1. การปฏิบัติธรรม...สำคัญที่สุดในชีวิต การปฏิบัติธรรม เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต สำคัญยิ่งกว่าอากาศที่เราหายใจ เพราะถ้าขาดอากาศเราก็แค่ตายจากโลกใบนี้ แต่ถ้าขาดธรรมะเราจะตายจากความดี ตายจากทุกสิ่งทุกอย่าง ๑๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ ต้องฝึกใจให้หยุดนิ่งทุกๆ วัน ไม่ให้ขาดเลยแม้แต่เพียงวันเดียว เหมือนอากาศ...ที่เราต้องหายใจทุกวัน เหมือนอาหาร...ที่เราจะต้องรับประทานทุกวัน ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ ผู้มีปัญญาจะให้ความสำคัญ กับการปฏิบัติธรรมมากๆ เพราะสิ่งนี้คือสาระที่แท้จริงของชีวิต ที่จะทำให้เข้าถึงสิ่งที่มีอยู่จริงภายใน ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ช่วงเวลาเจริญภาวนา เป็นช่วงเวลาอันทรงคุณค่า 00 00 0000 การปฏิบัติธรรม เพื่อให้เข้าถึง พระรัตนตรัยภายใน คือ งานที่แท้จริงของเรา และชาวโลกทั้งหลาย 00 00 0000 การฝึกใจให้หยุดนิ่ง เป็นหน้าที่อันยิ่งใหญ่สำหรับชีวิต เป็นวิธีเดียวเท่านั้น ที่จะขจัดความสงสัยเกี่ยวกับ เรื่องราวในชีวิตของเรา ให้หมดสิ้นไปได้ ๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ มนุษย์ส่วนใหญ่ มักจะแสวงหาสิ่งที่ไร้สาระ ซึ่งไม่สามารถนำติดตัวไป เป็นประโยชน์ในภพเบื้องหน้าได้ แต่สิ่งที่เป็นสาระที่นำติดตัวไปได้ กลับไม่ให้ความสำคัญ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ เราไม่ได้อยู่ในโลกนี้ เพื่อแสวงหาทรัพย์เพียงอย่างเดียว แต่อยู่เพื่อหลุดพ้น จากความทุกข์ของชีวิต ในสงสารวัฏให้ได้ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๘ ถ้าเรารักตัวเองต้องรักการปฏิบัติธรรม เพราะการปฏิบัติธรรมจะทำให้ เราเข้าถึงที่พึ่งที่ระลึกภายใน พึ่งได้ทั้งในปัจจุบัน พึ่งได้กระทั่งใกล้จะละโลก ละโลกไปแล้วก็พึ่งได้อีก เกิดมาใหม่ก็พึ่งได้ พึ่งได้ตลอดเส้นทางไปจนถึงที่สุดแห่งธรรม ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ถ้ารักตัวเอง เราจะต้องเติมความสุข ความบริสุทธิ์ เข้าไปสู่ภายในตัวของเราให้มาก ๆ ซึ่งมีวิถีทางเดียวคือ “หยุดกับนิ่ง” ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๖ ท่านั่งขัดสมาธิทำสมาธิ อาจเหมือนคนไม่ได้ทำการงานอะไรเลย แต่จริงๆ แล้วกำลังทำงานที่แท้จริง คือ งานขจัดกิเลสอาสวะ ขจัดศัตรูที่แท้จริงที่อยู่ภายในตัวเรา ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๖ การฝึกสมาธิหรือฝึกใจให้หยุดนิ่งนี้ ไม่ใช่เรื่องล้าสมัย ไม่ใช่หัวโบราณ และไม่ได้ผูกขาดเฉพาะนักบวช แต่เป็นเรื่องปกติธรรมดา เป็นของสากลที่ทุกคนทำได้และต้องทำด้วย ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ การปฏิบัติธรรม เพื่อทำความบริสุทธิ์บริบูรณ์ ไม่ใช่...เพื่ออยากเด่นอยากดัง ๒๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ งานหยุดนิ่ง คือ งานที่แท้จริง ดูเหมือนไม่ได้ทำอะไร แต่กำลังทำงานที่ยิ่งใหญ่ ๑๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๖ 2. อย่าประมาทในการปฏิบัติธรรม การปฏิบัติธรรม ทำแทนกันไม่ได้ เราต้องทำเอง ๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ อยากมีชีวิตอยู่ ต้องหายใจเอง อยากเข้าถึงธรรม ก็ต้องทำเอง ๑๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ต้องปฏิบัติธรรมเท่านั้นจึงจะเข้าถึงธรรม จะทำทานด้วยภูเขาทองกี่ลูกก็ตาม ถ้าไม่ปฏิบัติธรรมก็ไม่เข้าถึงธรรม จะรักษาศีลมากแค่ไหนก็ตาม ถ้าไม่ปฏิบัติธรรมก็ไม่เข้าถึงธรรม ต้องปฏิบัติธรรมอย่างเดียว...จึงจะเข้าถึงธรรม ๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๖ แม้มีบารมีมาก ถ้าไม่ปฏิบัติธรรม ก็ไม่เข้าถึงธรรม ๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๖ ความปรารถนา ที่จะเข้าถึงธรรมกายนั้นมีทุกคน แต่ความตั้งใจปฏิบัติให้เข้าถึงนั้นมีน้อย เราต้องเอาชนะความเกียจคร้าน หรือความตั้งใจชั่วคราวนี้ให้ได้ ในไม่ช้าก็จะสมหวังอย่างแน่นอน ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ อย่าขาดการปฏิบัติธรรม แม้แต่เพียงวันเดียว ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ อย่ามีข้อแม้ ข้ออ้าง เงื่อนไข ในการฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง ๒๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ฝึกใจให้หยุดนิ่งทุกวัน ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด เราจะไม่สูญเสียความสงบสุขของใจ ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ อย่าไปคอยความพร้อม แล้วจึงค่อยทำสมาธิ ความพร้อมในโลกมนุษย์นี้หาได้ยาก ทำทุกสิ่งไปพร้อมๆ กัน อย่าไปคอยให้ทุกสิ่งพร้อม ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ อย่าไปคอยความพร้อม แล้วจึงค่อยทำสมาธิ ความพร้อมอยู่ที่เรา ลงมือทำอย่างต่อเนื่อง เท่านั้นเอง ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ อย่าให้ความเกียจคร้าน ประมาท ชะล่าใจ ในการทำมาหากิน ความเจ็บไข้ได้ป่วย ความเหนื่อย ความเพลีย อย่าเอาเรื่องต่างๆ เหล่านี้ มาเป็นข้ออ้างขัดขวางการปฏิบัติธรรม เพื่อให้เข้าถึงพระรัตนตรัยในตัว ๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ แม้แต่พระบรมโพธิสัตว์... เจ้าชายสิทธัตถะ พระองค์มีความพร้อมมากกว่าเราในทุกด้าน พระองค์ยังทรงสละทุกสิ่ง เพื่อแสวงหาสิ่งที่ดีกว่าสิ่งที่พระองค์มี ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ถ้าหากเราจะรอคอย... ให้ชีวิตมีความพร้อมก่อน จึงจะปฏิบัติธรรม บางทีความตาย ก็มาพรากเราไปเสียก่อน ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘ เราสามารถเลื่อนเวลา ของการปฏิบัติธรรมออกไปได้ แต่เราไม่สามารถผัดผ่อนเวลา กับพญามัจจุราชได้ ๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ เราไม่ควรเอาชีวิตของเราไปเสี่ยง รอเข้าถึงธรรม...ในวันสุดท้ายของชีวิต ๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ สงวนเวลาอันมีค่าเอาไว้ ทำหยุดทำนิ่งให้มากที่สุด ๒๓ พฤษภคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ใช้วันเวลาให้คุ้มค่า ให้ใจของเราผูกพัน อยู่กับการปฏิบัติธรรม ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๖ อย่าประมาท ให้ตั้งใจนั่งธรรมะ ให้ละเอียดขึ้นไปเรื่อยๆ วันเวลามันผ่านไปเร็ว อะไรที่จะประเสริฐกว่าธรรมะ ไม่มีอีกแล้ว ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๖ ยังแข็งแรงกันอยู่... ให้รีบชิงช่วง ลุยนั่งธรรมะกันให้เต็มที่ เพราะถ้าอายุมากแล้ว จะนั่งกันได้ไม่เต็มที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เราต้องรีบลุยนั่งธรรมะ ในช่วงที่ยังแข็งแรง ต้องคอยกระตุ้นจิตสำนึกซึ่งกันและกัน เพราะนี่เป็นวัตถุประสงค์หลักของชีวิต ๒๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ถ้าไม่ตั้งใจนั่งธรรมะ ก็ไม่รู้ว่า...จะเกิดมาทำไม เราจะอาศัยกายมนุษย์นี้ เพียงชั่วคราว ให้รีบชิงช่วงความแข็งแรง และสดชื่นของร่างกาย ก่อนที่จะถูกช่วงชิงไป ด้วยการหมั่นฝึกฝนอบรมจิตใจให้หยุดนิ่ง ให้ทำอย่างจริงจัง ๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ วันคืนที่ล่วงไปๆ เรากำลังทำอะไรอยู่ เราใช้วันเวลาที่ผ่านไปอย่างคุ้มค่าหรือไม่ ใจของเราละเอียด สะอาด บริสุทธิ์ หยุดนิ่งกันได้มากน้อยเพียงใด ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๖ ต้องนั่งธรรมะกันให้เยอะๆ ใจจะได้ละเอียด หน้าที่ที่รับผิดชอบก็ต้องทำไป ธรรมะก็ต้องนั่ง...ทำควบคู่กัน ใช้วันเวลาให้คุ้มค่า ถามตัวเองบ่อยๆ ว่า... เรามีที่พึ่งภายในแล้วหรือยัง ๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๖ หวงแหนศูนย์กลางกายไว้ให้ดี เหมือนเราหวงแหน ลมหายใจเข้าออกอย่างนั้น ๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ เราต้องครอบครอง ศูนย์กลางกาย ของเราเองให้ได้ เราจะชนะเขา ก็ตรงยึดกลางได้นี่แหละ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ รัตนะ ๓ ประการนี้ ให้ติดอยู่ในใจตลอดเวลา ให้เป็นที่พึ่งในยามว้าเหว่ ยามเหงา ยามเศร้า ซึม เซ็ง เครียด เบื่อ กลุ้ม ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๙ ต้องหมั่นฝึกฝนอบรมใจ จะต้องหยุดใจให้ได้ หยุดไม่ได้...อันตราย ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๖ หมั่นฝึกฝนอบรมใจของเราให้หยุดนิ่ง ให้เข้าถึงพระรัตนตรัยในตัวให้ได้ อย่างน้อยก็ให้ได้ดวงธรรมใสๆ ติดอยู่กลางกายตลอดเวลา ก็พอจะเป็นเครื่องอุ่นใจว่า ชีวิตของเราจะปลอดภัย ในปรโลก ในสังสารวัฏ ๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ อดีตที่ผิดพลาดให้ดีดทิ้งไป ลืมไปให้หมด ปัจจุบันก็หมั่นฝึกฝนอบรมใจ สั่งสมบุญบารมี ทั้งทาน ศีล ภาวนา ให้ยิ่งๆ ขึ้นไป ๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ต้องรักษาความละเอียดของใจเอาไว้ และเมื่อใจเราละเอียดแล้ว ...ก็อย่าไปทำให้หยาบ เพราะในชีวิตประจำวัน มีเรื่องที่จะทำให้ใจหยาบเยอะ จิตเราจะหยาบก็เพราะมีเรื่องหยาบเข้ามากระทบ จิตเราจึงซึมซับเรื่องหยาบเข้ามา ความจริงการทำให้จิตหยาบ ไม่ยาก..แป๊บเดียวก็หยาบ แต่ทำให้จิตละเอียดสิ...ยาก กว่าจะตำๆ ใจให้ละเอียดได้ ไม่ใช่ง่าย เพราะฉะนั้นต้องหวงแหนความละเอียดเอาไว้ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖ ถ้าเราทำเสียงดังไปรบกวนสมาธิของเขา  จะทำให้ทุกชาติที่เกิดมา  เวลาปฏิบัติธรรมจะบรรลุธรรมได้ยาก เวลานั่งธรรมะกำลังจะดีๆ ก็จะมีอุปสรรคเกิดขึ้น ทำให้เราต้องเลิกละความเพียร อวัยวะที่เกี่ยวกับการฟังเสียงของเรา จะใช้ไม่ค่อยได้ดี อย่างน้อยก็ ๕๐๐ ชาติ ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ปฏิบัติธรรม ให้พบพระธรรมกายให้ได้ ชีวิตถึงจะปลอดภัย และมีชัยชนะ ๒๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ 3. ภารกิจกับจิตใจไปด้วยกัน ภารกิจกับจิตใจต้องไปด้วยกัน ใครทำทั้งสองอย่างนี้ควบคู่กันไปได้ จึงจะเรียกว่า “บริหารเวลาเป็น” ๑๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ ภารกิจกับจิตใจต้องไปด้วยกัน ต้องบริหารเวลาให้เป็น จัดสรรเวลาให้ลงตัว ให้มีเวลาว่างสำหรับแสวงหา หนทางพระนิพพานให้ได้ อย่างน้อยวันละชั่วโมงหรือสองชั่วโมงก็ยังดี ส่วนเวลาอื่นที่เราต้องทำภารกิจประจำวัน ก็พยายามฝึกฝนทำใจให้หยุดนิ่ง ควบคู่กับภารกิจนั้นไป ๑๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ การปฏิบัติธรรมเป็นงานทางใจ ไม่ต้องใช้แรงแบกหาม เราสามารถทำควบคู่ไปกับภารกิจอื่นๆ ได้ เหมือนการหายใจกับการรับประทานอาหาร ที่ทำไปพร้อมๆ กันได้ ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ข้างใน...หยุดนิ่ง ข้างนอก...เคลื่อนไหว ให้สองสิ่งนี้ไปด้วยกัน เหมือนเงาตามตัว ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ แม้มีงานต้องรับผิดชอบเยอะ แต่เราก็ต้องให้ความสำคัญ กับการปฏิบัติธรรมควบคู่กันไปด้วย อันที่จริงก็ไม่มีอะไรยาก แค่ปล่อยวางทางใจ แต่ไม่ปล่อยปละละเลยในหน้าที่ ก็เท่านั้นเอง ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เราต้องไม่ปล่อยปละละเลยในหน้าที่ มีหน้าที่รับผิดชอบเราก็ต้องทำให้ดี แต่ใจก็ต้องปล่อยวาง เพื่อให้ใจได้รับความสุขบ้าง รักษาใจให้ใสๆ เกลี้ยงๆ ให้สะอาด บริสุทธิ์ ยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖ งานที่ได้รับมอบหมายก็ต้องทำให้ดีกว่าดีที่สุด ขณะเดียวกันก็ระวังรักษาใจให้ใสไปด้วย เป็นเหมือนกับ รปภ. ที่รักษาใจเอาไว้ ที่ศูนย์กลางกายให้ได้ตลอดเวลา แต่ใจก็ต้องปล่อยวาง ให้ใจใสๆ ใจเกลี้ยงๆ ปล่อยวางเรื่องกะโหลกกะลาที่ไม่เป็นสาระ ให้ใจอยู่กับตัวเราเอง คิด พูด ทำ แต่สิ่งที่ดี ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖ ถ้าเราปล่อยวาง เรื่องราวต่างๆ ภายนอกได้ ใจจะนิ่งและเคลื่อนเข้าไปสู่ภายใน ได้อย่างง่ายๆ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖ แม้เราจะต้องปฏิบัติภารกิจ ในที่ห่างไกลเพียงใดก็ตาม ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศหรือต่างประเทศ ซึ่งดูเหมือนจะห่างหูห่างตาหลวงพ่อ แต่เราต้องไม่ห่างเหินจากศูนย์กลางกาย ให้หมั่นรักษาใจเอาไว้ที่ศูนย์กลางกาย ให้ได้ตลอดเวลา  รักษากายวาจาใจให้ใสสะอาดบริสุทธิ์อยู่เสมอ แม้อยู่ห่างไกลก็จะเหมือนอยู่ใกล้ จะได้สร้างบารมีอย่างเต็มที่ และมีความสุขที่เกิดจากใจที่หยุดนิ่งทุกๆ วัน ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖ ให้นำสิ่งแวดล้อมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ตื่นนอนกระทั่งเข้านอน มาเป็นอุปกรณ์ในการฝึกใจ ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๕ ตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งเข้านอน เราจะต้องฝึกฝนใจ ให้หยุดนิ่งอยู่ภายใน ๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ อาบน้ำล้างตัว ก็ให้ล้างใจไปด้วย ล้างหน้า แปรงฟันไป ให้ใจใสๆ นึกถึงดวง นึกถึงองค์พระ หรือทำใจว่างๆ ทำไปพร้อมๆ กัน อย่างสบายๆ ๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ล้างจาน ก็ล้างใจไปด้วย จานสะอาด ใจก็บริสุทธิ์ ทำอย่างนี้จะได้ไม่เสียเวลา ๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ทุกครั้งที่เรานั่งหลับตาฝึกใจให้หยุดนิ่ง ความบริสุทธิ์จะถูกสั่งสมไป ทีละเล็กทีละน้อย เหมือนเรารดน้ำที่โคนต้นไม้ ต้นไม้เจริญเติบโตขึ้นทุกวัน แต่เราสังเกตไม่ออกว่า มันโตขึ้นวันละเซ็นต์หรือสองเซ็นต์ แต่เผลอประเดี๋ยวเดียว มันก็มีผลให้เราได้ชื่นใจ ได้ลิ้มรส ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ หลับอยู่ในกลางองค์พระ ในกลางดวงใสๆ หลับอย่างนี้...หลับเป็นสุข ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ หลับในกลางสมาธิ พอตื่นมาตอนเช้า เราสังเกตดูจะเห็นได้ว่า มันไม่มึน ไม่ซึม ไม่เมื่อย ไม่งง นั่นแหละคือ...การหลับที่สมบูรณ์ ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ การหลับที่สมบูรณ์ คือ ใจต้องหลับอยู่ในกลางสมาธิ อยู่ในกลางอู่แห่งทะเลบุญ ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ อย่าเอาใจไปวางไว้ที่ใคร วางใจไว้ที่ คน สัตว์ สิ่งของ...ไม่ได้ เพราะนั่น...ไม่ใช่ที่วางใจ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ แม้จะกระทบกระทั่งกันบ้าง เราก็ต้องรู้จักปล่อยวางให้ได้ รักษาใจให้ใส สิ่งที่เข้ามากระทบ ก็จะไม่กระเทือนเข้าไปถึงในใจ ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ถามตัวเราบ่อยๆ ว่า ตอนนี้ใจเราอยู่ ...ไกลตัว ...ใกล้ตัว ...หรือกลางตัว ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ฝึกหยุดฝึกนิ่งเอาไว้ เพื่อตัวของเราเอง ไม่ใช่เพื่อใคร ๒๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙ ลูกทุกคนมีบุญมากพอ ที่จะเข้าถึงพระธรรมภายในได้ ขึ้นอยู่กับว่า ขยันหรือขี้เกียจเท่านั้น ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ถ้าจะให้ชีวิตสมบูรณ์ เป็นชีวิต ๒๐๐ เปอร์เซ็นต์ ธุรกิจกับจิตใจต้องไปด้วยกัน ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ 4. ฝึกใจทุกที่ทุกเวลา การฝึกใจให้หยุดนิ่งทุกวัน ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด เราจะไม่สูญเสียความสงบสุขของใจ ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ ฝึกใจเราให้มีสติ อยู่ที่ศูนย์กลางกายให้ได้ตลอดเวลา ฝึกจนเป็นนิสัย คิด พูด ทำ จะได้เป็นบุญกุศล ใจจะใส สะอาด บริสุทธิ์ และละเอียดหยุดนิ่งเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖ ไม่ว่าเราจะอยู่ในอารมณ์ใดก็ตาม จะหงุดหงิด ขุ่นมัว หรือ อารมณ์แจ่มใส ก็ขอให้ปฏิบัติธรรม ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ทำใจให้ผ่องใสอยู่เสมอ อย่าให้ใจเศร้าหมอง สิ่งใดที่ผ่านเข้ามา ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ต้องกลั่นกรองให้เหลือแต่สิ่งดีๆ ที่จะอยู่ในใจอันสุกใสสว่างไสวของเรา ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๕ พยายามรักษาใจ อย่าปล่อยใจให้หยาบ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เรื่องหยาบ ไม่ยากหรอก แป๊บเดียวก็หยาบ แต่เรื่องละเอียดนี่สิ...ยาก ลูกต้องหวงแหนความละเอียดเอาไว้ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖ สิ่งไหน ที่ทำให้จิตเรา ไม่บริสุทธิ์ ก็ต้องออกห่าง ๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๖ ถ้าใจเราไปเกาะเกี่ยวกับสิ่งที่บริสุทธิ์ ใจเราก็จะบริสุทธิ์ตามไปด้วย ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ทุกคืนก่อนเข้านอน ต้องหมั่นนึกถึงบุญ นึกทบทวนความบริสุทธิ์กายวาจาใจ และตรวจดูข้อบกพร่องของตัวเอง อยู่เป็นประจำ สม่ำเสมอ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ถ้าเราปล่อยวางทุกสิ่ง ไม่ยึดมั่นถือมั่นสิ่งใด คลายความผูกพันทั้งหมด แม้กระทั่งความสะดุ้งกลัวต่อมรณภัย ใจก็จะหยุดนิ่งได้ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ให้ระวังรักษาจิตดวงเดียว ไม่ต้องไปคิดเรื่อง คน สัตว์ สิ่งของ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ หัดปล่อยวางจากเรื่องราวต่างๆ ภายนอก ที่จะทำให้ใจออกห่างจากศูนย์กลางกาย แล้วหันมาลุยนั่งธรรมะกันให้เต็มที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ใจของเราต้องมีหลักว่า... ไปที่ไหนก็ตามให้เห็นองค์พระ ชัด ใส สว่าง อยู่ภายใน ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ ถ้าอยากหยุด ก็ต้องหยุดอยาก ...อยากได้ ...อยากมี ...อยากเป็น ๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๗ ถ้าใจไม่สงบ ไปอยู่จักรวาลไหน...ก็ไม่สงบ ถ้าใจสงบ... อยู่ที่ไหนก็สงบ ๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ความสงบของใจภายในเป็นทางมาแห่งความสุข เมื่อใจเรามีความสุข จะอยู่ที่ไหนเราก็มีความสุข แม้อยู่ตามลำพังก็มีความสุข อยู่ตามป่าตามเขา เราก็มีความสุข สามารถเป็นอยู่ได้ด้วยตัวเอง แต่ถ้าใจไม่สงบ... อยู่ที่ไหนใจก็ไม่สงบ และไม่มีความสุข ความสุขจะเกิดขึ้นเมื่อใจเราหยุดนิ่ง ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖ อย่าให้ใจสูญเสียความสงบ เพราะใจเป็นแหล่งแห่งพลังงาน แหล่งแห่งดวงปัญญา แหล่งแห่งบุญกุศล ๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ถ้ารักที่จะฝึกฝนใจ ให้เข้าถึงพระธรรมกายภายใน ต้องฝึกใจให้ละเอียด ต้องมีวินัย และต้องรักษาความบริสุทธิ์ของใจเอาไว้ ไม่ให้กิเลสแทรกเข้ามาในใจได้ ๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ใจเรายังติดอยู่กับกิเลส เพราะพญามารเขาสอดกิเลสเข้ามาเรื่อยๆ ให้เราปัดออกไปเลย ปัดออกไปทีละตัว ๒ ตัว สักวันก็คงจะหมด แล้วใจเราก็จะละเอียดขึ้น และเราก็จะเข้าไปถึงองค์พระภายในได้ ๒๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เราต้องฝึกปล่อยกิเลสทีละตัว ให้สังเกต ณ ช่วงเวลานั้นว่า กิเลสตัวไหนเข้ามาในใจ เช่น...โลภ โกรธ หลง ตัวไหนเข้ามา ก็ฝึกปล่อยทีละตัว ๒ ตัว ๓ ตัว ๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ พยายามอย่าไปเอากิเลสเข้ามาในใจ เพราะพญามารเขาสอดกิเลสเข้ามา เราอย่าเป็นผู้รับให้กิเลสเข้ามา ต้องปฏิเสธทุกตัว ๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ รบกับกิเลสอาสวะภายใน นั่นแหละ รบกับข้าศึกตัวจริง ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๔ สู้กับสิ่งที่บังคับใจเรา เราก็ต้องสู้ที่ใจ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๗ เรามีสิทธิ์เข้าถึงธรรมได้ทุกวัน ใจหยุดได้เมื่อไร ก็เข้าถึงธรรมได้เมื่อนั้น ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ถ้อยคำใด... เป็นปรปักษ์ต่อการหยุดนิ่ง พูดแล้วเขาสูญเสียความสงบของใจ สูญเสียกำลังใจในการประพฤติปฏิบัติธรรม พึงละเว้นคำพูดนั้น ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ ถ้อยคำใด... พูดแล้วทำให้ใจสงบ ตั้งมั่น เกิดกำลังใจในการสร้างความดี ในการประพฤติปฏิบัติธรรม พึงพูดถ้อยคำนั้น ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ 5. เพียรทำสม่ำเสมอ ต้องปฏิบัติธรรม ทุกวัน... อย่าท้อ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๘ การปฏิบัติธรรมเท่านั้น จึงจะดับทุกข์ได้ ๒๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ความสม่ำเสมอ เป็นหัวใจของการเข้าถึงธรรม ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๙ ความสม่ำเสมอของการปฏิบัติธรรม เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เรา เข้าถึงพระรัตนตรัยภายในได้ ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ การปฏิบัติธรรมอย่างสม่ำเสมอ จิตใจของเราจะถูกขัดเกลา ให้สะอาดบริสุทธิ์เพิ่มขึ้นทุกๆ วัน ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ภาวิตา พหุลีกตา ทำซ้ำๆ บ่อยๆ เนืองๆ เก็บชั่วโมงนั่งเยอะๆ ให้จิตเราละเอียด ให้เห็นองค์พระภายใน และสะสมองค์พระภายใน ให้เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ความขยันหมั่นเพียร เป็นหัวใจสำคัญ ในการปฏิบัติธรรม ๑๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ นั่งธรรมะทุกวัน อย่าเว้นเลยแม้แต่เพียงวันเดียว ห่างดนตรี ๓ วันเป็นอื่น แต่ไม่นั่งธรรมะเพียงวันเดียวก็เป็นอื่นแล้ว ห่างไม่ได้...เดี๋ยวเรื่องอื่นเข้ามาแทรกเยอะ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ หมั่นรักษาใจของเรา ให้บริสุทธิ์ให้ได้ตลอด ๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ว่าง ๑ นาที ๒ นาที ก็ฝึกใจนิ่งๆ เอาไว้ในกลางกาย ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๙ ต้องแบ่งเวลานั่งสมาธิเยอะๆ เพราะจะทำให้เรามีสติ ควบคุมใจให้หยุดนิ่งได้ และสิ่งต่างๆ ภายนอก ทั้งเรื่องคน สัตว์ สิ่งของ จะไม่เข้ามากระทบใจ ซึ่งก็จะทำให้ใจของเรา มีความบริสุทธิ์เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖ การเข้าถึงพระรัตนตรัยภายในตัว เป็นเป้าหมายหลักของชีวิต ฝึกกันให้ได้ ทำกันให้สม่ำเสมอ สมัครใจที่จะเข้าถึง ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘ ฝึกวางใจที่ศูนย์กลางกายให้เป็น ฝึกบ่อยๆ ก็จะเกิดความคุ้นเคย ๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ การประคองใจตลอดเวลา เป็นเครื่องวัดว่า เรารักธรรมะจริงแค่ไหน อยากเข้าถึงจริงแค่ไหน นึกถึงองค์พระให้ได้ทั้งวัน ทั้งนอกห้องและในห้องปฏิบัติธรรม สิ่งนี้จะช่วยให้เราเข้าถึงธรรมได้เร็วขึ้น ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๙ จะดูว่า เรารักธรรมะมากแค่ไหน ก็ดูที่ว่า...นอกห้อง เรานึกถึงองค์พระตลอดเวลาไหม ถ้านึกถึงตลอดเวลาแสดงว่า เรารักธรรมะอย่างแท้จริง ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๙ ต้องหมั่นรักษาใจให้ใส ให้ได้ตลอดเวลา ให้ใจเป็นบุญเป็นกุศล ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖ ทุกวันให้มีชั่วโมงหยุดชั่วโมงนิ่ง ให้มากๆ และสม่ำเสมอ อานิสงส์ของการทำสม่ำเสมอ จะทำให้การปฏิบัติธรรมก้าวหน้า ถ้าเราทำไม่สม่ำเสมอ เวลาจะให้หยุดนิ่ง ใจมักจะแวบไปแวบมา เดี๋ยวเราก็อดไปเค้นภาพไม่ได้ มันจะทำให้ตึงเครียด ทำให้เบื่อหน่ายต่อการปฏิบัติธรรม ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ สัจธรรมก็คือ...สัจธรรม พระรัตนตรัยเป็นของจริงที่มีอยู่ภายใน ที่เราสามารถศึกษาได้ ค้นคว้าได้ สัมผัสได้ เข้าถึงได้ ด้วยกำลังแห่งความเพียรของเราในชีวิตนี้ ๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ สิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าอยู่ตรงไหนก็ตาม อย่าทิ้งการปฏิบัติธรรม ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ 6. ใจหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายตลอดเวลา การเอาใจมาอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ในอิริยาบถทั้ง ๔ ในทุกๆ กิจกรรม ได้ชื่อว่า “เรากำลังปฏิบัติธรรม” ได้เข้าไปใกล้กับธรรมะของพระพุทธเจ้า ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ หวงแหนศูนย์กลางกายให้เหมือนจงอางหวงไข่ เพราะที่ศูนย์กลางกายตรงนี้สำคัญมากๆ จะเป็นทางหลุดพ้นจากความทุกข์ทรมาน จะเข้าถึงความสุขที่แท้จริง ไปรู้เรื่องราวความจริงของชีวิต จะเข้าถึงพระรัตนตรัยในตัว จะข้ามวัฏสงสารได้ด้วยพระรัตนตรัยภายใน ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ใจติดอยู่ที่ศูนย์กลางกาย เปรียบเหมือนต้นไม้ที่กำลังผลิใบอ่อน มียอดอันแย้มแล้ว ไม่ช้าก็จะมีผล คือ จะเข้าถึงมรรคผลได้ ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๕ สภาพใจที่จะไปถึงที่สุดแห่งธรรม จะต้องเป็นสภาพใจที่ไร้กังวล ไม่ติดในคน สัตว์ สิ่งของ เยือกเย็นเป็นนิจ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ การทำสมาธิ เราสามารถทำได้ทุกอิริยาบถ ทั้งนั่ง นอน ยืน เดิน แค่เราเอาใจมาวางไว้ที่ ฐานที่ ๗ ก็ได้ชื่อว่า...เราทำสมาธิ ต้องมี “พระ” อยู่ในตัว เป็นเพื่อนคู่ใจตลอดเวลา  ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ ใจคิดได้ทีละเรื่อง ถ้าไม่คิดเรื่องนี้...ก็ไปคิดเรื่องโน้น ให้เราคิดในเรื่องที่ทำให้ใจมีความสุขดีกว่า  ให้ใจมีแต่เรื่องที่ทำให้ใจหยุดนิ่ง มีแต่เรื่องดวง องค์พระ หรือหลวงปู่ อย่างนี้จึงจะถูกหลักวิชชา ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ขับไล่ความหมองออกไป เอาความใสเข้ามาใส่ในใจแทน ๒๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ดูแลเรือนกายเรือนใจเราให้ใสๆ พระท่านก็จะมาอยู่กับเรา ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖ การปฏิบัติธรรม เรียนแล้วต้องเป็นที่พึ่งกับเราได้ อย่างนี้ถึงจะใช้ได้ ถ้าเรียนแล้วยังเป็นที่พึ่งกับเราไม่ได้ ก็ต้องเพียรพยายามกันต่อไป จนกว่าจะถึงจุดที่เป็นที่พึ่งได้ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ หมั่นปัดกวาดเรือนกายเรือนใจของเราไปก่อน ให้ใส ให้สะอาด ให้บริสุทธิ์ องค์พระท่านจะได้มาให้เราเห็น จะได้ต้อนรับท่านมาเยอะๆ ทำที่ท่านชอบ พอถูกใจท่านปั๊บ...ท่านก็มาเลย ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖ หมั่นปัดกวาดศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ บ่อยๆ ด้วยการบ้าน ๑๐ ข้อ* ปัดกวาดไปเรื่อยๆ ให้ใส ให้สะอาด ปัดกวาดไปเรื่อยๆ เดี๋ยวจะเห็นจุดใสๆ ถ้าเข้าถึงตรงนี้ได้จะสมหวังในชีวิตเลย ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๕ * ดูรายละเอียด หน้า ๒๗๔ อย่าลืมทำการบ้าน ๑๐ ข้อ เพราะจะช่วยตอกย้ำความเข้าใจ เรื่องการปฏิบัติธรรม และการสร้างบารมีของเรา ทำไปวันละเล็กละน้อย ดูเผินๆ ไม่น่าจะมีอานิสงส์ใหญ่ เหมือนเราหายใจทีละน้อยๆ ไม่น่าจะมีอานิสงส์ใหญ่ แต่ทำให้เราสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ หรือทานข้าวทีละคำน้อยๆ ตัวไม่น่าจะโต แต่มันก็โตได้ การบ้านก็เหมือนกัน ทำทีละเล็กละน้อยค่อยๆ ทำ เดี๋ยวจะมีอานิสงส์ใหญ่ ตอนที่เราได้เข้าถึงธรรมนั่นแหละ ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ถ้ายังไม่สว่างจริง เราก็ทำความรู้สึกไปก่อนว่า เราอยู่ในกลางความสว่างของรัศมีธรรม ของอานุภาพแห่งบุญ กลางดวงบุญที่สว่างไสว ๑๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ใจลอยพญามารไม่กลัว แต่ถ้าใจรวมอยู่กับตัว พญามารกลัวเหลือเกิน ๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๕ เมื่อไฟคือความทุกข์ทรมานของชีวิต เผารนใจให้เร่าร้อน มันร้อนด้วยความอยาก ก็ต้องดับด้วยการหยุดใจ ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐ รักษาใจให้ใสอยู่ตลอดเวลา ด้วยการทำสมาธิในทุกอิริยาบถ ทั้งนั่ง นอน ยืน เดิน ให้ใจอยู่กับเนื้อกับตัว ๒๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๘ 7. หยุดเป็นตัวสำเร็จ ๕ คำศักดิ์สิทธิ์ คือ... “หยุดเป็นตัวสำเร็จ” เป็นถ้อยคำที่มีคุณค่ามหาศาล ที่หลวงปู่วัดปากน้ำฯ* ได้มอบไว้ให้แก่โลก ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๙ หยุดเป็นตัวสำเร็จ ตั้งแต่เบื้องต้น จนกระทั่งเป็นพระอรหันต์ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) 00 00 0000 หยุดใจได้เมื่อไร ความลับของชีวิต ก็จะถูกเปิดเผย ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๙ ใจหยุด คือ ที่สุดแห่งการแสวงหา ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ธรรมะมีอยู่แล้วในตัวของทุกคน แต่การเข้าถึงธรรมภายในต้องทำให้เป็น ด้วยวิธีที่ง่าย ตรง ลัด ประหยัดสุด ประโยชน์สูง คือ “หยุดเป็นตัวสำเร็จ” ๒๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑ คำว่า “หยุด นิ่ง เฉยๆ” คำว่า “เราเป็นเพียงผู้ดู ไม่ใช่ผู้กำกับ” นี้เป็นถ้อยคำสำคัญ เป็นถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์ ที่จะช่วยการปฏิบัติธรรมของเราให้ก้าวหน้าขึ้น ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ หยุดแรกยากสักนิด ต้องอดทน ใจเย็นๆ แม้ไม่ได้ดังใจ ๒๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ หยุดแรกสำคัญที่สุด แล้วก็จะมีหยุดในหยุดต่อไป ยิ่งหยุด...ยิ่งนิ่ง ยิ่งดิ่ง...ไม่ยั้ง ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ทำอย่างไรถึงจะหยุดนิ่ง ก็เลิกอยาก ลาหยอก ทำใจหยุดนิ่งเฉยๆ อย่างสบายๆ เดี๋ยวก็เข้าถึงได้ ๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ พอใจหยุดถูกส่วน จะเคลื่อนเข้าไปสู่ภายใน ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ หยุดเข้าไปเรื่อยๆ เหมือนขุดหาตาน้ำ ขุดตื้นๆ น้ำมันไม่ไหล ก็ขุดลึกลงไปอีก เดี๋ยวน้ำมันก็ไหล ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ เมื่อใจคุ้นเคยกับการหยุดนิ่ง ความละเอียดของใจก็จะเพิ่มขึ้น ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ ใจหยุดนิ่ง ทำให้เราเป็นตัวของตัวเอง และเป็นอิสระ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๕ คนมีปัญญา ต้องเอาใจหยุดนิ่งๆ ไปที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ไม่ปล่อยใจเสียเวลาไปกับเรื่องไร้สาระ ๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๓ ให้ฉลาดในการนึกคิด ที่จะน้อมนำใจของเราให้หยุดนิ่ง ๑๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ใจที่ไม่ต้องการสิ่งใด จะได้ทุกสิ่งที่ต้องการ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ทำอย่างไรก็ได้ให้ใจหยุด พอใจหยุดนั่นแหละ เรียกว่า “สมถะ” ถ้าใจยังไม่หยุด เรียกว่า “อนาถะ” คือ ใจยังอนาถาอยู่ ยังยากจนอยู่ ยังไม่มีอริยทรัพย์ภายใน ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ความปลื้มปีติในบุญ จะทำให้ใจหยุดนิ่งได้ง่าย ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ทางโลกจะให้ถึงที่หมายก็ต้องไปให้เร็ว แต่ทางธรรม...ต้องหยุดนิ่ง ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ ข้างนอกเคลื่อนไหว ข้างในหยุดนิ่ง ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ สุขที่แท้จริงที่ผู้รู้ทั้งหลายได้ไปสัมผัสมา ยืนยันเหมือนกันหมดว่า ต้องหยุดกับนิ่งอย่างเดียว ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๖ มนุษย์จะไม่มีวันรู้จัก “ความสุข” เลย ถ้าใจยังไม่หยุดไม่นิ่ง ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๖ วิกฤติของชีวิต คือ การไม่นำใจมาหยุดนิ่ง ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ๒๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เหมือนเป็นป้อม เป็นค่าย เป็นหลุมหลบภัยในตัว ที่อบอุ่น อุดมไปด้วยความสุข ปีติ เบิกบาน และพลังใจในการทำความดีไม่สิ้นสุด ๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๖ 8. สุขแท้จริงอยู่ในตัว “ความสุข” หมายถึง ความสบายกาย สบายใจ คือ กายก็สบาย ใจก็สบาย ไม่มีความรู้สึกว่าต้องทนเลย ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๖ สบายกาย สบายใจ มีอยู่ที่เดียว ตรงที่ใจหยุดนิ่ง ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ไม่ว่าจะเกิดมากี่ชาติ ถ้าใจไม่หยุด ไม่นิ่ง แม้มีทรัพย์มาก เป็นถึงพระเจ้าจักรพรรดิ ก็ไม่รู้จัก “ความสุข” ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๖ คำสั่งสอนของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น ที่จะทำให้มนุษย์ทั้งหลาย เข้าถึงความสุขที่แท้จริงได้ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ภายนอกไม่มีความสุขที่แท้จริง มัวไปหาในสิ่งที่ไม่มี มันก็ไม่เจอ เพราะความสุขอยู่ภายในตัว ๒๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑ ศูนย์กลางกายเป็นแหล่งกำเนิด มวลพลังแห่งความสุข และความบริสุทธิ์ ความรัก ความปรารถนาดี ต่อเพื่อนมนุษย์ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๘ เมื่อใดที่เราเจริญสมาธิภาวนา กระทั่งใจหยุดนิ่ง จนเห็นความบริสุทธิ์ปรากฏเกิดขึ้น เราจึงจะรู้จัก “ความสุข” ๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ทุกคนมีธรรมะอยู่ภายในตัวอยู่แล้ว เป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จ แต่ถ้ายังเข้าไม่ถึง...มี...ก็เหมือน...ไม่มี 00 00 0000 ทุกชีวิตที่เกิดมาเป็นมนุษย์ ต่างก็แสวงหาความสุขที่แท้จริงทั้งนั้น ความสุขนี้รวมประชุมอยู่ในพระธรรมกาย ซึ่งมีอยู่ในศูนย์กลางกายของมนุษย์ทุกคน ๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๘ ณ จุดที่ปลอดความคิด เหลือแต่ใจที่หยุดนิ่ง ความสุขจะเกิดตอนนี้ เป็นความสุขที่แท้จริง นี่คือความอัศจรรย์ ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ ความสุข...ที่เกิดจากการเข้าถึงธรรม ความสุข...ที่เกิดจากใจหยุดใจนิ่ง เป็นความสุขที่ยอดเยี่ยมกว่าความสุขทั้งหลาย ๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ หยุดนิ่งเฉย ความสุขที่เราหาได้ ง่ายนิดเดียว ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ใจที่หยุดนิ่ง... จะทำให้เราเข้าถึงความสุข อันยิ่งใหญ่ ไม่มีประมาณ ความทุกข์ ความตึงเครียด ปัญหาทั้งหลายจะหมดไป ๑๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ ถ้ายังหยุดไม่ได้ เราจะไม่ได้ลิ้มรสความสุขที่แท้จริงเลย แม้เราโหยหาแค่ไหนก็ตาม ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๖ หมั่นฝึกใจให้บริสุทธิ์ เพราะถ้าใจเราไปเกาะเกี่ยวกับสิ่งที่บริสุทธิ์ ใจเราก็จะบริสุทธิ์ตามไปด้วย แล้วความสุข ความบริสุทธิ์ ก็จะบังเกิดขึ้น ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ หยุดได้เมื่อไร เราถึงจะรู้จัก “ความสุข” ถ้าหยุดได้เดี๋ยวนี้ ก็จะรู้จักเดี๋ยวนี้ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ หยุดนิ่งนี่แหละจะทำให้เกิดปัญญา เกิดความสุขภายใน อันเป็นแหล่งประชุม แห่งคุณธรรมความดีงาม และอานุภาพทั้งปวง 00 00 0000 เข้าถึงธรรมแล้ว จะไม่เหงาเลย อยู่คนเดียวก็ไม่เหงา อยู่กลางป่าก็ไม่เหงา ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ตลอดเส้นทางสายกลาง ...ที่จะไปสู่ที่สุดแห่งธรรม เป็นเส้นทางแห่งความสุขตลอดเส้นทาง ไม่มีเส้นทางไหนที่จะให้ความสุขเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ เท่ากับเส้นทางสายกลางนี้ ความสุขจะบังเกิดขึ้นทุกขั้นตอนของการเข้าถึง ตั้งแต่สุขน้อยๆ เพิ่มขึ้นไปเป็นสุขปานกลาง จนกระทั่งถึงสุขอย่างยิ่ง ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ สุขตลอดเส้นทาง อยู่เฉยๆ ก็มีความสุขได้ ทำนิ่งๆ โดยที่ไม่ต้องไปแสวงหาอะไรเลย เพราะ “สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบไม่มี” ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ถ้าไม่มีความสุข... แล้วยิ่งไม่นั่งธรรมะ อย่าว่าแต่ชาตินี้จะไม่เจอความสุขเลย... จะไม่เจอความสุขเลยสักชาติ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ความสุขไม่ได้อยู่ที่ทรัพย์ ไม่ได้อยู่ที่เกียรติยศ ชื่อเสียง ลาภ ยศ สรรเสริญ แต่อยู่ที่...ใจหยุดอยาก แล้วคลายความผูกพัน ความยึดมั่นถือมั่นในคน สัตว์ สิ่งของ ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๘ เป้าหมายของชีวิต คือ ทำอย่างไร... จึงจะทำให้ใจมีความสุขที่สุด โดยไม่มีทุกข์เจือเลย เป็นความสุข ความบริสุทธิ์ ที่แท้จริง เป็นความสบายกาย สบายใจ ที่เราไม่เคยเจอ ไม่ว่าเราจะมีทรัพย์มาก ทรัพย์น้อย หรือมีอะไรเยอะแยะก็ตาม แต่สิ่งเหล่านั้นมันไม่ใช่ความสุข ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖ จะไปเที่ยวต่างประเทศ จัดทัวร์ไปเที่ยวไหนก็ตาม เริ่มต้นก็เหนื่อยเดินทาง นั่งรถก็เมื่อย ไปถึงปลายทางก็เพลีย กลับมาก็ลืมหมด กิเลสยังมีเท่าเดิม ความทุกข์ทรมานยังมีเท่าเดิม โลภะ โทสะ โมหะ ก็ยังเท่าเดิม แต่เส้นทางสายกลางภายใน เป็นเส้นทางแห่งพระอริยเจ้า เป็นทางเอกสายเดียวที่ให้ความสุขเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่เริ่มต้นเดินทางจนกระทั่งถึงปลายทาง ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๔ ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เราแสวงหาความสุขไปตามรสนิยม หรือเห็นคนอื่นเขาทำอย่างไร เราก็ทำอย่างนั้น เพราะเข้าใจว่าสิ่งนี้คือความสุข ถ้าคิดว่าความสุขอยู่ที่คน ก็จะไปหาคน ความสุขอยู่ที่สิ่งของ ก็จะไปหาสิ่งของ ก็วิ่งไปตามความเข้าใจ ตามรสนิยม แต่ไปแล้วก็ไม่เคยเจอความสุขเลย... ๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ สิ่งที่มหาเศรษฐีและผู้มีอำนาจ ในโลกขาดแคลน... คือ ความสุขที่แท้จริง และความรู้แจ้งเห็นจริงในชีวิต ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ ถ้าเรามัวแต่ทำมาหากินอย่างเดียว แม้มีทรัพย์เป็นแสนล้าน ก็ยังไม่ได้พบกับความสุขที่แท้จริงเลย ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘ สุขธรรมดา...คือ ผู้ที่มีความสมบูรณ์พร้อมในโลกมนุษย์ สุขปานกลาง...คือ สุขในสวรรค์ หรือสุขในฌานสมาบัติ บรมสุข...คือ นิพพาน ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ถ้าเข้าถึงพระในตัว... จะมีที่พักใจ... ที่มีความสุขอย่างไม่มีประมาณ ๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๘ เมื่อใจเข้าถึงความสุขภายใน จะเห็นคุณค่าของการเกิดมาเป็นมนุษย์ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๕ 9. ที่พึ่งอันประเสริฐ ธรรมะที่ปฏิบัตินี่แหละ จะเป็นที่พึ่งติดตามตัวเรา แม้เราละโลกไปแล้ว ๑๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ เมื่อเราเข้าถึงพระรัตนตรัยในตัว จะมีอานุภาพมาก จะเลือกไปเกิดในภพภูมิไหนก็ได้ ๒๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ เราสามารถหาแหล่ง ที่พักพิงของใจได้ภายในตัว ด้วยวิธีที่ง่าย ตรง ลัด ประหยัดสุด ประโยชน์สูง โดยไม่ต้องลงทุน ไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรเลย นั่นคือการทำสมาธิ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ พระรัตนตรัยสำคัญมาก ท่านสิงสถิตอยู่ในตัวของเรา ต้องไปให้ถึงให้ได้ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ เมื่อเข้าถึงพระธรรมกายแล้ว ไม่อยากได้ ไม่แสวงหาสิ่งใดอีกแล้ว ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ วิธีลัดที่สุด ที่จะเป็นเครื่องอุ่นใจ ว่าเราปลอดภัยจากกระแสบาปอกุศล ที่เราทำผ่านมาด้วยความไม่รู้ เราต้องปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงพระรัตนตรัยในตัว ซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริงให้ได้ พอไปถึงตรงนั้นแล้ว บาปจะตามไม่ทัน เพราะอานุภาพของพระรัตนตรัย มีคุณไม่มีประมาณ จะทำให้เราหลุดพ้นได้ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ยามใดที่เราประสบทุกข์ อย่าไปเสียเวลากลุ้ม วิตกกังวล สิ่งเหล่านั้นไม่ช่วยอะไรเลย มันเป็นวิธีของพญามาร ที่จะทำให้เราหลุดออกจาก เส้นทางธรรม เส้นทางบุญ เส้นทางแห่งความสุขและความสำเร็จ ยิ่งเจอปัญหา เจอแรงกดดัน เราต้องยิ่งหยุดยิ่งนิ่ง ตั้งหลักของใจให้ได้เสียก่อน ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๕ การปฏิบัติธรรมเท่านั้น จึงจะดับทุกข์ได้ ๒๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๗ เมื่อใจกับกายรวมเป็นหนึ่งเดียว... ก็จะสามารถกำจัดกิเลส ให้หลุดออกไปเรื่อยๆ ได้ โดยไม่ต้องทำอะไรเลย เพียงหยุดกับนิ่งอย่างเดียว ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เรากำลังแสวงหามรรคผลนิพพานอยู่ บุญอันใดจะประเสริฐเลิศ เท่ากับการทำใจหยุดนิ่ง กระทั่งเห็นแสงสว่างแวบเดียวแล้วเป็นไม่มี เพราะแสงสว่างนี้เป็นต้นทาง ที่จะไปสู่อายตนนิพพาน ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ แสงสว่างแวบเดียวนี่แหละ เป็นต้นทางสู่อายตนนิพพาน ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ “สมาธิ” คือ ภูมิคุ้มกันที่ดีต่อหัวใจ ช่วยแก้ไขอารมณ์ร้อน และทำให้อดทน ในการทำงานมากขึ้น ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ถ้าทำใจหยุดนิ่ง กระทั่งเห็นดวงใส เราจะได้เห็นแผนผังของชีวิต สิ่งที่เป็นความลับ ก็จะเปิดเผยออกมา ๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ถ้าเราเข้าถึงพระรัตนตรัยในตัว สิ่งที่เป็นความลับ เหลือเชื่อ เช่น นรก สวรรค์ นิพพาน ก็จะถูกเปิดเผยออกมา ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ กลางกายของเรา เหมือนห้องสมุดใหญ่ ๑๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๔ แม้ว่าเราจะปรารถนาเพียงใดก็ตามว่า ขอให้ข้าพเจ้า... มีความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ ก็ได้แต่ “ขอถึง” ความบริสุทธิ์เท่านั้น ส่วนความบริสุทธิ์จะเกิดขึ้น เมื่อใจหยุดนิ่ง ๑๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ เมื่อเราเข้าถึงพระธรรมกายภายใน ตัวเราก็เป็นเหมือนพระสถูป พระเจดีย์ เป็นที่สถิตของพระรัตนตรัยอันศักดิ์สิทธิ์ ๑๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๑ ไม่ว่าวันอะไรก็สุขใจ เพราะมีธรรม ๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑ วันใดที่เราได้เข้าถึง พระรัตนตรัยในตัว วันนั้นจะเป็นวันมหาปีติ จะมีความสุขที่ยิ่งใหญ่ ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘ ถ้าเข้าถึงพระรัตนตรัยได้ จะอยู่ในป่า ป่านั้นก็ร่มรื่น จะอยู่ในภูเขา ภูเขานั้นก็ร่มรื่น ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘ ไม่มีอะไรดีไปกว่า การเข้าถึงพระรัตนตรัยในตัว และการสร้างบารมี ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๖ ทุกครั้งที่เราปฏิบัติธรรม เราไม่ห่างจากธรรมะของพระพุทธเจ้า ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ศึกษาฝึกฝนกันไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวใจของเราก็จะหยุดนิ่งได้ พอหยุดนิ่งได้ ก็เข้าถึงความเป็นจริงของชีวิต ๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ 10. คุณค่าแห่งสมาธิ สมาธิจะช่วยปรับระบบ ความคิด คำพูด และการกระทำของเรา ให้เราคิดดี พูดดี ทำดี ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ ดอกไม้ที่ผลิบาน เพราะน้ำเลี้ยงดอกไม้อันสดใส หัวใจของเราผลิบาน เพราะน้ำเลี้ยงหัวใจอันสดชื่น ที่เกิดขึ้นได้เมื่อใจหยุดนิ่ง ๑๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ ถ้าจิตเราเป็นกุศล ก็จะทำให้เรา คิด พูด ทำ แต่สิ่งที่ดี และมีสติในทุกคำพูด ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ถ้าไม่มีสติ...คำพูดก็จะทำให้เกิดโทษ ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖ ผลของการปฏิบัติธรรมอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้เรามีกำลังใจเข้มแข็ง ไม่ตกต่ำไปตามกระแสโลก คนที่ไม่ได้ทำสมาธิ ใจจะฟุ้งซ่าน จิตอ่อนกำลัง เปิดโอกาสให้ ความเศร้า ความเบื่อ ความกลุ้ม รุมเร้าได้ง่าย ๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เมื่อใจพ้นจากนิวรณ์ ก็เหมือนพระจันทร์ พ้นจากหมู่เมฆ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๘ ถ้าเข้าถึงพระธรรมกาย จิตจะมีพลังในการสร้างความดี จะไม่หวั่นไหว... ไม่ว่าสถานการณ์โลกจะเป็นอย่างไร ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๖ ทรัพย์ภายใน จะดึงดูดทรัพย์ภายนอก ๑๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ยิ่งใจใส สมบัติใหญ่ ก็จะไหลมา ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ยิ่งใจบริสุทธิ์มากเท่าไร บุญยิ่งเกิดมากเพิ่มขึ้นเท่านั้น ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๙ ใจเป็นธาตุสำเร็จ ถ้าใจอยู่ในตำแหน่งแห่งความสำเร็จ คือ ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ทุกสิ่งก็จะสำเร็จ ๒๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ สปาภายใน แต่งที่ใจ ใสที่หน้า ด้วยการคิดดี พูดดี ทำดี ๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘ รสอื่น...ชิมด้วยลิ้น รสแห่งธรรม...ชิมด้วยใจ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ รสชาติแห่งธรรมทั้งปวง จะรู้ว่ามีรสชาติเป็นอย่างไรก็ต้องชิม เอามาขบคิด ไม่มีวันรู้รส รสชาติแห่งธรรมต้องชิมด้วยใจที่หยุดนิ่ง เหมือนก๋วยเตี๋ยว จะรู้ว่าอร่อยไม่อร่อยต้องชิม ดูเฉยๆ ก็ไม่อร่อย เอามือไปสัมผัสก็ไม่อร่อย ไปดมใกล้ๆ ก็ยังไม่อร่อย ต้องชิม ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ช่วงที่นั่งสมาธิมาก ทำให้บุญเก่ามีโอกาสส่งผลได้ง่าย เปิดโอกาสให้บุญเก่ามาเชื่อมบุญใหม่ได้ง่าย จึงมีอุปสรรคน้อย ๑๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘ ธรรมะของพระพุทธเจ้า เปลี่ยนใจคนให้ดีขึ้นได้ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ บุญเกิดขึ้นทุกครั้ง ที่เราลงมือปฏิบัติธรรม ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ สมาธิทำให้เกิดปัญญา จะทำให้เราสามารถวินิจฉัย หรือคาดการณ์ต่างๆ ได้ถูกต้อง ๑๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘ จะคิด จะพูด จะทำอะไร เมื่อตั้งอยู่บนฐานของใจที่สบาย ความสำเร็จก็จะเกิดขึ้นง่าย ๑๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘ งานของผู้รู้มี ...ความสุข ...ความสำเร็จ ...ความพ้นทุกข์ เป็นผล ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๖