1. รู้บุญรู้บาปชีวิตปลอดภัย บุญเป็นเรื่องของความสุข และความสำเร็จในชีวิต เป็นทุกสิ่งของชีวิตเรา ...ในด้านที่ดี ๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๕ บุญคือทุกสิ่งที่เราปรารถนา และบุญให้ผลเกินควรเกินคาด อย่างที่เราคาดไม่ถึง ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ บุญเป็นสิ่งที่เรามองไม่เห็น ด้วยตาหยาบ สัมผัสจับต้องไม่ได้ด้วยมือ แต่เห็นได้ด้วยใจที่หยุดนิ่ง ๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๖ บุญ เป็นสิ่งสำคัญ ที่จะต้องสั่งสมเอาไว้เสมอ ไม่ว่าจะโดยการให้ทาน รักษาศีล หรือเจริญภาวนา ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ถ้าไม่มีบุญ...ชีวิตอันตราย ทั้งในมนุษยโลกและในเทวโลก เพราะบุญเป็นบ่อเกิดแห่งความสุข และความสำเร็จในชีวิต ๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ บุญเป็นที่พึ่งในปรโลก ๑๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๕ บุญเป็นพลังงานชนิดหนึ่ง เป็นพลังงานแห่งความบริสุทธิ์ ที่จะขจัดกิเลสอาสวะ สิ่งที่เป็นมลทินของใจเราให้หมดไป ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๖ บุญ คือ พลังงานความบริสุทธิ์ ที่จะขจัดพลังงานความไม่บริสุทธิ์ ให้หมดสิ้นออกไปจากกายวาจาใจ จากธาตุธรรมเห็นจำคิดรู้ของเรา ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ บุญเป็นพลังงานพิเศษ ที่จะทำให้เรามีความสุข และความสำเร็จในชีวิต ทั้งในมนุษยโลก และในเทวโลก รวมทั้งในสังสารวัฏ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ มนุษย์เป็นเหมือนหุ่น ให้บุญและบาปเชิด ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ชีวิตในสังสารวัฏ มีแต่บุญกับบาปเท่านั้น เป็นตัวชักใยอยู่เบื้องหลัง ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ผู้แสวงหาบุญ...ย่อมได้บุญ ผู้แสวงหาบาป...ย่อมได้บาป ผู้แสวงหามรรคผลนิพพาน... ย่อมได้มรรคผลนิพพาน ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๔ ถ้าเราสั่งสมบุญ บุญก็นำสุขมาให้ ถ้าสั่งสมบาป บาปก็นำทุกข์มาให้ ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ทำบาป ไม่ว่าจะรู้หรือไม่รู้ก็ตาม ล้วนมีผลทั้งสิ้น ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ บุญอย่างเดียวเท่านั้น ถึงจะเอาชนะบาปได้ จะไปใช้วิธีการอื่นไม่ได้เลย จะเรียนสูงแค่ไหน มีทรัพย์ให้มากแค่ไหน มีพวกพ้องบริวารเยอะ มียศถาบรรดาศักดิ์ อำนาจวาสนามากแค่ไหน ไปเอาชนะบาปไม่ได้เลย ชนะได้ด้วยบุญอย่างเดียว ๑๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๖ เราไม่สร้างบุญไม่ได้ ถ้าไม่สร้างบุญ บาปก็จะเข้ามายึดครอง คอยบังคับบัญชาตลอด แล้วบุญก็ต้องสร้างบ่อยๆ ซ้ำๆ ให้มากพอที่จะเอาชนะบาปได้ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๖ บุญ...ส่วนบุญ บาป...ส่วนบาป มันอยู่ในตัวเรา ชิงช่วงช่วงชิงกันส่งผล อยู่ตลอดเวลา ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙ ชีวิตในสังสารวัฏ เขาใช้บุญไปสู้กับบาป ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘ บุญและบาปจะรอคอย ทยอยการส่งผลเมื่อได้ช่อง ถ้าบุญได้ช่องก่อน...จะส่งผลดี ถ้าบาปได้ช่องก่อน...ก็จะส่งผลร้าย จะชิงช่วงช่วงชิงกันตลอดเวลา ๑๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘ บุญเท่านั้นจึงจะสู้กับบาปได้ ขจัดบาปได้ ล้างบาปได้ ขจัดมลทินของใจได้ และยังอุทิศไปให้แก่บรรพบุรุษ บุพการี หมู่ญาติของเรา ที่ละโลกไปแล้วได้ ๒๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ เวลาที่บาปเข้าครอบงำ จะบังคับให้เราคิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่ว จะมีวิบากกรรมที่เลวทราม ส่งผลให้ต้องทุกข์ยาก เกิดอุปสรรคต่างๆ ในชีวิต ทั้งในชาตินี้ ในปรโลก และในวัฏสงสารอีกยาวนาน ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘ บุญ...ส่วนบุญ วิบาก...ส่วนวิบาก มันคนละงบกัน 00 00 0000 บาปอกุศลกรรม มันติดอยู่ในศูนย์กลางกาย ยิ่งกว่าเงาตามตัว เงายังห่าง นี่มันอยู่ในตัวเลย ๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๖ บาปอกุศลกรรม อย่าไปทำ ทำแต่สิ่งที่ดีๆ เอาไว้ ๒๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ คนเราทุกคน ถูกเซตโปรแกรมเอาไว้แล้ว ด้วยบุญบาป ที่เราเคยทำเอาไว้นั่นแหละ ๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๖ “คู่ต่อสู้ที่แท้จริง” ไม่ใช่สามีกับภรรยา หรือมนุษย์กับมนุษย์ แต่เป็นการต่อสู้ ระหว่างบุญกับบาป บุญ...เป็นเครื่องมือของพระ บาป...เป็นเครื่องมือของพญามาร ที่ปะทะกันอยู่ ๒๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ เรื่องบุญบาป หรือเรื่องกฎแห่งกรรม เป็นเรื่องลึกซึ้ง สลับซับซ้อน เพื่อความปลอดภัย สั่งสมบุญให้เยอะๆ ทำให้เต็มที่ ทั้งทาน ศีล ภาวนา ๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ในสังสารวัฏ มีแต่บุญกับบาปเท่านั้น ที่เป็นคู่ต่อสู้ที่แท้จริง โดยมนุษย์เป็นเหมือนหุ่น ให้บุญและบาปเชิด ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๗ ชีวิตมีค่าใช้จ่าย แต่จ่ายไปทางอบายมุข ก็ไปอบาย ถ้าจ่ายไปทางบุญ ก็ไปเทวโลก ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๙ ละชั่ว ทำดี ทำใจให้ใส ชีวิตหลังตายจะได้ไปสู่สวรรค์ 00 00 0000 ชีวิตในอนาคตขึ้นอยู่กับเราว่า จะออกแบบชีวิตอย่างไร ให้ดี ให้เลว ให้ประณีต ให้ทราม ให้ตกต่ำ หรือสูงส่ง ก็แล้วแต่เราจะลิขิตชีวิตเราเอง ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ชีวิตมีแค่บุญกับบาปเท่านั้น ที่บังคับบัญชาเราอยู่ ปะทะกันอยู่ สู้กันอยู่ เราต้องเข้าใจหลักวิชชานี้ให้ดี และเราจะได้สั่งสมแต่บุญกุศลล้วนๆ ๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๗ พอเรานึกถึงบุญ... บุญก็ได้ช่อง นึกถึงบาป... บาปก็ได้ช่อง การชิงช่วง-ช่วงชิง มันมีอยู่ตลอดเวลา ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ถ้าเชื่อกฎแห่งกรรม และศรัทธาในความดี เราจะไม่ทำความชั่วเด็ดขาด แล้ววิบากกรรมต่างๆ ก็จะไม่เกิดแก่เรา ๑๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ 2. ทาน...ต้นทางชีวิตที่ดีงาม ทานบารมีเป็นรากฐาน ของการสร้างบารมีอย่างอื่น เป็นบันไดขั้นแรกของการพัฒนาชีวิต เพื่อก้าวไปสู่ความประเสริฐอันสูงสุด ดุจเดียวกับการเริ่มต้น สร้างทานบารมีของท่านสุเมธดาบส เพื่อปรารถนาความเป็น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๙ บรมโพธิสัตว์ทั้งหลาย เมื่อท่านมีทรัพย์แล้ว ก็จะใช้ทรัพย์นั้น ให้เป็นประโยชน์แก่ชาวโลก นี่คือหัวใจอันยิ่งใหญ่ ของผู้มีบุญในกาลก่อน และของบรมโพธิสัตว์ทั้งหลาย ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๖ ทานบารมีเป็นบ่อเกิด แห่งโภคทรัพย์สมบัติ ที่จะเป็นฐานรองรับ ในการสร้างบารมีข้ออื่นๆ ได้อย่างสะดวกสบาย เพราะเรามีอุปกรณ์ในการสร้างบารมี ไม่ต้องมีชีวิตอยู่อย่างลำเค็ญ ๒๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ทานบารมีเป็นประดุจแผ่นดิน ที่รองรับต้นหมากรากไม้ ภูเขาเลากา สรรพสิ่งทั้งหลายบนโลกใบนี้ ๒๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ทานบารมี เป็นบ่อเกิดแห่งทรัพย์ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๙ ทานบารมีต้องสั่งสม อย่าดูเบา อย่าตระหนี่ อย่าหวงแหนทรัพย์ อย่าเสียดายทรัพย์ อย่ากลัวทรัพย์จะหมดเปลืองไป ๒๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เศรษฐีทั้งหลาย ที่เขามีทรัพย์มาก ล้วนประกอบเหตุจาก การสร้างทานบารมีทั้งสิ้น ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ อยากรวยจงให้ทาน สั่งสมทานบารมีให้เยอะๆ ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ ก้าวแรกของชีวิต ที่เต็มเปี่ยมบริบูรณ์นั้น ต้องเริ่มจากการสร้างทานบารมี ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๙ เมื่อเราทำบุญ สั่งสมมหาทานบารมี ชีวิตจะมีแต่ดีขึ้นไปเรื่อยๆ ให้ปลื้มอกปลื้มใจกันเอาไว้ ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๗ การให้ คือ ความสุข ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๖ การให้ เป็นทางมาแห่งบุญ ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๖ โลกอยู่ได้ด้วยการให้ การให้เป็นความสุขอันวิเศษ เราจะรู้จักความสุขชนิดนี้ได้ ต่อเมื่อเราได้ให้ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๘ มีพระผ่านหน้าบ้าน เราก็ใส่บาตรพระ พระไม่ผ่านหน้าบ้าน เราก็ไปเลี้ยงพระที่วัด หรือไปปัดกวาดลานวัดอะไรต่างๆ ก็เป็นทางมาแห่งบุญของเราได้ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๘ ทรัพย์คืออุปกรณ์ ในการสร้างบารมี ไม่ใช่อุปกรณ์ ในการประดับบารมี ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๖ ต้องสั่งสมบุญให้เยอะๆ เพราะเราจะต้องไปเอา ที่สุดแห่ง...รูปสมบัติ ที่สุดแห่ง...ทรัพย์สมบัติ และที่สุดแห่ง...คุณสมบัติ ถึงจะไปสู่ที่สุดแห่งธรรมได้ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๕ 3. บุญ...ต้นทุนชีวิต ยิ่งมีความตั้งใจเอาบุญมาก ก็จะยิ่งได้บุญมาก ๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ทุกบุญที่เราทำ ล้วนมีผลอันยิ่งใหญ่ ที่จะติดตามตัวเราไป ทุกภพทุกชาติ ๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ความสมบูรณ์ของชีวิต จะเกิดขึ้นได้ ต้องอาศัยบุญ อย่างเดียวเท่านั้น ๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๗ ทานเป็นบ่อเกิดแห่งทรัพย์ ช่วงไหนทำ...ก็ได้ ช่วงไหนไม่ทำ...ก็ไม่ได้ ถ้าทำตลอดชาติ...ก็ได้ตลอดชาติ ตรงนี้สำคัญ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๖ สิ่งอะไรที่เรานำออก โดยการบริจาคฝากฝังไว้ ในพระพุทธศาสนา หรือทำสาธารณกุศล สิ่งนั้นถึงจะเป็นของเราอย่างแท้จริง สิ่งอะไรที่เรายังไม่ได้นำออก โดยการให้ โดยการบริจาค สิ่งนั้นก็ยังไม่ได้ชื่อว่าเป็นของเรา ตายแล้วก็เอาไปไม่ได้ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ทรัพย์ที่เรานำออกด้วยการบริจาค สิ่งที่เราจะได้ตอบแทนกลับมา คือ บุญกุศล ทำให้เรามีความสุขและความสำเร็จ ไปทุกภพทุกชาติ ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๕ การทำบุญกับพระเถรานุเถระ พระสังฆาธิการผู้สั่งสมบารมีมามาก เป็นเนื้อนาบุญของเรา เหมือนเราทำบุญกับ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะเราถวายเป็นมหาสังฆทาน ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๕ เราปฏิเสธบุญ ไม่เชื่อเรื่องบุญ บาปก็จะได้ช่อง ทำให้มีโอกาสทำบาปได้ แล้วจะพลัดไปสู่อบาย ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ เมื่อมีทุกข์ อย่าทิ้งบุญ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๙ ถ้าไม่ทิ้งบุญ... บุญจะตามเกื้อหนุน ให้มีช่องทาง ในการดำเนินชีวิต ได้สะดวกสบาย และสร้างบารมีได้สมใจ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๘ บางคนอาจมีความคิดว่า ทำไมเราทำบุญไม่ขึ้น อย่าคิดอย่างนี้นะ ทำบุญ มีแต่ขึ้นอย่างเดียว ทำบาปสิ...ไม่ขึ้น...มีแต่ลง ๒๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๘ เมื่อมีทุกข์ให้นึกถึงบุญที่เราเคยทำไว้ ด้วยใจที่สงบสุข เยือกเย็น บุญนั้นก็จะมาช่วยดับไฟในใจ ดับความร้อนรุ่มให้สงบลง เปลี่ยนจากมืดมาสว่าง จากทุกข์เป็นสุขได้ ด้วยอานุภาพแห่งบุญ ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ เราต้องสั่งสมบุญให้มากๆ ถ้าหากเรามีบุญมาก อุปสรรคก็จะน้อยลง ความสมหวังในชีวิต ก็มากขึ้นทับทวี ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ที่ชีวิตขึ้นๆ ลงๆ เพราะเราทำบุญไม่สม่ำเสมอ ๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ทำบุญขยักขย่อน ก็เลยรวยแบบขยักขย่อน เดี๋ยวรวย...เดี๋ยวเจ๊ง ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘ เราต้องสั่งสมบุญให้มาก เพื่อภพชาติต่อไป จะได้มีความพร้อมในทุกด้าน ทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข มรรคผลนิพพาน ๒๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๘ เรามีชีวิตอยู่ทุกวันนี้ ด้วยบุญเก่าที่สั่งสมมาข้ามชาติ และใช้กันไปตลอดเวลา ทุกอนุวินาที บุญเก่าหมดไปทุกวัน ถ้าหมดบุญอย่างสิ้นเชิงเมื่อไร เราก็หมดอายุขัย เราอาศัยบุญ...เพื่อมีชีวิตอยู่ มีชีวิตอยู่...เพื่อสั่งสมบุญใหม่ เมื่อบุญเก่าหมดไปทุกวัน บุญใหม่ก็ต้องสั่งสมทุกวัน ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ ต้องทำบุญให้ครบทุกหมู่ ทั้งทาน ศีล ภาวนา เพราะบุญแต่ละอย่าง มีคุณสมบัติแตกต่างกัน ให้ผลไม่เหมือนกัน ทาน...ทำให้รวย ศีล...ทำให้สวย ให้หล่อ ภาวนา...ทำให้ฉลาด ๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ เราจะต้องสั่งสมบุญให้มาก ภพชาติต่อไป... ชีวิตจะได้สมบูรณ์กว่าชาตินี้ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ชาติต่อไป...เราต้องพร้อม ชาตินี้...เตรียมให้พร้อม ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ชาตินี้คือชาติที่เราประกอบเหตุ ชาติต่อไป... คือชาติที่เสวยผล เราอยากจะให้ภพต่อไปเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับการประกอบเหตุในชาตินี้ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ถ้าไม่มีบุญ...ก็อด บุญมีแค่ไหน... ก็ได้แค่นั้น ๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับบุญเป็นหลัก อย่าไปกังวลใจ ให้ทำใจใสๆ เดี๋ยวสมบัติใหญ่ก็จะไหลมา ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ ตอนร่ำรวย เฟื่องฟู เพราะมีบุญสนับสนุน พอหมดบุญ... ธุรกิจก็ฟุบแฟบ ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘ รวยได้จะต้องมีบุญ จะมีบุญก็ต้องทำบุญ ทำบุญช้า บุญเกิดช้า สมบัติก็มาช้า ทำบุญเร็ว บุญเกิดเร็ว สมบัติก็มาเร็ว ๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๘ มีคนเก่งมากมายในโลก ที่ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต ถึงแม้จะมีวุฒิสูงแค่ไหน ความรู้มากแค่ไหน ที่เป็นเช่นนี้เพราะ ขาดบุญอย่างเดียว ๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๔ โลกจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับกระแสใจของชาวโลก ช่วงไหนกระแสใจของมนุษย์ ตั้งมั่นอยู่ในคุณงามความดี ไม่ประมาทในชีวิต สั่งสมบุญอยู่เป็นนิจ ยุคนั้นบ้านเมืองจะอยู่เย็นเป็นสุข ต่างมีความสุขกายสบายใจกันถ้วนหน้า เศรษฐกิจจะเฟื่องฟู ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล โรคภัยไข้เจ็บน้อย ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๑ บุญเป็นเครื่อง ประกันชีวิต ที่ดีที่สุด ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ บุญเท่านั้นที่จะเป็นที่พึ่งแก่เราได้ ให้ทำทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา จนเข้าถึงพระธรรมกาย ก็จะมีความสุขทั้งในปัจจุบัน และหลังจากละโลกไปแล้ว ๒๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ประกันชีวิตที่แท้จริง ต้อง...สร้างบุญ ประกันสังคมที่แท้จริง ต้อง...ประพฤติธรรม ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๗ ถ้าใจอัศจรรย์ ก็จะได้สมบัติอัศจรรย์ ถ้าใจอยู่เหนือธรรมชาติ เราก็จะได้สมบัติ ที่เหนือธรรมชาติ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๕ สมบัติจะมาได้ ต้องมีบุญอยู่ในตัว ๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ ตำแหน่งทุกตำแหน่ง เป็นของกลางๆ อายุ วรรณะ สุขะ ยศ อธิปไตย แล้วแต่ใครจะไขว่คว้าเอา ๑๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ อยากรวย...ต้องทำทาน อยากสวย อยากหล่อ...ต้องรักษาศีล ถ้าอยากฉลาด มีปัญญา... ต้องเจริญสมาธิภาวนา เคารพในธรรมได้อานิสงส์ คือ มีดวงปัญญา ภพชาติต่อไปจะฉลาด ทั้งทางโลกทางธรรม ได้รับการเคารพในทุกสถาน จะเป็นผู้ที่มีกำลังใจสูงส่ง ไปไหนจะมีแต่คนชื่นชมให้กำลังใจ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ บุญสำคัญมาก มีบุญมาก...ก็เหนื่อยน้อย มีบุญน้อย...ก็เหนื่อยมาก ๑๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ตัดสินใจทำบุญช้า สมบัติก็จะเกิดขึ้นช้า ในภพชาติต่อไป ตัดสินใจทำบุญเร็ว สมบัติก็จะเกิดขึ้นเร็ว ในภพชาติต่อไป บางคนเกิดมา...สมบัติมาคอยท่า บางคนเกิดมา...ต้องไปหาสมบัติ ที่เป็นอย่างนี้ เพราะทำบุญมาต่างกัน ๑๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เมื่อบุญส่งผล จะทำอะไรมันก็ดีทั้งนั้น เพราะมีบุญซะอย่าง ๑๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๘ ทำบุญทันที เกิดศรัทธาปุ๊บ ทำปั๊บ เวลาสมบัติเกิดขึ้น มันจะเกิดขึ้นทันที ๒๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๘ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับบุญเป็นหลัก มนุษย์ไม่ได้เก่งอะไรหรอก บางคนมีความรู้ดี มีความสามารถดี ความรู้ถึง ทีมถึง ใจถึง อะไรถึงๆ ทั้งหมด แต่ถ้าบุญไม่ถึง ก็ไปไม่ถึงเป้าหมาย ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ ทำบุญไว้เยอะๆ ทำมาก...อุปสรรคก็น้อย ทำน้อย...อุปสรรคก็เยอะ เราจะไปสู่ที่สุดแห่งธรรม… อุปสรรคไม่ควรจะมี ๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ถ้าเรามีบุญ ไม่ว่าจะทำอะไร เดี๋ยวเงินทองก็จะมาหา เพราะฉะนั้น สั่งสมบุญเอาไว้เถิด ๑๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๖ พลังบุญ จะฉุดเรา ไปสู่สุคติโลกสวรรค์ ๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๖ ดวงบุญจะสีใสเหมือนเพชร หรือใสเกินกว่านั้น สว่างนุ่มเนียนตาละมุนใจ อยู่เบื้องหลังความสุข และความสำเร็จทุกอย่าง ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๗ จะมีรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข มรรคผลนิพพาน ก็ต้องอาศัยบุญ ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๗ รูปร่างดี แข็งแรง อายุยืน ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ก็อาศัยบุญ ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๗ จะมีเสียงดี เสียงไพเราะ เสียงลึก ก้อง กังวาน ไพเราะ ไม่แหบ ไม่เครือ ไม่พร่า เสียงหยดย้อย ใครฟังแล้วติดอกติดใจ อยากจะฟังแต่เสียงของเรา ก็อาศัยบุญนั่นแหละ ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๗ อายุ วรรณะ ความสุข กำลังกาย กำลังใจ ความเฉลียวฉลาด ปฏิภาณ ล้วนอาศัยบุญ ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๗ จะมีพวกพ้อง บริวารที่ดีอยู่ในโอวาท เกิดในตระกูลที่ดี มีสมบัติมาคอยท่ามารองรับ ก็อาศัยบุญ ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๗ ทำมาหากินสะดวกสบาย ทรัพย์ไหลมาเทมา ก็บุญอีกเหมือนกัน บุญเป็นเรื่องสำคัญนะลูกนะ ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๗ บุญน้อย...ก็สุขน้อย บุญปานกลาง...ก็สุขปานกลาง บุญมาก...ก็สุขมาก ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๗ บุญเป็นธาตุสำเร็จ เหมือนของกายสิทธิ์ ที่ยิ่งนึกยิ่งโต ยิ่งนึกยิ่งขยาย ยิ่งนึกยิ่งเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับบาป ยิ่งนึกยิ่งโต ยิ่งนึกยิ่งเพิ่ม ยิ่งนึกยิ่งขยาย ยิ่งนึกใจก็ยิ่งหมอง แต่บุญยิ่งนึกใจยิ่งใส และใสเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ถ้าเรามีดวงบุญโต สมบัติจะมาคอยท่าเราเลย เราไม่ต้องไปหาทรัพย์ แต่ทรัพย์จะมาหาเรา เพราะฉะนั้นเรามีหน้าที่ ทำดวงบุญให้โตๆ ด้วยการทำบุญและต้องทำ ให้ถูกแหล่งเนื้อนาบุญด้วย ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ 4. อย่ายากจนเลย ทาน... เป็นจุดเริ่มต้นของความสุข ความตระหนี่... เป็นจุดเริ่มต้นของความทุกข์ ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๗ ชาตินี้เกิดมายากจน เพราะเราออกแบบชีวิต ข้ามชาติมา... ด้วยความตระหนี่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ สั่งสมบุญไปเถิด ทำไปเถอะนะลูกนะ ไม่มีอดอยากยากจน ทั้งในปัจจุบันและในอนาคตด้วย มีกำลังเท่าไรทำไป เอายอดวิตามินบุญ วิตามินของทรัพย์ติดตัวเราไป ส่วนกากของทรัพย์ เอาไว้ใช้งานพระศาสนา ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ยิ่งจน ยิ่งต้องรีบทำทาน ต้องรีบเป็นผู้ให้ จึงจะถูกหลักวิชชา ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ทำไมต้องรวย ก็ต้องไปลองจนดู ต้องรวยถาวร รวยอย่างยั่งยืน เพราะจะสร้างบารมี ได้อย่างสะดวกสบาย ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๑ อย่าพร้อมบางอย่าง ต้องพร้อมให้ได้ทุกอย่าง ทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ และคุณสมบัติ ตอนที่ยังลำบากยากจน หรือมีทรัพย์น้อย ก็อย่าขาดบุญ ทำไปเท่าที่เราจะทำได้ ด้วยใจที่เลื่อมใสในพระรัตนตรัย ก็จะเป็นทางมาแห่งบุญของเรา จะนำเราไปสู่สุคติโลกสวรรค์ หรือมีความสุขในปรโลกได้ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๘ จนยาก ดีกว่า ยากจน ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๑ จนแต่ทำบุญ ดีกว่า... รวยแล้วทำบาป ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๘ อย่าคิดว่า… ต้องมีทรัพย์แล้วเราจึงจะทำบุญ ไม่มีทรัพย์ก็ทำได้ ขอให้มีหัวใจก่อน แล้วเดี๋ยวมันจะค่อยๆ มีมาเอง ๑๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ไม่มีใครยากจนเพราะทำบุญ มีแต่จน...เพราะตระหนี่ ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๗ อยากจน...ไม่ยาก แค่ตระหนี่หวงแหนทรัพย์ แล้วก็ไม่ทำทาน แค่นั้นเราก็สมปรารถนาแล้ว ๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ อยากรวย... ก็ต้องเอาชนะความตระหนี่ ความหวงแหนทรัพย์ แล้วก็ทำในแหล่งเนื้อนาบุญ อย่างนี้เราก็จะมีสมบัติมาคอยท่า เหมือนผู้มีบุญในกาลก่อน ๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ยิ่งหวง...ก็เหมือนยิ่งไล่ทรัพย์ไป ยิ่งให้...เหมือนเราเรียกทรัพย์มา ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ถ้าเราตระหนี่ชาติที่ผ่านมา ชาตินี้สมบัติก็ได้แต่ผ่านหน้าเรา ผ่านไปผ่านมา แต่ไม่มีสิทธิ์ครอบครอง ถ้าชาตินี้ตระหนี่ ชาติหน้าก็ไม่มีสิทธิ์ ครอบครองสมบัติ นี่เป็นหลักวิชชาที่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ค้นพบ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ยิ่ง...มี ยิ่ง...ทำ ยิ่ง...ได้เพิ่ม มันจะทบทับทวีไปเรื่อยๆ ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๑ สั่งสมบุญเข้าไป สร้างไปเรื่อยๆ ยิ่งลำเค็ญ ยิ่งสร้างหนักเข้าไปอีก ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ 5. รอบรู้เรื่องบุญ บุญต้องสั่งสมไว้ตอนมีชีวิต พอหมดชีวิต ก็หมดสิทธิ์สั่งสมบุญ ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๘ กายมนุษย์เท่านั้น ที่มีสิทธิ์สั่งสมบุญ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๘ เราต้องมีบุญ จะมีบุญได้...ต้องทำบุญ อยู่เฉยๆ จะให้บุญหล่นทับ...ไม่มี ๑๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ บุญทุกบุญ เราต้องทำ จึงจะได้ ไม่ทำ...ก็ไม่ได้ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ บุญเป็นสิ่งที่...ต้องทำ ไม่ใช่...ควรทำ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ บุญคือสิ่งที่...ต้องทำ เพราะเราเกิดมาเพื่อ ทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญ สร้างบารมี ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ อย่าคิดว่า ขอให้เรารวยก่อน แล้วค่อยทำบุญ ทำไปเท่าที่เรามีนี่แหละ ทำไปเรื่อยๆ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๘ คลายเครียดด้วยการทำบุญดีกว่า ทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา เป็นการคลายเครียดที่แท้จริง ๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ เราจะรู้ตัวของเราเองว่า เราทำบุญเต็มกำลัง หรือตามกำลัง เราทำอย่างไร เราก็ได้อย่างนั้น ๑๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๗ จะได้ที่สุดของทุกสิ่ง เพื่อเป็นเสบียงเดินทางไกล ไปสู่ที่สุดแห่งธรรมนั้น กำลังบุญบารมีต้องมหาศาล ต้องคิดก่อน ทำก่อน คิดแล้วทำเลย ทำเต็มกำลังให้เป็นอัศจรรย์ อย่างนี้จึงจะได้ที่สุดของทุกสิ่ง ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ เรื่องบุญ...อย่าคิดดูก่อน ต้องคิดทำก่อน ตุริตะตุริตัง สีฆะสีฆัง คิดแล้วทำเลย เวลาสมบัติเกิดขึ้นเราก็จะได้ก่อน ปฏิบัติธรรมก็ได้อริยทรัพย์ก่อน ได้ตั้งแต่ปฐมวัย ไม่ต้องคอยถึงมัชฌิมวัย หรือปัจฉิมวัย เพราะ..คิดดูก่อน..นี่แหละ จึงทำให้ยืดเวลาการเข้าถึงธรรมออกไป เพราะฉะนั้นต้องคิดทำก่อน ๒๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๕ บุญที่เรา... คิดก่อน พูดก่อน ทำก่อน เราก็จะได้สิริมาถึงเราก่อน ทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข และมรรคผลนิพพาน ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ สิ่งใดที่ทำได้ยากแต่เราทำได้ นั่นคือความปีติภาคภูมิใจ ทุกครั้งที่เราระลึกถึง ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๘ ต้องหมั่นทำบุญบ่อยๆ ทำเรื่อยๆ ด้วยใจที่ผ่องใส ทั้งก่อนทำ กำลังทำ และหลังจากทำแล้ว ก็ต้องปลื้ม ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ “บุญ” ทำน้อย...ได้น้อย ทำปานกลาง...ได้ปานกลาง ทำมาก...ได้มาก ทำแบบอจินไตย... ก็ได้แบบอจินไตย มันก็แล้วแต่เรา นี่เป็นกฎ กติกา เป็นความจริง เป็นสัจธรรม เป็นเหตุเป็นผลกันอย่างนี้ ๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๖ นึกถึงบุญบ่อยๆ นึกเรื่อยๆ ใจจะได้คุ้นเคยอยู่กับบุญ บุญก็จะเพิ่มพูน ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ บุญเราทำ...เราได้ เรายังไม่ทำ เราก็ยังไม่ได้ ๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๖ สร้างบุญบารมีให้เต็มที่ ใครมีกำลังเรี่ยวแรงแค่ไหน ต้องทุ่มไปให้สุดฤทธิ์สุดเดช ...อย่าเสียดาย... เพราะการชิงช่วงช่วงชิง มีอยู่ตลอดเวลา ธรรมะกับอธรรมยังสู้กันอยู่ ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๕ การตัดรอนบุญกุศลของผู้อื่น ทำให้บุญของเราลดลงด้วย ดังนั้นอย่าคิด อย่าพูด อย่าทำ สิ่งที่เป็นการขัดขวางบุญของคนอื่น เมื่อเขาจะทำบุญกุศล เราต้องยินดีสนับสนุนอนุโมทนา ๑๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ ปัจจัยไทยธรรมกว่าจะได้มา แต่ละบาทแต่ละสตางค์มันลำบาก เพราะฉะนั้นได้มาแล้ว ต้องใช้ให้คุ้มค่าต่อการสร้างบารมี จะได้เป็นบุญต่อบุญ เป็นสมบัติต่อสมบัติ ติดตัวไปในภพเบื้องหน้า ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ กว่าจะได้แต่ละบาท แต่ละสตางค์ไม่ใช่ง่าย เพราะฉะนั้น ทุกบาททุกสตางค์ จะต้องเปลี่ยนเป็นบุญบารมีของเรา ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ บุญต้องทำให้ได้ ถึงขั้นเกิดมหาปีติ คือ ขนาดขนลุกซู่ซ่า ตัวพองเป็นหนาม นึกเมื่อไรก็ปลื้มเมื่อนั้น นั่นแหละ บุญใหญ่ ต้องทำให้ถึงในระดับนี้ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๕ หงุดหงิดก่อนทำบุญ… เวลาได้ทรัพย์มาบริโภค ในภพชาติต่อไป จะได้แบบทุกขลาภ ๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ต้องสั่งสมบุญให้มาก บาปจะได้ตามไม่ทัน ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๖ มนุษย์เราไม่ได้เก่งหรอก แต่เพราะเราทำบุญมาต่างหาก พลังบุญทำให้เรามีความสุข และความสำเร็จในชีวิต ถ้าบุญมาก หล่นตุ้บลงมา ในกองทรัพย์เลยแหละ เกิดมามีสมบัติมาคอยท่า ปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ ทำไว้ให้เสร็จเรียบร้อย มาถึงก็แค่เสวยสมบัติ เสวยบุญ ๑๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ เมื่อเราได้มารู้เรื่องบุญเรื่องบาป มีโอกาสทำบุญแล้ว ไม่ควรปล่อยโอกาสที่ดี ให้ผ่านไปเปล่า ควรสั่งสมบุญให้เต็มที่เต็มกำลัง เมื่อละโลกไปแล้วจะได้ ไม่ต้องพูดว่า รู้อย่างนี้...ทำให้เต็มที่เสียก็ดี ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘ ใช้ทุกอนุวินาทีที่ยังมีชีวิตอยู่ สร้างบุญ สร้างบารมี ให้เต็มกำลังไปเลย อย่าไปทำตามกำลัง ทำหมดใจ...แต่ไม่ใช่หมดตัว ทำหมดใจ...ไม่มีวันหมดตัว ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ อย่าเบื่อหน่าย ในการสร้างบุญบารมี ต้องทำบ่อยๆ 00 00 0000 ตอนนี้มีชีวิตอยู่ มีทรัพย์อยู่ มีธรรมกายอยู่ เนื้อนาบุญมีอยู่ ก็ให้รีบมีศรัทธาเสีย ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ต้องสั่งสมบุญกันให้มากๆ บาปเก่า...ไม่นึก บาปใหม่...ไม่ทำ ปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงพระธรรมกาย ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๖ การซื้อบุญ...ไม่มี เพราะบุญ...ไม่ใช่สินค้า ไม่ใช่ว่าใครมีเงินจะซื้อได้ มีแต่การทำบุญ สร้างบุญ ไม่มีซื้อบุญ ต้องมีศรัทธา มีปัญญา และมีความเข้าใจเรื่องบุญ อย่างแจ่มแจ้ง ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๖ สิ่งอะไรที่เราได้นำออก ด้วยการบริจาค ฝากฝังไว้กับพระศาสนา สิ่งนั้นจึงจะเป็น ของเราอย่างแท้จริง ที่จะนำติดตัวไปใช้ในสัมปรายภพ และในภพเบื้องหน้า ที่ลงมาเกิดในเมืองมนุษย์ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๕ อย่าไปกู้หนี้มาทำบุญ อย่างนี้ไม่ถูกหลักวิชชา ทำให้เต็มกำลังเท่าที่เรามี แล้วไปชวนคนอื่นมาทำด้วย ๑๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ทำทุกบุญอย่าให้ตกเลย แม้แต่บุญเดียว ทำทั้งตัวเองด้วย แล้วก็ชวนคนอื่นทำด้วย อย่างนี้จึงจะถูกหลักวิชชา ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ต้องสั่งสมบุญให้ได้ทุกวัน อย่าให้ขาดเลยแม้แต่วันเดียว เพราะเดี๋ยววันเดี๋ยวคืน เดี๋ยวก็หมดเวลา ที่จะอยู่บนโลกมนุษย์นี้แล้ว ๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ ทุกวันต้องหาเรื่อง ในการทำบุญ ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๑ วันหนึ่งคืนหนึ่งผ่านไป อย่าประมาท เราต้องสร้างบุญให้เต็มที่ทุกวัน เพราะเราเกิดมาเพื่อ ทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญ สร้างบารมี ๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๗ บุญทุกบุญเป็นทางมา แห่งบุญบารมีของเรา ต้องทำให้ครบทั้งทาน ศีล ภาวนา อย่าคิดว่า เราทำมาเยอะแล้ว พอก่อน จะทำมาก ทำน้อย ต้องทำทุกวัน ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ใครเจ็บไข้ได้ป่วย รู้สึกว่าร่างกายเรา เป็นรังแห่งโรค ให้ทำบุญคิลานเภสัช แล้วสังขารจะไม่เป็นรังแห่งโรค ในภพชาติต่อไป ชาตินี้หนักก็จะเป็นเบา เบาก็จะหาย ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ ทำไมเราต้องทำบุญบ่อยๆ เพราะเราใช้บุญบ่อยๆ ทุกวัน ทุกอนุวินาที นอนหลับก็ยังต้องใช้บุญเลย ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๘ ทำบุญบ่อยๆ ทำบุญถี่ๆ ให้บุญเหนียวแน่น บาปจะได้ไม่ได้ช่อง ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๖ บุญจะต้องทำให้ถี่ๆ จนกระทั่งบาปไม่ได้ช่อง ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ อดีตเป็นอย่างไรไม่สำคัญ สำคัญปัจจุบัน สร้างบุญให้มากๆ ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ อะไรที่จะเป็นทางมาแห่งบุญ และเพิ่มคุณธรรมในตัวของเรา เป็นสิ่งที่เราควรกระทำ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ บุญบางอย่างไม่ต้องใช้ทรัพย์ บางอย่างก็ใช้ทรัพย์ บางอย่างเราไม่มีทรัพย์ เราก็ใช้แรงหรือใช้สติปัญญาของเรา ไปชวนคนเขามาทำความดี มีวิธีการตั้งเยอะแยะ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๘ แม้เราเป็นนักบุญทุนน้อย แต่หัวใจเราเกินร้อย ทรัพย์ไม่มี ก็ใช้แรงกายแรงใจ เขาเรียกว่า ไวยาวัจมัย ขวนขวายกิจการงานของพระศาสนา ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ คนที่ทำบุญด้วยตนเอง ก็จะได้เป็นเจ้าของทรัพย์ทั้งหมด ส่วนที่ทำบุญร่วมกัน ก็จะได้สมบัติใหญ่ แต่เป็นแบบกงสี ทุกคนมีส่วนในทรัพย์ แต่อย่างไรก็ตาม ยังขึ้นอยู่กับว่า ทำถูกหลักวิชชาไหม เช่น วัตถุทานบริสุทธิ์ไหม เจตนาบริสุทธิ์ไหม ผู้ให้บริสุทธิ์ไหม ผู้รับบริสุทธิ์ไหม เป็นต้น ๒๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๐ อย่าให้วันหนึ่งคืนหนึ่งผ่านไป โดยการกินบุญเก่า ใช้บุญเก่า เพราะบุญเก่าใช้ไป มันก็มีวันหมด เราจะต้องสั่งสมบุญใหม่ให้เพิ่มขึ้น ทุกวัน ทุกคืน ทุกอนุวินาที ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๕ บุญใหม่ต้องทำทุกวันให้ต่อเนื่อง เพราะเราใช้บุญเก่าไปทุกวัน ใช้ทุกวันก็มีวันหมดสิ้นไป บุญเป็นบ่อเกิด แห่งความสุขความสำเร็จในชีวิต ถ้าหมดบุญ...ก็หมดลม หมดลมก็หมดสิทธิ์ในทุกสิ่งทุกอย่าง ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๙ บุญ...หากเราไม่สร้างเพิ่ม ก็มีวันหมดไปได้ ๒๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๔ เราใช้บุญเก่าตลอดเวลา แต่บุญใหม่นานๆ ทำที มันจะไม่พอกัน ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ เราใช้บุญเก่าทุกวัน ก็ต้องสั่งสมบุญใหม่ ให้เกิดขึ้นทุกวัน ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ บุญเก่าใช้ทุกอนุวินาที บุญใหม่สร้างกันทุกอนุวินาที หรือเปล่า ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ สั่งสมบุญทุกบุญให้มากๆ แล้วอธิษฐานจิต อย่าให้มีวิบากกรรมใดมาตัดรอน ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ อธิษฐานจิต ตอนที่ใจบริสุทธิ์ ความปรารถนาของเรา ก็จะสมหวัง ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๖ การอธิษฐานจิต... จะอธิษฐานอะไรก็ตามให้ลงท้ายด้วย ขอให้สำเร็จมรรคผลนิพพาน จึงจะเรียกว่า อธิษฐานจิต ที่ประกอบด้วยปัญญา คนโบราณก่อนจะใส่บาตร มักจะอธิษฐานว่า ขอให้พบดวงแก้ว ขอให้แคล้วบ่วงมาร ขอให้บรรลุมรรคผลนิพพาน ในอนาคตกาลเทอญ ๑๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ ทำบุญแล้วต้องมีอธิษฐานบารมี เป็นการตั้งเป้าหมายชีวิต เอาพลังบุญไปเซตโปรแกรม ให้ไปสู่เป้าหมายนั้น ๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ ทำบุญแล้วไม่อธิษฐาน ก็เหมือนกับเรือไม่มีหางเสือ จะทำให้บาปมีโอกาสได้ช่อง ๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๘ ทุกบุญที่ทำผ่านมา ถ้าเราไม่นึกถึง...เราก็ลืม เราต้องนึกทบทวนบุญ การทบทวนบุญมีประโยชน์มาก จะทำให้เราปลื้ม ความปลื้มเป็นต้นบุญ ต้นทาง จะทำให้นั่งธรรมะได้ง่าย ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๘ การนึกถึงบุญบ่อยๆ ไม่ใช่การค้ากำไรเกินควร เพราะไม่มีใครเสียหาย การค้ากำไร ต้องเกี่ยวกับ เรื่องธุรกิจ มีได้ มีเสีย ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๖ การนึกถึงบุญ ทำให้ใจเราห่างจากบาปอกุศล ยิ่งนึก ยิ่งปลื้ม บุญยิ่งขยาย ใจยิ่งบริสุทธิ์ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๖ ความดีทำเพียงครั้งเดียว แต่ระลึกได้หลายครั้ง และทุกครั้งที่ระลึกถึง จะนำมาซึ่งความปีติและภาคภูมิใจ เป็นสุขใจที่ได้นึกถึง ได้พูดถึง ได้เล่าสู่กันฟัง ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ คลายเครียดด้วยการสั่งสมบุญดีกว่า ทำแล้วมีความสุข ได้บุญ ได้พ้นเวรพ้นกรรม และเมื่อตายแล้วก็จะไปดี ๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ นึกถึงบุญแล้ว ใจจะสบาย 00 00 0000 ตั้งแต่ตื่นนอนกระทั่งเข้านอน ให้ตรึกนึกถึงบุญตลอดเวลา อย่าให้ใจว่างเว้นจากบุญ 00 00 0000 ก่อนนอนให้สวดมนต์ไหว้พระ นึกถึงบุญที่ได้สั่งสมมาทั้งหมด หลับก็หลับในอู่ทะเลบุญ ตื่นก็ตื่นในอู่ทะเลบุญ 00 00 0000 6. สิ่งที่เป็นของเราอย่างแท้จริง บุญทุกบุญ ที่เราได้ทำมาตลอดชีวิต จะติดตามตัวเราไป เป็นที่พึ่งให้กับเราได้ โดยเฉพาะในยามที่ใกล้จะละโลก ภาพแห่งความดีเหล่านี้ จะมาปรากฏให้เห็น เป็นกรรมนิมิตที่น่าชื่นใจ ๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๖ อย่าไปเสียดายทรัพย์ ตายแล้วเอาไปไม่ได้ เราต้องเปลี่ยนทรัพย์หยาบ เงินทุกสกุลเป็นสกุลบุญหมด เพื่อไปใช้ในปรโลก ถึงจะถูกหลักวิชชา ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘ ทรัพย์ที่เรามีไว้สำหรับเป็นอุปกรณ์ ในการสร้างบารมีในชาตินี้ ตายแล้วก็เอาไปไม่ได้ จะเอาไปได้...ต้องเปลี่ยนทรัพย์ เป็นเครดิตการ์ดภายใน เป็นดวงบุญใสๆ แล้วก็แปรไปเป็นทิพยสมบัติต่อไป ๒๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ สิ่งที่ทำไปแล้ว ก็เป็นของเราอย่างแท้จริง แต่ที่ยังไม่ได้ทำ ก็ยังไม่ได้เป็นของเรา เมื่อเราตายไปแล้ว ก็ตกไปเป็นของคนอื่นเขา เราก็ได้เท่าที่เราทำไปเท่านั้น นี่คือหลักวิชชา ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ ได้ตรัสสั่งสอนเอาไว้อย่างนี้ ๑๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ตอนสุดท้ายของชีวิต ก่อนจะละโลกไปสู่ปรโลก เขาตัดสินกันด้วยบุญบาป ชิงช่วงช่วงชิงกันตรงนั้น ไม่ได้ตัดสินว่า... ใครมีวุฒิการศึกษาสูง มีฐานะร่ำรวย หรือยากจน ชาติตระกูลสูงหรือต่ำ มีพวกพ้องบริวารเป็นอย่างไร เขาไม่ได้ตัดสินกันตรงนั้น ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ทำทุกบุญ ทั้งทาน ศีล ภาวนา พอถึงวันสุดท้ายของชีวิต เราจะได้ปลื้ม ชื่นใจ จะได้จากโลกนี้ไปอย่างผู้มีชัยชนะ เป็นรอยยิ้มสดใส ที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของเรา ให้ผู้ที่ได้พบเห็นในยามนั้นอัศจรรย์ใจ แล้วยึดถือเป็นต้นบุญต้นแบบ เป็นเนติแบบแผนต่อไป เป็นยิ้มที่ทิ้งท้ายเป็นมรดกโลก มรดกอันยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ อดเปรี้ยวไว้กินหวาน สั่งสมบุญบารมีเอาไว้ให้มากๆ เราจะอยู่ในเมืองมนุษย์ กันอีกไม่กี่ปีเท่านั้น เดี๋ยววัน เดี๋ยวคืน เดี๋ยวก็หมดเวลาแล้ว ต้องสั่งสมบุญบารมีเอาไว้มากๆ ละโลกแล้วจะบันเทิง กันยาวนานทีเดียว ๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๖ เราจะต้องตายแน่นอน เราต้องพร้อมเสมอสำหรับ ความตายที่จะมาเยือน ไม่ว่าวินาทีไหน สถานที่ใด จะด้วยโรคภัยไข้เจ็บ อุบัติเหตุ หรือด้วยสาเหตุใดก็ตาม เราต้องพร้อมเสมอ ด้วยการสั่งสมบุญกุศล ทั้งทาน ศีล ภาวนา เอาไว้ให้มากๆ ๒๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๘ วิธีเตรียมตัวตายที่ดีที่สุด คือสั่งสมบุญทุกบุญให้ตลอดต่อเนื่อง ในตอนที่ยังแข็งแรงอยู่ แล้วตามระลึกนึกถึงบุญ ที่ได้กระทำเอาไว้ จนเคยชิน จนติดเป็นนิสัย ก็จะทำให้ใจผ่องใสได้ ๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ ชีวิตในโลกมนุษย์มันสั้น ไม่มีนิมิตหมายว่า เราจะละโลกเมื่อไร ที่ใด ด้วยอาการอย่างไร ดังนั้นเราต้องสั่งสมบุญเอาไว้มากๆ และพร้อมเสมอที่จะเดินทางไปสู่ปรโลก ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ชีวิตไม่ได้สิ้นสุดที่เชิงตะกอน เพราะชีวิตหลังความตายมันยาวนาน สุขก็สุขนาน ทุกข์ก็ทุกข์นาน หากไม่ศึกษาเรียนรู้เอาไว้ เป็นอันตรายอย่างยิ่งสำหรับชีวิต ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๘ ชีวิตหลังความตายยาวนานมาก สุขก็สุขนาน ทุกข์ก็ทุกข์นาน อย่างน่าเหลือเชื่อ แต่ก็เป็นความจริง ๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ถ้าเราสั่งสมความดีไว้ มีแต่กำไรกับเท่าทุน สมมติตายไปแล้วนรกสวรรค์ไม่มี ก็เจ๊ากันไป...ถือว่าเท่าทุน ถ้ามีก็เจ๊ง เพราะเราไม่ทำบุญ ไม่สั่งสมความดีไว้ เพราะฉะนั้นสั่งสมบุญ ทำความดีเผื่อเหนียวไว้เถิด ๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ชีวิตในปรโลกยาวนาน กว่าในเมืองมนุษย์มาก ในเมืองมนุษย์จนไม่กี่สิบปี ลำเค็ญไม่กี่ปีก็ตายแล้ว แต่ถ้าจนในปรโลกจนนาน เป็นร้อย เป็นพัน เป็นหมื่น เป็นแสน เป็นล้านปี ยาวนานอย่างที่เราคิดไม่ถึงเลย ว่าจะมีอย่างนี้ด้วย ๒๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ถ้ารวยในปรโลก...รวยนาน รวยในเมืองมนุษย์ประเดี๋ยวเดียว เดี๋ยวก็หมดเวลาแล้ว ทำไมเราไม่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มองไปในปรโลกเลย เพราะยังไงเราต้องไปแน่นอน ๒๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ต้องรู้จักแสวงหาบุญ เพราะเรามีเวลา อยู่ในโลกนี้จำกัดมากๆ 00 00 0000 อย่าประมาทชะล่าใจว่า เราทำบุญมามากแล้ว เพราะจริงๆ แล้ว เราก็ยังทำได้ไม่เท่าไร เดี๋ยวก็จะหมดเวลาอีกแล้ว จะหมดตอนไหนก็ไม่รู้ ๑๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ระเบิดเวลามีอยู่ในตัวของเราทุกคน จะระเบิดตอนไหนไม่รู้ อย่าลืมสั่งสมบุญให้เยอะๆ บุญทุกๆ บุญ อย่าตกอย่าหล่น แล้วก็ปฏิบัติธรรมะ ให้พบพระธรรมกายให้ได้ ชีวิตถึงจะปลอดภัยและมีชัยชนะ ๒๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ อย่าชะล่าใจ อย่าประมาทในวัย ในชีวิต ต้องให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ทั้งทำด้วยตัวเอง และชวนคนอื่นทำด้วย เราจะได้เป็นผู้มีบุญมาก ๒๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๕ บุญต้องทำตอนมีชีวิตอยู่ อย่าไปทำตอนที่ตายแล้ว สมมติยกสมบัติให้ใครก็ตาม เขาเอาสมบัติเรา มาทำบุญอุทิศให้ภายหลัง บุญก็ได้ไม่มากเท่ากับที่เราทำเอง ตอนที่ยังมีลมหายใจอยู่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ อย่าหวัง ให้คนอื่นทำบุญ อุทิศไปให้ มันสู้ทำเองไม่ได้ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ เราจะต้องสั่งสมบุญเอาไว้ให้มากๆ และพร้อมเสมอที่จะ เดินทางไปสู่ปรโลก ถ้าเราได้สั่งสมบุญเอาไว้ แม้ตายอย่างกะทันหัน โดยอุบัติเหตุก็ตาม เดี๋ยวกระแสบุญก็จะพาเรา ไปสู่ภพภูมิอันประเสริฐ ตามกำลังบุญของเรา ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ อย่ารอให้ใคร ทำบุญอุทิศไปให้เลย เราทำเองดีกว่า บุญไม่มีขาย อยากจะได้ ต้องทำเอง ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ พ่อแม่ให้สมบัติลูก ถ้าลูกไม่มีบุญรองรับ ให้พันล้านก็หมดพันล้าน ให้หมื่นล้านก็หมดหมื่นล้าน ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ อย่าไปหวังให้คนอื่น ทำบุญอุทิศส่วนกุศลมาให้เราเลย แม้เขาทำให้ ก็ได้ไม่เท่าที่เราทำเอง ทำด้วยตัวเองได้บุญเต็มที่ มากมายมหาศาล แต่เขาทำให้มันได้นิดหน่อย เราได้เศษ เขาได้ส่วน ส่วนแห่งบุญเขาเอาไป แต่เศษบุญเขายกให้เรา ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ทุกบุญที่เราทำ... สามารถอุทิศไปยังหมู่ญาติผู้ล่วงลับ ยังความสุขให้เกิดขึ้นกับเขาในปรโลกได้ ถามตัวเองว่า... เมื่อพ่อแม่สมาชิกครอบครัวจากไปแล้ว เราได้ทำบุญอุทิศไปให้เขาบ้างไหม หมู่ญาติที่ละโลกไปแล้ว เขากำลังรอคอยบุญกุศล ที่เราจะอุทิศไปให้ เพราะฉะนั้นหมั่นสั่งสมบุญ เอาไว้เยอะๆ นะ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๔