน ก็เป็นเรื่องเป็นราว ถ้าคิดก่อนพูด พูดดี ๆ กัน ถนอมน้ำใจกันก็จะไม่มีปัญหานี้ ยอม ๆ กันบ้าง ยอมชนะใจเขา บางอย่างเราก็ตามใจเขาบ้าง พอตามใจเขาแล้วเดี๋ยวเขาก็จะตามใจเราจ้ะ ๒๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ --------------------------------------- ๑๐ ...พี่สาวเปลี่ยนไป เมื่อก่อนพี่สาวศรัทธาวัดพระธรรมกายมาก เป็นคนจัดรถพาคนจาก อ.สองพี่น้อง มาวัดกับลูกเป็นคันรถ แต่ต่อมาพี่สาวเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ไม่ยอมมาวัด แม้เขาจะมีเงิน แต่ก็ไม่มีความสุขเอาเลย นอนก็ไม่หลับ บางวันต้องกินยาจากโรงพยาบาลประสาท ชีวิตครอบครัวเต็มไปด้วยความรุ่มร้อน ลูกรู้สึกสงสารเขามาก บุพกรรมใดที่ทำให้พี่สาวนอนไม่หลับ เขาจะมีโอกาสกลับมาสร้างบุญกับหมู่คณะได้อีกหรือไม่ ผังเดิมเขาเป็นอย่างไร ทำไมชาตินี้เขาต้องมีผังแบบนี้ ลูกต้องแก้ไขหรือช่วยเหลือเขาอย่างไรคะ คุณครูไม่ใหญ่ พี่สาวนอนไม่หลับ เพราะเป็นคนมักโกรธ คิดแต่เรื่องไม่ค่อยดี คิดโน่น คิดนี่ คิดเรื่อยเปื่อย แล้วก็มีวจีกรรมที่ชอบด่าว่าร้ายทั้งในอดีตและปัจจุบันมาส่งผล ในอดีตพี่สาวก็เคยสร้างบารมีกับหมู่คณะมา แบบกองเสบียง มักคบกับพวกที่ชอบยุแหย่ จึงทำให้เกิดความเข้าใจผิดหมู่คณะ โดยช่วงแรกจะตั้งใจสร้างบารมีกับหมู่คณะอย่างเต็มกำลัง ต่อมาเมื่อไปคบกับพวกที่ชอบยุแหย่ก็เลยหลุดจากหมู่คณะไป ผังนี้ติดตัวมา จะแก้ไขลูกก็จะต้องอดทนเป็นกัลยาณมิตร ให้พี่สาวด้วยใจที่เยือกเย็น เพราะพื้นฐานใจ พี่สาวนั้นเขาเป็นคนดี คนใจบุญ แต่ว่าคุ้นเคยกับความมักโกรธ แล้วก็ชอบด่าว่าร้าย คิดเรื่องไม่ค่อยดี ก็ให้ลูกไปทำหน้าที่กัลยาณมิตร ค่อย ๆ พูด ค่อย ๆ คุยไปเรื่อย ๆ แล้วก็อย่าไปขุ่นมัวเขา ไม่ใช่พอพูดดี ๆ แล้วเขาไม่ดีด้วย เลยโกรธนะลูกนะ ๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ --------------------------------------- ๑๑ ...อย่าประมาทในวัย น้องชายของผมเป็นคนที่มีสุขภาพดีมาตลอด ขยันขันแข็งในการทำงาน เพราะความขยันกิจการเขาจึงขยายไปถึงต่างประเทศ เขาชอบทำบุญ มีบุญที่ไหนใครชวนก็จะไปและมักจะนัดแนะเพื่อน ๆ ไปทำบุญที่นั่นที่นี่เป็นประจำ เป็นคนนิสัยดี ไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข แต่แปลกทั้ง ๆ ที่ทำบุญนี่แหละ แต่เขากลับ ไม่เชื่อเรื่องนรกสวรรค์ แต่ก็ทำบุญเผื่อเหนียวเอาไว้ ผมเคยเอาหนังสือธรรมะ “ตายแล้วไปไหน” มาไว้ที่บ้าน พอเขาเห็นก็หยิบขึ้นมาดูแล้วก็โยนกลับไว้ที่เดิม เหมือนกับดูถูก ความคิดผมว่า คนหนุ่มอย่างเราน่ะ ไม่มีวันที่ จะตายง่าย ๆ หรอก เย็นวันหนึ่ง น้องเดินเล่นอยู่หน้าบ้าน คนข้างบ้านก็ได้เรียกน้องชายให้ไปดื่มเหล้าด้วยกัน น้องชายเข้าไปหา และยกเหล้าขึ้นมาจิบอย่างเกรงใจแบบเสียไม่ได้ จากนั้นก็ขอตัวกลับขึ้นไปอาบน้ำนอนที่ชั้นลอย และก็ไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย กรรมใดทำให้น้องชายอายุสั้นและนอนหลับตาย เขาตายแล้วไปไหนครับ มีสภาพเป็นอย่างไรบ้าง ตอนนี้เขาเชื่อเรื่องนรกสวรรค์แล้วหรือยัง และได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่ครับ คุณครูไม่ใหญ่ น้องชายอายุสั้นและนอนหลับตาย เพราะกรรมในอดีตเป็นคนใจกว้างชอบเลี้ยงสังสรรค์บ่อย ๆ ได้สั่งล้มวัวล้มควายมาทำเป็นอาหาร เลี้ยงแขกเหรื่อเป็นประจำ วิบากกรรมที่ไปฆ่าสัตว์ใหญ่บ่อย ๆ ตามมาส่งผล ที่เรามักจะได้ยินคุณหมอบอกว่า เสียชีวิตเพราะหัวใจล้มเหลวนั่นแหละจ้ะ ตายแล้วก็เป็นภุมเทวาอยู่ที่บ้าน มีสภาพคล้าย ๆ ตอนยังไม่ตาย เพราะยังผูกพันอยู่กับบ้าน กับครอบครัว ที่ถามว่าตอนนี้เขาเชื่อเรื่องนรกสวรรค์แล้วหรือยัง ตอนนี้เขาก็ยังงง ๆ ไม่ใช่ว่าเชื่อหรือไม่เชื่อเรื่องเหล่านี้ คือ ยังเฉย ๆ อยู่ เพราะยังไม่ได้ไปเห็นนรกสวรรค์ ได้รับบุญที่อุทิศไปให้ ก็ทำให้รู้สึกสบายอกสบายใจเพิ่มขึ้น และเขาคิดว่า ตอนนี้เขากำลังทำหน้าที่ดูแลทุกคนอยู่ เป็น รปภ. ที่บ้าน เพราะเขาก็ไม่ได้มีความรู้สึกอะไรมากไปกว่านี้ คือก็เฉย ๆ ก็ไม่ได้เชื่อเรื่องนรกสวรรค์ หรือว่าไม่เชื่อ เพราะยังไม่ได้ไปเห็น ยังไม่เคยไปดู ๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ --------------------------------------- ๑๒ ...สิบล้อชน คุณพ่อเป็นคน จ.ฉะเชิงเทรา โดยกำเนิด ท่านไม่ได้นับถือศาสนาพุทธ ท่านจะไปร่วมพิธีกรรมทางศาสนาของท่านเสมอ เป็นคนใจดีแต่ชอบดื่มเหล้า สูบบุหรี่ อีกทั้งยังชอบเล่นการพนันชนิดต่าง ๆ อีกด้วย วันหนึ่งคุณพ่อไปเยี่ยมลูกสาวที่อยู่โคราช ในระหว่างการเดินทาง จู่ ๆ ก็มีรถสิบล้อพุ่งมาชนคุณพ่อที่ยืนอยู่ริมถนน ท่านเสียชีวิตทันที ขณะนั้นอายุได้ ๖๕ ปี บุพกรรมใดคุณพ่อจึงประสบอุบัติเหตุถูก รถสิบล้อชนแล้วหนี ท่านตายแล้วไปไหน ได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่อย่างไร คุณครูไม่ใหญ่ คุณพ่อประสบอุบัติเหตุถูกรถสิบล้อชน เพราะกรรมในอดีตที่ฆ่าสัตว์ใหญ่ เช่น วัว ควาย เพื่อทำอาหารและฆ่าขายตามมาส่งผล เพราะฉะนั้นที่ฆ่าสัตว์ทำอาหารบาปนะจ๊ะ และการฆ่าสัตว์ใหญ่จะทำให้อายุสั้น พ่อตายแล้ว ตายแบบไม่รู้ตัว ช่วงแรกก็ร่อนเร่ไปในที่ต่าง ๆ พอครบ ๗ วัน ก็ถูกเจ้าหน้าที่พาตัวไปยมโลกของมหานรกขุม ๕ ด้วยกรรมดื่มสุรา และจะต้องไปอีกหลายขุม เพราะทำผิดศีลอีกหลายข้อ เช่น สูบบุหรี่ การพนัน ฆ่าสัตว์ เป็นต้น กำลังถูกเจ้าหน้าที่กรอก น้ำทองแดงร้อนอยู่ ทุกข์ทรมานมาก ได้รับบุญที่อุทิศไปให้ เพราะท่านอยู่ยมโลก รับบุญได้ ก็ได้รับลดหย่อนผ่อนโทษลงมา ต้องทำบุญอุทิศไปให้ท่านบ่อย ๆ นะลูกนะ ถ้ารักพ่อจงทำบุญเถิด แล้วอุทิศบุญนี้ไปให้ท่าน เพราะท่านกำลังต้องการความช่วยเหลือ และยังอยู่ในภพภูมิที่รับบุญได้ โดยเฉพาะวันพระใหญ่ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ทำบุญแล้วก็อุทิศเจาะจงให้ท่านไปเลย หรือทำบุญเขียนชื่อท่านอุทิศไปเลย แล้วถ้ายิ่งลูกนั่งสมาธิเข้าถึงพระในตัวอุทิศไปให้ท่าน บุญก็จะเกิด ขึ้นในตัวมาก และมีกำลังแรงจะช่วยพ่อในยมโลกได้ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘ --------------------------------------- ๑๓ ...ปากแหว่งเพดานโหว่ กรรมใดที่ทำให้ลูกสาวเกิดมาปากแหว่งเพดานโหว่ และบุญใดทำให้รักษาทำศัลยกรรมแล้วหายคะ กรรมใดหลานชายที่เกิดกับลูกสาว ก็ปากแหว่งเพดานโหว่เหมือนแม่ของเขา แต่ก็กำลังจะได้รับการรักษาทำศัลยกรรม หลานชายจะหายเป็นปกติหรือไม่คะ คุณครูไม่ใหญ่ ลูกสาวเกิดมาปากแหว่งเพดานโหว่ เพราะในอดีตเป็นคนชอบใช้เบ็ดตกปลามาทำอาหาร และเป็นเกมกีฬาด้วย กรรมนี้มาส่งผล ต่อมาทำศัลยกรรมหายได้ เพราะบุญสงเคราะห์ญาติและบุญที่ทำไว้ในพระพุทธศาสนาในอดีตได้ตามมาส่งผล มาเกิดในยุคไฮเทคทำศัลยกรรมได้ หลานชายที่เกิดจากลูกสาวก็ปากแหว่งเพดานโหว่เหมือนกับแม่ของเขา เพราะในอดีต หลานชายคนนี้ก็เคยเกิดเป็นพี่น้องกับแม่ของเขาโดยชาตินั้นเป็นน้องชาย ส่วนแม่เป็นพี่สาวแล้วก็ชักชวนกันไปตกปลาร่วมกันเป็นประจำจึงได้มีกรรมเหมือนกัน และได้มาเกิดร่วมกันอีก แต่เปลี่ยนสถานะจากพี่น้องมาเป็นแม่ลูกกัน กำลังทำศัลยกรรมอยู่ ก็มีทางหายได้ เพราะมีบุญสงเคราะห์ญาติและบุญที่ทำไว้ในพระพุทธ ศาสนาคล้ายแม่ที่ทำมาเหมือนกัน และถ้าจะให้ดีลูกในฐานะเป็นคุณยายก็นั่งสมาธิให้เห็น พระในตัวแล้วช่วยอธิษฐานให้หลานหายด้วย เพราะฉะนั้น เราจะเห็นว่าการศึกษาเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด หรือเรื่องกฎแห่งกรรมเป็นสิ่งจำเป็น ศึกษาไว้เถิด มันเป็นเหตุเป็นผลกัน ผลอย่างนี้มาจากเหตุอะไร เราประกอบเหตุอย่างนี้จะไปเป็นผลอะไร เชื่อไว้จะมีประโยชน์ต่อเรา จะทำให้เราดำเนินชีวิตได้ถูกต้อง ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘ --------------------------------------- ๑๔ ...เกิดมาคอเอียง ตัวลูกนั้นตั้งแต่คลอดออกมาก็คอเอียง เพราะคุณหมอใช้คีมคีบศีรษะออกมา ทำให้ เส้นยึด เดินคอเอียงมาจนกระทั่งถึง ป.๕ จึง ได้มีโอกาสผ่าตัด พอผ่าตัดเสร็จก็หายเป็น ปกตินอกจากคอเอียงแล้วลูกยังเป็นโรคไต ติดเชื้อตั้งแต่อายุ ๖ ขวบ มีอาการตัวบวมมากกินอาหารเค็มไม่ได้เลย ต้องทานแต่อาหารรสจืด ๆ แต่พออายุเกือบ ๘ ขวบ ก็สามารถรักษาหายได้เป็นปกติค่ะ บุพกรรมใดทำให้ลูกคอเอียงตั้งแต่เกิดเป็นโรคไตตั้งแต่เด็ก แต่สามารถหายได้ภายใน ๒ ปีคะ คุณครูไม่ใหญ่ ลูกเกิดมาคอเอียงตั้งแต่เกิด เพราะกรรมในอดีตชอบค้อนและสะบัดหน้าไปทางอื่น ไม่สนใจในเวลาที่พ่อแม่อบรมสั่งสอน เมื่อท่านเรียกมาคุยก็มักจะหนีไปอยู่ที่อื่น แต่ตอนหลังพอรู้ตัวอารมณ์ดีก็กลับมาขอขมาท่าน เพราะฉะนั้นจึงเกิดมาคอเอียงแต่ก็รักษาหายได้ ส่วนที่เป็นโรคไต เพราะชอบขโมยเงินพ่อ แม่ไปเที่ยวเล่นในช่วงวัยที่เกเร แต่ภายหลังที่หายได้เพราะกลับมาขอขมา แล้วก็กลับเนื้อกลับตัวใหม่เป็นคนดีจ้ะ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ --------------------------------------- ๑๕ ...กินยาลดความอ้วน พี่สาวเป็นลูกที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ทุกข์ใจเป็นที่สุด เธอชอบเที่ยวเตร่ไม่สนใจเรียนมาตั้งแต่เด็ก เมื่อมาเรียนมหาวิทยาลัยก็คบเพื่อนไม่ดี เพื่อนชวนพี่สาวให้กินยาลดความอ้วน เธอก็กินจนทำให้มีผลต่อจิตประสาท เกิดภาพหลอน สมองเบลอไปหมด ลดความอ้วนได้แต่ไม่สามารถเรียนได้ ต้องออกจากการเรียนกลางคัน ทั้งที่เรียนใกล้จะจบแล้ว เธอต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล ช่วงที่ป่วยมีอาการทางประสาทกำเริบหนัก ทุก ๆ คนในครอบครัวมีความทุกข์กันมาก ในบางครั้งพี่สาวมีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงถึงขั้นทำร้ายทุบตีคุณพ่อคุณแม่ จึงต้องคอยกินยาควบคุมไว้ตามที่หมอสั่งอย่างไม่มีกำหนด ปัจจุบันยังดูแลตัวเองไม่ได้ ต้องเป็นภาระของครอบครัวที่จะต้องเลี้ยงดูเธออยู่ตลอดเวลา บุพกรรมใดทำให้พี่สาวมีอาการทางจิตมีสิทธิ์หายไหมคะ และทำไมเขาต้องทำร้ายร่างกายคุณพ่อคุณแม่ด้วย จะมีวิบากเหมือนพระโมคคัลลานะไหมคะ ต้องแก้ไขอย่างไร และทำไมคุณพ่อคุณแม่ต้องมามีลูกที่เป็นแบบนี้ด้วยคะ คุณครูไม่ใหญ่ พี่สาวมีอาการทางจิต เพราะเศษกรรมสุราในอดีตเป็นหลักตามมาส่งผล อันนี้เป็นหลักเลย ส่วนยาลดความอ้วนแค่เสริมแค่นั้นเอง แต่ถ้าหากว่าไม่มีเศษกรรมสุรามันก็ไม่เป็นนะ เรื่องมีอยู่ว่า ชาติในอดีตผิดหวังในความรัก เลยหาทางออกด้วยการดื่มสุรา เพื่อให้หายเศร้า แต่พอหายเมาก็เศร้าเหมือนเดิม ส่วนการกินยาลดความอ้วนจนทำให้เกิดอาการดังกล่าวก็เป็นเหตุเสริม ถ้าสั่งสมบุญทุกบุญให้สม่ำเสมอ บุญนี้ก็จะไปตัดรอนให้หนักเป็นเบาในระดับพอดูแลตัวเองได้ ไม่เป็นภาระมากกว่านี้นัก ในอดีตพ่อแม่ก็มีกรรมด้านสุรามา จึงทำให้ได้ลูกที่มีอาการทางจิตที่เกิดจากเศษกรรมสุรามาเกิด เป็นเศษกรรมเก่าของพ่อแม่ แต่เป็นกรรมใหม่ของลูกที่จะส่งผลให้ไปอบายหรือไปเป็นเปรต เพราะเศษกรรมดังกล่าวที่ไปทุบตีพ่อแม่ แต่กรรมจะหย่อนลงมา เพราะทำโดยขาดสติเนื่องจากมีอาการทางจิต จะแก้ไขก็ให้พี่สาวทำบุญต่าง ๆ เท่าที่ทำได้ และพ่อแม่พี่น้องก็ต้องทำแทนให้ด้วยอย่างสม่ำเสมอ คือแนะนำให้เธอทำตอนช่วงที่เธอมีอาการคุ้มดีน่ะ แต่คุ้มร้ายเราก็อย่าให้ทำบุญนี้ก็จะไปตัดรอนวิบากกรรมนี้ได้ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ --------------------------------------- ๑๖ ...รักคนเจ้าชู้ ลูกเป็นห่วงลูกสาวและหลานชายมาก เพราะเขาแยกครอบครัวออกไปอยู่กินต่างหาก อีกทั้งสามีของลูกสาวก็ไปมีผู้หญิงใหม่ ยิ่งทำให้ลูกกลุ้มใจมาก ๆ เป็นห่วงลูกสาวสุดจะทน กรรมใดที่ทำให้ลูกสาวมีสามีเจ้าชู้ เธอมีวิบากกรรมมาเช่นไร ควรจะแก้ไขอย่างไรคะ คุณครูไม่ใหญ่ ลูกสาวมีสามีเจ้าชู้ เพราะวิบากกรรมกาเมฯ เพราะความเจ้าชู้เก่าของตนในอดีต ที่เคยเกิดเป็นผู้ชายเจ้าชู้ อีกทั้งในชาติที่เกิด เป็นผู้หญิงก็เคยไปแย่งสามีเขามารวมส่งผล คือตอนเป็นผู้ชายเจ้าชู้ กรรมส่งผลให้ไปเกิดเป็นผู้หญิง ตอนเป็นผู้หญิงก็เจ้าชู้อีก ไปแย่งสามีเขามา กรรมทั้งเป็นผู้ชายเจ้าชู้ ผู้หญิงเจ้าชู้มารวมส่งผลในชาตินี้ จะแก้ไขก็ต้องให้ลูกสาวทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ทำใจให้ผ่องใส ให้หัดปล่อยวาง อย่าไปยึดมั่นถือมั่น อย่าไปใช้อารมณ์ตีโพยตีพาย สามีอยู่ในบ้านก็เป็นสามีเรา พอออกจากบ้านก็เป็นของคนอื่น ก็ลูกเราให้กำเนิดมาแท้ ๆ มันยังดื้อกับเรา พ่อของลูกเราไม่ได้ให้กำเนิดไม่ได้เลี้ยงมากับมือ ทำไมจะไม่ดื้อ ให้เขาให้เงินเราก็โอเคแล้ว ส่วนเขาจะไปรีแลกซ์ที่ไหนก็ช่างเขา เราก็เอาเวลาว่าง ๆ มานั่งหลับตาทำสมาธิ มาทำมาหากินให้ร่ำรวยดีกว่า ดีกว่าเอาหัวไปใช้หึง ๆ หวงๆ หรือตีโพยตีพาย มันไม่เกิดประโยชน์อะไร ยิ่งทำให้ใจเศร้าหมอง กายก็เศร้าหมองตามไปด้วย เพราะฉะนั้นเอาเวลามาทำมาหากินดีกว่า แล้วก็สั่งสมบุญไป เดี๋ยวเขาก็กลับมาเองจ้ะ พอเขากลับมาแล้ว เราก็อย่าไปต่อว่าต่อขานเขา จะต่อว่าก็ต้องว่าให้เป็น ต้องมีศิลปะในการต่อว่า ก็เอาอย่างนี้ก่อนสิลูก ไปบอกลูกสาวนะว่า พอสามีกลับมาบ้าน ให้ปรนนิบัติสามีให้ดีให้เหมือนเทวดาในบ้านเลย ให้ ยิ้มแย้มก่อน ยิ้มของเราต้องสวยกว่าหญิงอื่นในโลก ยิ้มแย้ม ให้สดชื่นเบิกบาน ในระดับที่เขาหาความสดชื่นที่ไหนไม่ได้อีกในโลก ไม่ว่าจากคน จากสัตว์ หรือสิ่งของ ไม่ได้เลย ยิ้มให้เหมือนเทพธิดา ไปหัดยิ้มซิจ๊ะ แล้วก็ เยือกเย็นทั้ง ๆ ที่เย็นเหมือนหิมะที่อยู่บนภูเขาไฟฟูจิ คือแม้ข้างในจะร้อนระอุแต่ ข้างนอกก็ต้องเย็น เย้น เย็น น้ำแข็งว่าเย็นแล้วลูกก็ต้องเย็นกว่าน้ำแข็งนะ ต้องสอนลูกสาวอย่างนี้นะ ให้เย็น ๆ ไว้ ให้นับ ๑ ถึง ๑๐ แต่ไม่ใช่นับ ๑ ไป มองตะพดไปนะ ๑. ไม้ตะพดอยู่ที่ไหน ๒. อยู่ในห้องครัวหรือห้องนอน ๓. เดินไปดู ๔. เจอแล้ว ๕. หยิบขึ้นมา นับ ๑ ถึง ๑๐ ตีหัวเลย อย่างนี้ไม่ใช่นะ นับ ๑ ถึง ๑๐ หมายความว่า นับให้คลี่คลาย ให้หายโกรธ คือเราโกรธไปเขาก็ไม่เลิกเจ้าชู้ เราต้องทำให้เหนือกว่าหญิงอื่นในโลก แต่งตัวให้สวย ๆ ทำตัวให้หอม ๆ ทำให้น่ารัก ถ้าเขาไม่รักแล้วเขากลุ้ม ทำบ้านให้สะอาด ให้เย็น ๆ แล้วก็ ยกย่อง ยกย่องพ่อบ้าน ร้อยทั้งร้อยพ่อบ้านชอบให้เป็นอย่างนี้ทั้งนั้น ชอบให้ยกย่อง ทั้ง ๆ ที่เราขุ่นใจจะขาด อยากจะอัดเต็มที แต่ว่าอดไว้ก่อนนะลูก อดไว้ อย่าเพิ่งไปอัดเขา อึดเอาไว้นั่นแหละ ยกย่องทั้ง ๆ ที่เขาแย่แต่เราก็ยกย่อง แต่ต้องเลือกให้ดีนะ อย่าไปยอเขานะ เราเลือกว่าเราจะชมเขาอันไหนที่น่าชม คือทั้งเนื้อทั้งตัวเขาก็คงไม่ได้แย่ไปหมดทุกอย่าง มันก็ต้องมีส่วนดีบ้างล่ะน่ะ เหมือนเด็กวาดรูปส่งคุณครู คุณครูที่มีศิลปะในการสอน ท่านก็จะไม่ติว่า “เธอวาดไม่ดีอย่างนั้น อย่างนี้” อย่างนี้เด็ก ก็หมดกำลังใจ “ครูชอบเส้นนี้” “ครูชอบสีนี้ของเธอ” ทั้ง ๆ ที่ลงไปซะเละเลย แต่มันมีมุมอยู่ นิดหนึ่งจุดเท่าหัวไม้ขีดที่ดูดี “ครูชอบสีตรงนี้ของเธอสวย” “ชอบเส้น ตรงนี้ของเธอ” ทั้ง ๆ ที่ โอ ยุ่งเหยิงไปหมด “เส้นตรงนี้ของเธอส้วยสวย” อย่างนี้ไง แต่เราอย่าไปเยินยอให้มากเกินไป เดี๋ยวเขาจับได้ มันต้องให้แนบเนียน ให้สมจริงยกย่องชมเข้าไปเถอะ เดี๋ยวก็เสร็จเราเองแหละ และก็ ยืดหยุ่นนะ ผูกหย่อน ๆ ถ้าตึงนักมันก็ขาด ผูกหย่อน ๆ คือ ก็ยังผูกอยู่ แต่ก็ยังผ่อน ๆ ถึงเวลาก็กระตุกสักทีหนึ่ง อย่างนี้ไง ยิ้มแย้ม เยือกเย็น ยกย่อง และก็ยืดหยุ่น ให้ไปบอกลูกสาวอย่างนี้นะ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘ --------------------------------------- ๑๗ ...เราสามคน (ตอน ๑) เมื่อลูกเรียนจบก็ได้ทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง ที่นั่นเป็นที่ที่ลูกและชายคนหนึ่งได้พบรักกัน เขาอยู่ในฐานะหัวหน้างานของลูก แต่เส้นทางรักไม่ได้เป็นเหมือนดังที่วาดฝันไว้ เพราะเขามีแฟนที่คบกันมานานกว่า ๑๐ ปีอยู่ก่อนแล้ว และแฟนเขาก็ทำงานที่เดียวกับลูกด้วย ลูกจึงต้องตกอยู่ในฐานะคนมาทีหลัง แต่ลูกและเขาต่างก็หักห้ามใจของกันและกันไม่ได้ ด้วยเหตุนี้เราจึงแอบคบกันอย่างลับ ๆ ต้องไม่แสดงตัวให้คนอื่นรู้ว่าคบกันอยู่ แต่ความลับไม่มีในโลก และแล้ววันหนึ่งแฟนสาวของเขาก็ทราบเรื่อง ตั้งแต่นั้นมาเธอก็โกรธลูกมากจนไม่มองหน้า และไม่พูดกับลูกอีกเลย และขอเลิกขาดกับผู้ชายคนนั้น แต่ผู้ชายเขาไม่ยอมเลิกเพราะว่าเขายังรักเธออยู่ ขณะเดียวกันเขาก็รักตัวลูกด้วย ลูกทนทรมานกับสภาพกดดันนี้ไม่ไหว จึงตัดสินใจลาออกจากบริษัทเพื่อให้ทุกอย่างดีขึ้น แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นอย่างนั้น เพราะฝ่ายชายเขาไม่ยอมเลิก เขายังคงไปมาหาสู่กับลูกอยู่ ทำให้ลูกตัดใจจากเขาไม่ได้เสียที ตัวลูก หัวหน้างาน และเธอคนนั้น เราทั้งสามคน เคยผูกเวรกันมาไหมคะ ทำไมถึงต้องมาเจอเหตุการณ์เช่นนี้ ชาติหน้าลูกจะเจอใครมาแย่งคนที่ลูกรักไหม และชาตินี้แฟนสาวของหัวหน้าเขาเกลียดลูกมาก ๆ ลูกต้องทำอย่างไรถึงจะไม่ผูกเวรกันคะ คุณครูไม่ใหญ่ ตัวลูก หัวหน้างาน และแฟนของหัวหน้างานก็ไม่ได้ผูกเวรกันมา แต่เกิดด้วยเหตุการณ์ในปัจจุบัน เป็นเพราะเศษกรรมกาเมฯ เจ้าชู้ของตัวลูกตอนที่เป็นผู้ชายมาส่งผล ส่วนของกรรมใช้ไปแล้ว เศษกรรมบันดาลทำให้ไปรักคนที่มีเจ้าของแล้ว ชาติต่อไปก็มีสิทธิ์ที่จะถูกแย่งของรักไปเช่นเดียวกัน เพราะชาตินี้พฤติกรรมก็เหมือนไปแย่งของรักของคนอื่น ดังนั้นทางที่ดีก็คือ หักดิบตัดใจเหมือนตายจากจ้ะ ถ้าลูกหักดิบตัดใจได้ดังกล่าว ก็จะไม่ทำให้เธอโกรธและเกลียดลูก อีกทั้งถ้าลูกมีโอกาสขออโหสิกรรมซึ่งกันและกันได้ ก็จะไม่มีเวรที่จะผูกกันต่อไป อันดับแรกคือ ต้องหักดิบตัดใจกันเสียก่อน แล้วก็ไปขอขมาขอโทษเบอร์หนึ่ง แล้วก็เปลี่ยนพฤติกรรมใหม่นะลูกนะ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ --------------------------------------- ๑๘ ...เราสามคน (ตอน ๒) การแอบเป็นกิ๊กของเขา แต่เขายังไม่ได้แต่งงาน จะมีบาปต่างกับการที่เขาแต่งงานแล้วอย่างไร หัวหน้าของลูกจะมีวิบากกรรมในชาติหน้าเช่นไร ที่เป็นคนทำให้ลูกและแฟนของเขาโกรธกัน และต้องแก้ไขอย่างไรคะ คุณครูไม่ใหญ่ การแอบไปเป็นกิ๊กของเขา โดยที่เขายังไม่ได้แต่งงาน แต่ก็เหมือนกับเป็นคนคนเดียวกันอย่างนั้น ก็ยังถือว่าเป็นวิบากกรรมกาเมฯ อยู่ เพราะเป็นของต้องห้าม แต่อ่อนกว่าที่เขาแต่งงานกันแล้วจ้ะ เพราะตรงนั้นเขาก็ยังไม่ชัวร์ว่าจะเลือกใคร แต่อย่างนี้ก็ถือว่ามีเจ้าของแล้ว เราไปก็เหมือนเราไปแย่งเขา หัวหน้าที่เป็นเหตุให้ตัวลูกและแฟนของเขาโกรธกัน ก็จะเป็นกรรมกาเมฯ เจ้าชู้ติดตัวไป ให้ภพชาติต่อไปต้องถูกแย่งของรัก หรือไปเกิดเป็นผู้หญิง จะแก้ไขก็ต้องให้หัวหน้าเลือกคนใดคนหนึ่งเป็นคู่ แต่ดีที่สุดก็คือให้ลูกหักดิบตัดใจเพื่อที่จะไม่เป็นวิบากกรรมของลูกก็ลูกมาทีหลังเขาน่ะ ดูเหมือนหญิงชายเกือบทุกคนในโลก เกือบจะเป็นหญิงหรือชายต้องห้าม จะมีที่ไม่ห้ามคือสามีภรรยากัน กับผู้ขายบริการทางเพศที่ไม่ได้ถูกบังคับ และผู้ที่จะไปสถาน บริการนั้นต้องไม่มีครอบครัว ถ้ามีก็ถือว่าเข้าข่ายอีกเหมือนกัน ดูเหมือนจะมีอยู่ ๒ กรณี เท่านั้น เพราะฉะนั้นทางที่ดีมาบวชดีกว่า จำไว้ง่าย ๆ เฉพาะภรรยาสามีแค่นั้นถือว่าถูกศีล ถูกธรรม ถูกขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ประเพณี ถูกกฎหมาย อย่างนี้เท่านั้น เพราะฉะนั้นควรสำรวมในกาม ให้แค่ว่าประกอบธาตุธรรมเพื่อเป็นทางมาเกิดของมนุษย์ที่จะได้มาเกิดสร้างบารมีเท่านั้นจ้ะ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ --------------------------------------- ๑๙ ...เราสามคน (ตอน ๓) หัวหน้าของลูก เป็นคนที่ดื่มเหล้าหนัก สูบบุหรี่จัด เวลาเสียใจจะชอบทำร้ายตัวเอง เขาเคยกินยาฆ่าตัวตายหลายครั้ง แต่ลูกช่วยไว้ได้ เขารู้ตัวดีว่าเป็นโรคมะเร็งลำไส้ จะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกไม่นาน แต่ไม่ยอมไปหาหมอรักษา ได้แต่ทำลายสุขภาพตัวเองทุกวัน เขามักจะบอกว่า เขาเห็นวิญญาณและชอบได้กลิ่นแปลก ๆ เช่น กลิ่นน้ำอบไทย กลิ่นซิก้าร์ โดยที่คนอื่น ๆ และตัวลูกไม่เห็น ครั้งหนึ่งขณะที่เข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง เขามีอาการเหมือนถูกผีเข้า ชักตาค้าง ตัวเกร็ง หายใจติดขัด ร้องว่า “ช่วยด้วย ๆ” แล้วจู่ ๆ น้ำเสียงเขาก็เปลี่ยนไป ตาขวาง หันมาพูดกับลูกว่า “มึงลบหลู่กู” และตรงเข้ามาบีบคอลูก ลูกตกใจมาก ร้องเรียกให้คนช่วย แต่เขากลับมีเรี่ยวแรงมหาศาลสามารถเหวี่ยงทุกคนออกไปได้ ในทันใดนั้นเอง มีพี่คนหนึ่งได้สติ รีบถอดสร้อยพระที่คอออกมาคล้องที่คอเขา แต่ผีไม่ยอมออกกลับยิ่งทวีความโกรธ อาละวาดรุนแรงขึ้น ลูกจึงตั้งสติอธิษฐานขอให้หลวงปู่สดช่วย แล้วก็ถอดสร้อยของตัวเองไปคล้องคอเขา คราวนี้เขาร้องลั่นมากกว่าเดิมและบอกให้เอาสร้อยของลูกออกไป สักพักเขาจึงสงบลง มีสติรู้ตัวขึ้น แต่จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขา บุพกรรมใดทำให้หัวหน้าเป็นมะเร็งลำไส้ เคยฆ่าตัวตายหลายครั้ง ลูกควรช่วยเขาไหมคะ เพราะถ้าช่วยเขาก็จะมีชีวิตอยู่ ลูกก็จะตัดเขาไม่ขาดสักที แต่ถ้าไม่ช่วยก็ไม่มีใครช่วย ทำไมหัวหน้าชอบเห็นวิญญาณ หรือได้กลิ่นน้ำอบไทย และต้องโดนผีเข้า ทำไมผีที่เข้าจึงพูดกับลูกว่า “มึงลบหลู่กู”แล้วตรงเข้ามาบีบคอลูก ผีต้องการอะไรหรือคะ ทำไมผีถึงกลัวพระหลวงปู่ และการที่ลูกไปขอขมาเจ้าที่ ถวายสังฆทานไปให้เขา เขาได้รับไหม ผีรู้สึกอย่างไร แล้วตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ คุณครูไม่ใหญ่ หัวหน้าเป็นมะเร็งลำไส้ เคยฆ่าตัวตายหลายครั้ง เพราะกรรมในอดีตได้เลี้ยงปศุสัตว์ไว้ฆ่ากินฆ่าขายมากมายเป็นหลัก ผสมกับเศษกรรมสุราในปัจจุบันเสริม วิบากกรรมดังกล่าวตามมาส่งผล ลูกจะช่วยเขาได้คือ ต้องหักดิบตัดใจจากเขาเท่านั้น ถ้าเขามีกรรมหนัก ใครก็ช่วยเขาไม่ได้จ้ะ หัวหน้าชอบเห็นวิญญาณ ได้กลิ่นน้ำอบไทย และมักโดนผีเข้า เพราะเศษกรรมสุรากับความเชื่อเรื่องผีสางติดตัวมา แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นเรื่องที่คิดไปเอง เป็นอุปาทานมากกว่า ไม่มีผีมาเข้าจริง แต่ขาดสติเพราะดื่มสุราจัด ทำให้สติเลอะเลือน บวกกับกรรมที่เชื่อเรื่องผี ๆ สาง ๆ และเรื่องวิญญาณมาเยอะ จึงทำให้เกิดอาการคล้าย ๆ ผีเข้า อีกทั้งตัวลูกเองก็ไม่ได้ไปลบหลู่อะไรใคร ให้ลูกเลิกสนใจเรื่องเหล่านี้เสีย และให้หักดิบตัดใจเลิกรักหัวหน้าแบบชู้สาวเถิดจ้ะ เลิกเลยนะ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ --------------------------------------- ๒๐ ...สองเรา (ตอน ๑) ตอนลูกอายุ ๑๗ ปี ได้แต่งงานแบบคลุมถุงชนกับหนุ่มพ่อค้ารับซื้อพืชผลทางการเกษตรซึ่งอายุแก่กว่า ๕ ปีอยู่กินด้วยกันมา ๙ ปี มีลูก ๓ คน ชาย ๑ หญิง ๒ เมื่อคุณแม่ป่วยเป็นวัณโรคลูกก็จะไปนอนเฝ้าและดูแลท่านในโรงพยาบาล ทำให้สามีไม่ค่อยชอบใจ เขามาต่อว่าลูก เพราะรังเกียจเกรงว่า ลูกจะติดเชื้อวัณโรค เขาพูดจาว่ากล่าวไม่ให้ความเคารพต่อคุณพ่อคุณแม่ของลูกเลย เราจึงทะเลาะกัน ทำให้ลูกตัดสินใจหย่าขาดจากเขาแล้วก็ไปดูแลคุณแม่อย่างใกล้ชิดในช่วงเวลาสุดท้ายของท่าน ๘ วันต่อมา คุณแม่ก็เสียชีวิต หลังงานศพของท่าน ลูกก็ได้สมัครไปทำงานที่ประเทศสิงคโปร์ มีหน้าที่ทำอาหารและเลี้ยงเด็กในบ้านของนายจ้างคนหนึ่ง งานที่ทำหนักและเหนื่อยมาก เงินเดือนก็ได้น้อยลูกทำอยู่ ๒ ปี จึงกลับมาเมืองไทย แล้วหางานทำต่อที่กรุงเทพ เป็นพนักงานทำผมในร้านเสริมสวยแห่งหนึ่ง ทำอยู่ ๑ ปี ก็มีคนมาชวนลูกและเพื่อนในร้านไปทำงานร้านอาหารที่ประเทศเบลเยี่ยม ๑๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๙ ลูกเดินทางถึงเบลเยี่ยม พอก้าวลงจากเครื่องบินก็เกิดเรื่องทันที คือ กระเป๋าเดินทางหาย เสื้อผ้าอย่างดีจำนวนหลายชุดที่ซื้อมาจากเมืองไทยรวมเป็นเงินแล้วไม่ต่ำกว่า ๔๐,๐๐๐ บาท ได้หายไปพร้อมกับกระเป๋าใบนั้น ลูกรู้สึกหดหู่ใจมากเพราะขณะนั้นเหลือแต่เสื้อผ้าติดตัวอยู่เพียงชุดเดียวเท่านั้น ขณะที่ลูกกำลังมึนงง สับสน หมดอาลัยตายอยากในชีวิตนั้นเอง ก็มีหนุ่มใหญ่ชาวเบลเยี่ยมคนหนึ่ง อายุราว ๆ ๔๕ ปี เดินเข้ามาหาลูก ดูท่าทางเขาเป็นคนใจดี มาถึงก็สอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น พอรู้ก็รับเป็นธุระติดต่อกับพนักงานของสายการบินทันที ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เขาก็มาหาลูกที่ร้านอาหารเดือนละครั้ง เขาบอกว่า สงสารลูกมาทีไรมักจะให้ pocke tmoney ครั้งละ ๕,๐๐๐ – ๑๐,๐๐๐ ฟรังก์ หนุ่มใหญ่ใจดีคนนี้ แท้จริงแล้วเขาเป็นนักธุรกิจใหญ่ ระดับประธานบริษัทก่อสร้างและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของเบลเยี่ยมมีภรรยาและลูกสาว ๒ คน แต่ในช่วงที่เจอลูก เขาทะเลาะกับภรรยาอย่างรุนแรงถึงขั้นหมิ่นเหม่ต่อการแยกทางกัน สามเดือนต่อมา ก็มีหนุ่มใหญ่ชาวเบลเยี่ยม อีกคนหนึ่งอายุราว ๕๑ ปี เป็นเจ้าของบริษัทเล็กๆ แห่งหนึ่งในย่านนั้น เขามาทานอาหารและดื่มเหล้าที่ร้าน พร้อมทั้งแสดงความสนใจในตัวลูก เขาบอกว่า ตอนนี้ผมกำลังมีทุกข์หนักเพราะภรรยาทิ้งไปมีสามีใหม่ แต่พอมาเจอลูกชีวิตเขาเหมือนได้เจอแสงสว่างอีกครั้งหนึ่ง เขาจะมาที่ร้านสัปดาห์ละ ๒ ครั้ง พอคบกันมาได้ระยะหนึ่ง เขาก็ขอลูกแต่งงาน ตัวลูกเองเห็นว่า เขามีความจริงใจต่อลูก ดูโหงวเฮ้งแล้วพอที่จะเป็นผู้นำที่ดีของครอบครัวได้ ก็เลยคิดว่าจะแต่งงานกับเขาอีกทั้งลูกและเพื่อนหญิงที่ทำงานด้วยกันก็อยากจะหนีออกจากร้านอาหารที่ทำอยู่ขณะนั้นเต็มที จึงขอให้หนุ่มใหญ่ชาวเบลเยี่ยมคนนี้ช่วย แล้วเขาก็ช่วยจัดการให้สำเร็จได้จริง ๆ เพราะถ้าไม่อย่างนั้นลูกและเพื่อนจะต้องทนทำงานที่นี่อีกนานจนกว่าจะหมดสัญญาจ้าง ส่วนหนุ่มใหญ่ใจดีคนแรก เขาก็ยังคงแวะมาหาลูกที่ร้านอาหารเดือนละครั้งตามปกติ พอทราบว่าลูกหนีออกจากร้านไปแล้วก็พยายามสืบเสาะแสวงหาจนพบลูก ซึ่งเช่าอพาร์ตเม้นท์อยู่กับเพื่อนอีกเมืองหนึ่ง พอสองเราเจอกัน ลูกก็บอกกับเขาว่า “ได้เจอคนที่คิดว่าจะแต่งงานด้วยแล้ว” ทันทีที่ลูกพูดจบ สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น คือ เขาคุกเข่าลงกราบลูกและกอดขาลูกไว้พร้อมกับร้องไห้คร่ำครวญ พร่ำบอกกับลูกว่า “I love you อย่าให้ผมต้องสูญเสียคุณไปเลย ผมขอช่วยคุณอีกสักครั้ง คุณต้องกำรอะไร คุณอยากกลับเมืองไทยไม่ใช่หรือ คุณมีลูกเล็ก ๆ และพ่อแก่ ๆ คอยอยู่ที่นั่น” ลูกนิ่งฟังเขา คิดในใจว่า ผู้ชายคนนี้เข้าใจความต้องการของเรา ลูกอยากกลับเมืองไทยมากจริง ๆ แต่ยังกลับไม่ได้ เพราะยังเก็บเงินได้ไม่มากพออย่างที่ตั้งใจไว้ เขาถามลูกว่า “ต้องการเงินเท่าไรจึงจะกลับเมืองไทยได้”ลูกตอบไปอย่างไม่มั่นใจว่า “๑ ล้าน” เขามีสีหน้าเต็มไปด้วยความหวังพร้อมถามลูกว่า “ถ้าได้เงิน ๑ ล้านแล้วจะเอาไปทำอะไรบ้าง ”ลูกตอบว่า “เอาไปสร้างบ้าน แล้วเปิดร้านขายของ” เขาควักเงินออกมา ๒ ปึกใหญ่ ปึกละ ๕ แสนฟรังก์ วางใส่มือลูกทันที ซ้ำยังจัดแจงจองตั๋วเครื่องบินเที่ยวด่วนที่สุดเท่าที่จะหาได้ให้กับลูก สามวันต่อมา เขาก็ส่งลูกกลับเมืองไทยโดยที่เขาก็ไม่ได้เรียกร้องหรือมีข้อผูกมัดใด ๆ ในตัวลูกเลย นอกจากคำพูดที่ว่า “สักวันหนึ่ง หากผมมีอิสระแล้ว ผมจะไปพบคุณ” ขณะบินอยู่เหนือน่านฟ้ายุโรป ลูกเองรู้สึกมึนงงสับสนกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตอย่างกะทันหัน ลูกไม่รู้จะอธิบายให้หนุ่มใหญ่ที่มาขอลูกแต่งงานได้อย่างไร เขาจึงจะเข้าใจและไม่เสียใจ ลูกจึงตัดใจจากมาโดยไม่ได้กล่าวคำอำลาใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งความจริงลูกเองก็ไม่ได้อยากแต่งงาน เพียงแต่อยากจะสร้างหลักฐานของตนเอง และอยู่ท่ามกลางญาติพี่น้องที่เมืองไทยมากกว่า เมื่อกลับเมืองไทยแล้ว ลูกก็ซื้อที่ดินและสร้างบ้านเสร็จเรียบร้อยภายในต้นปี พ.ศ. ๒๕๓๐ แล้วหันมาทำธุรกิจซื้อขายที่ดิน จนเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายในท้องถิ่นนั้น เดือนสิงหาคมปีเดียวกัน หนุ่มใหญ่ใจดีคนสำคัญของลูกก็เดินทางมาเยี่ยมที่เมืองไทยเป็นครั้งแรก เพื่อมาดูความเป็นอยู่ของลูก เขามาได้ ๑ สัปดาห์ ก็กลับ ปีถัดมาเขาได้ขยายกิจการบริษัทไปลงทุนที่สหรัฐอเมริกา พร้อมกับให้เลขาดำเนินการรับรองวีซ่าและจองตั๋วให้ลูกไปอเมริกาด้วย ลูกไปเที่ยวอเมริกากับเขาเป็นเวลาเดือนเศษ แต่เราก็ยังคงไม่มีพันธะสัญญาว่าจะแต่งงานกันแต่อย่างใด เพราะเขายังไม่ได้หย่าขาดกับภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๓๒ เขาได้หย่าขาดจากภรรยาเรียบร้อย แล้วพาลูกไปเที่ยวอเมริกาอีกครั้ง หลังกลับจากอเมริกา เขาก็พาลูกนั่งรถไปดูคฤหาสน์หลังใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ ๒๔ ไร่ ในย่านที่ไม่ห่างไกลจากเมืองหลวงของประเทศเบลเยี่ยมขณะเดินชมคฤหาสน์เขาก็เปรย ๆ กับลูกว่า “บ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ ผมไม่ได้สร้างไว้เพื่ออยู่คนเดียวหรอกนะ” ปี พ.ศ. ๒๕๓๕ เขาก็บินมาจดทะเบียนสมรสกับลูกที่เมืองไทย แล้วพาลูกกลับไปอยู่คฤหาสน์หลังนั้น ลูกเองจะกลับมาเยี่ยมลูกทั้งสามคน ที่เมืองไทยปีละ ๒ ครั้ง ในปี พ.ศ. ๒๕๓๖ ลูกก็บินกลับมาคลอดลูกสาวที่โรงพยาบาล จ.อุดรธานี เมื่อลูกสาวแข็งแรงดีแล้วก็บินกลับเบลเยี่ยม ปลายปีเดียวกันนั้น สามีของลูกก็ล้มป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในหัวใจตีบ ต้องเข้ารับการผ่าตัด และในปีนั้นเอง คฤหาสน์ของเราก็ถูกปล้นต้องสูญเสียเงินในตู้เซฟไป ๑๓ ล้านบาท ช่วงนั้นดูเหมือนว่าเหตุการณ์ร้าย ๆ จะประดังถาโถมเข้ามาอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพที่ทรุดหนักของสามี วิกฤตเศรษฐกิจที่ส่งผลให้บริษัทต้องขาดทุนและ เป็นหนี้ สามีจึงตัดสินใจปล่อยงานให้ผู้บริหารระดับรองจากเขาเข้ามาบริหารกิจการแทน ส่วนตัวเขาได้ขายสมบัติที่สะสมไว้นำมาใช้หนี้ทางธุรกิจ แล้วปลีกตัวมาอยู่ที่เมืองไทยกับลูกอย่างเงียบ ๆ สุขภาพของเขาไม่แข็งแรงเลย ในที่สุดก็มาเสียชีวิต เมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๐ ข้างๆ ลูกและลูกสาวของเขา ลูกมีวิบากกรรมใดจึงถูกคลุมถุงชนแต่งงาน และต้องหย่าขาดกับสามีคนแรก ด้วยสาเหตุที่เขาไม่ให้ความเคารพต่อคุณพ่อคุณแม่ของลูก ไม่ใช่เพราะการนอกใจ อย่างนี้จะเป็นเพราะกรรมกาเมฯ ของลูกหรือไม่คะ คุณครูไม่ใหญ่ ลูกถูกคลุมถุงชนแต่งงาน และหย่าขาดจากสามีคนแรก ด้วยสาเหตุดังกล่าว ก็ไม่ใช่เกิดจากกรรมกาเมฯ ของลูกโดยตรง แต่เป็นเพราะคุณธรรมของลูกและสามีไม่เสมอกันในปัจจุบันจ้ะ คือ ตัวลูกมีความกตัญญูกตเวที ลูกถูกคลุมถุงชนแต่งงานในชาตินี้ ก็เป็นภาพในอดีตของลูกที่เคยคลุมถุงชนลูกหลาน ในสมัยที่เกิดในสังคมเกษตรกรรม วิบากกรรมนี้มาส่งผล ๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙ --------------------------------------- ๒๑ ...สองเรา (ตอน ๒) ตอนแรกลูกคิดจะแต่งงานกับชายชาวเบลเยี่ยมอีกคน ซึ่งฐานะไม่ร่ำรวย แต่เพราะบุพกรรมใดที่ทำให้ลูกกลับมาได้สามีฐานะดีคนนี้ แบบไม่เคยคาดคิดมาก่อน เป็นเพราะลูกและสามีมีกรรมใดมาลิขิตชีวิตให้คู่กันไว้หรือไม่คะ คุณครูไม่ใหญ่ เหตุที่ลูกได้แต่งงานกับชาวเบลเยี่ยมที่มีฐานะดี แบบไม่เคยคิดมาก่อน เพราะในอดีตลูกเคยสร้างบุญร่วมกันกับสามีคนปัจจุบันที่มีฐานะดี บุญนี้จึงบันดาลให้ได้มาอยู่ร่วมกันอีก ส่วนผู้ชายคนแรกที่ลูกคิดจะแต่งงานด้วย แต่ไม่ได้แต่ง เพราะไม่ได้สร้างบุญร่วมกันมาจ้ะ ๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙ --------------------------------------- ๒๒ สองเรา (ตอน ๓) สามีคนปัจจุบันของลูกสร้างบุพกรรมอะไรไว้จึงมีฐานะร่ำรวย แต่ต่อมาต้องถูกปล้นคฤหาสน์ในช่วงกำลังป่วย และต้องสูญเสียธุรกิจจนต้องขายสมบัตินำมาใช้หนี้ ทำไมกรรมจึงส่งผลในเวลาใกล้เคียงกับการเสียชีวิตของเขา คุณครูไม่ใหญ่ สามีมีฐานะร่ำรวย แต่ต่อมาถูกปล้นคฤหาสน์ในช่วงกำลังป่วย และต้องสูญเสียธุรกิจ จนต้องขายสมบัตินำมาใช้หนี้ เพราะในอดีตเคยทำบุญใหญ่และมีความปลื้มปีติยินดีทั้งก่อนทำและกำลังทำ บุญนี้จึงส่งผลให้ร่ำรวย แต่ต่อมาเกิดเสียดายในภายหลัง แถมยังไปขอคืนบางส่วนมาด้วยจึงทำให้สูญเสียธุรกิจ เพราะบุญตรงนี้มันขาดไป จึงไม่สามารถรองรับสมบัติได้ จนต้องขายสมบัตินำมาใช้หนี้ในภายหลัง กรรมมาส่งผลตอนใกล้เสียชีวิต เพราะความเสียดายในการทำบุญไปแล้วในภายหลัง กับการทำธุรกิจที่บางอย่างซิกแซ็กไม่ตรงไปตรงมาในชาตินี้ มารวมส่งผลในช่วงท้ายของชีวิตจ้ะ ๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙ --------------------------------------- ๒๓ ...สองเรา (ตอน ๔) ลูกมีบุญอะไรจึงได้เงิน ๑ ล้านฟรังก์ จากสามีคนปัจจุบันอย่างง่าย ๆ กรรมใดทำให้กระเป๋าเดินทางของลูกหายไป แต่ในโชคร้ายก็มีโชคดี คือ ได้พบกับสามีคนปัจจุบันที่มาช่วยเหลือ เป็นเพราะบุญกรรมอะไร ส่งผลให้ร้ายและดีเกิดขึ้นในเหตุการณ์เดียวกันคะ คุณครูไม่ใหญ่ ลูกได้เงิน ๑ ล้านฟรังก์ จากสามีคนปัจจุบันอย่างง่าย ๆ เพื่อกลับมาเมืองไทยเพราะเป็นผลบุญเก่าที่เคยทำทานไว้ในอดีตมาส่งผล โดยในชาตินั้นตัดใจทำบุญอย่างง่าย ๆ เมื่อบุญส่งผลก็จะได้ทรัพย์อย่างง่าย ๆ จ้ะ กระเป๋าเดินทางของลูกหายไป เพราะกรรมในอดีต ลูกเกิดในครอบครัวฐานะยากจน แต่อยากจะทำทานกับพระ จึงได้ไปแอบสอยมะม่วงในสวนคนอื่น แล้วนำมาทำบุญกับพระ วัตถุทานไม่บริสุทธิ์ วิบากกรรมนี้มาส่งผล จากโชคร้ายที่กระเป๋าหาย กลับมาเป็นโชคดี เพราะเป็นเหตุให้ได้เจอกับสามีคนปัจจุบันที่มาช่วยเหลือ เพราะบุญที่เอาผลไม้ดังกล่าวไปถวายพระ ทำให้เจอสามีคนนี้ แต่ว่าก่อนจะเจอก็เกิดทุกขลาภ คือ กระเป๋าเดินทางหายก่อน ได้เอามะม่วงที่ขโมยมาไปถวายพระ จึงมาเจอสามีคนนี้ แต่ก็ไม่ใช่เพราะบุญนี้จึงทำให้สามีช่วยนะ บุญนี้ไปเชื่อมกับบุญที่เคยทำกับสามีในอดีตชาติ ก็เลยไปดึงดูดให้มาเจอกัน และก็ได้รับความช่วยเหลือ ในที่สุดก็ได้แต่งงานกัน เพราะเคยอยู่ร่วมกันและสร้างบุญร่วมกันมา เห็นไหมจ๊ะว่า บุญทุก ๆ บุญนี่ เราอย่านึกว่าเล็ก ๆ น้อย ๆ นะ มันมีอานุภาพที่จะไปดึงดูดบุญเก่าที่เราเคยทำไว้ในอดีตชาติมาช่วย ซึ่งเราก็ไม่รู้ เพราะตอนนี้เราลืมไปแล้วแต่มันดูดมาได้ ๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙ --------------------------------------- ๒๔ ...สองเรา (ตอน ๕) บุพกรรมใดสามีจึงมาป่วยหนักด้วยโรคเส้นเลือดในหัวใจตีบจนต้องผ่าตัด สามีตายแล้วไปไหน คตินิมิตก่อนตายเป็นอย่างไร เขารู้สึกอย่างไรกับลูกและลูกสาวที่อยู่ข้างๆ จนกระทั่งเขาสิ้นใจ สามีได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่คะ คุณครูไม่ใหญ่ สามีป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในหัวใจตีบจนต้องผ่าตัด เพราะในอดีตเคยเป็นนายช่างใหญ่คุมการก่อสร้างเมือง หลายครั้งก็ต้องเร่งการก่อสร้าง จึงจำเป็นต้องเร่งแรงงานทาสจนเกินไป ทำให้คนเหล่านั้นเหนื่อยมาก วิบากกรรมเหล่านี้มารวมส่งผล ก่อนตายก็รู้สึกเป็นห่วงผูกพันกับภรรยาและลูกสาว รวมทั้งเสียดายทรัพย์สินที่สูญเสียไป จึงทำให้ใจไม่หมองไม่ใส ตายแล้วก็เลยไปเป็นภุมเทวาวนเวียนอยู่ที่คฤหาสน์หลังเก่าและก็แวะวนเวียนมาหาตัวลูกและลูกสาว ไปมาระหว่าง ๒ แห่ง ได้รับบุญที่อุทิศไปให้แล้ว ก็ทำให้กายละเอียดของเขาสว่างขึ้น ดีขึ้นกว่าเดิม ให้ทำบุญอุทิศไปให้อีกบ่อย ๆ ก็จะทำให้เขาไปอยู่ในภพภูมิที่สูงขึ้นจ้ะ ๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙ --------------------------------------- ๒๕ ทุกอย่างเผลอเป็นเสร็จ (ตอน ๑) หมอปุ้ย เริ่มเข้าวัดเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ด้วยการชักชวนของพี่สาว จนเข้าใจ ความจริงของชีวิตและการสร้างบารมี ตัวเธอจึงได้ตั้งใจทำบุญทุกๆ บุญอย่างเต็มที่เต็มกำลัง ทั้งๆ ที่เพิ่งเข้ามาวัดได้ ๙ ปี เธอก็ลุยสั่งสมบุญอย่างเต็มที่เต็มกำลัง โดยเฉพาะบุญหล่อรูปเหมือนพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ด้วยทองคำ ซึ่งตัวเธอทำด้วยชีวิตเลย คือ ขายคลินิกซึ่งเป็นที่ทำมาหากินเพื่อเลี้ยงชีพของเธอและสมาชิกในครอบครัว แต่เธอขายเพื่อนำเงิน มาร่วมบุญทองคำได้ถึง ๑ กิโลกรัม นอกจากนั้นตัวเธอยังได้อาสามารับบุญทำฟันให้กับพระภิกษุที่สหคลินิกรัตน เวชของวัดพระธรรมกาย และก็รักษาพระภิกษุอาพาธที่มารักษาที่คลินิกของเธอฟรีอีกด้วย แต่ในขณะที่เธอกำลังสร้างบารมีอย่างสนุกสนานอย่างต่อเนื่อง อยู่ ๆ ก็มีอาการเหนื่อยหอบ พอเธอไปตรวจสุขภาพจึงได้ทราบว่า เธอเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง เมื่อทราบเช่นนั้นตัวเธอก็เร่งขวนขวายในกำรสั่งสมบุญอย่างต่อเนื่อง จวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต รวมอายุ ๓๘ ปี คำถามข้อที่ ๑ หมอปุ้ยตายแล้วไปไหนมีข้อความอะไรฝากมาถึงหรือไม่ครับ คุณครูไม่ใหญ่ ในช่วงที่อาการป่วยของเธอเริ่มกำเริบหนักแล้วตัวเธอเองก็นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เธอมีความกังวลอยู่ภายในใจลึก ๆ ว่า ถ้าเธอเป็นอะไรไปจริง ๆ เธอจะได้กลับไปดุสิตบุรีหรือเปล่า นี่คือความกังวลใจลึก ๆ สำหรับช่วงสุดท้ายของชีวิตของผู้ที่รู้เป้าหมายของชีวิต และรู้ว่าควรจะไปพักกลางทางที่ไหน ที่เธอเกิดความกังวลใจเช่นนี้ ก็เป็นเพราะเธอรู้สึกว่า ตัวเธอเพิ่งเข้าวัดมาได้ไม่นาน แค่ ๙ ปี (เริ่มเข้าวัดปี พ.ศ. ๒๕๔๖) อีกทั้งกว่าที่เธอจะเข้าใจเรื่องการสั่งสมบุญสร้างบารมีเพื่อไปที่สุดแห่งธรรมแบบลึกซึ้ง ก็หลังจากที่เธอเข้าวัดมาได้สักพักใหญ่แล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงเป็นผลทำให้ตัวเธอไม่มั่นใจเลยว่า กำลังบุญของเธอจะเพียงพอที่จะทำให้เธอได้กลับดุสิตบุรีหรือไม่ ด้วยความกังวลใจดังกล่าวนี้เองจึงกลายเป็นแรงผลักดันพลังบวก ที่ทำให้เธอพยายามนึกถึงบุญทุกๆ บุญ รวมทั้งนึกถึงภาพของมหาปูชนียาจารย์ที่เธอเคารพรักอย่างสูงสุด พร้อมกับอธิษฐานจิตตอกย้ำซ้ำ ๆ ในทุก ๆ ครั้งที่เธอรู้สึกเจ็บปวด หรือยังพอมีสติรู้ตัวในทำนองที่ว่า “ถ้าหากเธอ เป็นอะไรไปจริง ๆ ขอบารมีธรรมของมหาปูชนียาจารย์ทุก ๆ ท่าน และบุญทุก ๆ บุญที่เธอทำจงช่วยให้เธอได้กลับดุสิตบุรีด้วยเถิด” และก่อนหน้าที่เธอจะหมดสติลงไปแบบถาวร เธอเหมือนจะรู้อาการของตัวเธอเองดีว่า นี่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายที่เธอจะได้นึกถึงบุญ ด้วยเหตุนี้เธอจึงพยายามฝืนใจสกัดกั้นข่มความรู้สึกเจ็บปวดเอาไว้ แล้วก็นึกถึงภาพของมหาปูชนียาจารย์ท่านใดท่านหนึ่งที่นึกออกก็นึกก่อน รวมถึงพยายามนึกถึงบุญทุก ๆ บุญที่เธอรู้สึก ปลื้มอย่างช้า ๆ เท่าที่สติของเธอพอจะนึกถึงได้ในตอนนั้น ยกตัวอย่างเช่น บุญที่เธอได้ถวายการรักษาโรคทางช่องปากแก่ภิกษุผู้อาพาธที่คลินิกของเธอโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น บุญที่เธอตัดใจขายคลินิกทำฟันของตัวเอง เพื่อนำเงินมาหล่อรูปเหมือนทองคำพระเดชพระคุณหลวงปู่เป็นจำนวน ๑ กิโลกรัม สองบุญนี้ถือเป็นบุญหลักที่เธอนึกได้แจ่มชัดที่สุด นอกจากนั้นยังมีบุญอื่นๆ ที่เธอได้ตั้งใจสั่งสมเอาไว้อย่างดีแล้วกับหมู่คณะ เช่น บุญจากการชวนคนบวช หรือบุญจากการเปิดบ้านกัลยาณมิตรให้คนมาปฏิบัติธรรม รวมถึงบุญบวชสามเณรลูกชาย และบุญอื่นๆ อีกมากมาย เป็นต้น ในระหว่างที่เธอกำลังนึกถึงบุญอยู่นั้น เธอก็จะอธิษฐานจิตตอกย้ำอยู่ภายในใจสั้น ๆ อย่างมุ่งมั่น แล้วก็แน่วแน่ว่า “ขอให้เธอได้กลับดุสิตบุรี” “ขอให้เธอได้กลับดุสิตบุรี” และ “ขอให้เธอได้กลับดุสิตบุรี” เธออธิษฐานจิตตอกย้ำซ้ำ ๆ เช่นนี้อยู่หลายครั้ง จนกระทั่งสติสุดท้ายของเธอได้หมดลง คือยังไม่ถึงกับตาย แต่สภาวะร่างกายโดยเฉพาะสมองไม่ตอบสนองกับสิ่งใดแล้วเท่านั้น ในทันทีที่สติสุดท้ายของเธอหมดลง ความรู้สึกทั้งมวลของกายหยาบก็พลันหมดลงตามไปด้วย คือในช่วงนั้น เห็น จำ คิด รู้ และช่องทางรับรู้ของกายมนุษย์หยาบซึ่งก็คืออายตนะภายในทั้ง ๖ ไม่เนื่องถึงกันแล้ว เพราะเห็น จำ คิด รู้ ของเธอถูกดวงเจ็บและดวงตาย หุ้มเคลือบจนแน่น เป็นผลทำให้อายตนะ ภายในทั้ง ๖ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ เหมือนถูกฟรีซ หรือหยุดการเชื่อมต่อ แต่ทว่า ณ ศูนย์กลางกายของเธอในขณะนั้นกลับสว่างไสวผ่องใสยิ่งกว่าคนปกติหลาย ๆ คนที่ยังมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนเสียอีก ส่วนสาเหตุที่ทำให้ใจของเธอผ่องใสสว่างไสวทั้งๆ ที่เธอหมดสติอย่างถาวรไปแล้วนั้น ทั้งนี้ก็เป็นเพราะนับตั้งแต่วันที่เธอรู้ตัวว่า ตัวเองป่วยเป็นโรคมะเร็ง เธอก็ได้เตรียมความ พร้อมด้วยการตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาท อีกทั้งเธอยังตั้งใจสั่งสมบุญสร้างบารมีอย่างเต็มที่เต็มกำลังแบบเอาชีวิตเป็นเดิมพันสวนกระแสโรคภัยไข้เจ็บที่เธอกำลังเป็นอยู่ การตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาท คือ ใจของเธอจะอยู่กับเนื้อกับตัว ไม่เกาะ ไม่เกี่ยว ไม่เหนี่ยว ไม่รั้ง กับเรื่องราวอะไรต่าง ๆ ที่จะทำให้ใจเธอหมอง หรือขุ่นมัว หรือฟุ้งซ่าน หรือไร้พลังงานแห่งความบริสุทธิ์ ใจของเธอจะวนเวียนอยู่กับเรื่องบุญทุก ๆ บุญที่เธอสั่งสมมา โดยมีบุญหลัก ๒ บุญ และบุญอื่น ๆ ดังกล่าว หรือแม้แต่ในช่วงที่สภาพร่างกายของเธอเริ่มถดถอย จนต้องมานอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล คือตั้งแต่อยู่ที่บ้าน หรืออยู่ที่ไหนก็ตาม เธอก็ได้ใช้ความพยายามในการอดทนอดกลั้นต่อสู้กับความเจ็บปวดอันเกิดจากโรคมะเร็งที่เธอกำลังเป็นอยู่ ด้วยอาการเอาใจเกาะเกี่ยวอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ พร้อมกับนึกถึงบุญอยู่ตลอดเวลา คือ ใจจะไม่เกาะ ไม่เกี่ยว ไม่เหนี่ยว ไม่รั้ง เรื่องภายนอกเลย ใจจะมาอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานบวก เธอนึกเสมอว่า เธอต้องสู้ด้วยบุญ ด้วยการดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท ซึ่งที่จริงก็เป็นปัจฉิมโอวาทของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา แต่ผู้ที่จะเข้าใจตรงนี้ก็ไม่ใช่ง่ายเหมือนกัน ที่จะละชั่ว ทำดี ทำใจให้ผ่องใส ไม่เกาะ ไม่เกี่ยว ไม่เหนี่ยว ไม่รั้งสิ่งที่ไม่ดีเลย ใจอยู่กับเนื้อกับตัวที่ตั้งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ให้ใจหยุดนิ่งถึงจะเรียกว่า ไม่ประมาท เมื่อวาระสุดท้ายของเธอมาถึง ด้วยความที่เธอเป็นผู้ไม่ประมาท หมั่นนึกถึงบุญ ทุก ๆ บุญที่เธอได้ทุ่มเททำเอาไว้อย่างเต็มที่เต็มกำลังในสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่ด้วยความปลื้มปีติใจ ในช่วงที่ยังแข็งแรง ซึ่งจุดนี้ถือเป็นประเด็นหลัก รวมถึงนึกถึงภาพของมหาปูชนียาจารย์และอธิษฐานจิตตอกย้ำซ้ำ ๆ อย่างแน่วแน่อยู่เสมอ โดยเฉพาะในช่วงก่อนที่สติสุดท้ายของเธอจะหมดลงว่า “ขอให้เธอได้กลับดุสิตบุรี” “ขอให้เธอได้กลับดุสิตบุรี” และ “ขอให้เธอได้กลับดุสิตบุรี” ตั้งเป้าหมายแน่วแน่ ไม่ไปที่ไหน ไม่ไปชั้น ๑ ชั้น ๒ จะไปดุสิตบุรี ชั้น ๔ อย่างเดียว จึงส่งผลทำให้ในทันทีที่ลมหายใจเฮือกสุดท้ายของเธอหมดลง ผลบุญที่เธอสั่งสมเอาไว้อย่างเต็ม ที่เต็มกำลังและทำอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ไม่ว่าจะเป็นบุญที่เธอตัดใจขายคลินิกทำฟันของตัวเองเพื่อนำเงินมาหล่อรูปเหมือนทองคำพระเดชพระคุณหลวงปู่ ๑ กิโลกรัม คือถ้าเป็นคนที่มีฐานะดี ก็ไม่ถือเป็นเรื่องใหญ่ แต่นี่หมายถึงชีวิตของเธอและของครอบครัว ถือว่าเป็นเรื่องยิ่งใหญ่สำหรับเธอ ซึ่งเธอนึกเมื่อไรก็ปลื้ม หรือบุญที่เธอได้ถวายการรักษาโรคทางช่องปากแก่ภิกษุผู้อาพาธโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น รวมถึงบุญอื่นๆ อีกหลาย ๆ บุญที่เธอได้ตั้งใจสั่งสมเอาไว้อย่างดีแล้วกับหมู่คณะ เช่น บุญจากการชวนคนบวช หรือบุญจากการเปิดบ้านกัลยาณมิตร หรือบุญบวชสามเณรลูกชาย เป็นต้น บุญทุก ๆ บุญดังกล่าวก็ได้มาประมวลรวมกันส่งผลจนทำให้เธอได้กลับไปแวะพักกลางทางที่ดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตบรมโพธิสัตว์ สมดังความปรารถนาที่เธอได้ตั้งใจเอาไว้ได้ โดยเธอได้ไปบังเกิดเป็นเทพธิดาสุดสวยโสภา ด้วยอาการเหมือนหลับแล้วตื่นขึ้นอยู่กลางวิมานที่มีลักษณะเป็นรูปทรงดอกบัวที่ทำด้วยแก้วผลึกเหลือบรุ้ง ทองแก้ว และประดับประดาไปด้วยรัตนชาติที่สวยสดงดงามวิจิตรตระการตา อยู่ในเขตกองเสบียง โซนกลางๆ ๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๖ --------------------------------------- ๒๖ ทุกอย่างเผลอเป็นเสร็จ (ตอน ๒) คำถามข้อที่ ๒ บุพกรรมใดทำให้หมอปุ้ย เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองครับ คุณครูไม่ใหญ่ สำหรับบุพกรรมที่ทำให้เธอเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ทั้งนี้ก็เป็นเพราะวิบากกรรมปาณาติบาตจากการที่เธอมีส่วน ทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตโดยไม่เจตนาในภพชาติก่อน ๆ คือ ย้อนไปอีก ๓ ชาติ หลังจากภพชาติปัจจุบันนี้ ได้ช่องตามมาส่งผล เรื่องราวมีอยู่ว่า ในภพชาติดังกล่าว ซึ่งหมู่คณะของเราก็ได้ลงมาเกิดสร้างบารมีด้วย เธอได้เกิดเป็นแม่หญิงน้ำใจงาม อยู่ในครอบครัวที่มีฐานะค่อนข้างดี นับถือพระพุทธศาสนา ด้วยเหตุที่เธอเกิดอยู่ในช่วงที่พระพุทธศาสนากำลังเจริญรุ่งเรืองและอยู่ในครอบครัวที่อบอุ่น จึงทำให้เธอเป็นคนใจบุญ ชอบช่วยเหลือผู้อื่นมาตั้งแต่เด็ก เมื่อเธอเติบใหญ่ขึ้น ด้วยความที่เธอเป็นคนที่มีอัธยาศัยชอบช่วยเหลือคนอื่นมาตั้งแต่เด็ก จึงทำให้เธอได้เลือกเรียนหมอที่สถาบันทางการแพทย์แห่งหนึ่ง เมื่อเธอเรียนจบหลักสูตรแล้วก็ได้เป็นหมอรักษาโรคทั่วไปสมดังความตั้งใจของเธอ ภายหลังจากที่เธอเป็นหมอรักษาคนไข้ อยู่ที่ศูนย์รักษาผู้ป่วยแห่งหนึ่งแล้ว ตัวเธอก็ได้ตั้งใจรักษาคนไข้ทุกๆ คนเป็นอย่างดี และด้วยความที่เธอดูแลเอาใจใส่คนไข้เป็นอย่างดี โดยทำหน้าที่อย่างไม่ขาดตกบกพร่องเลย จึงทำให้ชื่อเสียงของเธอดังกระฉ่อนไปทั่วทั้งเมือง ในแต่ละวันจึงมีคนไข้แห่มาจองคิวเพื่อให้เธอรักษาโรคกันเป็นจำนวนมาก ด้วยความที่ในแต่ละวันมีคนไข้แห่มา จองคิวรักษากับเธอเยอะมาก ๆ จึงทำให้ เธอไม่ค่อยมีเวลาได้พักผ่อน จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง ในขณะที่เธอกำลังตรวจอาการ คนไข้รายหนึ่งซึ่งมีอาการป่วยค่อนข้างหนัก ด้วยความเหน็ดเหนื่อยที่ถูกสั่งสมมา จึงทำให้เธอเกิดอาการมึนตึ้บ เพราะความเหน็ดเหนื่อยและรู้สึกอ่อนเพลียเป็นอย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้เธอผ่านการรักษาคนไข้มาเกือบทั้งวัน ด้วยความอ่อนเพลียเป็นเหตุบวกกับในตอนนั้นยังมีคนไข้รายอื่นรอตรวจอยู่จึงทำให้เธอรีบตรวจเช็คอาการคนไข้รายนี้แบบผ่านๆ ไม่ได้ตรวจเช็คอาการอย่างละเอียดเหมือนอย่างที่เธอเคยทำผ่านมา คือแค่ตรวจเช็คอาการและวินิจฉัยโรคด้วยการดูจากลักษณะภายนอกของคนไข้เท่านั้น ด้วยความที่เธอเห็นว่า อาการภายนอกของคนไข้รายนี้แลดูคล้ายกับคนที่ป่วยเป็นโรคหวัดทั่วๆ ไป คือ มีอาการเซื่องซึม อ่อนเพลีย หน้าซีด ตัวร้อนเหมือนจะเป็นไข้ เป็นต้น จึงทำให้เธอบอกกับคนไข้รายนี้ไปว่า “คุณไม่เป็นอะไรมากหรอก” ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว คนไข้รายนี้มีอาการป่วยค่อนข้างหนักกว่าที่เธอคิดเอาไว้มาก ภายหลังจากที่คนไข้รายนี้เชื่อในคำวินิจฉัยโรคของเธอ เขาจึงกลับไปนอนพักผ่อน รักษาตัวอยู่ที่บ้าน แต่ทว่าหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน อาการป่วยของคนไข้รายนี้กลับทรุดหนักลงไปกว่าเดิมมาก เมื่อคนไข้รายนี้ถูกนำตัวมาให้เธอตรวจอาการอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง เธอจึงรู้ว่าคนไข้รายนี้ป่วยหนักกว่าที่เธอคิดเอาไว้ในตอนแรกมาก ถึงแม้ในครั้งนี้เธอ จะตรวจพบอาการที่แท้จริงของโรคแล้วก็ตาม แต่ด้วยความที่เชื้อโรคได้แพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรุนแรงจนยากที่จะเยียวยา ประมาณว่าต่อให้มีหมอเทวดามารักษา หรือมีสุดยอดยามาให้กินก็ไม่มีทางรอด เพราะเชื้อได้ลุกลามไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นบริเวณปอด ต่อมน้ำเหลือง หรือระบบทางเดินหายใจ เป็นต้น สุดท้ายคนไข้ก็ได้เสียชีวิตลงด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรงในที่สุด ถ้าจะว่าไปตามความเป็นจริงแล้ว หากในวันนั้นเธอตั้งใจตรวจดูอาการของคนไข้รายนี้อย่างละเอียดตั้งแต่แรก เชื้อโรคก็จะไม่แพร่กระจายเข้าสู่ระบบเลือด อีกทั้งคนไข้รายนี้ก็อาจจะมีสิทธิ์รอดแล้วก็ไม่ต้องมาจบชีวิตลงด้วยอาการแบบนี้ เพราะโรคที่คนไข้รายนี้เป็นนั้น เดิมทีก็เป็นโรคติดเชื้อที่สามารถรักษาให้หายได้ ถ้าหากได้รับการตรวจอย่างละเอียดและรักษาอย่างถูกต้อง ด้วยวิบากกรรมในภพชาติดังกล่าวนี้เอง คือวิบากกรรมที่เธอวินิจฉัยโรคและตรวจอาการคนไข้แบบผ่าน ๆ จนเป็นเหตุทำให้คนไข้เสียชีวิตด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง เพราะเชื้อได้ลุกลามไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นบริเวณปอด ต่อมน้ำเหลือง หรือระบบทางเดินหายใจ เป็นต้น จึงส่งผลทำให้นับตั้งแต่ในภพชาตินั้นเป็นต้นมา วิบากกรรมนั้นก็ติดตามเธอเรื่อยมาจนถึงในภพชาติปัจจุบัน ถ้านับก็ ๓ ชาติแล้ว ที่เธอถูกวิบากกรรมดังกล่าวมาตัดรอน ทำให้เธอมีอายุขัยที่สั้นกว่าอายุขัยเฉลี่ยของคนในยุคนั้น ๆ คือ ทำให้เธอต้องมาป่วยเป็นโรคที่เกี่ยวกับระบบเลือด หรือมีปัญหาเกี่ยวกับอวัยวะภายใน ไม่ว่าจะเป็นปอด หรือต่อมน้ำเหลืองเป็นต้น และนี่แหละคือสาเหตุหรือบุพกรรมที่ทำให้เธอต้องมาป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองบริเวณปอด แล้วลุกลามไปตามส่วนต่างๆ อย่างในภพชาติปัจจุบันนี้ มาถึงตรงนี้ ขอขยายความเรื่องความแตกต่างของวิบากกรรมที่ตั้งใจฆ่าคนโดยเจตนากับวิบากกรรมที่ทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตโดยไม่เจตนา ว่าให้ผลแตกต่างกันอย่างไรอีกสักนิด สำหรับวิบากกรรมปาณาติบาตที่ทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตโดยไม่เจตนาในลักษณะคล้าย ๆ กับเคสนี้นั้น แม้ผลจะมีกำลังมาก อย่างที่พวกเราได้ทราบกันไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ มากเท่ากับผลของวิบากกรรมปาณาติบาต ที่เกิดจากการตั้งใจฆ่าคนโดยเจตนา เพราะฉะนั้นเวลาที่วิบากกรรมฆ่าคนโดยไม่เจตนาส่งผล ผลของมันจึงไม่เร็วแรงเท่า ยกตัวอย่าง เช่น วิบากกรรมที่ตั้งใจฆ่าคนโดยเจตนา จะส่งผลทำให้เสียชีวิตแบบทันทีทันใด แต่ถ้าหากไม่เจตนาก็จะค่อย ๆ ส่งผล หรือยืดเวลาออกไปแต่ผลสุดท้ายก็เสียชีวิตเหมือนกัน เป็นต้น ในภพชาติเดียวกันนั้นเอง ภายหลังจากที่เธอรู้ตัวว่า เธอมีส่วนในการตายของคนไข้รายนี้เธอก็รู้สึกเสียใจและทุกข์ใจเป็นอย่างมาก และด้วยความที่เธอรู้สึกว่าการตายของคนไข้รายนี้มันคือตราบาปในใจของเธอ เธอจึงหาทางออกด้วยการเข้าวัดทำบุญและอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลส่งไปให้กับคนไข้รายนั้นอยู่บ่อย ๆ และจากวิกฤตชีวิตของเธอในครั้งนี้ก็ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอได้มาเจอและได้มา ร่วมสร้างบารมีกับหมู่คณะในภพชาตินั้น ซึ่งคนที่ทำหน้าที่กัลยาณมิตรชักชวนให้เธอได้มาร่วมสร้างบารมีกับหมู่คณะในภพชาตินั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน บุคคลท่านนั้นก็คือเพื่อนสาวคนสนิทของเธอในภพชาตินั้น หรือพี่สาวที่แสนดีของเธอในภพชาติปัจจุบันนี้นั่นเอง เมื่อเพื่อนสนิทของเธอ ซึ่งก็คือพี่สาวของเธอในภพชาติปัจจุบันนี้ ได้ชักชวนเธอมาสั่งสมบุญที่วัดของหมู่คณะ ความศรัทธาก็พลันบังเกิดขึ้นในทันทีที่เธอได้ฟังธรรมและปฏิบัติธรรมร่วมกับมหาปูชนียาจารย์ในยุคสมัยนั้น เมื่อเธอได้มาเจอหนทางสว่างและเริ่มรู้เรื่องราวความเป็นจริงของชีวิตแล้ว จึงทำให้หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา เธอก็มุ่งมั่นตั้งใจในการ สั่งสมบุญสร้างบารมีกับหมู่คณะอย่างเต็มที่เต็มกำลังเรื่อยมา เมื่อเธอมีโอกาสได้มาสั่งสมบุญที่วัดบ่อยเข้า จึงทำให้เธอได้มาพบกับตัวลูกในภพชาตินั้น หรือพระพ่อของลูกชายทั้งสองคนในภพชาติปัจจุบัน ซึ่งเป็นผู้ส่งเคสนี้มา ซึ่ง ณ ช่วงเวลานั้นตัวลูกได้ออกบวชเป็นพระภิกษุแล้ว และทุกครั้งที่เจอกัน ตัวลูกก็จะเล่าธรรมะและคอยชี้แนะแนวทางในการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องให้กับเธอ ภายหลังจากที่เธอได้ฟังธรรมหรือได้ข้อคิดจากตัวลูกแล้ว ความทุกข์ใจในเรื่องที่เธอมีส่วนทำให้คนไข้ต้องตาย ซึ่งมันยังคงฝังแน่นและเป็นตราบาปอยู่ภายในใจของเธอก็ค่อย ๆ คลายตัวลงไป นอกจากนี้ตัวลูกก็จะคอยเล่าธรรมะหรือให้ข้อคิดในการดำเนินชีวิตให้กับเธอแล้ว ตัวลูกยังคอยประคับประคองและคอยให้กำลังใจในยามที่เธอทุกข์ใจ หรือมีปัญหาชีวิตอีกด้วย พูดง่ายๆ ว่าในภพชาตินั้น ตัวลูกก็เหมือนกับเป็นพระอาจารย์ประจำตัวของเธอนั่นเอง และด้วยความผูกพันและความเกื้อกูลที่มีต่อกันมาข้ามภพข้ามชาติ จึงทำให้ในภพชาติปัจจุบันนี้ ตัวลูก ตัวเธอและพี่สาวของเธอใน ภพชาติปัจจุบันนี้ จึงได้เกิดมาเจอกัน และก็ได้มาสั่งสมบุญสร้างบารมีร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง ๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๖ --------------------------------------- ๒๗ ทุกอย่างเผลอเป็นเสร็จ (ตอน ๓) คำถามข้อที่ ๓ หมอปุ้ยรวมถึงตัวลูกที่ส่งเรื่องมา เคยสร้างบารมีร่วมกับหมู่คณะมาอย่างไร คุณครูไม่ใหญ่ ในพุทธันดรที่ผ่านมา เธอได้เกิดเป็นธิดาหน้าตาดี๋ คือสุดยอดของดี ดี ดี่ ดี้ ดี๊ ดี๋ หรือพูดง่ายๆ ว่า “สวย” อยู่ในครอบครัวคหบดีที่มีฐานะค่อนข้างร่ำรวย และนับถือพระพุทธศาสนา ครอบครัวของเธอนั้นได้ตั้งอยู่ในเขตหัวเมืองปริมณฑล หรือเมืองที่มีอาณาเขตติดกับเมืองหลวงของแคว้น เมื่อกาลเวลาผ่านไป จนเธอเริ่มเข้าสู่วัยทำงาน ถ้าเทียบกับอายุมนุษย์ในยุคปัจจุบันก็ประมาณ ๒๐ ต้น ๆ เธอก็ได้ช่วยดูแลธุรกิจ การงานของครอบครัว ซึ่งเปิดเป็นร้านค้าขนาดใหญ่ที่ขายเครื่องอุปโภคบริโภค ด้วยความที่เธอเกิดอยู่ในครอบครัวที่มีฐานะค่อนข้างร่ำรวย อีกทั้งในช่วงที่เธอลงมาเกิดนั้นเป็นช่วงที่พระพุทธศาสนาวิชชาธรรมกายเริ่มแผ่ขยายออกไปตามเขตหัวเมือง และตามแคว้นต่าง ๆ แล้ว ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เธอถูกปลูกฝังให้เป็นคนที่ชอบเข้าวัดทำบุญตั้งแต่เด็ก ๆ ทุกๆ เช้าเธอจะตื่นมาทำบุญใส่บาตร พร้อมกับครอบครัวอยู่เสมอ ๆ หรือช่วงไหนที่เธอพอมีเวลา เธอก็มักจะหาโอกาสไปทำบุญถวายภัตตาหารที่วัดในละแวกบ้าน เป็นประจำสม่ำเสมอ ด้วยความที่เธอมีอุปนิสัยชอบทำบุญเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว จึงทำให้เธอปวารณาขอเป็นอุปัฏฐายิกาให้กับพระภิกษุสามเณรในทุก ๆ วัดที่เธอเคยไปทำบุญ ยามใดก็ตามที่เธอรู้ว่า พระภิกษุสามเณรรูปไหนขาดเหลือสิ่งใดในทุก ๆ วัด หรือกำลังป่วยเป็นอะไร เธอก็จะเป็นเจ้าภาพในการถวายข้าวของเครื่องใช้ที่เหมาะแก่สมณะบริโภค หรือเป็นเจ้าภาพในการออกค่ารักษา พยาบาลให้กับพระภิกษุสามเณรรูปนั้น ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นคนที่ชอบทำบุญถึง ขนาดปวารณาเป็นอุปัฏฐายิกา ให้กับพระภิกษุสามเณรในทุก ๆ วัด ที่เธอเคยไปทำบุญก็ตาม แต่ด้วยความที่ในช่วงแรก ๆ ที่เธอได้มาเจอกับหมู่คณะใหม่ ๆ เธอยังไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการฟังธรรมหรือนั่งสมาธิ หรือพูดง่าย ๆ ว่า ชอบทำทานแต่ไม่ชอบนั่งธรรมะ จึงทำให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องเป้าหมายชีวิตว่า แท้ที่จริงแล้วเราเกิดมาทำไม เลยยังมีความเข้าใจในเรื่องนี้ไม่มากนัก หรือถ้ามีก็เพียงแค่ความรู้ระดับทั่วไป ประมาณว่าทุกคนควรทำบุญ เพราะทำแล้วจะได้ขึ้นสวรรค์ หรือทำแล้วชีวิต จะมีความสุขสมปรารถนา เป็นต้น คล้าย ๆ กับชาวพุทธในยุคปัจจุบันที่ชอบเข้าวัดทำบุญแบบเธอก็มีอยู่เยอะ คือ ชอบทำบุญทำทาน บอกให้ทำอะไรทำหมด แต่พอบอกให้ไปฟังธรรมหรือให้ไปนั่งสมาธิ ซึ่งถือเป็นบุญละเอียด เป็นบุญสำคัญ และมีกำลังมาก กลับเดินหนี ไม่ค่อยชอบทำกัน จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง ระหว่างที่เธอกำลังรอใส่บาตรพระพร้อมกับครอบครัว เหมือนปกติที่เธอเคยทำทุกวัน กลุ่มคณะสงฆ์ก็ได้เดินมาถึงบริเวณหน้าบ้านของเธอ ในขณะที่เธอกำลังหยิบของใส่บาตรอยู่นั้น สายตาก็ได้เหลือบไปเห็นพระภิกษุหนุ่มรูปงามรูปหนึ่งที่ยืนอยู่ท้ายแถว ซึ่งเธอไม่เคยเห็นหน้าพระภิกษุหนุ่มรูปนี้มาก่อนเลย ทั้งๆ ที่เธอก็ไปทำบุญที่วัดเป็นประจำ ในแวบแรกที่เธอได้เห็นหน้าพระภิกษุหนุ่มรูปนี้ ด้วยความเกื้อกูลและความผูกพันที่เคยมีให้กันมาข้ามภพข้ามชาติและก็หลายภพหลายชาติ จึงทำให้เธอรู้สึกคุ้นเคยกับพระภิกษุหนุ่มท้ายแถวรูปนี้อย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่าเธอเคยเจอหรือรู้จักกับพระภิกษุหนุ่มรูปนี้มาก่อน เมื่อกลุ่มคณะสงฆ์เดินคล้อยหลังไปแล้ว เธอก็ได้สอบถามข้อมูลจากคนในครอบครัวในทำนองที่ว่า พระภิกษุรูปที่อยู่ท้ายแถวเป็นใคร ทำไมเธอถึงไม่เคยเห็นหน้าท่านมาก่อน แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครให้คำตอบกับเธอได้เพราะต่างคนต่างก็ไม่รู้ ด้วยความที่เธอยังคงคาใจในการปรากฏตัวของพระภิกษุหนุ่มรูปนี้ ในช่วงเพลของวันเดียวกันนั้นเองเธอจึงได้จัดเตรียมภัตตาหารเพลไปถวายแด่คณะพระภิกษุสงฆ์เพื่อที่เธอจะได้ถือเอาโอกาสนี้ไปสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับพระภิกษุหนุ่มรูปนี้ เมื่อเธอเดินทางไปถึงที่วัด เธอก็ได้กวาดสายตาสำรวจไปรอบ ๆ อาสน์สงฆ์ เพื่อมองหาพระภิกษุหนุ่มรูปนี้ว่านั่งอยู่ที่ไหน ทันทีที่เธอมองเห็นพระภิกษุหนุ่มรูปนี้นั่งอยู่บริเวณท้ายแถวของอาสน์สงฆ์ เธอก็ได้นำภัตตาหารที่เตรียมมามุ่งตรงไปถวายแด่พระภิกษุหนุ่มรูปนั้นทันที เมื่อคณะสงฆ์ฉันภัตตาหารและให้พรเสร็จแล้ว เธอก็รีบชิงช่วงในจังหวะนี้ เข้าไปสนทนาในทันที ซึ่งเธอก็ได้รับคำตอบจากพระภิกษุหนุ่มรูปนี้ในทำนองที่ว่า ตัวท่านเพิ่งออกบวชอยู่ที่วัดมาได้ไม่นาน เพราะครอบครัวของท่านอาศัยอยู่ที่เขตหัวเมืองแห่งนี้ ซึ่งการบวชในครั้งนี้ท่านมีความตั้งใจที่จะออกบวชสร้างบารมีไปจนตลอดชีวิต ภายหลังจากที่เธอได้รู้คำตอบจากพระภิกษุหนุ่มรูปนี้แล้ว ทั้งสองก็ได้สนทนาแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกันต่อไปอีกสักพักหนึ่ง และก่อนที่เธอจะขอตัวกลับบ้าน เธอก็ได้ปวารณาตัวขอเป็นอุปัฏฐายิกา เหมือนอย่างที่เธอเคยปวารณากับพระภิกษุรูปอื่น ๆ ในวัดที่เธอเคยไปทำบุญ เพียงแต่ครั้งนี้จะพิเศษและแตกต่างจากครั้งก่อน ๆ ตรงที่เธอรู้สึกถูกชะตาในตัวพระภิกษุหนุ่มรูปนี้อย่างบอกไม่ถูก ถ้าแค่บรรทัดนี้มันก็จะไม่ค่อยมีเรื่องราวอะไรให้เล่าต่อนะ แต่ทีนี้มันเป็นอย่างนี้สิจ๊ะ ซึ่งพระภิกษุหนุ่มรูปนี้ก็เกิดความรู้สึกคล้าย ๆ กับเธอเช่นเดียวกัน ด้วยเหตุนี้ก็เลยเป็นผลทำให้พระภิกษุหนุ่มรู้สึกประทับใจในอัธยาศัยและความ เป็นคนใจบุญของเธอ ไม่เพียงเท่านั้นยังแอบประทับใจในอากัปกิริยา รวมถึงรูปร่างหน้าตาของเธออีกด้วย ถ้าภาษาสมัยนี้ก็อารมณ์ประมาณว่า คนอะไรหน้าตาก็ดี๊ดี อัธยาศัยก็ดี๊ดี อายุก็ยังไม่มาก แล้วแถมยังใจบุญอีกด้วย คือรู้สึกชื่นชมแบบปกติทั่วไป ยังไม่ได้คิดในเชิงชู้สาว หลังจากนั้นทั้งเธอและพระภิกษุหนุ่มก็มีโอกาสได้พบเจอและสนทนากันอีกหลายครั้ง ซึ่งในทุก ๆ ครั้งที่ได้สนทนากัน ความสนิทสนมคุ้นเคยก็ได้พัฒนาเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง พระภิกษุหนุ่มก็ได้เกิดอาพาธกะทันหัน เมื่อเธอทราบข่าวก็รีบมาขอเป็นเจ้าภาพในการดูแลรักษาพยาบาลทันที และที่พิเศษกว่าทุก ๆ ครั้งและทุกๆ เคส ก็คือ ในครั้งนี้เธอได้แวะมาเยี่ยมเยียน และคอยดูแลอาการของพระภิกษุหนุ่มรูปนี้อย่างใกล้ชิด ชนิดที่เรียกว่า เอาใจใส่มากกว่าตอนอุปัฏฐากดูแลพระภิกษุรูปอื่นๆ ทั้งหมด ด้วยความใกล้ชิดของคนทั้งคู่นี้เป็นเหตุ อีกทั้งในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทั้งคู่ต่างก็มีความรู้สึกดีๆ ให้แก่กันตั้งแต่แรกเจอ เมื่อเป็นเช่นนี้ทั้งคู่จึงเผลอใจปล่อยให้กิเลสได้ช่องเข้าไปทำงานอยู่ภายในใจ พอใจไปเกาะ ไปเกี่ยว ไปเหนี่ยว ไปรั้ง ก็เปิดช่องให้กิเลสได้ช่องไป ทำงานอยู่ภายในใจ เมื่อกิเลสเข้าไปทำงานอยู่ภายในใจของคนทั้งคู่แล้ว กิเลสซึ่งพญามารสอดมานั้นลักษณะเป็นดวงดำ ๆ ก็ได้ขยายผลโดยเอาเชื้อหรือผังที่ทั้งคู่เคยใช้ชีวิตคู่ร่วมกันในหลายภพชาติก่อน ๆ โน้น ซึ่งยาวนานมากๆ ให้กลายเป็นภาพที่ติดตรึงอยู่ภายในใจของคนทั้งคู่ กล่าวคือ ถ้าหากย้อนอดีตก่อนพุทธันดร ที่ผ่านมาไปอีกไกลแสนไกลโน้น ก็มีอยู่หลายชาติที่ทั้งเธอและพระภิกษุหนุ่มรูปนี้เคยใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาก่อนตอนเป็นคฤหัสถ์ ดังนั้นเมื่อทั้งคู่ได้มาเจอกันอีกในพุทธันดรที่ผ่านมา ผังแห่งความผูกพันฉันท์คนรักจึงยังพอมีเชื้อให้กิเลสนำมาขยายผลอยู่ภายในใจของคนทั้งคู่ เพียงแต่ว่าของฝ่ายชายหรือฝ่ายพระภิกษุหนุ่มรูปนี้จะเจือจางและเบาบางกว่าของฝ่ายหญิง เพราะโดยส่วนใหญ่ในหลายภพชาติหลัง ๆ ก่อนพุทธันดรที่ผ่านมา ฝ่ายชายหรือพระภิกษุหนุ่มรูปนี้จะตั้งใจสั่งสมเนกขัมมบารมีหรือออกบวชสร้างบารมีมาโดยตลอด และด้วยเหตุที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จึงส่งผลทำให้ทั้งคู่ โดยเฉพาะฝ่ายหญิงเผลอใจเกิดมีจิตปฏิพัทธ์ หรือมีจิตที่คิดรักใคร่แบบชายหนุ่มหญิงสาวต่อกัน จากเรื่องดังกล่าวนี้ สอนให้เรารู้ว่า ทุกอย่าง...เผลอเป็นเสร็จ! ดังนั้นภายหลังจากที่พระภิกษุหนุ่มรูปนี้หายจากอาการป่วยแล้ว ด้วยความที่พระภิกษุหนุ่มปล่อยให้อำนาจกิเลสซึ่งก็คือความรักและความหลงเข้าครอบงำจิตใจ จึงทำให้ภายในใจของพระภิกษุหนุ่มนึกถึงแต่ภาพของการสึก ออกไปอยู่กินกับหญิงสาว คือทำให้เห็นแต่เพียงภาพดีด้านเดียว ซึ่งก็คือด้านที่พญามารเขาสอดมามีภาพเกิดขึ้นว่า ถ้าตัวเองสึกออกไปแล้ว ชีวิตคู่ของสองเราจะมีแต่ความหวานชื่น และเธอคนนี้จะนำมาซึ่งความสุขอันหอมหวาน สดชื่น เป็นต้น เมื่อภาพภายในใจวนเวียนแต่เรื่องราว แบบนี้มากเข้า ๆ ความกำหนัดยินดีในกาม ก็เลยคุกรุ่นอยู่ภายในใจ แล้วก็ไปบีบบังคับทำให้พระภิกษุหนุ่มรูปนี้ทนอยู่ในเพศภาวะอันประเสริฐนี้ไม่ไหว เพราะเห็นแต่ภาพสวยหรู ฝัน ๆ เฟื่อง ๆ เพียงด้านเดียว แต่ความจริง สิ่งที่คิดมักจะไม่ได้ แต่สิ่งที่ได้มักจะไม่ได้คิด ด้วยเหตุดังกล่าวนี้เอง จึงส่งผลทำให้พระภิกษุหนุ่มละจีวรเพื่อไปหาบังอร ยอม ละทิ้งมโนปณิธานที่จะออกบวชสร้างบารมีตามพระเถระไปจนตลอดชีวิต หรือพูดง่าย ๆ ก็คือตัดสินใจลาสิกขาออกมาขอเธอแต่งงานนั่นเอง ซึ่งเธอก็ได้ตอบตกลงด้วยความเต็มใจ แล้วก็ดีใจ ทั้ง ๆ ที่ครอบครัวของเธอ ซึ่งก็ถือว่า เป็นครอบครัวที่เข้าวัดกันทั้งบ้านต่างก็ไม่เห็น ด้วยและคัดค้านกับการตัดสินใจของคนทั้งคู่ แต่ด้วยความที่ทั้งคู่ต่างก็ปล่อยให้อารมณ์ อยู่เหนือความถูกต้อง คือต่างก็ปล่อยใจให้ อำนาจกิเลสซึ่งก็คือความรักและความหลง เข้าครอบงำจิตใจ จึงเป็นผลทำให้แม้จะมีเสียง คัดค้านจากผู้หลักผู้ใหญ่หรือคนในครอบครัว โดยเฉพาะของฝ่ายหญิง แต่ทั้งคู่ก็ don’t care ไม่สนใจ ยังคงยืนกรานที่จะแต่งงานอยู่กินกัน ฉันท์สามีภรรยาให้ได้ ผลจากการกระทำของทั้งคู่ในครั้งนี้ แม้ดูผิวเผินจะเป็นเรื่องปกติของคนที่ยังไม่หมดกิเลส แต่ถ้าพิจารณากันให้ลึกซึ้งตามหลักกฎแห่งกรรม และแง่มุมของนักสร้างบารมีที่มีเป้าหมายที่จะไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรม ก็ถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และไม่สมควรที่จะกระทำเป็น อย่างยิ่ง เพราะสิ่งเหล่านี้จะมีผลกระทบต่อ ชีวิตการสร้างบารมีของคนทั้งคู่ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นในภพชาติเดียวกันนั้น หรือในภพชาติต่อมา ซึ่งก็คือภพชาติปัจจุบันนี้ แล้วก็อาจจะ ตามส่งผลในภพชาติต่อๆ ไปอีกด้วย วิบากกรรมฝ่ายหญิง สำหรับผลกรรมที่ผู้หญิงคนไหนก็ตาม เกิดความคิดจนกระทั่งออกมาเป็นคำพูด แล้วก็ลงมือกระทำจนเป็นเหตุทำให้พระภิกษุรูปหนึ่ง จำต้องสึกออกมาจะมีกำลังมากหรือน้อย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่า o พระภิกษุรูปนั้นเป็นพระที่ประพฤติดีปฏิบัติชอบมากน้อยขนาดไหน o ท่านใช้ระยะเวลาในการออกบวชมายาวนานเท่าใด o และที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ พระภิกษุรูปนั้นมีมโนปณิธานในการบวชเป็นอย่างไร กรณีแรก ถ้าหากพระภิกษุเป็นพระที่ประพฤติดีปฏิบัติชอบ อีกทั้งมีมโนปณิธานที่จะออกบวชสร้างบารมีไปจนตลอดชีวิต แล้วเราเป็นต้นเหตุหรือมีส่วนทำให้พระภิกษุจำต้องสึกออกมา ไม่ว่าด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง ผลกรรมที่เกิดขึ้นก็จะมีกำลังแรงมาก ๆ เพราะเหมือนเราไปตัดรอนหนทางการสร้างบารมีของท่าน ซึ่งกว่าท่านจะสั่งสมเนกขัมมบารมีจนมีมโนปณิธานแบบนี้ได้ ท่านต้องผ่านความยากลำบาก และใช้ระยะเวลาในการสั่งสมบารมีมาอย่างยาวนาน ไม่เพียงเท่านั้น เรายังเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่า เป็นผู้ที่มีส่วนทำให้อายุของพระพุทธศาสนาสั้นลงอีกด้วย ซึ่งผลจากการกระทำดังกล่าวนี้ก็จะกลายเป็นกรรมที่มาตัดรอน ทำให้กำลังบุญทุกบุญ บารมี ๑๐ ทัศ ที่ตัวเราเคยสั่งสมเอาไว้อย่างเข้มแข็งด้วยความยากลำบากกว่าจะได้มาในอดีตชาติ อ่อนกำลังลง นอกจากนี้ถ้าเรามีวิบากกรรมหรือเศษกรรมที่มีกำลังเร็วแรงคอยตามส่งผลอยู่ ผลกรรมดังกล่าวนี้ก็จะไปดึงดูดเอาวิบากกรรม หรือเศษกรรมเหล่านั้นให้ตามมาส่งผลในแบบทันทีทันใดอีกด้วย คือ แทนที่จะส่งผลต่อไปอีกหลาย ๆ ชาติ ก็จะมาส่งผลปุ๊บปั๊บทันทีทันใด เราจะเห็นได้ว่า ผลของมันน่ากลัวขนาดไหน เพราะฉะนั้นใครรู้แล้วจงอย่าประพฤติ แม้เพียงแค่คิดก็ไม่ได้ เพราะทุกอย่างเผลอเป็นเสร็จ กว่าจะสร้างบารมีมาได้ยากลำบาก แล้วมาโดนตัดรอนอย่างนี้ มันน่าเสียดาย กรณีที่ ๒ ถ้าพระภิกษุรูปที่เราเป็นเหตุทำให้ท่านจำต้องสึกออกมา เป็นพระที่ยังไม่มีมโนปณิธานในการบวชสร้างบารมีที่แน่วแน่มั่นคง หรือยังไม่มีความคิดที่จะบวชสร้างบารมีไปจนตลอดชีวิต แต่ก็เป็นพระที่ตั้งใจบวช ตั้งใจฝึกตัว แล้วก็มีความคิดที่จะบวชต่อไปเรื่อย ๆ โดยยังไม่มีกำหนดสึก ผลกรรมที่เกิดขึ้นก็ยังถือว่ามีกำลังมาก แต่ก็ไม่มากเท่ากับกรณีแรก ส่วนว่าส่วนต่างในการส่งผลจะมีกำลังมากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับการตั้งใจฝึกตัวของพระภิกษุรูปนั้น ๆ ว่า ท่านเป็นพระที่ตั้งใจฝึกตัวมากน้อยแค่ไหน และท่านใช้ระยะเวลาในการบวชมายาวนานเท่าใด ถ้าตั้งใจฝึกตัวมากและบวชมายาวนาน ผลกรรมที่เกิดขึ้นก็จะมีกำลังมาก แต่ถ้าตั้งใจฝึกตัวมากแต่บวชมาได้ไม่นาน ผลกรรมที่เกิดขึ้นก็จะมีกำลังลดลงไปตามส่วน กรณีที่ ๓ ถ้าพระภิกษุรูปนั้นมีความตั้งใจที่จะสึกออกมาอยู่แล้ว หรือตั้งใจที่จะบวชเพียงแค่ช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น แล้วเราเป็นต้นเหตุทำให้ท่านจำต้องสึกออกมาก่อนกำหนด สมมติตั้งใจบวชสักหนึ่งพรรษา แต่ว่าออกมากลางพรรษา ผลกรรมที่เกิดขึ้นก็จะขึ้นอยู่กับเจตนาของเราเป็นหลักว่า เรามีเจตนาให้ท่านสึกออกมาเพื่อวัตถุประสงค์อะไร เป็นเพราะเหตุจำเป็น หรือเป็นเพราะความต้องการของตัวเรากันแน่ ถ้าเป็นเพราะเหตุจำเป็นจริง ๆ เช่น มาตามให้สึกเพราะเกิดปัญหาที่เจ้าตัวต้องออกไป เคลียร์ด้วยตัวของเขาเองเท่านั้น เป็นต้น เราก็จะไม่มีส่วนได้ส่วนเสียในกรรมตรงนี้ แต่ถ้าไม่มีเหตุจำเป็น แต่เป็นเพราะความต้องการของตัวเราเองอยากให้สึกออกมา ผลกรรมที่เกิดขึ้นก็จะมีกำลังมากในระดับหนึ่ง เพียงแต่กำลังในการส่งผลจะอยู่ในระดับของ เศษกรรม คือ ไม่ได้มีกำลังมากเหมือนอย่าง กรณีที่ ๑ และกรณีที่ ๒ ซึ่งมีกำลังส่งผลอยู่ในระดับของวิบากกรรม จากที่ครูไม่ใหญ่ยกผลกรรมของฝ่ายหญิงมาทั้งสามกรณี เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งที่นำมาขยายความให้พวกเราได้ฟังพอเข้าใจเท่านั้น เพราะในความเป็นจริงแล้ว ยังมีองค์ประกอบ และมีรายละเอียดปลีกย่อยในการส่งผลของกรรมประเภทนี้อีกเยอะแยะมากมาย ซึ่งถ้าจะลงรายละเอียดกันอย่างจริง ๆ มันจะยาวมาก แต่ที่แน่ๆ ใครก็ตามที่กำลังมีความคิด หรือกำลังจะลงมือกระทำกรรมในลักษณะแบบนี้ก็ขอให้กลับไปคิดทบทวนใหม่ให้ดี ๆ เพราะไม่เช่นนั้นเราอาจจะเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่า เป็นผู้ที่มีส่วนทำให้อายุของพระพุทธศาสนาสั้นลง ซึ่งผลกรรมที่เราจะได้รับมันไม่คุ้มกัน เราจะเห็นได้ว่า เรื่องราวของกฎแห่งกรรม เราจะละเลยหรือไม่ศึกษาไม่ได้ และถ้าเราจะสรุปผลกรรมดังกล่าวนี้ในพุทธันดรที่ผ่านมา ที่เธอดูเหมือนจะเป็นผู้เริ่มต้นในการสาน สายสัมพันธ์ที่เกินเลยก่อน คือเป็นฝ่ายที่พยายามเข้าไปทำความใกล้ชิดสนิทสนมจนเป็นเหตุทำให้พระภิกษุรูปหนึ่ง ซึ่งแต่เดิมมีความตั้งใจอยากที่จะสืบทอดอายุพระพุทธศาสนาด้วยการออกบวชสร้างบารมีไปจนตลอดชีวิต ต้องเปลี่ยนเป้าหมายในการออกบวชสร้างบารมีด้วยการสึกออกมาครองเรือน ก็ถือว่าเข้าข่ายในกรณีแรก เพียงแต่ผลกรรมที่เกิดขึ้นอาจจะไม่เข้มข้น มากถึงขนาดให้ผลเน็ต ๆ แบบเต็มร้อย ที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะว่าพระภิกษุรูปนี้เพิ่งออกบวชมาได้ไม่นาน ดังนั้นระดับความเข้มข้นในการส่งผลของกรรมก็จะหย่อนลงมาตามส่วน ถึงแม้กำลังจะหย่อนลงมา แต่ก็ยังถือว่าเป็นกรรมที่มีกำลังมากอยู่ดี คือไม่ถึงระดับเฮฟวี่เวท (heavyweight) แต่อยู่ระหว่างแบนตั้มเวท (bantamweight) และด้วยผลจากการกระทำดังกล่าวนี้ ก็ได้ถูกเซตจนกลายเป็นกรรมที่มาตัดรอน ทำให้กำลังบุญที่เธอเคยสั่งสมเอาไว้ด้วยความยากลำบากในอดีตชาติอ่อนกำลังลง ทำให้อะไรที่เธอควรจะได้ ก็อาจจะไม่ได้ หรือถ้าได้ก็ต้องใช้เวลามากกว่าที่ควรจะเป็นเป็นต้น เช่น ควรจะรวยพรุ่งนี้ ก็อาจจะยืดไปเป็น ๒๐ ปีข้างหน้า คือใช้เวลามากกว่า ในขณะเดียวกัน กรรมดังกล่าวก็จะคอยหาจังหวะหรือหาช่องไปดึงดูดเอาวิบากกรรมหรือเศษกรรมต่าง ๆ ที่เคยทำเอาไว้มาเข้าพวกคือ บุญก็จะดึงเรื่องบุญเข้ามา บาปก็จะดึงเรื่องบาปมา เหมือนฝูงนกเข้าฝูงนก ฝูงเนื้อเข้าฝูงเนื้อ ฝูงปลาเข้าฝูงปลา จะคอยหาจังหวะหาช่องเพื่อไปดึงดูดเอาวิบากกรรม หรือเศษกรรมต่างๆ ที่เธอเคยทำผิดทำพลาดเอาไว้ในอดีตชาติซึ่งมีกำลังที่แรงที่สุดให้มาส่งผลเร็วขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วน แล้วยิ่งเราเกิดมานับภพนับชาติไม่ถ้วน แล้วยังเป็นบ่าวเป็นทาสพญามารอยู่ เขาสอดอย่างนี้มาเรื่อย ๆ เลย กิเลสกรรม วิบากกรรมมากบ้างน้อยบ้าง ส่วนของกรรมบ้าง เศษของกรรมบ้างซึ่งมันกระจัดกระจายบ้าง แล้วเขาจะรวบรวมเอามาประมวลส่งผลอย่างนี้ ซึ่งกว่าเราจะได้บารมีมาแต่ละอย่างต้องยากลำบาก ต้องใช้เวลายาวนาน เอาแค่บารมีที่เราไปต้อนรับพระธุดงค์กว่าจะได้วิริยบารมี ขันติบารมี สัจจบารมี หรือบารมี อื่น ๆ จะเห็นได้ว่าเราต้องทุ่มเทหัวใจกันขนาดไหน ต้องอาบเหงื่อต่างน้ำ ต้องตากแดดจนผิวเข้มข้นขึ้น และอะไรต่างๆ อีกเยอะแยะ เป็นต้น ดังนั้นเมื่อเธอลงมาเกิดสร้างบารมีในภพชาติปัจจุบันนี้ ผลกรรมที่เธอเป็นต้นเหตุทำให้พระภิกษุหนุ่มรูปหนึ่ง ซึ่งแต่เดิมมีความตั้งใจอยากออกบวชสร้างบารมีไปจนตลอดชีวิต ต้องสึกออกมาครองเรือน ก็ได้ตามมาส่งผลและหาช่องเข้ามาตัดรอนตั้งแต่ตอนเธอลงมาเกิดแล้ว คือ ทำให้รูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติของเธอสมบูรณ์น้อยกว่าในภพชาติที่ผ่าน ๆ มา ซึ่งความจริงแล้วจะต้องสมบูรณ์กว่านี้ จะต้องมีรูปงามกว่านี้ แข็งแรงกว่านี้ อายุยืนกว่านี้ รวยกว่านี้ เฉลียวฉลาดกว่านี้ เป็นต้น มันก็เลยทอนลงมา นอกจากนั้นในช่วงเบื้องกลางของชีวิต วิบากกรรมดังกล่าวก็ได้ไปดึงดูดเอาวิบากกรรมปาณาติบาตในภพชาติก่อน ๆ ที่มีกำลังเร็วแรง ซึ่งก็คือภพชาติที่เธอเป็นหมอรักษาโรค แล้ววินิจฉัยโรคคนไข้แบบผ่าน ๆ จนเป็นเหตุทำให้คนไข้รายนั้นซึ่งจริง ๆ แล้วยังมีสิทธิ์ิรอด กลับต้องมาเสียชีวิตโดยไม่ได้เจตนา ให้มาส่งผลแบบปัจจุบันทันด่วน ซึ่งก็เป็นผลทำให้เธอต้องล้มป่วยและเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ที่จริงวัยของเธออย่างน้อยควร ๘๓ แต่นี่แค่ ๓๘ ก็ต้องมาละโลกก่อนวัยอันควรด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองบริเวณปอดอย่างในภพชาติปัจจุบันนี้ เพราะฉะนั้น เรายังไม่ชนะพญามาร เราจะต้องดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท และการศึกษาเรื่องกฎแห่งกรรมเป็นเรื่องสำคัญ เราจะต้องศึกษาเอาไว้ให้ดี จะได้ดำเนินชีวิตได้ถูกต้อง ปิดอบาย ไปสวรรค์ มีสุขในปัจจุบัน และก็ดับทุกข์ได้ ซึ่งมีเฉพาะในพระพุทธศาสนาเท่านั้น วิบากกรรมฝ่ายชาย ก่อนที่เราจะลงรายละเอียดในส่วนของวิบากกรรมฝ่ายชายหรือของพระภิกษุหนุ่มที่ลาสิกขาออกมา เราคงต้องมาเฉลยกันก่อนว่า ฝ่ายชายหรือพระภิกษุหนุ่มในพุทธันดรที่ผ่านมาเป็นใคร เพราะถ้าหากเราไม่เฉลยในตอนนี้เดี๋ยวเรื่องราวในบางช่วงจะต่อกันไม่ติด ฝ่ายชายหรือฝ่ายพระภิกษุหนุ่มรูปนั้นก็คือ ตัวลูกที่ส่งเคสมาในภพชาติปัจจุบันนี้ หรือพระพ่อของลูกชายทั้งสองคนในภพชาติปัจจุบันนั่นเอง มาถึงตรงนี้ก็ไม่รู้ว่าเจ้าตัวเขาอยากจะฟังต่อไหม แต่ถึงอย่างไรครูไม่ใหญ่ว่า ก็ควรจะต้องฟังนะ เพราะรายละเอียดในส่วนนี้จะมีบางส่วนที่เชื่อมโยงและเกี่ยวข้องกับคำถามที่ตัวลูกถามมาว่า ตัวลูกมีผังบวชอย่างไรและจะทำอย่างไรถึงจะได้ติดตามสร้างบารมีกับหมู่คณะอย่างไม่ตกหล่น ก็ไปด้วยกันก็แค่นั้น ติดต่อ ติดตาม ตามติด ไม่ตกหล่นก็จบแล้ว เพราะฉะนั้นครูไม่ใหญ่เลยขอเอาคำตอบของคำถามข้อนี้มากล่าวรวมกับรายละเอียดที่กำลังจะพูดถึงเลยก็แล้วกัน ในส่วนของฝ่ายชาย หรือฝ่ายของพระภิกษุซึ่งก็คือตัวลูกในปัจจุบันนี้ ด้วยความที่ตัวลูก ในพุทธันดรที่ผ่านมาได้ตั้งมโนปณิธานก่อนออกบวชเอาไว้ว่า ตัวลูกจะออกบวชสร้างบารมีไปจนตลอดชีวิต แต่สุดท้ายเมื่อตัวลูกได้มาเจอ กับผู้หญิงคนหนึ่งที่ลูกรู้สึกถูกใจไปทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตา อากัปกิริยามารยาท อีกทั้งคำพูดของเธอ แล้วเธอยังมาเป็นโยมอุปัฏฐาก ที่มาคอยดูแลเอาใจใส่ตัวลูกเป็นอย่างดี และที่สำคัญที่สุดก็คือเธอมีใจให้กับตัวลูกก่อน ซึ่งการที่เธอมีใจให้ตัวลูกก่อน มันบ่มีปัญหา แต่ว่าตัวลูกก็เผลอไปมีใจให้กับเธอด้วย เรื่องนี้สอนให้รู้ ว่า ทุกอย่าง...เผลอเป็นเสร็จ! ดังนั้นเมื่อความไม่สำรวมอินทรีย์ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ได้เกิดขึ้นกับพระภิกษุที่ตั้งใจบวช แต่เพิ่งบวชได้ไม่นาน “สติ” ซึ่งถือ เป็นเครื่องยับยั้งว่า อะไรที่พระควรคิด อะไรที่พระควรพูด และอะไรที่พระควรทำ ก็เลยพลอยหย่อนลงไปด้วย เพราะใจไปเกาะ ไปเกี่ยว ไปเหนี่ยว ไปรั้งในสิ่งเหล่านั้น และเมื่อตัวลูกในพุทธันดรที่ผ่านมาเผลอใจ ไม่ตรวจดูใจดูจิตของตัว ปล่อยให้พญามารสอดกิเลสมาปรุงแต่งในจิต จนกระทั่งไปบังคับความคิด คำพูด การกระทำ เซตเป็นโปรแกรมวิบากกรรมไปเลย เมื่อตัวลูกเผลอใจ ย้ำคิด ย้ำพูด ย้ำทำในเรื่องราวแบบนี้มากเข้า ๆ เลยเป็นเหตุทำให้ตัวลูกทนอยู่ในเพศภาวะอันประเสริฐนี้ไม่ไหว ถ้าภาษาชาวบ้าน ก็คือเกิดอาการผ้าเหลืองร้อน ซึ่งจริง ๆ แล้วผ้าเหลืองก็ไม่ได้ร้อน แต่ที่ร้อนก็คือใจของผู้ห่มผ้าเหลืองมากกว่า ผลสุดท้ายเมื่อตัวลูกปล่อยใจให้อำนาจกิเลสซึ่งก็คือความรัก ความหลงเข้าครอบงำจิตใจ ตัวลูกก็เลยตัดสินใจลาสิกขาออกมาครองเรือนในที่สุด ก็ต้องออกมาสร้างบ้านสร้างเรือน มีครอบมีครัว ถูกครัวครอบไว้และมีปัญหาต่าง ๆ อีกเยอะแยะ ที่จริงเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่พระลูกชายควรจะรับฟังเอาไว้นะ “ช่องไหนไหนก็ไม่สู้ช่องกลางกาย ปิดอบายดับทุกข์ได้ไปนิพพาน” ซึ่งผลกรรมหรือผลของการกระทำที่ตัวลูก เผลอใจปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือความถูกต้องดีงามและมโนปณิธานในครั้งนี้ ก็ได้ถูกเซตจนกลายเป็นผังสำเร็จที่จะคอยติดตามส่งผลต่อตัวลูกนับตั้งแต่วันที่ตัวลูกในพุทธันดรที่ผ่านมา ตัดสินใจลาสิกขา โดยกรรมดังกล่าวจะคอยมาตัดรอนกำลังบุญทุก ๆ บุญ ตัดรอนกำลังบารมี ทุก ๆ บารมี ทั้งบารมี ๑๐ ทัศ ๒๐ ทัศ แล้วก็ ๓๐ ทัศ ที่ตัวลูกเคยสั่งสมเอาไว้ด้วยความยากลำบากในอดีตชาติให้อ่อนกำลังลง กว่าจะสร้างบุญบารมีกันมาได้ลำบากนะ จะแพ้ชนะกันตรงที่มีบารมีนี่แหละ ถ้าบารมี ๓๐ ทัศ เต็มเปี่ยมบริบูรณ์ก็เอาชนะผังของพญามารได้ หลุดพ้นจากภพ ๓ ได้ แต่ถ้าจะไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรมนั้น ต้องอีกหลายๆ สิบทัศ เพราะฉะนั้นถ้าถูกตัดกำลังด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง มันก็จะอ่อนกำลังลงไปเรื่อย เพราะกว่าบุญจะกลั่นเป็นบารมี บารมีจะกลั่นไปเป็นรัศมี รัศมีกลั่นไปเป็นกำลัง เป็นฤทธิ์ เป็นอำนาจ เป็นสิทธิ เป็นเฉียบขาด ที่จะไปสู้กับเขา จะกลั่นเป็นชั้น ๆ ๆ เข้าไปอย่างนี้ ถ้าถูกตัดรอนไปด้วย วิบากบาปศักดิ์สิทธิ์ของพญามาร เขาเข้าไปบังคับได้มันก็อ่อนกำลังลงไป ซึ่งก็จะเป็นผลทำให้รูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติของตัวลูกมีความสมบูรณ์น้อยกว่าที่ตัวลูกควรจะได้รับ ซึ่งตอนนี้เรายังไม่ได้พูดถึงวิชชาเลย พูดแค่รูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ เรื่องวิชชายังไม่ได้พูด แต่ก็ถูกตัดรอนไปเรื่อย ถูกปิดบังไปด้วย กล่าวคือ แทนที่ตัวลูกจะสมบูรณ์ยิ่ง ๆ ขึ้นไปก็กลับกลายเป็นถอยหลัง หรือพูดง่าย ๆ ว่าแทนที่จะอยู่หัวแถวก็ต้องมาอยู่หางแถว และถ้าเกิดเป็นหางที่ไม่ค่อยกระดิก มันยิ่งหนักเข้าไปอีก และถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ตัวลูกก็จะต้องมาสั่งสมบุญสร้างบารมีเพิ่มเติมกันใหม่อีก ซึ่งมันน่าเสียดาย เมื่อบุญที่ตัวลูกได้สั่งสมเอาไว้อ่อนกำลังลง วิบากกรรมรวมถึงเศษกรรมต่าง ๆ ที่เคยทำผิดทำพลาดเอาไว้ในอดีตชาติ ซึ่งมันจ้องจะส่งผลต่อตัวลูกตลอดเวลาอยู่แล้ว เหมือนกับที่จ้องทุก ๆ คนในโลกตลอดเวลา ก็อาจจะได้ช่องตามมาส่งผลในช่วงจังหวะนี้ ถ้ามันมีช่อง ด้วยเหตุที่ฝ่ายพระภิกษุหรือตัวลูกในพุทธันดรที่ผ่านมาไม่ได้เป็นผู้เริ่มต้นก่อน กรรมดังกล่าวจึงแค่เข้ามาตัดรอนกำลังบุญให้อ่อนกำลังลง คือแค่เปิดช่องทางให้วิบากกรรมหรือเศษกรรมทำงานได้ง่ายขึ้นเท่านั้น แต่ไม่ถึงกับไปดึงดูดเอาวิบากกรรมหรือ เศษกรรมเก่า ๆ ในอดีตชาติที่มีเยอะแยะมา ขยายผลเหมือนของฝ่ายหญิง แต่ถ้าเมื่อไรที่พระภิกษุเป็นผู้เริ่มต้นก่อน คือ เป็นคนคิด พูด แล้วก็ลงมือกระทำก่อน ผลกรรมที่เกิดขึ้นในฐานะเป็นผู้เริ่มต้นก็จะหนักกว่าของฝ่ายหญิงมาก อย่าลืมว่าเราเป็นพระ บุญบาปอะไรก็ตามที่เราทำ มันจะมีกำลังมากกว่าโยมมากๆ นอกจากมันจะตัดรอนกำลังบุญทุก ๆ บุญที่ตัวลูกเคยสั่งสมเอาไว้ด้วยความยากลำบาก ในอดีตชาติแล้ว ตราบใดที่กรรมดังกล่าวยังมีกำลังส่งผล มันก็จะเข้ามาตัดรอนและส่ง ผลต่อการบรรลุธรรมของตัวลูกทั้งในภพชาติปัจจุบันนี้ และในภพชาติต่อ ๆ ไปด้วย กล่าวคือแทนที่บุญจากการบำเพ็ญเนกขัมมบารมีมา อย่างยาวนานในอดีตชาติจะส่งผลทำให้ตัวลูกเป็นพวก สุขา ปฏิปทา ขิปปาภิญญา หรือปฏิบัติธรรมได้สะดวก บรรลุธรรมได้เร็ว แค่ฟังธรรมก็บรรลุ ก็กลับกลายเป็นพวก ทุกขา ปฏิปทา ทันธาภิญญา หรือปฏิบัติลำบาก และบรรลุธรรมได้ช้าอย่างนี้เป็นต้น เหมือนต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพันกันมากมาย ต้องลำบากมาก ๆ จึงจะบรรลุ และที่สำคัญ ยังทำให้การไปถึงเป้าหมายของชีวิตนักบวช นั่นคือการบรรลุมรรคผลนิพพานของตัวลูก ถูกยืดเวลาออกไปอีก ยาวนานอีกด้วย คือผังนี้มันจะเซตโปรแกรมขวางไปตลอดเลย เท่านั้นยังไม่พอ ผลกรรมดังกล่าวยังไปตัดรอนผังบวชของตัวลูก ซึ่งแต่เดิมก็เริ่มที่จะหนาแน่นแล้วให้ลดปริมาณความเข้มข้น และหนาแน่นลงอย่างที่ควรจะเป็น คือไม่อยากจะบอกว่า มันฮวบลงมาเลยนะจ๊ะ คือ จากเดิมที่ผังมันต่อกันถี่ ๆ พอกรรมดังกล่าวมาตัดรอน ผังบวชของลูกจากถี่ ๆ มันก็เลย กลายเป็นถ่าง ๆ ออกไป เพราะในหลายภพ ชาติหลัง ๆ ก่อนหน้าจะถึงพุทธันดรที่ผ่านมา ตัวลูกก็ได้สั่งสมผังบวชด้วยการบำเพ็ญเนกขัมมบารมี หรือออกบวชเป็นพระจนตลอดชีวิตมา หลายภพหลายชาติแล้วเหมือนกัน เห็นไหมว่า มันน่าเสียดาย ดังนั้นเมื่อผังบวชไม่หนาแน่น เส้นทางการบวชในภพชาติปัจจุบันและในภพชาติต่อ ๆ ไปของตัวลูกก็อาจจะไม่ราบรื่น หรืออาจจะเจอกับอุปสรรค ทั้งจากเรื่องคน สัตว์ สิ่งของเป็นต้น ที่พร้อมจะดึงใจให้ตัวลูกจำต้องออกห่างจากเส้นทางของการบวชสร้างบารมีไปเรื่อย ๆ ก็จะไปเจอคนบ้าง สัตว์บ้าง สิ่งของบ้าง ดินอากาศฟ้าบ้าง หรือเรื่องโน้นเรื่องนี้สารพัดที่จะดึงใจให้ออกห่างจากเส้นทางการบวชสร้างบารมีไปเรื่อย ๆ ซึ่งมันอันตรายสำหรับชีวิตในสังสารวัฏ และถ้าในอนาคต ไม่ว่าจะในภพชาติปัจจุบันนี้ หรือในภพชาติต่อ ๆ ไป ถ้าตัวลูกเผลอใจพลาดพลั้งไปกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวนี้ซ้ำรอยเดิมอีก ผลกรรมดังกล่าวซึ่งมันคอยจ้องจะตัดรอนผังบวช รวมถึงตัดรอนกำลังบุญทุกบุญที่ตัวลูกเคยสั่งสมเอาไว้อยู่ตลอดเวลาก็จะทับทวีความเข้มข้นมากขึ้นไปกว่าเดิมอีกมาก และถ้าเมื่อไรที่มันมีกำลังมาก ๆ มันก็จะส่งผลทำให้ตัวลูกมีโอกาสที่จะหลุดจากเส้นทางการบวชสร้างบารมี และที่เลวร้ายที่สุด มันก็อาจจะทำให้ตัวลูกหลุดหรือพลัดพรากจากเส้นทางการสร้างบารมีกับหมู่คณะไปเลยก็ได้ และถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ตัวลูกก็อาจจะพลาดพลั้งไปกระทำบาปอกุศล ซึ่งจะส่งผลทำให้ตัวลูกอาจพลัดตกลงไปในอบายได้ซึ่งมันอันตราย เพราะฉะนั้นทราบแล้วจงระวัง อย่างในภพชาติปัจจุบันนี้ ด้วยผลแห่งการกระทำดังกล่าว ก็เลยส่งผลทำให้แทนที่ตัวลูกจะได้ออกบวชตั้งแต่วัยหนุ่มเหมือนอย่างในภพชาติที่ผ่าน ๆ มา ตัวลูกก็เลยต้องผ่านการแต่งงาน มีครอบครัว แล้วก็มีลูกก่อนที่จะออกบวช คือถ้าเป็นรถ ตัวถังก็บุบบู้บี้ไปแล้ว พอออกบวชแล้วตัวลูกก็ต้องต่อสู้กับอำนาจกิเลสที่มันยังคงมีอยู่ภายในใจ อีกทั้งยังต้องต่อสู้กับความคิด คำพูด แล้วก็การกระทำทั้งของตัวเองและคนรอบข้างที่อาจจะบั่นทอนกำลังใจ และทำให้ตัวลูกเกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย หรือรู้สึกน้อยอกน้อยใจ จนเป็นเหตุทำให้ตัวลูกจำต้องหลุดจากเพศภาวะของความเป็นพระ คือ พอผังมันอ่อนแอลงมามันก็มีโอกาสที่จะเป็นอย่างนี้ได้ หรือบางทีลูกอาจจะต้องเจอกับเรื่องราวหรือสถานการณ์ต่าง ๆ ที่มาบีบคั้น บีบบังคับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องคน หรือเรื่องอะไรก็ตาม ที่มาบีบบังคับ สมมติถ้าสร้างบารมีอยู่เขตใน เรื่องที่มาบีบบังคับ เช่น เรื่องงานบ้าง เรื่องคนโน้นคนนี้บ้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันอาจจะทำให้ตัวลูกเกิดฮึดฮัดหุนหันพลันแล่นจนต้องสึกออกไปด้วยเหตุผลที่สวยงาม ทั้ง ๆ ที่ภายในใจลึก ๆ ก็ไม่อยากที่จะสึกออกไป แต่มันจะมีสิ่งเหล่านี้นิด ๆ หน่อย ๆ ทำให้ผังที่มันอ่อนแออยู่แล้วถูกพญามารสอดจึ้กขึ้นมา ทำให้เกิดหุนหันพลันแล่นฉุบฉับไปเลยอย่างนี้นะ เพราะฉะนั้น ถ้าตัวลูกอยากที่จะแก้ไขข้อผิดพลาดที่เคยทำไว้ในพุทธันดรที่ผ่านมา และอยากทำผังบวชของตัวเองให้หนาแน่นมากกว่านี้ ตัวลูกจะต้องทำอย่างนี้ คือ ๑. เรื่องผิดพลาดในอดีตลืมให้หมด นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ๒. ตั้งใจบำเพ็ญสมณธรรม พยายามทำ จิตให้นิ่ง ไม่เกาะ ไม่เกี่ยว ไม่เหนี่ยว ไม่รั้งใน เรื่องราวต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องราวทางโลก อย่างเช่น สตรี สตางค์ สรรเสริญ เป็นต้น ด้วยการทำตนให้เป็นพระแท้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ทั้ง เรื่องความคิด คำพูด และการกระทำ เพื่อที่จะได้รับอานิสงส์จากการเป็นเนื้อนาบุญของโลก รวมถึงการเป็นอายุของพระศาสนา เป็นต้นบุญต้นแบบในการสร้างบารมีให้แก่ผู้ที่จะมาในภายหลัง ทั้งแก่เหล่ามนุษย์และเทวดาทั้งหลาย ๓. และถ้าจะให้ปลอดภัยตลอดเส้นทาง การสร้างบารมีตราบวันถึงที่สุดแห่งธรรม ตัวลูกจะต้องตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อให้เข้าถึงพระธรรมกายให้ได้ ตรงนี้เป็นหัวเลี้ยว หัวต่อสาคัญมาก ๆ เลย ต้องเป็นพระเป็นให้ได้ พระเป็นต้องเห็นพระธรรมกาย ถ้าพระตาย ยังมองพระธรรมกายไม่เห็น ต้องมีธรรมเป็น เครื่องอยู่เป็นสุข คือ เป็นเครื่องอยู่ของใจที่อยู่ ตรงนั้นแล้วเป็นสุข ตั้งแต่เข้าถึงดวงธรรม กระทั่ง เข้าถึงพระธรรมกายในตัว เข้าถึงแล้วก็ต้องมาศึกษาวิชชาธรรมกายต่อ เพื่อตัวลูกจะได้ไปเก็บผังที่เคยทำผิดพลาดเอาไว้ในอดีต เห็นผังแล้วก็เห็นวิธีการแก้ไข ถ้าไม่มีพระธรรมกาย ก็ไม่มีธรรมจักขุ ไม่มีญาณทัสสนะ จักขุ ญาณ ปัญญา วิชชา แสงสว่างก็ไม่มี ไม่มีก็ไม่เห็น ไม่เห็น แล้วจะไปแก้ไขไม่ได้ มันไม่มีทางเลือกอื่นใดเลย จะต้องหยุดใจให้ได้ หยุดเป็นตัวสำเร็จ ซึ่งข้อนี้สำคัญที่สุดเลย ๔. ตัวลูกจะต้องมีมโนปณิธานอันแน่วแน่ที่จะสร้างบารมีอยู่ในเพศภาวะอันประเสริฐนี้ไปจนตลอดชีวิต ซึ่งข้อนี้ก็ถือว่ามีความสำคัญมาก ๆ เช่นเดียวกัน ถ้านับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ตัวลูกทำได้อย่างนี้เป็นอย่างน้อย ครูไม่ใหญ่ก็เชื่อว่า ผังบวชของลูกจากที่เริ่มจะหลวม ๆ ก็จะกลับมาหนาแน่นแล้วก็หนาแน่นขึ้นไปเรื่อย ๆ คือเราจะซ้อนผังบวชให้แน่นขึ้นไป จนกระทั่งพญามารระเบิดไม่แตก เมื่อไรก็ตามที่ลูกสามารถทำผังการบวชให้ติดสนิทแน่นต่อ ๆ กันไป จนกลายเป็นผังสำเร็จที่ไม่มีช่องว่างอยู่ที่ศูนย์กลางกาย เมื่อนั้นตัวลูกก็จะได้ออกบวชสร้างบารมีไปทุกภพทุกชาติตราบกระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรม จากเรื่องราวความผิดพลาดของตัวลูกในพุทธันดรที่ผ่านมา สอนให้รู้ว่า ลูกพระ ลูกเณรของครูไม่ใหญ่ทุก ๆ รูป ไม่ว่าจะอยู่นอกหรือในประเทศทั่วโลกจงพึงสำรวมระวัง และจงอย่าดูเบาหลักในการปฏิบัติที่พระภิกษุพึงควรปฏิบัติต่อมาตุคามหรือสตรีเพศ ตาม หลักที่พระพุทธองค์ทรงตรัสกับพระอานนท์ ซึ่งจำเป็นต้องศึกษาเอาไว้ เพราะเรายังไม่ชนะพญามาร คือ ๑. การที่ภิกษุไม่มองดูสตรีเพศเลยนั้นเป็นการดี ๒. แต่ถ้าจำเป็นต้องดู จงพึงอย่าพูดหรือสนทนาด้วย ๓. ถ้าจำเป็นต้องสนทนาจริง ๆ จงพึงตั้งสติและควบคุมสติเอาไว้ให้ดี และสำคัญเรื่อง ที่ควรจะพูด ไม่ใช่จากบาลีเป็นบาหลี อย่างนั้นไม่ใช่นะ จะพูดภาษาบาลี พูดไปพูดมา กลายเป็นบาหลี อย่างนี้ไม่ได้เด็ดขาด จงอย่าให้ความกำหนัดยินดี หรือความหลงใหล หรือพูดง่าย ๆ ว่ากิเลส อย่าให้พญามารได้ช่องสอดกิเลสเข้ามาครอบงำจิตใจของเราได้ และจากหลักปฏิบัติทั้งสามข้อ หลักสองข้อแรกดูจะทำได้ยากในยุคปัจจุบันนี้เพราะภารกิจที่หมู่คณะของเราจะเผยแผ่พระพุทธศาสนาวิชชาธรรมกายให้แผ่ขยาย ออกไปทั่วโลก เราคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเจอกับผู้คนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่ถือว่าเป็นกำลังหลักของการสนับสนุนอัน ยิ่งใหญ่ก็คือ “ผู้หญิง” เพราะฉะนั้น ถ้าเราหลีกเลี่ยงที่จะเจอและสนทนากับญาติโยมที่เป็นผู้หญิงไม่ได้ ลูกพระ ลูกเณรทุก ๆ รูปที่รักทั้งหลาย จงพึงให้ความสำคัญกับหลักปฏิบัติข้อที่ ๓ ให้จงหนัก คือ พึงตั้งสติและควบคุมสติเอาไว้ให้ดี อย่าให้พญามารสอดเข้าไปถึงในระดับปรุงแต่งจิตลงไปในใจให้รักชอบหรือรักชัง ถ้าอายตนะกระทบได้แต่ไม่กระเทือน คือ ตากระทบรูปต้องไม่กระเทือนถึงใจ ไม่ให้ความยินดียินร้ายเข้ามาปรุงแต่งจิตอยู่ในใจของเราและจงระลึกเอาไว้เสมอว่า บัดนี้เรามีเพศต่าง จากคฤหัสถ์แล้ว อาการกิริยาใด ๆ ของสมณะ เราต้องทำอาการกิริยานั้น ๆ หรือพูดง่าย ๆ ว่าเราต้องมีสมณสัญญา หรือมีจิตวิญญาณของความเป็นพระอยู่เสมอ หายใจเข้า เราเป็นพระ หายใจออก เราเป็นพระ หายใจทั้งเข้าทั้งออก เราเป็นพระ กลั้นหายใจ เราเป็นพระ การที่เราจะเป็นพระแท้ได้อย่างสมบูรณ์นั้น เราจะต้องเข้าถึงที่พึ่งที่ระลึกภายในซึ่งก็คือพระธรรมกายนั่นเอง เน้นย้ำอีกทีว่า พระเป็นจะเห็นพระธรรมกาย ถ้าพระตายจะมองพระธรรมกายไม่เห็น ยิ่งในยุคปัจจุบันนี้ อุปกรณ์สื่อสารอย่างมือถือหรืออุปกรณ์จำพวกตระกูลไอทั้งหลาย แม้จะนำมาใช้ประโยชน์ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาวิชชาธรรมกายได้ก็จริง แต่ลูก ๆ ทั้ง หลายก็ต้องใช้อุปกรณ์เหล่านี้อย่างระมัดระวัง และใช้ให้ถูกวัตถุประสงค์ จิตใจก็ต้องคู่ไปกับไฮเทค คือ จิตใจต้องสูงส่ง นั่นคือใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการ สั่งสมบุญสร้างบารมี ไม่ใช่ใช้เพื่อการสร้างบาปหรือบั่นทอนบารมีของเรา ดังนั้นถ้าลูกพระลูกเณรรูปไหนมีความจำเป็นต้องโทรคุยธุระกับอุบาสิกาหรือ ญาติโยมที่เป็นผู้หญิง ซึ่งเป็นกำลังหลักในการสนับสนุน ลูกทุก ๆ รูปจงคุยอย่างมีสติและมีสมณสัญญา หรือมีจิตวิญญาณของความเป็นพระอยู่เสมอ เวลาคุยก็อย่าคุยนาน คือ คุยให้ตรงประเด็น อย่าแตกประเด็น เพราะถ้าเราแตกประเด็นพูดนอกเรื่องเมื่อไร เราก็อาจจะเปิดช่องให้พญามารสอดความกำหนัดยินดีหรือความหลงใหลเข้ามาครอบงำจิตใจของเราได้ ลูก ๆ ทุก ๆ รูปที่รักทั้งหลาย จงอย่าลืมว่าเรายังไม่ชนะพญามาร เพราะฉะนั้นเราจะประมาทไม่ได้ ทุกอย่าง...เผลอเป็นเสร็จ! หรือเวลาที่เราต้องประสานงานหรือทำภารกิจงานหยาบของหมู่คณะ ซึ่งแน่นอนว่า เราจะหลีกเลี่ยงการทำงานร่วมกับอุบาสิกาหรือญาติโยมที่เป็นผู้หญิงที่เป็นกำลังหลักนั้นไม่ได้ เพราะฉะนั้นในเมื่อเราเป็นพระ เราก็ต้องมีระยะห่างและวางตัวให้เหมาะสม คือเข้าใกล้ได้ แต่อย่าชิด ถ้าหากมีอะไรมากระทบก็อย่าให้มันมากระเทือนต่อความเป็นพระของเรา เช่น ตาของเราเผลอไปกระทบรูปที่ถูกใจ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง หน้าตา กิริยาท่าทางอะไรต่าง ๆ ก็ให้เราพึงสำรวมอินทรีย์ หมั่นรักษาจิตของเราให้บริสุทธิ์ และพึงตรึกระลึกถึงสมณสัญญาเอาไว้เสมอว่า เราเป็นพระ เราเป็นพระ เราเป็นพระ มีเพศต่างจากคฤหัสถ์แล้ว เพื่อที่สิ่งที่มากระทบจะได้ไม่มากระเทือนถึงใจของเรา เป็นต้น ที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ไม่ว่าจะมีเหตุจำเป็นขนาดไหนก็ตาม ห้ามเราอยู่ในที่ลับหูลับตา หรืออยู่กันตามลำพังกับอุบาสิกาหรือญาติโยมที่เป็นผู้หญิงกันสองต่อสอง เพราะในตอนนี้เรายังไม่ชนะเขา พญามารจะคอยหาช่องโอกาสที่จะนำเอากิเลสเข้ามาปรุงแต่งอยู่ภายในใจของเราตลอดเวลา และถ้าอยู่กันตามลำพัง เขาจะเอากิเลสมาปรุงแต่งในใจของเราได้ง่าย เพราะฉะนั้น ลูกพระลูกเณรรูปใดที่กำลังเผลอใจ คิด พูด หรือกำลังกระทำกรรมในลักษณะดังกล่าวนี้อยู่ ลูกที่รักทั้งหลายจงพึง ระวังและจงมีสติยับยั้งชั่งใจ โดยให้หวนกลับมาระลึกนึกถึงมโนปณิธานในการออกบวช สร้างบารมีนับตั้งแต่วันแรกที่เราออกบวชหรือได้มาเจอกับหมู่คณะ อย่าลืมว่าเราต้องอยู่หัวแถว ไม่ใช่อยู่หางแถว อยู่หางแถวแล้วหาง ก็ไม่กระดิกแล้วยิ่งไปกันใหญ่ ดังนั้น ลูกพระลูกเณรทุก ๆ รูป จงจำ คำนี้ให้ขึ้นใจว่า ทุกอย่าง...เผลอเป็นเสร็จ! ภายหลังจากที่พระภิกษุหนุ่มรูปนี้ ซึ่งก็คือตัวลูกในพุทธันดรที่ผ่านมาตัดสินใจลาสิกขาสึกออกมาแต่งงานกับเธอแล้ว ข่าวการสึกออกมาแต่งงานของพระภิกษุหนุ่มรูปนี้ ก็ได้เซ็งแซ่แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว เมื่อสาธุชนที่เข้าวัดทราบข่าวดังกล่าวหลาย ๆ คนต่างก็รับไม่ได้กับการกระทำของคนทั้งคู่ ที่เป็นเช่นนี้เพราะในยุคสมัยนั้นผู้คนโดยส่วนใหญ่จะอยู่ในศีลในธรรม คือใจเขาจะเกลี้ยง ๆ ใส ๆ ไม่ค่อยมีสิ่งปนเปื้อนหรือมีมลทินของใจ ดังนั้นเรื่องราวในทำนองนี้ ซึ่งก็คือเรื่องที่พระสึกออกมาแต่งงานกับ เจ้าภาพที่คอยอุปัฏฐากดูแลจึงไม่ค่อยมีให้เห็นกันบ่อย ๆ เหมือนอย่างในยุคปัจจุบันนี้ ในยุคที่มนุษย์ห่างจากศีลธรรม เสื่อมกันไปทั้งโลกเลย ด้วยเหตุที่ทั้งคู่ถูกคนรอบข้าง ทั้งคนในครอบครัวของทั้งสองฝ่าย และกลุ่มสาธุชนที่เข้าวัดกดดัน ก็เลยเป็นผลทำให้ทั้งคู่พยายามเก็บตัวและแยกตัวออกมาอยู่กันตามลำพัง และจากจุดนี้เองที่ทำให้ทั้งคู่เริ่มออกห่างจากการไปร่วมกิจกรรมงานบุญที่วัดใหม่ รวมถึงวัดสาขาของพระเถระที่ตั้งอยู่ภายในเมืองของตนนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ด้วยบุพกรรมที่ตัวเธอและตัวลูกแยกตัว ออกห่างจากการสร้างบารมีกับหมู่คณะในช่วงเวลาดังกล่าวนี้นั่นเอง จึงส่งผลทำให้ในภพชาติปัจจุบันนี้ กว่าที่เธอและตัวลูกจะได้มาเจอกับหมู่คณะก็ใช้เวลาล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น เมื่อกาลเวลาได้ล่วงเลยผ่านไปอีกสักพักใหญ่ ๆ เธอและตัวลูกในพุทธันดรที่ผ่านมาก็ได้ มีลูกชายด้วยกัน ๒ คน ซึ่งลูกชายทั้งสองคน ในพุทธันดรที่ผ่านมาก็เป็นชุดเดียวกับลูกชายทั้งสองคนในภพชาติปัจจุบันนี้ ในระหว่างที่กระแสเรื่องที่ตัวลูกลาสิกขาสึกออกมาแต่งงานกับเธอเริ่มซาลง เพื่อนสนิทสุดเลิฟของเธอ ซึ่งก็คือพี่สาวที่แสนดีของเธอในภพชาติปัจจุบันนี้ ก็ได้สวมหัวใจของยอดกัลยาณมิตร เข้ามาชักชวนและคอยประคับประคองให้ทั้งเธอและตัวลูกได้มีโอกาสกลับมาสั่งสมบุญสร้างบารมีร่วมกับหมู่คณะอีกครั้งหนึ่ง เห็นไหมจ๊ะว่า โลกขาดกัลยาณมิตรไม่ได้ คือไม่ว่าพี่สาวที่แสนดีของเธอคนนี้จะมาเกิดอยู่ในสถานะอะไร จะเกิดเป็นพี่สาวของเธอในภพชาติปัจจุบันนี้ หรือเกิดเป็นเพื่อนสนิทสุดเลิฟของเธอในพุทธันดรที่ผ่านมา หรือในภพชาติก่อน ๆ โน้น พี่หรือเพื่อนที่แสนดีของเธอคนนี้ก็จะมาคอยช่วยประคับประคองและคอยยืนอยู่เคียงข้างในเวลาที่เธอเดินหลงทาง หรือในยามที่เธอไม่มีใครอยู่เสมอ ๆ ในยามว้าเหว่ เคว้งคว้าง ก็จะมายืนเคียงข้าง และด้วยความเกื้อกูลที่ทั้งคู่ต่างมีให้ต่อกันมาข้ามภพข้ามชาตินี้เอง จึงทำให้พี่หรือเพื่อนที่แสนดีของเธอคนนี้รู้ตัวว่า เธอเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ นั่นก็คือเกิดมาเป็นเพื่อนและเป็นพี่ที่ช่วยประคับประคองในการสร้างบารมีของเธอนั่นเอง ด้วยความที่เธอและตัวลูกในพุทธันดรที่ผ่านมา ต่างก็มีหัวใจของยอดนักสร้างบารมีเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว จึงทำให้ภายหลังจากที่เธอ และตัวลูกได้กลับมาสั่งสมบุญสร้างบารมีร่วมกับหมู่คณะอีกครั้งหนึ่ง ลูกทั้งสองก็ยิ่งมุ่งมั่นตั้งใจที่จะสั่งสมบุญสร้างบารมีอย่างเต็มที่เต็มกำลัง นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ประมาณว่า ต่างคนต่างก็อยากจะลบล้างความรู้สึกไม่ดีที่ยังคงฝังลึกอยู่ภายในใจให้หมดไป ภายหลังจากที่ตัวลูกได้กลับมาสั่งสมบุญสร้างบารมีที่วัดใหม่และวัดสาขาที่ตนเองเคยออกบวชเป็นพระแล้ว ความรู้สึกอยากบวชเป็นพระหรือสมณสัญญาที่ยังคงฝังลึกอยู่ภายในใจก็ได้หวนกลับมาทำให้ตัวลูกนึกถึงตอนสมัยที่ตนเองเคยออกบวชเป็นพระในช่วงวัยหนุ่ม เพราะหลังจากที่ได้สึกออกมาครองเรือนและ ใช้ชีวิตแบบคฤหัสถ์อยู่หลายปี ในช่วงหลัง ๆ ของการใช้ชีวิตคู่ ตัวลูกก็ได้พบกับสัจธรรมในการใช้ชีวิตการครองเรือนด้วยตัวของลูกเองว่า ชีวิตการครองเรือนนั้นมันไม่ได้มีความสุข หรือมีความหวานชื่นตลอดเวลา เหมือนอย่างที่ตัวลูกเคยคิดเอาไว้ หรือพูดง่าย ๆ ว่า สุขน้อยแต่ทุกข์มาก และพอยิ่งอยู่นาน ๆ ไป ตัวลูกก็ยิ่งรู้สึกว่า มันไม่ใช่ชีวิตในแบบที่ลูกต้องการ แล้ว มันก็ไม่ใช่เส้นทางที่ทำให้ตัวลูกได้พบเจอกับความสุขที่แท้จริง เพราะมันเป็นเพียงแค่ความ เพลินที่ยังเจือทุกข์อยู่มากเท่านั้นเอง มีเพลินกับเพลียแล้วก็ผล็อยนี่นะ เมื่อตัวลูกในพุทธันดรที่ผ่านมาเข้าถึงสัจธรรมของการครองเรือนทั้งทางภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติเช่นนั้นแล้ว อีกทั้งในช่วงหลัง ๆ ความรู้สึกอยากบวชเป็นพระก็ได้ทับทวีท่วมท้นเพิ่มมากขึ้น จนเป็นความรู้สึกที่จุกแน่นอยู่ภายในอก ด้วยเหตุดังกล่าวนี้เอง ตัวลูกจึงตัดสินใจ นำเรื่องราวทั้งหมดนี้ไประบายพร้อมกับหารือ ในเรื่องที่ตัวลูกอยากจะกลับไปบวชอีกครั้งหนึ่งให้เธอฟัง ในระหว่างที่เธอกำลังฟังความรู้สึกและความในใจของตัวลูกอยู่นั้น ภาพที่เธอเป็นต้นเหตุทำให้ตัวลูกซึ่งแต่เดิมเป็นพระภิกษุที่มีความตั้งใจอยากจะออกบวชสร้างบารมีไปจนตลอดชีวิตต้องลาสิกขาออกมาแต่งงานกับเธอ ก็ได้ย้อนกลับมาฉายเป็นภาพในมโนความคิดที่ทำให้เธอรู้สึกกินแหนงแคลงใจตัวเอง เมื่อภาพดังกล่าวได้ย้อนเข้ามาวนเวียนอยู่ภายในใจของเธอซ้ำ ๆ ย้ำ ๆ เธอจึงรู้สึกละอาย ในการกระทำที่ผ่านมาของเธอ ด้วยเหตุนี้เธอจึงตัดสินใจอย่างเด็ดขาดที่จะแก้ไขข้อผิดพลาด ที่ตัวเธอเองเป็นผู้เริ่มต้น แต่จะว่าไปจริง ๆ มันก็ทั้งคู่นั่นแหละนะ ด้วยการตัดใจสละบุคคล อันเป็นที่รักให้กับพระพุทธศาสนา พร้อมกับอนุมัติและอนุโมทนาที่ตัวลูกจะกลับไปบวชสร้างบารมีอีกครั้งหนึ่ง ที่จริงก็ถือว่าเธอเป็นคนที่แสนดีนะ ภายหลังจากที่ตัวลูก ซึ่งในตอนนั้นได้เข้าสู่ช่วงมัชฌิมวัยได้กลับมาบวชเป็นพระภิกษุที่วัดสาขาที่ตัวลูกเคยบวชอีกครั้งหนึ่งแล้ว ตัวลูกก็ได้ตั้งใจฝึกตน ทนหิว บำเพ็ญตบะ และกระทำตนเป็นพระแท้ยิ่งกว่าตอนที่ตัวลูกออกบวชในช่วงวัยหนุ่มเสียอีก ผลจากการบวชของตัวลูกในครั้งนี้ ก็ทำให้เธอได้มีโอกาสเข้าวัด ฟังธรรม แล้วก็ได้นั่งสมาธิมากขึ้นกว่าในช่วงที่ผ่าน ๆ มา คือถ้าเราจำเรื่องราวในช่วงก่อนหน้านี้ได้ ตอนเธอเข้าวัดใหม่ ๆ เธอจะเป็นคนที่ชอบทำทาน แต่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการฟังธรรมและนั่งสมาธิ ในช่วงหลังเมื่อเธอได้ฟังธรรมและได้ นั่งสมาธิมากเข้า เธอจึงเริ่มเข้าใจเรื่องเป้าหมายของชีวิต และเห็นความสำคัญของการสั่งสมบุญสร้างบารมีเพื่อไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรมนับตั้งแต่นั้นเรื่อยมา คือพื้นฐานใจก็เป็นคนดีมาก นอกจากนั้น ผลจากการที่ตัวลูกออกบวชยังทำให้ลูกชายทั้งสองคนในพุทธันดรที่ผ่านมา มีความใกล้ชิดกับวัดกับพระและคำสอนในพระพุทธศาสนามาตั้งแต่เด็กอีกด้วย และด้วยความที่ลูกชายทั้งสองคนถูกพระพ่อ รวมถึงผู้เป็นแม่ปลูกฝังคำสอนใน พระพุทธศาสนามาตั้งแต่เด็กนี้เอง จึงส่งผลทำให้เมื่อพวกเขาเริ่มโตเป็นวัยรุ่น พวกเขาจึงรู้สึกอยากออกบวชสร้างบารมีตามอย่างพระพ่อ ส่วนผู้เป็นแม่ก็ไม่ได้ขัดข้อง แต่ประการใด ซ้ำยังกลับอนุโมทนาและสนับสนุนให้ลูกชายทั้งสองคนออกบวชสร้างบารมีตามอย่างพระพ่อแบบสุดตัวสุดหัวใจอีกด้วย แต่ก็ไม่รู้ว่าในภพชาติปัจจุบันนี้ ลูกชายทั้งสองคนจะยังคงมีความรู้สึกอย่างนั้นอยู่หรือเปล่า มันก็นานแล้ว มันก็ลืมเหมือนกันนะแต่ความรู้สึกนั้นสามารถหวนคืนมาได้ สาเหตุที่เธอสนับสนุนให้ลูกชายทั้งสองคนออกบวชตามอย่างพระพ่ออย่างสุดตัวนั้น ก็เพราะในตอนนั้นเธอได้เข้าใจเรื่องเป้าหมายของชีวิตอย่างถ่องแท้แล้วว่า มนุษย์ทุกคนล้วน เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ นั่นก็คือการสั่งสมบุญสร้าง บารมีเพื่อไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรม เพราะฉะนั้นอะไรก็ตามที่เธอสามารถทำให้คนที่เธอรักสั่งสมบุญสร้างบารมีได้อย่างเต็มที่ เธอก็จะพยายามทำในสิ่งนั้น ๆ อย่างเต็มกำลัง พอเธอเข้าใจแล้วนี่ ดีมากเลยนะจ๊ะ ภายหลังจากคนที่เธอรัก ซึ่งก็คือตัวลูกเองและลูกชายทั้งสองคนในพุทธันดรที่ผ่านมา ออกบวชกันหมดแล้ว เธอก็เลยรู้สึกคลายความกังวลในภาระทางโลก เพราะเธอไม่ต้องมาคอยดูแลสามีและลูก ๆ ให้เหนื่อยเหมือนกับชาวโลกทั่ว ๆ ไป และด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เธอก็เลยมีโอกาสได้มาสั่งสมบุญและก็ได้ร่วมปฏิบัติธรรมที่วัดสาขาแห่งนั้นอยู่เป็นประจำทุกวันเลย ยามใดที่วัดใหม่ของพระเถระผู้สืบทอดวิชชาต่อจากพระมหาเถระจัดงานบุญในวาระสาคัญๆ เธอก็จะเดินทางไปแสวงบุญที่วัดใหม่พร้อมกับคณะสงฆ์ที่ประจำอยู่ที่วัดสาขาแห่งนั้นอย่างสม่ำเสมอ หรืออย่างในเวลาที่เธอมาสั่งสมบุญที่วัดสาขา ซึ่งเป็นวัดที่ตัวลูกและลูกชายทั้งสองคนของเธอบวชอยู่ เธอก็จะมาคอยอุปัฏฐากดูแลพระภิกษุสามเณรทุก ๆ รูปในวัดสาขาแห่งนั้น ด้วยความปลื้มปีติเบิกบานใจทุกครั้ง ยามใดที่เธอรู้ว่า พระภิกษุสามเณรรูปไหนขาดเหลือสิ่งใด เธอก็จะรับบุญในการจัดหาข้าวของเครื่องใช้ที่เหมาะแก่สมณบริโภคมาถวายให้แก่พระภิกษุสามเณรที่ประจำอยู่ที่วัดสาขาแห่งนั้น อย่างไม่ขาดตกบกพร่องเลย หรือถ้าเธอทราบว่า มีพระภิกษุสามเณรรูปไหนเจ็บป่วยไข้หรือไม่สบาย เธอก็จะรับบุญเป็นเจ้าภาพในการออกค่ารักษาหรือหาหมอมาดูแลอาการ พูดได้ว่า ตั้งแต่คนที่เธอรักออกบวช เธอก็ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการสั่งสมบุญสร้างบารมีอย่างเต็มที่เต็มกำลัง และทำอย่างตลอดต่อเนื่องมากกว่าในช่วงที่ผ่านๆ มาเสียอีก จวบจนกระทั่งอายุของเธอเริ่มเข้าสู่วัยกลางคน ถ้าเทียบกับอายุมนุษย์ในยุคปัจจุบันก็ประมาณ ๔๐ ต้น ๆ ด้วยผลกรรมที่เธอเป็นผู้เริ่มต้นทำให้ตัวลูกซึ่งเคยบวชเป็นพระภิกษุที่มีความตั้งใจว่า จะออกบวชสร้างบารมีไปจนตลอดชีวิตต้องสึกออกมาแต่งงานกับเธอ ก็ได้ไปดึงดูดและเปิดช่องให้วิบากกรรมปาณาติบาตในภพชาติก่อนหน้านี้ถัดไปอีก ๒ ชาติ ซึ่งก็คือภพชาติที่เธอเป็นหมอรักษาโรค แล้ววินิจฉัยโรคคนไข้แบบผ่าน ๆ จนเป็นเหตุทำให้คนไข้ต้องมาเสียชีวิตโดยไม่เจตนาให้ตามมาส่งผล จนทำให้เธอต้องป่วยเป็นโรคที่เกี่ยวกับระบบเลือด ซึ่งถือเป็นโรคที่รักษาไม่หายในยุคสมัยนั้น เมื่อเธอรู้ตัวว่า ตัวเองป่วยเป็นโรคที่รักษาไม่หาย เธอก็ยิ่งทุ่มเทให้กับการสั่งสมบุญสร้างบารมีอย่างเต็มที่เต็มกำลัง แล้วก็ทำมากยิ่งกว่าในช่วงที่สภาพร่างกายของเธอเป็นปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุญจากการเจริญภาวนา เธอได้ตั้งใจนั่งสมาธิจนเธอสามารถเห็นดวงธรรมที่ใสสว่างติดแน่นอยู่ที่ศูนย์กลางกาย และเมื่อถึงวันลมหายใจสุดท้ายของเธอหมดลง ด้วยผลแห่งบุญที่เธอได้ตั้งใจสั่งสมเอาไว้อย่าง เต็มที่เต็มกำลัง เธอจึงได้กลับไปแวะพักกลางทางที่ดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตเสบียง เหมือนอย่างในภพชาติปัจจุบันนี้ ภายหลังจากที่เธอเสียชีวิตแล้ว ตัวลูกเองและลูกชายทั้งสองก็ได้เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่ได้ทำหน้าที่ประกาศธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และก็เผยแผ่วิชชาธรรมกายไปสู่ดวงใจของชาวโลกในยุคนั้น ดีจัง ดีทั้งบ้านเลย ต้นคดปลายตรงนะ นอกจากจะทำหน้าที่เผยแผ่ธรรมะไปสู่ดวงใจของชาวโลกในยุคนั้นแล้ว ตัวลูกและลูกชายทั้งสองยังตั้งใจบำเพ็ญสมณธรรมจนมีผลการปฏิบัติธรรมที่ดี สามารถ เข้าถึงพระธรรมกาย และสร้างบารมีในเพศภาวะอันประเสริฐนี้จวบจนตลอดชีวิต เมื่อถึงคราวที่จะละจากโลก ตัวลูกและลูกชายทั้งสองในพุทธันดรที่ผ่านมาก็สามารถกลับ ไปแวะพักกลางทางที่ดุสิตบุรี วงบุญพิเศษได้อย่างสมภาคภูมิ พุทธันดรที่ผ่านมา หมู่คณะเราใหญ่กว่านี้เยอะนะ หลายเท่าเลย เพราะยุคนั้นโลกทั้งโลกมีศีลธรรมมากกว่าในยุคนี้ มนุษย์ในยุคนี้เสื่อมจากศีลธรรมลงไปเยอะ อย่างที่เรานึกไม่ถึงเลย ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๖ --------------------------------------- ๒๘ ทุกอย่างเผลอเป็นเสร็จ (ตอน ๔) คำถามข้อที่ ๔ เหตุใดเธอจึงตั้งใจรักษา สุขภาพภายในช่องปากให้แก่พระภิกษุผู้จรมาจากทิศทั้งสี่โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น คุณครูไม่ใหญ่ สาเหตุที่ทำให้เธอได้มารักษาสุขภาพ ภายในช่องปากให้แก่พระภิกษุผู้จรมาจากทิศทั้งสี่ โดยที่เธอไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้ก็เป็นเพราะความใจบุญของเธอ ความคุ้นเคย ที่เธอรับบุญอุปัฏฐากดูแลพระภิกษุสามเณรใน ภพชาติก่อน ๆ มาหลายภพหลายชาติ ได้ติดแน่นจนกลายเป็นผังสำเร็จ และเป็นอุปนิสัยที่ติดตามตัวเธอมาข้ามภพข้ามชาติจนกระทั่งมาถึงในภพชาติปัจจุบัน จะเห็นได้ว่า สิ่งใดที่เราสั่งสมเอาไว้ไม่ว่า ดีหรือชั่ว มันจะเป็นผังสำเร็จติดข้ามชาติมา ยกตัวอย่างเช่น ในพุทธันดรที่ผ่านมาเธอก็ได้ ปวารณาเป็นอุปัฏฐายิกาให้กับพระภิกษุสงฆ์ และสามเณรทุกๆ รูป ในทุก ๆ วัดที่เธอเคยไปทำบุญ ซึ่งในช่วงสุดท้ายก่อนที่เธอจะละจากโลก หนึ่งในภาพบุญที่มาปรากฏให้เธอเห็นได้อย่างเด่นชัดที่สุดก็คือ ภาพที่เธอกำลังรับบุญอุปัฏฐากดูแลพระภิกษุสามเณร ยามใดก็ตามที่เธอเห็นภาพบุญดังกล่าวปรากฏขึ้นในใจ ใจของเธอก็จะพองโตและอัดแน่นไปด้วยความปลื้มปีติใจแบบสุดๆ ซึ่งก็มีอยู่หลายครั้ง ที่เธอได้อธิษฐานจิตในเวลาที่เธอนึกถึงภาพบุญดังกล่าวในทำนอง ที่ว่า “ขอให้เธอได้รับบุญแบบนี้อีกในภพชาติ ต่อๆ ไป” เป็นต้น ดังนั้นเมื่อเธอได้ลงมาเกิดสร้างบารมีในภพชาติปัจจุบันนี้ ด้วยคำอธิษฐานจิตและความคุ้นเคยในการทำหน้าที่อุปัฏฐากดูแลพระภิกษุสามเณร ซึ่งติดตามตัวเธอมาข้ามภพข้ามชาติ แล้วก็หลายภพ หลายชาติแล้ว กอปรกับในภพชาติปัจจุบันเธอ ก็ได้เรียนจบมาทางด้านนี้ ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้เธอเกิดความรู้สึกปลื้ม แล้วก็อยากจะรับบุญที่เกี่ยวเนื่องกับการอุปัฏฐากดูแลพระภิกษุสามเณร ดังเช่น บุญที่เธอได้ทำเอาไว้ในภพชาติปัจจุบันนี้ นั่นก็คือบุญที่เธอได้มารักษาโรคทางช่องปากให้กับคณะพระภิกษุสามเณรในวัดพระธรรมกายที่คลินิกรัตนเวช และบุญที่เธอได้เปิดคลินิกทำฟันส่วนตัวและได้ถวายการรักษาโรคภายในช่องปากแก่พระภิกษุสามเณรทุก ๆ วัด โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ๑๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๖ --------------------------------------- ๒๙ ทุกอย่างเผลอเป็นเสร็จ (ตอน ๕) คำถามข้อที่ ๕ ในระหว่างที่หมอปุ้ยนอนในห้อง ICU แล้วลูกชายทั้งสองคนไปกราบขอขมาเพื่อบรรพชาเป็นสามเณร เธอรู้ตัวหรือไม่ แล้วเธอจะได้รับบุญจากการบวชของลูกเณรทั้งสองหรือไม่อย่างไร คุณครูไม่ใหญ่ ในช่วงท้ายๆ ที่หมอปุ้ยนอนหมดสติอยู่ในห้อง ICU นั้น สมองของเธอแทบจะไม่รับรู้ในเรื่องราวใด ๆ อีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของบุญหรือบาป ดังนั้นในวันที่ลูกชายทั้งสองไปขอขมาเพื่อบรรพชาเป็นสามเณร เธอจึงไม่สามารถรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ ได้ แต่ถามว่า เธอได้รับบุญบวชหรือไม่ ก็ต้องตอบว่า ได้รับ แล้วก็มีผลต่อตัวเธอมากเสียด้วย เพราะว่าเป็นบุพการีของสามเณร เพราะกายหยาบเป็นของบิดามารดากายละเอียดของเราอาศัยอยู่ เพราะฉะนั้นเราอาศัยกายหยาบท่านไปทำความดี ท่านก็มีส่วนแห่งบุญนี้ ถ้าท่านอนุโมทนาด้วยยิ่งแรง เพราะในขณะนั้นเธอยังมีชีวิต หรือยังมีกายหยาบอยู่ ถึงแม้จะไม่รู้สึกตัว และไม่ได้น้อมใจ อนุโมทนาบุญที่ลูกชายทั้งสองคนจะบวชให้ แต่ผลบุญจากการที่ลูกชายทั้งสองตั้งใจจะบวชให้กับแม่นั้นไม่ได้สูญเปล่าหรือหายไปไหน เพียงแต่ผลบุญจะรอและประมวลรวมกันส่งผลในช่วงศึกชิงภพ หรือช่วงที่กายละเอียดของเธอหลุดออกจากกายหยาบ ซึ่งถือเป็นช่วงหัวเลี้ยว หัวต่อของชีวิตมนุษย์ทุก ๆ คน ศึกชิงภพนี่ เราต้องชิงด้วยตัวเราเองนะ ใครจะมาช่วยชิงให้เรา มันสิยากนะ เพราะฉะนั้น ลูกทั้งสองของคุณแม่จงภูมิใจเถิดว่า ลูกได้ทำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคุณแม่แล้ว อีกทั้งบุญจากการบวชของลูกทั้งสอง ยังมีส่วนสำคัญที่ทำให้คุณแม่ได้กลับดุสิตบุรีอีกด้วย เพราะบุญจากการบวชพระหรือสามเณร ให้บุพการีนั้นถือเป็นบุญที่มีอานิสงส์มาก และเป็นบุญที่ลูกผู้ชายทุกคนควรทำให้บุพการีของตัวเอง อย่างน้อยก็บวชให้ได้สัก ๑ พรรษา ในชีวิต บวชแล้วก็ต้องฝึกตน ทนหิว บำเพ็ญ ตบะ เป็นพระแท้ บวชให้ได้ ๒ ชั้น อยู่รับกฐินแล้วก็ออกเดินธุดงค์ อย่างน้อยต้องอย่างนี้นะ ถ้าติดใจเพราะใจติดที่กลางกาย จะบวชอีกหลาย ๆ ครั้ง หรือครั้งเดียวยาว ๆ ไปเลยก็ได้ เมื่อลูกทั้งสองของคุณแม่รู้อย่างนี้แล้ว ลูกทั้งสองคนก็ต้องตั้งใจเรียนหนังสือให้ดี เรียน ให้เก่ง ๆ อย่าติดเกม อย่าติดเพื่อน หรืออย่าติดอะไร ๆ แล้วก็ให้รีบมาบวชสร้างบารมีตามอย่างพระพ่อ เพื่อที่คุณแม่ของลูกจะได้ชื่นใจ แล้วก็ปลื้มใจ อย่าลืมนะว่า ท่านยังเฝ้าฝันถึง วันๆ นั้นอยู่ วันที่ลูกทั้งสองจะบวชให้ท่าน เพราะฉะนั้นอย่าให้ท่านรอนาน หรือถ้าลูกทั้งสองคนอยากจะออกบวชตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อที่คุณแม่ของลูกรวมถึงพระพ่อจะได้หมดห่วงก็ยิ่งดี แล้วก็ให้รีบมาเลย ที่นี่ยินดีต้อนรับลูกทั้งสองคนเสมอ ๑๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๖ --------------------------------------- ๓๐ ทุกอย่างเผลอเป็นเสร็จ (ตอน ๖) คำถามข้อที่ ๖ ในกรณีที่แม่นอนป่วยไม่ได้สติแล้วลูกบวชให้ กับลูกบวชให้แม่ตอนที่แม่เสียชีวิตไปแล้ว ทั้งสองกรณีนี้ ผลบุญที่เกิดขึ้นเหมือนหรือต่างกันอย่างไรครับ คุณครูไม่ใหญ่ ก่อนที่จะตอบคำถามนี้ เราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า กายมนุษย์หยาบหรือกายที่เรากำลังสูดลมหายใจเข้าออกอยู่ในตอนนี้ ถือเป็นกายที่มีความสำคัญที่สุด ดีที่สุด แล้วก็เหมาะสมที่สุด เพราะฉะนั้นอย่าเอาไปถล่มทลาย อย่าเอาไปทำสิ่งที่ไม่ดี เป็นกายที่ถูกประกอบขึ้นเพื่อใช้ในการประกอบเหตุสั่งสมบุญสร้างบารมีเป็นหลักเลย ซึ่งกายประเภทอื่น ยกตัวอย่าง กายละเอียด เช่น กายเทพบุตร เทพธิดา กายของสัตว์นรก เป็นต้น ไม่สามารถ สั่งสมบุญสร้างบารมีได้ หรือถ้าได้ก็ไม่ดีเท่า คือบางทีเทพบุตรเทพธิดาแอบแปลงกายมา เป็นมนุษย์มาสั่งสมบุญ ก็ยังได้บุญไม่เท่ากับ เป็นมนุษย์จริง ๆ ที่เป็นเช่นนี้ก็เป็นเพราะกาย ละเอียดเหล่านี้เป็นกายที่ถูกประกอบขึ้นเพื่อการเสวยผลตามกำลังแห่งบุญหรือบาป ไม่ใช่เป็นกายที่เอาไว้ใช้ในการประกอบเหตุอย่างกายมนุษย์หยาบ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เสด็จดับขันธปรินิพพานไปก่อนหน้านี้นับพระองค์ไม่ถ้วน ทุก ๆ พระองค์ต่างก็ต้องอาศัยกายมนุษย์หยาบในการสั่งสมบุญสร้างบารมี ๑๐ ทัศ ๒๐ ทัศ แล้วก็ ๓๐ ทัศ ด้วยกันทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นกายมนุษย์หยาบจึงมีความสำคัญมากที่สุด ดังนั้นใครก็ตามที่มีโอกาสได้สั่งสมบุญด้วยตัวของเราเอง หรือมีผู้อื่นทำบุญให้ในขณะที่เรายังมีลมหายใจ หรือพูดสั้น ๆ ว่า ยังไม่ตาย ก็ขอให้เรารีบขวนขวายสั่งสมบุญกันเสียเถิด เพราะผลบุญที่เกิดขึ้นในช่วงที่เรายังมีกายมนุษย์หยาบหรือยังมีลมหายใจอยู่นั้น จะมีกำลังมากกว่าตอนที่เราเป็นอดีตมนุษย์หรือตายไปแล้ว เพียงแต่กำลังแห่งบุญจะมากหรือ น้อยก็ขึ้นอยู่กับเหตุและปัจจัยหลาย ๆ อย่างที่อาจจะแตกต่างออกไปเล็กน้อยบางประการถึงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความบริสุทธิ์บริบูรณ์ของทั้งตัวผู้ให้และผู้รับ หรือหลักในการสั่งสมบุญว่า ใครทำถูกต้องตามหลักวิชชาได้มากน้อยกว่ากัน เป็นต้น ซึ่งเราคงจะไม่ลงรายละเอียดกันในตอนนี้ เพราะมันจะยาวมาก ผู้ที่ให้กายมนุษย์หยาบเรามาเกิดเพื่อสร้างบารมีจึงเป็นบุคคลที่มีพระคุณมาก เพราะเราอยู่ในยุคที่เกิดในครรภ์มารดา ยกเว้นยุคที่มีบุญบารมีมากก็จะเกิดแบบ โอปปาติกะ ไม่ต้องไปรบกวนท่านทั้งสอง ไม่ต้องมีบิดามารดา ปึ๊บก็เป็นกายหยาบเลย คล้าย ๆ การบังเกิดขึ้นของกายละเอียดอย่างนั้นนะ บุญที่ลูกชายทั้งสองคนบวชให้กับคุณแม่ในช่วงที่ท่านนอนป่วยไม่ได้สติ ซึ่งถือว่าตอน นั้นท่านยังมีกายมนุษย์หยาบอยู่ จึงมีกำลังบุญมากกว่าตอนที่ลูกบวชให้ท่านหลังจากที่ท่านเสียชีวิตไปแล้ว ถ้าในช่วงนั้นท่านยังพอมีสติรับรู้ แล้วได้ตั้งจิตอนุโมทนาบุญจากการบวชของลูกชายสุดเลิฟทั้งสองคน บุญที่ท่านจะได้รับ ก็จะมีกำลังมากไปกว่านี้อีก เมื่อเรารู้ถึงความสำคัญของกายมนุษย์หยาบแล้ว เราก็ต้องใช้เวลาในขณะที่เรายัง มีกายมนุษย์หยาบอยู่ให้มีคุณค่ามากที่สุด อย่าให้ลมหายใจของเราสูญเสียไปแบบเปล่าประโยชน์ จงใช้ทุกลมหายใจเข้าออกของเรา ให้เป็นไปเพื่อการสั่งสมบุญสร้างบารมี เพราะมนุษย์ทุกคนเกิดมาเพื่อสร้างบารมี เพราะฉะนั้น ผู้ให้กายมนุษย์หยาบจึงมีความสำคัญมาก ๆ เลย เราต้องเอากายมนุษย์ หยาบที่ได้มา มาทำให้สาเร็จประโยชน์ เหมือนอย่างที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ พระผู้ปราบมารท่านทำ คือพอได้กายมนุษย์หยาบมาก็เอามาเกิดใหม่อีกครั้งหนึ่งในเพศสมณะ และเกิดอีกครั้งหนึ่งด้วยกายธรรม อย่างนี้ดีมากเลย จากเรื่องราวคำถามคำตอบใน case study ของหมอปุ้ยที่คุณครูไม่ใหญ่ได้นำมาเล่าให้ฟัง ก็น่าจะเป็นอุทาหรณ์สอนใจให้ลูก ๆ นักเรียน อนุบาลฝันในฝันวิทยาทั่วโลก รวมถึงลูกพระลูกเณรของคุณครูไม่ใหญ่ทุก ๆ รูป ทั้งที่อยู่ ในประเทศและต่างประเทศได้ข้อคิดไปสะกิด ใจว่า ชีวิตของเรานั้นเป็นของน้อย คือ มีช่วงเวลาในการสั่งสมบุญสร้างบารมีเพียงแค่ช่วงสั้น ๆ เท่านั้น เราหมดเวลาตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ออกจากครรภ์มารดาก็ยังไม่รู้เรื่องรู้ราว กว่าจะรู้เรื่องรู้ราวในการสร้างบารมีก็ต้องใช้เวลา พอจะรู้เรื่องรู้ราวเราก็เถลเถไถอีก พอตั้งหลักได้ อ้าว เฒ่าแล้ว พอจะฟิตขึ้นมา อ้าว หมดแรงแล้ว เพราะฉะนั้นชีวิตเป็นของน้อย อีกทั้งมนุษย์ทุกคนล้วนตกอยู่ภายใต้กฎแห่งกรรม เพราะฉะนั้นตราบใดที่เรายังมีลมหายใจ เราก็ต้องหายใจให้เป็นไปเพื่อการสร้างบารมี สั่งสมบุญทุก ๆ บุญ ทั้งทำทาน รักษาศีล และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการเจริญภาวนา ซึ่งเราจะต้องมุ่งมั่นแล้วก็ตั้งใจที่จะเข้าถึงพระธรรมกายให้ได้ ที่ไม่ค่อยเห็นกันก็จะมีอยู่แค่ ๒ ประเภท คือพวกที่ตั้งใจมากเกินไป กับพวกที่ไม่ได้ตั้งใจ ตั้งใจมากก็ไม่เห็น ไม่ตั้งใจก็ไม่เห็นเหมือนกัน ต้องพอดี ๆ อย่างกรณีศึกษาของลูกพระของคุณครูไม่ใหญ่ซึ่งเป็นผู้ส่งเคสนี้ ถ้าหากในพุทธันดรที่ผ่านมา ตัวท่านไม่มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะบำเพ็ญสมณธรรมจนเข้าถึงพระธรรมกายในชาตินั้น ในภพชาติปัจจุบันนี้ ท่านก็จะเจอกับเรื่องราวหรืออุปสรรคต่าง ๆ นานา ที่จะมาขัดขวางต่อหนทางการบวชสร้างบารมีมากกว่า ที่ท่านกำลังเจออยู่ในตอนนี้มาก และจะมากถึงขนาดทำให้ท่านไม่มีโอกาสได้บวชในภพชาติปัจจุบันนี้เลย หรือถ้าได้มาบวช ก็อาจจะได้บวชในช่วงบั้นปลายชีวิต หมดแรงแล้ว ถ้าบวชตอนนั้น ก็จะมีเหตุทำให้ท่านเกิดความคิดอยากที่จะสึกมากกว่าอยากที่จะบวช อย่าง นี้เป็นต้น โอ้ สึกออกไป ก็จะทุกข์จนวันตาย เพราะชีวิตทางโลกมันเป็นอย่างนั้นนะ แต่ ด้วยความที่ในพุทธันดรที่ผ่านมา ตัวท่านมุ่ง มั่นตั้งใจบำเพ็ญสมณธรรมจนสามารถเข้า ถึงพระธรรมกาย ได้อานิสงส์จากการเป็น พระเป็น ไม่ใช่พระตาย พระเป็นคือพระที่เห็น พระธรรมกาย รวมถึงกำลังบุญที่ตัวท่านเคย สั่งสมเอาไว้ในอดีตชาติ จึงทำให้ตัวท่านยังคง หยัดสู้ และยังมีกำลังใจอยากที่จะบวชสร้าง บารมีต่อไปจวบจนถึงวันนี้ คือถ้าใครไม่เป็นท่าน ก็คงจะไม่รู้หรอกว่า เรื่องราวหรืออุปสรรคต่าง ๆ ที่ท่านกำลังเจอ หรือที่ท่านเจอผ่านมาแล้วนั้น ทั้งเรื่องความคิดของตัวเอง รวมถึงคนรอบข้างมันมีความ กดดันและมีผลต่อการบวชสร้างบารมีของ ท่านมากมายขนาดไหน ถ้าตัวท่านเป็นคนที่มี ความคิดแบบชาวโลกทั่วๆ ไป แล้วก็ไม่มีบุญ จากการเข้าถึงพระธรรมกายในอดีตชาติมา หล่อเลี้ยง ซึ่งตรงจุดนี้ถือเป็นประเด็นหลัก ถ้าไม่มีอย่างนี้ ป่านฉะนี้ท่านก็คงทนต่อแรงกดดัน ไม่ไหว แล้วก็อาจจะสึกออกไปดูแลครอบครัวของท่านตั้งแต่พรรษาแรก ๆ แล้ว นี่บุญที่ท่านได้เข้าถึงพระธรรมกาย เพราะฉะนั้นกระทบแต่ ไม่กระเทือน ต้านทานได้ พระลูกชายที่ส่งเคส พระลูกชายที่รัก นี่กำลังพูดกับท่านนะ Dear พระลูกชาย ถึงแม้ในตอนนี้จะมีใครบางคนยังไม่เข้าใจ ก็ช่างเขาเถอะ แต่ครูไม่ใหญ่ก็เชื่อว่า ยังมีใครอีกหลาย คนทั้งโลกเลยที่เป็นนักเรียนอนุบาลฝันในฝัน วิทยายังเข้าใจ และพร้อมที่จะให้ความช่วย เหลือเพื่อให้ตัวลูกได้บวชสร้างบารมีต่อไป เพราะฉะนั้นจงสู้ต่อไปนะลูกนะ สู้เท่านั้นจึงจะ ชนะ Dear พระลูกชายเข้าใจหรือเปล่าจ๊ะ อย่ากลับหลัง ขอให้เดินต่อไป จะได้รู้จักว่า ชัยชนะ มันเป็นอย่างไร นอกจากเราทุก ๆ คนจะต้องสั่งสมบุญ ทุก ๆ บุญ ทั้งทำทาน รักษาศีล และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการเจริญสมาธิภาวนาแล้ว สิ่งที่เราจะต้องตอกย้ำซ้ำ ๆ ให้เป็นความคิดที่ติดเข้าไป ในใจของเราอยู่เสมอนั่นก็คือ ในตอนนี้เรายัง ไม่ชนะพญามารเขา เราจะต้องดำเนินชีวิตอยู่ ด้วยความไม่ประมาท ไม่ประมาท คือ อย่าไปทำสิ่งที่ไม่ดี ต้อง ทำแต่สิ่งที่ดี คือ ละชั่ว คือถ้าทำไม่ดีเราก็ละเสีย ถ้าทำดีอยู่แล้วเราก็ทำดียิ่ง ๆ ขึ้นไป แล้ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ผ่องใส อย่างนี้ถึงจะเรียกว่า ไม่ประมาท สรุปโดยย่อก็คือ ต้องหยุดใจให้ได้ ถ้าใจหยุดติดกลางกายฐานที่ ๗ ได้ จึงจะได้ชื่อว่าเป็นผู้ไม่ประมาท ความประมาท จะล่มสลายหายไปเมื่อใจหยุดนิ่ง เมื่อไรที่เรา ประมาทหรือเผลอใจปล่อยให้อำนาจกิเลส เข้ามาครอบงำจิตใจของเราได้ เราก็อาจจะ พลาดพลั้งไปกระทำความผิดทั้งทางกาย วาจา และใจได้ทุกเมื่อ อย่างที่เคยบอกไว้ว่า ทุกอย่าง...เผลอเป็นเสร็จ! เมื่อผลจากการกระทำของเรา ซึ่งก็คือวิบากกรรมหรือเศษกรรมที่เกิดขึ้นกับตัวเรา แล้วมันก็จะคอยหาช่องเข้ามาตัดรอนหนทาง การสร้างบารมีของเราในอนาคตอยู่เรื่อย ๆ ตลอด ๒๔ น. เลย ซึ่งอาจจะทำให้เราจำต้อง พลัดพรากจากการสร้างบารมีกับหมู่คณะ และอาจจะทำให้เราพลัดตกลงไปในอบายได้ ทั้งทุกข์ทรมาน ทั้งเสียเวลานานกว่าจะฟื้นตัวกลับมาได้ และถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ก็ถือเป็นเรื่องที่อันตราย และมีผลต่อการเดินทางไปสู่เป้าหมายของเราคือที่สุดแห่งธรรม ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ไม่มีใครปรารถนาอย่างนี้ นอกจากหมู่คณะของเรา เราจะต้องพยายามสอนตัวเองให้ได้ ด้วยการเอาข้อผิดพลาดที่ตัวเราเคยทำเอาไว้ในอดีตมาเป็นบทเรียนสอนตัวเองอยู่เสมอ ๆ ว่า บาปกรรมหรือความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย เราจะไม่กลับไปทำเช่นนั้นอีกเด็ดขาด เพื่อที่เราจะได้ไม่มีวิบากกรรมหรือมีเศษกรรมมา ตัดรอนตลอดเส้นทางการสร้างบารมีของเรา เมื่อเรารู้อย่างนี้แล้ว เราจะต้องไม่ลืมคำว่า ทุกอย่าง...เผลอเป็นเสร็จ! ๑๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๖ บวชเป็นพระต้องค้นหาช่องทางรอด ให้ชีพปลอดภัยวัฏฏะก่อนจะสาย ช่องอะไรก็ไม่สู้ช่องกลางกาย ปิดอบายดับทุกข์ได้ไปนิพพาน ---------------------------------------