คำนำ อยากได้รถ / อยากได้บ้าน / อยากรวย / อยากสวย / อยากฉลาด / อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ / อยากประสบความสำเร็จ / อยากรอดตาย / อยากหายป่วย / อยากแข็งแรง / อยากหมดกิเลส / อยากเข้าถึงธรรม อยากได้ แต่ไม่เคยให้ ก็จะไม่มีวันได้ หนังสือเล่มนี้ เป็นเรื่องราวของการให้ ที่เป็นมูลเหตุของการได้ ด้วยอานุภาพอันไม่มีประมาณของการถวายทองคำด้วยหัวใจอันยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง... 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 ด้วยความปรารถนาดี ร.ลิ่วเฉลิมวงศ์ วิธีปลดหนี้เงินล้าน ติดหนี้เกือบ 3 ล้าน นานถึง 21 ปี ถ้าเป็นคุณ..จะทำอย่างไร ??? ป้าประยงค์ ปึกขาว อายุ 72 ปี เป็นชาวนา มีบ้านอยู่ใกล้วัดพระธรรมกาย ป้าจึงอธิษฐานจิตขอกับหลวงปู่ว่า ขอให้ขายที่ได้เป็นอัศจรรย์เถิดถ้าขายได้ลูกจะเอาไปหล่อหลวงปู่สัก 10 บาททอง "ป้าทำนาอยู่ใกล้วัดพระธรรมกายนี่เอง ก่อนหน้านั้น..ชีวิตป้าไม่เคยได้สุขสบายกับเขาหรอก ต้องหลังขดหลังแข็งทำนาตั้งแต่สาวยันแก่ ลำบากมาก สมบัติอะไรก็ไม่มีนอกจากควายตัวเดียว หนำซ้ำยังต้องอยู่กระต๊อบเก่า ๆ แถมยังไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง ต้องเช่าเขาอยู่ ด้วยเหตุนี้ ป้าจึงต้องกัดฟันสู้ชีวิตมาโดยตลอด จนกระทั่งสามารถเก็บเงินซื้อที่ได้ 5 ไร่ แต่เนื่องจากป้าอยากรวย ก็เลยเอาที่ 5 ไร่นี้ไปจำนอง และเอาเงินออกมาซื้อที่ดินอีกแปลงหนึ่งเพื่อเอาไว้ขายเก็งกำไร แต่ที่ไหนได้ กลับขายไม่ออก และไม่ว่าจะลดราคาให้ถูกลงอย่างไร ก็ยังขายไม่ได้ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ป้าติดหนี้ก้อนใหญ่จากการเอาที่ไปจำนองเกือบ 3 ล้านบาท เรื่องนี้ทำให้ป้าเป็นทุกข์มาก เพราะนับวันก็ไม่เห็นช่องทางที่จะปลดหนี้ปลดสินตรงนี้ได้เลย... จนกระทั่งปี พ.ศ. 2555 พอรู้ข่าวว่า ที่วัดพระธรรมกายเขาจะมีหล่อหลวงปู่ทองคำองค์ที่ 6 อยู่ๆ ป้าเกิดตื่นเต้นยังไงก็ไม่ทราบ อยากทำบุญให้ได้ถึง 10 บาททอง ซึ่งดูแล้วก็เหมือนเป็นคนไม่เจียมนะ เพราะป้ายังมีหนี้สินเยอะอยู่เลย แต่เนื่องจากป้าอยากทำบุญนี้มากจริงๆ อยากเอาทองคำเป็นแท่งๆที่เป็นของเราเองไปหล่อหลวงปู่ ป้าจึงอธิษฐานจิตขอกับหลวงปู่ว่า ขอให้ขายที่ได้เป็นอัศจรรย์เถิด ถ้าขายได้ลูกจะเอาไปหล่อหลวงปู่สัก 10 บาททอง หลังจากอธิษฐานได้ไม่นาน อยู่ๆ ก็มีคนสนใจอยากซื้อที่ดินขึ้นมาจริงๆ ทั้งๆ ที่ขายไม่ออกมานานถึง 21 ปีแล้ว ช่วงนั้นป้าอธิษฐานขอท่านอย่างถี่ยิบเลยจนกระทั่งอยู่ๆ คนที่สนใจที่ดินยอมหอบเงินมาวางมัดจำในวันที่ทางวัดจะมีการหล่อหลวงปู่พอดิบพอดี ตอนนั้นป้าดีใจมากเลย ดีใจที่จะได้มีเงินมีทองไปหล่อหลวงปู่สมใจ และพอได้เงินค่ามัดจำมา ป้าก็รีบเอาไปเปลี่ยนเป็นทองคำแท่งหนัก 5 บาท และทำบุญเป็นเงินไปอีก 125,000 บาท รวมแล้วเป็น 10 บาททองคำ ซึ่งเอามาทำบุญหล่อหลวงปู่ได้ทันเวลาพอดี ตอนนั้นป้าปลื้มมาก ปลื้มสุดแรงเกิดเลย ดีใจ ยิ้มได้ทั้งวันทั้งคืน เพราะชาวนาจนๆ ที่มีหนี้สินอย่างเราสามารถทำบุญหล่อหลวงปู่ด้วยทองคำหนัก 10 บาทและก่อนจะถวายป้าก็อธิษฐานขอกับหลวงปู่ว่า..ขอให้คนที่เขามาวางมัดจำอย่าเปลี่ยนใจ ขอให้เขารีบเอาเงินที่เหลือมาจ่ายซื้อที่ดินไปเร็วๆ เพราะป้าจะได้ปลดหนี้ปลดสินเป็นอิสระสักที ซึ่งก็ปรากฎว่า หลังจากนั้นแค่ประมาณ 2 เดือนเท่านั้น เขาก็โอนเงินค่าซื้อที่ดินจำนวนหลายล้านมาให้ป้าทันที จนป้ามีเงินปลดหนี้สินทั้งหมด แถมยังมีเงินเหลือไปทำบุญสร้างองค์พระที่เคยจองไว้ถึง 22 องค์เป็นอัศจรรย์ ทุกวันนี้ดีใจมาก มันปลอดกังวล จนอยากจะเหาะอยู่แล้ว เพราะหมดหนี้หมดสินเสียที ความกังวลตลอด 21 ปี มันหายเป็นปลิดทิ้ง ป้าว่า..หลายคนมักจะคิดว่า ถ้ามีหนี้สินเยอะแยะไม่ควรทำบุญ หรือคิดว่าทำบุญแล้วจะจนลงๆ แต่ป้าว่า..เพราะบุญเรามันหมดมันถึงมีแต่หนี้สิน อีกทั้งไม่ว่าจะขยันเท่าไร ถ้าไม่มีบุญมันก็ไม่รวยหรอก ดูอย่างชีวิตป้าได้ ดังนั้นที่ถูกแล้ว เราต้องมาเติมบุญใหญ่ให้กับตัวเองก่อนเพื่อให้เรามีบุญ ดูดสมบัติก้อนใหญ่ๆ มาปลดหนี้ปลดสินจนสุดท้ายจากชาวนาธรรมดาๆ อย่างป้าก็รวยเป็นล้านปลดหนี้ได้อย่างเหลือเชื่อเลยทีเดียว ป้าอยากจะบอกเพิ่มเติมว่า.."หลวงปู่ท่านศักดิ์สิทธิ์จริงๆ แต่ขอให้เรามีความตั้งใจจริง ทำจริงๆ มุ่งมั่นจริงๆ หลวงปู่ท่านช่วยลูกหลานของท่านอยู่แล้ว เพราะกว่าป้าจะมีวันนี้ ป้าก็ตั้งใจมาถวายภัตตาหารพระที่หอฉันทุกวัน นั่งสมาธิวันละหลายชั่วโมง มีความตั้งใจอยากจะทำบุญจริงๆ และก็อธิษฐานขอหลวงปู่ถี่ๆ ถ้าทำครบตามนี้อย่างสม่ำเสมอจริงๆ ไม่ว่าขออะไรป้าว่าสำเร็จหมดแหละ..." หุ้นขึ้น..แบบช็อกโลก ! นักเล่นหุ้นแบบเก็งกำไรแทบทุกคน อยากให้หุ้นที่ลงทุนซื้อพุ่งขึ้นเร็วที่สุด เพื่อที่จะเทขาย แล้วรวยทันที ซึ่งในโลกของความเป็นจริง มันไม่ง่ายอย่างนั้น แต่ผู้หญิงคนนี้มีวิธี !! คุณลักษณา ช่วงเปีย หรือ คุณปุ๊กกี้ เจ้าของร้านอาหารมินท์ลีฟคูซีน (Mint Leaf Cuisine) แห่งเมืองซาราโทก้า (Saratoga) มลรัฐแคลิฟอร์เนีย (California) ประเทศสหรัฐอเมริกา "เพิ่งเริ่มเปิดร้านอาหารเมื่อปลายปี พ.ศ. 2552นี้เองค่ะ แรกๆ ก็ไม่ค่อยมีลูกค้า แต่พอช่วงเดือนกันยายน พ.ศ. 2554 ได้ไปวัดพระธรรมกายซิลิคอนแวลลีย์ครั้งแรก (วัดสาขาของวัดพระธรรมกายในอเมริกา) ก็มีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น คือ อาหารขายดีทันทีในวันนั้นเลย จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2555 เราได้ทราบข่าวว่าที่เมืองไทยจะมีการหล่อหลวงปู่ทองคำองค์ที่ 6 พอฟังแล้วก็อยากทำบุญนี้มากถึงขนาดอยากทำเป็น M เลย เพราะรู้สึกว่า การหล่อหลวงปู่ด้วยทองคำองค์ใหญ่ขนาดนี้ ตั้งแต่เกิดมาเราไม่เคยทำเลย อีกทั้งคนโบราณยังบอกอีกว่า การทำบุญหล่อพระไว้ให้คนได้กราบไหว้บูชาจะทำให้ชีวิตไม่ตกต่ำ จะทำให้เกิดในตระกูลสูง มีคนเคารพเชื่อฟัง มีบริวารดีๆ มากมาย ฯลฯ ซึ่งพอเรารู้ถึงอานิสงส์อย่างนี้แล้วก็อยู่ไม่ติดเลย คิดอยากแต่จะทำบุญหล่อหลวงปู่ตลอดเวลา แต่พอมาดูเงินที่เรามีทั้งหมดตอนนั้นมันมีแค่ 5S เท่านั้น แถมยังมีหนี้สินท่วมหัว คือ ต้องใช้หนี้แทนแม่อีก 1.2 ล้านบาท หนำซ้ำยังต้องเสียดอกเบี้ยเพราะหนี้ก้อนนี้มากถึง 10 % ซึ่งนับวันดอกเบี้ยก็พุ่งขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าเราจะเอาเงิน 5S ที่เรามีตอนนี้ไปใช้หนี้ ก็ไม่พออยู่ดี โอกาสได้มาถึงเราแล้ว ถ้าเราไม่รีบทำ หากทางวัด หล่อหลวงปู่เสร็จ แม้เรารวยตอนนั้น มันก็สายไปแล้ว ด้วยเหตุนี้..จึงได้แต่กลุ้มกับดอกเบี้ยที่เพิ่มเอาๆ แต่เนื่องจากเรารู้ว่าหลวงปู่ท่านศักดิ์สิทธิ์มาก จึงได้ลองตั้งจิตอธิษฐานขอท่านว่า ชีวิตนี้...ขอให้ลูกได้ ทำบุญหล่อทองกับหลวงปู่สัก M เถิด ตอนนั้นเราอธิษฐานอย่างแน่วแน่ด้วยใจที่มุ่งมั่นมาก ทั้งๆ ที่เป็นไปได้ยากมากแถมยังมีแต่คนเตือนว่าอย่าทำบุญเกินตัว แต่ในใจเรากลับไม่คิดอย่างนั้น เพราะคิดว่า โอกาสได้มาถึงแล้ว ถ้าเราไม่รีบทำ หากทางวัดหล่อหลวงปู่เสร็จ แม้เรารวยตอนนั้นมันก็สายไปแล้ว เพราะอดทำ อีกทั้งบุญหล่อพระองค์ใหญ่ด้วยทองคำแท้ๆ ขนาดเท่าครึ่งขององค์จริงแบบนี้ ก็หาทำที่ไหนไม่ได้แล้ว ช่วงนั้นในสมองเราคิดวนไปวนมาอยู่เรื่องนี้เรื่องเดียวจนอยู่ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่า เรายังเหลือเงินในบัญชีที่เมืองไทยอีก 3S และพอนึกออกอย่างนี้เราก็รู้สึกตื่นเต้นเพราะเริ่มเห็นหนทางแห่งความสำเร็จ แต่ยังไงก็ยังขาดเงินอีกตั้ง 2S อยู่ดี ซึ่งเราก็ไม่รู้จะหาจากทางไหนแล้ว จึงได้แต่อธิษฐานขอกับหลวงปู่ว่า ลูกอยากทำบุญหล่อทองกับหลวงปู่จริงๆ อีกทั้งยังอยากไปถวายเงินก้อนนี้กับหลวงพ่อที่เมืองไทยด้วย ซึ่งหลังจากเราอธิษฐานอย่างนี้ไม่นาน อยู่ๆ ก็มีจดหมายจากบัตรเครดิตส่งข่าวมาบอกเราว่า จะให้เครดิตวงเงินกับเรา 1.5 ล้านบาท โดยไม่เสียดอกเบี้ยเลยแม้แต่บาทเดียวเป็นระยะเวลา 1 ปี ซึ่งเราตะลึงมากเลย เพราะเท่ากับว่า เราจะมีเงินทำบุญครบ และมีเงินใช้หนี้ให้แม่ทั้งหมดที่ 1.2 ล้านบาท ซึ่งการทำอย่างนี้..แม้จะเป็นการติดหนี้ใหม่ แต่เท่ากับเราหยุดดอกเบี้ยไว้ได้นานถึง 1 ปี คือ ทำให้เราไม่ต้องเสียเงินเพิ่มอีก120,000 บาท ตอนนั้นเราดีใจที่สุดเลย รู้สึกซาบซึ้งหลวงปู่มากที่ทำให้เราสมหวัง และช่วยแก้ปัญหาเรื่องดอกเบี้ยให้เราด้วย และเมื่อเป็นดังนี้ ก็ไม่รอช้า รีบเอาเงินที่เหลือจากการใช้หนี้ มารวมกับเงินที่มีอยู่ทั้งหมด ทำบุญหล่อทองในทันที 1 M ตอนนั้นปลื้มที่สุดเลย เพราะตั้งแต่เกิดมาก็ไม่คิดไม่ฝันว่า คนอย่างเราจะมีโอกาสทำบุญได้เป็น M ซึ่งถือเป็น M แรกของชีวิต ตอนนั้นน้ำตาไหลเลยเพราะปลื้มจนทำให้จดจำภาพนั้นไปได้ตลอด รู้สึกว่า..เราชนะแล้ว รู้สึกได้เป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ที่ได้หล่อหลวงปู่ทองคำ และที่สำคัญหลวงปู่ทองคำองค์นี้ มีทองคำมูลค่า 1 M ที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของเราเองจริงๆ ด้วยความปลื้มอย่างสุดประมาณนี้เอง ทำให้เรานึกตั้งจิตอธิษฐานเพิ่มไปว่า เกิดมาในชาตินี้ ขอให้คนอย่างเราได้มีโอกาสทำบุญสร้างโบสถ์ที่วัดพระธรรมกายแวลลีย์สัก10 M เถิด หลังจากนั้นประมาณ 1 เดือน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจของอเมริกาที่ไม่ค่อยจะสู้ดีเลย แต่อยู่ๆ หุ้นของอเมริกาตัวหนึ่งที่เรามี เกิดมีมูลค่าพุ่งทะยานขึ้นเรื่อยๆจนผิดสังเกต พุ่งขึ้นจนเราเองก็งงเหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทั้งๆ ที่ราคาเมื่อ 5 ปีที่แล้วหุ้นตัวนี้ยังมีมูลค่าเพียง 2 แสนบาทไทยเท่านั้น แต่ ณ วันนั้น มันเกิดพุ่งปรี๊ดจนมีมูลค่าสูงไปถึง 10 ล้านบาทไทย ตอนนั้นเราเกิดอาการหัวใจช็อกโลก ตื่นเต้นว่าทำไม..มันพุ่งขึ้นเท่ากับจำนวนเงินที่เราอธิษฐานขอหลวงปู่ไว้เป๊ะได้ขนาดนั้นทั้งๆ ที่ไม่น่าเป็นไปได้เลย เพราะนักเก็งกำไรของหุ้นตัวนี้แทบทุกคนคาดการณ์ว่า กว่ามูลค่าหุ้นตัวนี้มันจะพุ่งขึ้นได้ขนาดนี้ ก็ต้องรออีก 2 ปี ข้างหน้า จากเหตุการณ์นี้ ทำให้เรารู้สึกว่า หลวงปู่ท่านศักดิ์สิทธิ์เกินคาด และจากนั้นจึงได้อธิษฐานขอหลวงปู่เพิ่มว่า ขอให้หุ้นตัวนี้ขึ้นอีกหน่อยเถิดเจ้าค่ะ เพราะแม้ลูกจะทำบุญ 10 M แต่วัดก็ยังขาดเงินสร้างโบสถ์อีกมากดังนั้นลูกอยากทำบุญให้ถึง 15 M หลังจากอธิษฐานเสร็จ ก็เจอเรื่องเหลือเชื่ออีก เพราะภายในสัปดาห์นั้นเอง หุ้นตัวนี้มันเกิดขึ้นแบบปรู๊ดปร๊าดจนมีมูลค่ามากถึง 15.6 ล้านบาทไทย ได้เท่ากับจำนวนที่ขอหลวงปู่ไว้อีกแล้ว และเมื่อเป็นเช่นนี้ เราจึงนำหุ้นไปบริจาคแล้วเปลี่ยนเป็นเงินทั้งหมดเพื่อไปสร้างโบสถ์ แต่ที่น่าที่งไปกว่านั้นอีก ก็คือ หลังจากที่เปลี่ยนหุ้นเป็นเงินไปแค่ 2 วันเท่านั้น หุ้นตัวนี้ก็ตกลดฮวบลงมาอยู่ ณ จุดเดิมทันที เรียกได้ว่า งานนี้หลวงปู่ช่วยเราไว้แท้ๆ ซึ่งถ้าไม่เรียกว่าอานุภาพหลวงปู่ ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้ว เพราะในชีวิตเราเจอมาหมด อย่างก่อนหน้านี้ ร้านเราได้รับคัดเลือกให้ลงหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของอเมริกาฉบับหนึ่ง แต่พอลงแล้วช่วงแรกๆ ก็ขายดีแค่พักหนึ่งแล้วก็ซาไป จนรายได้ลดฮวบกลับมาที่เดิม แต่ตั้งแต่ได้มาทำบุญกับวัด ได้มาหล่อหลวงปู่ทองคำองค์ที่ 6 ยอดขายของร้านก็พุ่งสูงขึ้นไปเป็นเท่าตัวอย่างสม่ำเสมอ โดยไม่ต้องพึ่งการประชาสัมพันธ์อะไรเลย คือ ขอให้เรามีบุญเถอะ เงินมันก็ไหลมาเอง จนร้านอาหารไทยในละแวกนั้น ที่มาเปิดก่อนเราถึงกับพูดว่า ไม่น่าเชื่อว่าร้านเราจะโตเร็วมาก ทั้งๆ ที่เศรษฐกิจของอเมริกาช่วงนี้ก็ไม่สู้ดี ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เรามีเงินใช้หนี้ มีเงินทำบุญ มีเงินจ้างคนมาช่วยงานเราเพิ่ม จนเรามีเวลามาสร้างบารมีมากกว่าเดิมเยอะมาก สุดท้ายนี้..ก็อยากจะฝากไว้ว่า บุญจากการหล่อหลวงปู่ด้วยทองคำ เป็นบุญที่มีอานิสงส์แรงมาก ซึ่งถ้าใครทำด้วยจิตที่บริสุทธิ์ ทำอย่างสุดกำลัง และปลื้มหลังจากที่ทำแล้วอย่างสุดๆ โดยไม่คิดเสียดายหรือกังวลเลย บุญจะตามส่งผลเร็วมาก เพราะได้เจอกับตัวเองมาแล้ว ดังนั้นโอกาสทองมาถึงเราแล้ว ที่จะได้หล่อหลวงปู่ทองคำองค์ที่ 7 ก็อยากให้ทุกคนมาเอาบุญนี้กันอย่างเต็มที่เต็มกำลังกันนะคะ..." ไขความลับ..องค์ต้นแบบพระผู้ปราบมารองค์ที่ 7 องค์ที่ 7 เป็นองค์ที่มีความพิเศษมาก เพราะใช้เทคนิคที่ทำให้องค์หลวงปู่เหมือนจริง ราวกับมีชีวิตขึ้นมาใหม่ วันนี้เราขอเป็นตัวแทนทุกท่านไปกราบ พระอาจารย์ประจวบ ปุญฺญกโร ซึ่งเป็นผู้ช่วยหลวงพ่อธัมมชโยในการปั้นรูปเหมือนหลวงปู่ เพื่อไขความลับในสิ่งที่หลายคนอยากรู้ !!! "หลวงพี่...มีใจรักทางงานปั้นมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะปั้นแล้วมีความสุข จึงปั้นไปเรื่อยตามประสาเด็ก ปั้นวัว ปั้นควาย ไปตามเรื่อง แต่ก็ไม่มีโอกาสเรียนในด้านนี้ เพราะหากเลือกเรียนด้านนี้ จบออกมาจนแน่ เพราะหางานยาก จึงต้องเบนเข็มตัวเองไปเรียนทางช่างเทคนิคไฟฟ้า พอจบมาไม่นานหลวงพี่ตัดสินใจมาบวช แล้วก็มีโอกาสมาฝึกงานที่กองพุทธศิลป์ ซึ่งหลวงพี่ไชยยศกับหลวงพี่ไพโรจน์ก็ได้พาหลวงพี่ไปกราบหลวงพ่อ ท่านถามหลวงพี่ว่า ทำงานปั้นเป็นหรือ ก็ตอบท่านกลับไปว่าไม่เป็นครับ แต่ใจรักงานด้านนี้มากครับ หลวงพ่อท่านก็บอกว่า เอ้า..หลวงพ่อจะให้โอกาส หลวงพ่อจะฝึกให้ ถ้าไม่ทิ้งหลวงพ่อไปเสียก่อน หลวงพี่รู้สึกซาบซึ้งในพระคุณของท่านมาก ที่เมตตาให้โอกาส นับจากนั้นจึงได้ทำงานที่ตัวเองรักและมีความสุขมาตลอด 18 ปี จนปัจจุบันได้มาเป็นลูกมือท่านในการปั้นหลวงปู่ที่กำลังจะมีการหล่อเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ รูปหล่อหลวงปู่องค์นี้ มีจุดเริ่มต้นอย่างไร เริ่มจากวันที่หลวงพ่อท่านเดินเข้ามาในพุทธศิลป์แล้วก็พูดว่า "เดี๋ยวเราจะหล่อหลวงปู่ใหม่ขนาดเท่าครึ่งขององค์จริง" พอหลวงพี่ได้ยิน..ก็คิดในใจว่า เอ้า.. เราก็มีแล้ว..หลวงพ่อท่านจะปั้นใหม่ทำไม? จนตอนหลังหลวงพี่ถึงมารู้ว่า ท่านเตรียมการสำหรับปั้นองค์นี้มากว่า 10 ปีเต็ม คือท่านปั้นองค์เล็ก เป็นองค์ต้นแบบไว้ แล้วให้เอามาขยายปั้นเป็นองค์ใหญ่โดยใช้เวลามากถึง 10 เดือนกว่า แต่ก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี ซึ่งองค์นี้ท่านจะปรับให้เหมือนจริงที่สุด ทั้งที่องค์เดิมหลวงพี่ก็ว่าเหมือนที่สุดแล้ว แต่องค์ใหญ่นี้จะเหมือนที่สุดยิ่งกว่า เหมือนราวกับหลวงปู่ท่านกลับมีชีวิตขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เพราะถ้าขยายขนาดเป็นองค์ใหญ่ จะทำให้เห็นรายละเอียดเพิ่มขึ้นกว่าเดิมมาก เบื้องหลังการทำงาน..ของหลวงพ่อ พอหลวงพ่อสั่งงานเสร็จ อีกวันท่านก็รีบมาดูทันที ซึ่งทางทีมงานก็กำลังลุยช่วยกันขยายแบบอยู่ ท่านก็เข้ามาถามว่า ขึ้นโครงเสร็จรึยัง ตรงนี้..จะเห็นว่า ท่านจดจ่อที่จะมาปั้นมากๆ คือ ใจท่านล้ำไปข้างหน้า..ล้ำไปถึงความสำเร็จแล้ว ทั้งๆ ที่ตอนนั้น วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ โต๊ะปั้นก็ยังเตรียมไม่พร้อมเลย และพอเครื่องไม้เครื่องมือพร้อมหลวงพ่อท่านก็ลงมือปั้นเลย อย่างชนิดที่ว่าอุปสรรคอะไรดูจะไม่มีความหมายสำหรับท่าน ช่วงนั้นหลวงพ่อท่านมาปั้นทุกวัน นับครั้งได้ที่ท่านจะขาด บ่อยครั้งที่ฝนตกอย่างหนัก หลวงพี่นึกว่าหลวงพ่อคงไม่มาแล้ว แต่ก็ยังมาปั้นเป็นปกติ ท่านมาต่อเนื่องอย่างนี้เป็นเวลา 10 เดือนแล้ว โดยที่ไม่เห็นแก่เหน็ดแก่เหนื่อยหรืออย่างบางวันที่ท่านป่วย ท่านก็ยังมาปั้น จนอุปัฎฐากต้องคอยถวายยาให้ท่านฉันที่นี่ หลวงพี่เห็นแล้วรู้สึกซาบซึ้งในการเอาชีวิตเป็นเดิมพันในการสร้างบารมีของหลวงพ่อมากๆ แม้หลวงพ่อจะยืนเดินไม่ค่อยถนัด เพราะขาท่านเจ็บ แต่ก็ยังทนยืนปั้น บางทีนานถึง 1-2 ชั่วโมง ต่อเนื่องกัน หรืออย่างครั้งหนึ่ง หลวงพ่อท่านให้หลวงพี่ช่วยปรับตรงส่วนกล้ามเนื้อฝ่ามือของหลวงปู่ให้เหมือนที่สุด แต่หลวงพี่นึกภาพไม่ออก หลวงพ่อท่านก็เสียสละยืนประสานมือขวาทับซ้ายเป็นแบบนิ่งๆ เป็นชั่วโมงโดยไม่ยอมนั่ง ทั้งๆ ที่ท่านขาเจ็บ ซึ่งขนาดหลวงพี่เองยังหนุ่ม ขาไม่เป็นไร ยืนเป็นลูกมือท่านแค่ 20 นาทีก็เมื่อยแล้ว หรืออีกวันหนึ่ง..ท่านปั้นๆ อยู่ท่านมึนหัว ตาลาย หลวงพี่ก็นึกว่าท่านจะกลับแล้ว แต่ที่ไหนได้ ท่านเดินไปนั่งครู่หนึ่ง แล้วก็ลุกขึ้นมาปั้นต่ออีก โดยที่ไม่กลัวว่าตัวท่านเองจะป่วยลงไปมากกว่านี้อีก ซ้ำยังทำต่ออย่างทุ่มเทเพื่อให้องค์หลวงปู่สมบูรณ์ที่สุด จะเห็นว่าท่านกตัญญูต่อหลวงปู่มากๆ และมุ่งจะบูชาท่านด้วยสิ่งที่ดีที่สุด อย่างชนิดเอาชีวิตเป็นเดิมพัน วิชาการปั้นของหลวงพ่อ หลวงพ่อท่านเก่งมาก มีความละเอียดประณีตสูง ท่านอัจฉริยะเกินอัจฉริยะ ถ้าไม่ได้มาเห็นกับตาตัวเองก็คงไม่เชื่อ ท่านมีความสามารถในงานปั้นสูงมากๆ ขนาดหลวงพี่บางรูปที่เคยช่วยงานท่านก่อนหน้านี้ จบทางด้านนี้มาโดยตรงแท้ๆ ก็ยังปั้นสู้หลวงพ่อไม่ได้เลย ทั้งๆ ที่หลวงพ่อท่านก็ไม่ได้เรียนมา ไม่ได้จบมาทางด้านนี้เลย อย่างตอนที่หลวงพ่อฝึกให้หลวงพี่ลองปั้นหลวงปู่องค์เล็ก หลวงพี่ก็ปั้นๆ ไป พอท่านเห็นท่านก็ถามว่า หลวงพี่ปั้นหลวงปู่อะไร วัดไหนหรือ หลวงพี่จึงเรียนถามหลวงพ่อว่า แล้วจะทำอย่างไรให้เหมือนครับ ท่านก็บอกว่า "ไม่เห็นยากเลย ก็นิมนต์หลวงปู่ลงมาซ้อนสิ ถ้าขาดเราก็เติม ถ้าเกินเราก็ขูดออก" หลวงพี่จึงได้แต่ง แล้วคิดในใจว่า ถ้าเราทำได้อย่างนั้นก็ดีสิ ธรรมะเรายังละเอียดไม่ได้ขนาดนั้นตรงนี้เลยทำให้หลวงพี่มารู้ถึงวิธีการปั้นของหลวงพ่อว่างานปั้นของหลวงพ่อออกมาจากธรรมะข้างในนี่เอง ท่านถึงปั้นได้เหมือนจนหาช่างปั้นที่ไหนในโลกทำอย่างท่านได้ยากมากๆ จนวันหนึ่งขณะที่หลวงพ่อกำลังปั้นๆ อยู่ หลวงพี่ก็คอยเป็นลูกมือท่านตามปกติ คอยหยิบจับอุปกรณ์อะไรให้ท่าน อยู่ๆ ท่านรำพึงออกมาลอยๆ ว่า นิมนต์หลวงปู่..ช่วยลงมาซ้อนด้วยนะครับ..เดี๋ยวจะปั้นให้เหมือนเลยทีเดียว...แล้วท่านก็ปั้นต่อไปอย่างนิ่งๆ บุญนี้..ยิ่งใหญ่และมากจริงหรือ มากสิ.. มากที่สุดด้วย เพราะหากไม่มาก หลวงพ่อท่านไม่ลงมือปั้นด้วยตัวท่านเองหรอก ทั้งที่สุขภาพท่านก็ไม่ดี อีกทั้งขณะที่ท่านมาปั้น แม้ป่วยๆ อยู่ ท่านก็ปีติทุ่มเทจนลืมอาการป่วยไปเลย ท่านนิ่งๆ อยู่ในบุญตลอดเวลา ซึ่งท่านมักจะรำพึงว่า เดี๋ยวเราจะหล่อหลวงปู่องค์ใหม่ จะสนุกกันใหญ่แล้ว..เราจะได้บุญใหญ่กัน... บางวันท่านก็รำพึงว่า..ใจจริงอยากหล่อหลวงปู่ด้วยเพชร แต่วิธีการหล่อด้วยเพชรในปัจจุบันยังทำไม่ได้ เอาทองคำไปก่อนแล้วกัน... หรือบางทีท่านก็จะพูดว่า เรายังไม่ไปรู้ไปเห็นว่าหลวงปู่ท่านเป็นใคร ถ้าใครไปรู้ไปเห็นว่าหลวงปู่เป็นใคร มาจากไหน กำลังทำอะไรอยู่ จะทุ่มทั้งชีวิต ถวายให้ท่านทุกอย่าง โดยไม่หวังอะไรเลย... ท่านปีติไป รำพึงไปอยู่อย่างนี้ ละเอียดจนน่าทึ่ง หลวงพ่อท่านเป็นสุดยอดของความละเอียด ท่านลงรายละเอียดทุกอย่าง ทุกตารางเซ็นต์ของร่างกาย ตั้งแต่กล้ามเนื้อหน้าผาก มุมปาก ดวงตา ตาขาว ตาดำ ขนาดแววตาของหลวงปู่ คือ หลวงพ่อท่านละเอียดถึงขนาดที่ว่า ต้องปั้นให้เหมือนหลวงปู่เป๊ะทีเดียว แม้แต่ขนคิ้วของหลวงปู่ หลวงพ่อท่านก็ให้หลวงพี่นับว่ามีกี่เส้น หลวงพี่ก็ได้แต่คิดในใจว่ายากนะ ไม่ใช่ทำง่ายๆ พอคิดเพียงแค่นี้เท่านั้น อยู่ๆ หลวงพ่อตอบโพละขึ้นมาทันทีเลยว่า ต้องทำได้สิ ถ้าความพยายามยังมีอยู่ คือ เราคิดอะไรในใจ หลวงพ่อท่านรู้หมด อย่างวันหนึ่ง ท่านให้หลวงพี่ปรับรายละเอียดเกี่ยวกับหลวงปู่ หลวงพี่ก็ปรับแล้วปรับอีก วัดแล้ววัดอีกหลายรอบ จนรู้สึกมั่นใจมากๆ ว่าโอเคแล้ว เหมือนที่สุดแล้ว เป๊ะแล้ว แต่พอหลวงพ่อมาดู ท่านมองปราดเดียว ก็รีบเรียกหลวงพี่เข้ามาดูใกล้ๆ แล้วชี้บอกว่าให้วัดใหม่ ปรากฎว่าเคลื่อนไปแค่ไม่ถึงครึ่งมิลลิเมตรเท่านั้น หลวงพี่รู้สึกที่งหลวงพ่อมากๆ ว่า ทั้งๆ ที่ท่านก็ไม่ได้ใช้เครื่องวัดมองปราดเดียวก็รู้ทันทีว่าไม่ตรง หลวงพี่ว่าท่านต้องใช้ตาภายในที่เกินข้อจำกัดของตามนุษย์ปกติ เพราะขนาดสายตาคนหนุ่มๆ อย่างเรายังสู้ท่านไม่ได้เลย... ความพิเศษของรูปหล่อทองคำพระผู้ปราบมารองค์ที่ 7 หลังจากที่เราหล่อหลวงปู่ไปครบทั้ง 6 องค์แล้ว หลวงพ่อท่านก็ดำริให้ปั้นองค์ต้นแบบหลวงปูองค์ที่ 7 ให้เหมือนมากขึ้นไปอีก โดยหล่อหลวงปู่จากแม่พิมพ์ของหลวงปู่องค์ที่ 6 ขึ้นใหม่ จากนั้นก็นำมาลงสีให้เหมือนกับสีของกายเนื้อหลวงปู่ขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ซึ่งวิธีนี้..จะทำให้เห็นรายละเอียดปลีกย่อยขององค์หลวงปู่ได้ชัดเจนขึ้น ว่าส่วนไหนยังขาด ยังเกิน หรือยังไม่สมบูรณ์ เพราะการดูภาพรวมจากองค์ที่เป็นสีของดินน้ำมัน หรือสีของโลหะทั้งองค์ สายตาเรามีความสามารถในการเก็บรายละเอียดได้ไม่พอ พอเราเห็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ที่ต้องปรับแก้จากองค์ที่ลงสีแล้ว เราก็กลับไปปรับแบบปั้นองค์ต้นแบบองค์ที่ 7ให้สมบูรณ์มากขึ้นไปอีก ซึ่งหลวงพ่อให้ทำอย่างนี้ซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้งโดยท่านจะคอยมาตรวจ มาคุมงานจนได้องค์ต้นแบบที่เหมือนหลวงปู่ราวกับมีชีวิตมากที่สุด แล้วก็นำไปถอดแบบทำแม่พิมพ์ เพื่อไว้หล่อหลวงปู่องค์ที่ 7 ต่อไป... หลวงปู่ศักดิ์สิทธิ์มาก แม้ขณะที่ยังปั้นไม่เสร็จ มีหลวงพี่หลายรูปที่พุทธศิลป์ ท่านชอบเข้ามากราบขอพรหลวงปู่องค์ที่กำลังปั้นอยู่ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าหลวงปูองค์นี้ศักดิ์สิทธิ์แม้ขณะที่ยังปั้นไม่เสร็จ ขออะไรก็สำเร็จหมดทุกอย่าง แถมสำเร็จอย่างเกินควรเกินคาดด้วย เช่น บางรูปมาขอให้สอบบาลีผ่าน..ก็ผ่าน หรือสมาชิกในวัดมาอธิษฐานขอให้มีปัจจัยทำบุญปิดกองได้ สำเร็จ ก็สำเร็จเป็นอัศจรรย์มากกว่าที่คิดไว้มาก ซึ่งอย่างหลวงพี่เองก็เจอ คือหลวงพี่ทำพระเหรียญหลวงปู่ที่หลวงพ่อท่านมอบให้กับมือหายไป หลวงพี่รู้สึกเสียใจและเสียดายอยากได้คืนมากๆ แต่หาจนพลิกแผ่นดินแล้ว หาอยู่ 2 สัปดาห์ หาเท่าไรก็ไม่เจอ จนกระทั่งมาขอบารมีหลวงปู่ว่า ด้วยบุญที่หลวงพี่ช่วยหลวงพ่อปั้นหลวงปู่ ขอให้หลวงปู่ช่วยให้หาเจอด้วยเถิด ซึ่งก็ปรากฏว่ามีหลวงพี่รูปหนึ่งท่านเจอ แล้วเอามาวางไว้ตรงอ่างล้างหน้า โดยที่ท่านเองก็ไม่รู้ว่าเป็นของใคร ซึ่งหลวงพี่ก็รู้สึกอัศจรรย์ใจมาก ๆ สิ่งที่อยากฝากไว้ จากการที่หลวงพี่เป็นลูกมือหลวงพ่อ หลวงพี่เห็นถึงความตั้งใจและความทุ่มเทของหลวงพ่อมาโดยตลอด และซาบซึ้งถึงความกตัญญูที่หลวงพ่อมีต่อหลวงปู่มากๆ หลวงพี่คิดว่าหลวงพี่จะเอาบุญนี้ไปให้มากที่สุด โดยเอาบุญจากการเป็นผู้ช่วยท่าน และก็ทำบุญด้วยกำลังทรัพย์ที่ตัวเองพอจะมีอยู่อย่างเต็มกำลัง เพื่อเป็นการตอบแทนพระคุณหลวงปู่และหลวงพ่อ และหลวงพี่ก็อยากให้พวกเราทุกๆ คนเอาบุญนี้ไปมากๆ โดยเฉพาะผู้ที่มาทีหลัง ไม่ทันหล่อองค์แรก หลวงพ่อท่านอยากให้ลูกๆ ทุกคนได้รับบุญใหญ่นี้ เพราะในอนาคตเมื่อใครมากราบไหว้หลวงปู่ แล้วน้อมนำหลวงปู่ไปเป็นนิมิต แล้วเข้าถึงธรรม เราก็จะได้บุญไปอย่างไม่มีประมาณ...". ทำไมต้องหล่อหลวงปู่ด้วยทองคำ ? พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) เป็นพระภิกษุที่เปี่ยมล้นไปด้วยคุณธรรมและคุณวิเศษอย่างจะนับจะประมาณมิได้ ดังนั้นศิษยานุศิษย์ผู้เคารพศรัทธาเลื่อมใสท่านจากทั่วทุกมุมโลก จึงพร้อมใจกันหล่อรูปเหมือนท่านด้วยทองคำมาแล้วถึง 6 องค์ หลวงปู่ทองคำองค์ที่ 7 นี้ เป็นองค์ที่จะอัญเชิญไปบนเส้นทางมหาปูชนียาจารย์ในการเดินธุดงค์ธรรมชัยทุกครั้ง เนื่องจากรูปหล่อหลวงปู่ทองคำที่หล่อไปแล้วทั้ง 6 องค์ จะประดิษฐานเป็นการถาวร ณ สถานที่ทั้ง 6 แห่ง ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญในประวัติชีวิตของหลวงปู่แต่องค์ที่ 7 ที่กำลังจะหล่อขึ้นนี้ จะเป็นองค์ที่ไปเปิดใจ ไปประกาศศาสนา และสร้างความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาให้บังเกิดขึ้นกับผู้คนอีกเป็นจำนวนมหาศาล ดังนั้น การหล่อหลวงปู่ด้วยทองคำในครั้งนี้ จึงถือเป็นมหากุศลอันยิ่งใหญ่ เพราะเราจะได้สืบทอดพระพุทธศาสนาและวิชชาธรรมกายให้ยืนยาวที่สุด และที่สำคัญ การหล่อรูปเหมือนของหลวงปู่ด้วยทองคำเป็นการประกาศให้โลกรับรู้ถึงคุณความดีของหลวงปู่ ด้วยวิธีอันชาญฉลาด เพราะการหล่อท่านด้วยทองคำจะทำให้ชาวโลกต่างสงสัย และเกิดคำถามตามมาว่า"ทำไมต้องหล่อท่านด้วยทองคำ ?" และนั่นก็เป็นโอกาสที่เหล่าศิษยานุศิษย์จะได้เล่าถึงประวัติ คุณธรรม คุณวิเศษ และมโนปณิธานของท่าน และชักชวนให้บุคคลเหล่านั้นทำตามข้อวัตรปฏิบัติอันดีงามของท่าน อีกทั้งเมื่อระยะเวลาผ่านไปจนเข้าสู่ยุคที่ทองคำหายากและราคาสูงมากกว่านี้ หรืออีก 1,000 ปีข้างหน้า ก็จะเกิดคำถามให้โจษขานซ้ำๆ อย่างไม่รู้จบว่า.. ทำไมชาวโลกยุคหนึ่งจึงเกิดมหาศรัทธาอย่างแรงกล้า ร่วมใจกันหล่อรูปเหมือนท่านด้วยทองคำแท้ ซึ่งเป็นวัสดุที่มีมูลค่ามหาศาลขนาดนั้น..!!! และปริศนาตรงนี้เองจะตรึงให้ชาวโลกมุ่งค้นหาคำตอบว่า.. ท่านเป็นใคร ? สำคัญอย่างไร ? โดยเฉพาะบุคคลที่กำลังประสบความทุกข์ ก็จะพยายามดิ้นรนแสวงหาที่พึ่งให้ตัวเองพ้นทุกข์ และเมื่อได้มาพบรูปหล่อหลวงปู่ ที่หล่อจากวัสดุที่มีค่าสูงสุด ก็จะสนใจหันมาศึกษาเรื่องราวของท่าน จนเกิดความเลื่อมใสซาบซึ้ง และหันมาปฏิบัติธรรมเพื่อหาทางพันทุกข์ตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ดังนั้น การหล่อรูปเหมือนหลวงปู่ด้วยทองคำจึงถือเป็นมหากุศลอันยิ่งใหญ่ ที่จัดว่า เป็นอามิสบูชา ที่ก่อให้เกิดการปฏิบัติบูชาอย่างต่อเนื่องในอนาคตอย่างไม่ขาดสาย เพราะเมื่อชาวโลกได้มาสักการบูชาท่านแล้ว ก็จะปฏิบัติบูชาตามอย่างท่าน ซึ่งการปฏิบัติบูชานั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงยกย่องว่าเป็นการบูชาอย่างสูงสุด... เหตุแห่งความยาก..ในการหล่อรูปเหมือนหลวงปู่ การหล่อรูปเหมือนหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ด้วยทองคำบริสุทธิ์ ไม่ใช่สิ่งที่ เกิดขึ้นง่ายๆ แต่เกิดขึ้นท่ามกลางเหตุแห่ง ความยาก ดังต่อไปนี้ 1 . พระภิกษุที่เปี่ยมล้นไปด้วยคุณธรรม คุณวิเศษ และเป็นเนื้อนาบุญที่มีความบริสุทธิ์ บริบูรณ์ เช่น หลวงปู่วัดปากน้ำ เป็นบุคคลที่บังเกิดขึ้นได้ยากมาก อีกทั้งท่านต้องมีบุญที่สั่งสมมาทางด้านนี้มาก หรือมีคุณธรรมมากพอที่จะดลใจให้มหาชน เกิดมหาศรัทธาอย่างแรงกล้าคิดหล่อท่านด้วยวัตถุธาตุอันเลิศ เช่น ทองคำแท้ 2. ทองคำเป็นวัตถุธาตุที่มีราคาสูงลิบ ทำให้ยากที่จะมีใครสักคนกล้าคิดนำทองคำจำนวนมหาศาล มาหล่อพระให้มีขนาดใหญ่มาก ดังนั้นการหล่อพระด้วยทองคำแท้ที่มีขนาดใหญ่ จึงเป็นโอกาสที่เกิดได้ยากยิ่ง 3. มีบุคคลในโลกนี้น้อยคนนักที่สามารถเป็นศูนย์รวมใจรวบรวมทองคำแท้จำนวนมหาศาลมาหล่อพระได้ 4. ผู้ที่คิดจะนำทองคำมาทำบุญหล่อรูปเหมือนหลวงปู่ต้องมีบุญที่เคยสั่งสมมากับท่าน หรือแม้ไม่เคยสั่งสมบุญมากับท่าน ก็ต้องมีบุญพิเศษอื่นๆ ที่เคยสั่งสมมาในอดีตไปดลจิตดลใจทำให้เกิดปัญญาคิดสร้างบุญใหญ่ เพื่อต่อบุญให้กับตนเอง 5. หากเราเป็นผู้มีทรัพย์น้อย แต่เกิดมหาศรัทธาคิดอยากจะหล่อพระขนาดใหญ่ด้วยทองคำแท้ทั้งองค์ตามลำพังด้วยตัวเอง ตลอดชีวิตนี้..เราก็คงหมดโอกาสได้บุญใหญ่นี้ เนื่องจากมีทรัพย์ไม่พอ 6. แม้บางคนจะมีทรัพย์มาก สามารถหล่อพระทั้งองค์ตามลำพังด้วยทรัพย์ส่วนตัวได้ การหล่อ..ก็จะไม่ทรงพลานุภาพเท่ากับการหล่อพระที่เกิดจากพลังของคลื่นมหาชน ที่มีกำลังศรัทธาอย่างแรงกล้ามารวมกัน อีกทั้งในอนาคตถ้าผู้มีทรัพย์มากนั้นสิ้นอายุขัยแล้ว ก็จะหาผู้ดูแลรักษาองค์พระที่หล่อขึ้นตามลำพังนั้นได้ยาก เพราะพระที่หล่อขึ้นไม่ได้เป็นสมบัติของส่วนรวม และเมื่อเป็นดังนี้ ความรู้สึกร่วมจากการที่มหาชนต้องช่วยกันดูแลรักษาก็จะไม่เกิดขึ้น ซึ่งตรงกันข้ามกับการหล่อพระที่เกิดจากพลังของมหาชน.. 7 . หากการหล่อองค์หลวงปู่เสร็จไปแล้ว แต่เราเพิ่งเกิดศรัทธา หรือมาทราบข่าวบุญนี้ทีหลัง และเกิดจิตศรัทธาอยากจะหล่อขึ้นมา โอกาสนั้นก็หมดลงไปแล้ว เนื่องจากการหล่อหลวงปู่ด้วยทองคำเป็นสิ่งที่เกิดได้ยากเช่นนี้ สาธุชนทุกท่านจึงไม่ควรปล่อยโอกาสทองนี้ให้หลุดลอยไป แต่ควรชักชวนบอกกล่าวญาติมิตรให้ไปเอาบุญใหญ่ครั้งนี้โดยทั่วหน้ากัน ไขข้อข้องใจเกี่ยวกับเรื่องการทำบุญ 1 . จุดประสงค์ของการทำบุญ คือ ทำเพื่อขจัดความตระหนี่และความโลภ แต่พอทำแล้วอธิษฐานอยากได้นั่น อยากได้นี่ ไม่จัดว่าเป็นความโลภหรือ ? ตอบ ความโลภหรือความอยาก มี 2 แบบ คือแบบไม่บริสุทธิ์ กับแบบบริสุทธิ์ แบบแรก แบบไม่บริสุทธิ์ เป็นความอยากของคนมีกิเลสตัณหาเป็นแรงกระตุ้น เช่น อยากจะมีภรรยาเพิ่มอีกสักคน หรืออยากยักยอกเงินของเขา เป็นต้น เป็นความอยากที่เปรียบเสมือนคนทำงานหนักเพราะแรงกระตุ้นของยาเสพติด เช่น ยาม้า ยาบ้า คือกระตุ้นให้ทำงานไปชั่วระยะหนึ่ง พอหมดฤทธิ์ยาก็ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียอย่างเดิม และมีสุขภาพแย่ลงทุกวัน และพอเสพครั้งต่อๆไปก็ต้องเพิ่มปริมาณยามากขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็ต้อง ตายเพราะยานั้น แบบที่สอง แบบบริสุทธิ์ เปรียบเสมือนน้ำกลั่นที่สะอาดแล้ว ไม่มีฝุ่นละออง หรือเชื้อโรคเลย ย่อมให้คุณแก่ร่างกายอย่างเดียว ซึ่งยิ่งดื่มก็ยิ่งทำให้ร่างกายสดชื่น ระบบขับถ่ายดี ระบบการดูดซึมดี และร่างกายก็ดีขึ้นเรื่อยๆ เปรียบเสมือนกับการทำบุญแล้วอธิษฐานตั้งความปรารถนาว่า อยากบรรลุมรรคผลนิพพานตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อให้หมดกิเลส ไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีก ไม่ต้องกลับมาสร้างกรรมอีก หรือทำบุญแล้วอธิษฐานขอให้รวย เพื่อจะได้บริจาคทรัพย์ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ช่วยทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและที่สำคัญหากเรารวย จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องการทำมาหากิน มีเวลามาสร้างบุญสร้างกุศล มีเวลานั่งสมาธิมากๆ เพื่อจะได้หมดกิเลสบรรลุมรรคผลนิพพานเร็วๆ ซึ่งความอยากแบบที่กล่าวมานี้ถือว่าเป็นความอยากแบบบริสุทธิ์ (The purest form of desire) 2. ทำบุญแล้ว..จำเป็นต้องอธิษฐานด้วยหรือ การอธิษฐานเหมือนเป็นการทำบุญแล้วหวังผลหรือเปล่า ? ตอบ พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังอธิษฐานเลย ท่านทำบุญทีไรก็อธิษฐานตั้งความปรารถนาอยากจะเป็นพระพุทธเจ้า เพื่อจะได้มาช่วยสรรพสัตว์ให้หมดกิเลส อีกทั้งการอธิษฐานจิตเป็น 1 ในบารมี 10 ทัศ ที่จำเป็นต้องทำเป็นอย่างยิ่ง เรียกว่า อธิษฐานบารมี เพราะหากทำบุญแล้วไม่อธิษฐาน เวลาบุญส่งผลก็อาจจะทำให้ชาติหน้าเกิดมาเป็นคนรวยที่ชั่ว ที่เอาทรัพย์ไปใช้ในทางเสื่อม ก่อเวรสร้างกรรมให้ตัวเองและผู้อื่นเดือดร้อน ดังนั้นเราจำเป็นต้องอธิษฐานเพื่อไม่ให้เอาผลบุญที่เราได้รับไปใช้ในทางเสื่อม เช่น อธิษฐานว่า ด้วยบุญกุศลนี้ ขอให้ข้าพเจ้ามีทรัพย์ไว้ใช้ในการสร้างบุญสร้างบารมีแต่ฝ่ายเดียว สามารถมีทรัพย์ไว้เลี้ยงพ่อแม่ ไม่ใช่นำทรัพย์ไปใช้ในทางเสื่อม และขอให้ทรัพย์ที่จะบังเกิดแก่ข้าพเจ้า ไม่เกิดจากอาชีพมิจฉาวณิชชา 5 อย่าง ที่พระพุทธองค์ทรงห้ามทำ คือ ค้าอาวุธ ค้ามนุษย์ ค้าสัตว์ให้เขานำไปฆ่า ค้าน้ำเมา ค้ายาพิษ เป็นต้น และอธิษฐานกำกับตอนท้ายด้วยว่า 'ด้วยบุญนี้ ขอให้ข้าพเจ้าบรรลุมรรคผลนิพพานและไปถึงที่สุดแห่งธรรมโดยเร็วพลันเทอญ' 3. ดูอย่างไรว่า เราทำบุญไปมากพอหรือยัง ? ตอบ ถ้าบุญเรามากจนเต็มเปี่ยมแล้ว เราก็ไม่มานั่งอ่านหนังสือเล่มนี้อยู่ตรงนี้หรอก เราคงบรรลุมรรคผลนิพพานไปแล้ว และที่สำคัญ ถ้าบุญเรามากพอ..ป่านนี้เราต้องสมหวังในทุกสิ่งไปแล้ว ดังนั้นให้เราย้อนกลับไปทบทวนดูว่า ชีวิตเราตั้งแต่เกิดมาจนถึงปัจจุบันมีความพร่องหรือได้รับความทุกข์ในเรื่องใดมาบ้าง ก็ให้ทำบุญแล้วอธิษฐานเพื่อเติมเต็มแก้ไขในสิ่งนั้นๆ 4. ต้องทำบุญขนาดไหน ? ตอบ ต้องทำถึงขนาดที่ใจเราปลื้มสุดๆ หากทำแล้วยังไม่ปลื้ม ก็ต้องทำอีกจนกระทั่งรู้สึกปลื้มให้ได้เพราะบุญที่ทำแล้วเกิดความปลื้มสุดๆ จะส่งผลได้เร็วกว่า แรงกว่าบุญที่ทำแล้วรู้สึกเฉยๆ หรือทำไปเพราะความเกรงใจ และที่สำคัญ หากเราทำบุญแล้วปลื้ม อีกทั้งยังสามารถระลึกนึกถึงบุญที่เคยทำไปได้บ่อยครั้งมากเท่าไรก็จะมีผลต่อจำนวนชาติที่บุญจะส่งผลมากขึ้นเท่านั้น และมากไปกว่านั้น หากตามระลึกนึกถึงบุญที่ทำไปแล้วบ่อยๆ ด้วยความปลื้มปีติ บุญที่เราตามระลึกถึงนี้ก็จะไปดูดบุญเก่าๆ ที่เคยทำผ่านๆ มาตั้งแต่อดีตชาติ ดึงดูดบุญเล็กบุญน้อย บุญที่อ่อนกำลังไปแล้ว ให้ตามมาส่งผล ให้ตามมาหล่อเลี้ยงชีวิตเราให้ดีขึ้น 5. ต้องทำอย่างไรถึงจะปลื้มปีติ ? ตอบ ปกติโดยทั่วไป ความปลื้มปีติเกิดจากเหตุหลายอย่าง เช่น ความปีติที่เกิดจากอำนาจสมาธิ การย้อนนึกถึงความดีที่ทำได้ยาก การทำบุญอย่างสุดกำลังหรือการตัดใจจากความตระหนี่ที่ตัดได้ยากแบบเอาชีวิตเป็นเดิมพัน อย่างเช่น นายติณบาล ที่ทำบุญด้วยทรัพย์ชิ้นสุดท้าย หรืออดีตชาติของเมณฑกเศรษฐี ที่ทำบุญด้วยอาหารมื้อสุดท้าย ทำจนหมดตัว แต่กลับปลื้มโดยไม่นึกเสียดายเลย อีกทั้งยังมีความปลื้มครบทั้ง 3 ระยะ คือ ก่อนทำ ขณะทำ หลังทำ เพราะความปลื้มจะทำให้เราประทับใจจดจำสิ่งนั้นไปได้นานแสนนาน อีกทั้งยังสามารถนึกถึงได้เป็นสิ่งแรก โดยไม่เคยลืมไปจากความทรงจำเลย และนึกถึงทีไรก็น้ำหูน้ำตาไหล ขนลุกชูชัน เพราะความปลื้มปีติ... 6. อะไรเป็นเหตุที่ทำให้บุญส่งผลช้า ? ตอบ คงเคยได้ยินว่า ทำบุญแล้ว บุญไม่เห็นส่งผลสักที หากเรากำลังประสบปัญหานี้ หรือเจอใครที่พบปัญหานี้ ก็ให้ลองมาสำรวจกันว่า เป็นเพราะเหตุผลบางประการเหล่านี้หรือไม่... 1. ทำบุญด้วยความไม่ศรัทธา 2. ทำบุญด้วยความเกรงใจ 3. ทำแล้วไม่ปลื้ม 4. ทำแล้วไม่ตามตรึกระลึกนึกถึงบุญอย่างต่อเนื่อง 5. ทำไม่เต็มกำลัง 6. ทำบุญช้า เวลาได้อะไรก็ได้ช้า 7. เวลาจะทำบุญคิดแล้วคิดอีก มีเงื่อนไขในการทำบุญ เวลาได้อะไรก็เลยได้ยาก มีเงื่อนไขมาก กว่าจะได้ทรัพย์มาก็ต้องเหนื่อย ต้องแลกมาด้วยความยากลำบาก 8. ก่อนทำบุญ ขณะทำบุญ หลังทำบุญใจไม่ใสมีเรื่องหงุดหงิด กังวล โมโห จนทำให้ใจหมอง 9. วัตถุหรือเงินที่นำมาทำบุญ เป็นวัตถุไม่บริสุทธิ์ได้มาจากความไม่สุจริต ได้จากอาชีพไม่บริสุทธิ์ 10. ผู้ให้และผู้รับเป็นบุคคลไม่บริสุทธิ์ เช่น รักษาศีล 5 ศีล 8 หรือศีล 227 ข้อไม่ครบ หรือมีศีลด่างพร้อย 11. เจตนาในการทำบุญไม่บริสุทธิ์ เช่น ทำบุญเอาหน้า ทำเพราะแข่งดีแข่งเด่น ไม่ได้ทำเพราะอยากบรรลุมรรคผลนิพพาน 12. ทำบุญแล้วนึกเสียดายในภายหลัง 13. ทำบุญไม่ถูกแหล่งเนื้อนาบุญ 14. ทำบุญไม่ต่อเนื่อง ทำให้บาปที่เคยทำไว้ได้ช่องส่งผลก่อนบุญจะส่งผล 15. ขาดการนั่งสมาธิที่สม่ำเสมอ เพราะการนั่งสมาธิจะทำให้ใจใส และเมื่อใจใส จะมีอำนาจไปดึงดูดบุญที่เคยทำไว้ ให้มารวมส่งผลได้เร็วแรง... อานิสงส์การทำบุญด้วยทองคำ จากพระไตรปิฎก 1 . ด้วยอานิสงส์ที่เคยถวาย แผ่นอิฐทองคำ เพื่อทำเป็นฐานเจดีย์สำหรับประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ในสมัยพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า ส่งผลให้ พระมหากัจจายนะมีผิวพรรณวรรณะละเอียดผุดผ่องดังทองคำ 2 . ด้วยอานิสงส์ที่เคยถวายอาสนะแก้วผลึกที่ฉาบทาด้วยทองชมพูนุทอันเป็นทองคำบริสุทธิ์ เพื่อเป็นที่ประทับของพระปทุมุตตรสัมมาสัมพุทธเจ้า ส่งผลให้ พระมหากัจจายนะ (ภพชาติในอดีต ได้ไปเกิดเป็นเทพราชาผู้เป็นใหญ่ในสวรรค์ มีรัศมีแผ่ไปโดยรอบไกลถึง 100 โยชน์ ได้บังเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้มีฤทธิ์มาก มีนามว่า ปภัสสระ และได้เกิดเป็นกษัตริย์ มีรัตนะ 8 ประการ สว่างโชติช่วงทั้งกลางวันกลางคืนประดุจดวงอาทิตย์อุทัย และเวียนว่ายตายเกิดอยู่แต่ในสุคติภูมิเป็นเวลาที่ยาวนาน 3. ด้วยอานิสงส์ที่ทำ หม้อดอกไม้ทองคำ 3 ใบ ไปบรรจุไว้ในเจดีย์ทองคำที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เพื่อกราบขอขมาและระลึกถึงคุณของพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้าส่งผลให้ ชฎิลเศรษฐี เป็น 1 ใน 5 ของเศรษฐีที่รวยที่สุดในสมัยพุทธกาล มีภูเขาทองคำสูง 80 ศอก เกิดขึ้นหลังบ้าน 4. ด้วยอานิสงส์ที่เคยถวาย บัลลังก์ทำด้วยทองคำมีค่าแสนหนึ่ง แด่พระปทุมุตตรสัมมาสัมพุทธเจ้า ส่งผลให้ภพชาติในอดีตของ พระภัททิยเถระ ได้ไปเกิดเป็นท้าวสักกเทวราช 74 ครั้ง เป็นพระเจ้าประเทศราชครอบครองพสุธา 1,000 ครั้ง เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ 51 ครั้ง เกิดในตระกูลสูง สมบูรณ์ด้วยมนุษย์สมบัติและรูปสมบัติอันเลิศ ได้บวชและบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ 5. ด้วยอานิสงส์ที่ปลด เครื่องประดับทองคำ จากคอแล้วมอบให้ช่างทองนำไปทำอิฐทองคำเพื่อสร้างเจดีย์ทองคำสูง 1 โยชน์ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า ส่งผลให้ อุบาสิกาเสสวดี ละโลกแล้วไปเกิดในสวรรค์ยาวนาน มีวิมานทองที่สว่างไสวใหญ่โตวิจิตรตระการตา 6. ด้วยอานิสงส์จากการถวาย แผ่นอิฐทองคำ เพื่อบูชาพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า ส่งผลให้ไปตัดรอนวิบากกรรมเก่าของ พระภัททกาปิลานีเถรี ที่มีกลิ่นตัวเหม็นเหมือนส้วม ให้กลับกลายเป็นมีกลิ่นจันทน์ฟุ้งออกจากกาย และมีกลิ่นดอกบัวฟุ้งออกจากปาก ในภพชาติสุดท้ายพระภัททกาปีลานีเถรีได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันตเถรี ผู้เป็นเลิศในด้านเป็นผู้มีความสามารถในการระลึกชาติได้เป็นเยี่ยม อานิสงส์การหล่อพระด้วยทองคำ 1. เมื่อไปเกิดในภพใดชาติใด สมบัติใดที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเลิศที่สุดเท่าที่มนุษย์พึงมีในยุคนั้น เราจะเป็นผู้ได้ครอบครองสมบัตินั้น เพราะได้ทำบุญด้วยทองคำซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นธาตุที่เลิศที่สุด 2. สามารถเข้าถึงฐานะแห่งความเป็นมหาเศรษฐี ที่ถึงพร้อมด้วยโภคทรัพย์สมบัติอันมากมาย เพราะได้บริจาคทรัพย์ไว้ในพระพุทธศาสนา และเนื้อนาบุญอันเลิศ 3. เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยรูปสมบัติอันงดงามตั้งแต่เกิดจนสิ้นอายุขัย เพราะทำบุญด้วยทองคำ ซึ่งเป็นธาตุที่งามอยู่ในตัวเองตั้งแต่แรกเริ่ม และมีความงามที่เป็นอมตะ ไม่หมองคล้ำผุกร่อน แม้กาลเวลาจะผ่านไปเป็นพันๆ ปี 4. เกิดในตระกูลสูง เข้าถึงฐานะอันสูงส่ง เป็นที่เคารพนับถือเกรงใจของเหล่ามนุษย์และเทวา เพราะได้ชื่อว่าบูชาบุคคลที่ควรบูชา ซึ่งถือเป็นมงคลอันสูงสุด 5. เป็นผู้มีบุตร บริวาร ให้ความเคารพ กตัญญู อยู่ในโอวาท เพราะได้ทำทานด้วยความเคารพ ความกตัญญูที่มีต่อมหาปูชนียาจารย์ 6. เป็นผู้มีปัญญาเป็นเลิศ เพราะได้ทำทานที่ประกอบไปด้วยปัญญา บูชาผู้ที่มีปัญญาถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ 7 . ขึ้นชื่อว่ามีสายบุญเชื่อมกับมหาปูชนียาจารย์ และธรรมใดที่ท่านบรรลุ ก็จะสามารถบรรลุตามอย่างท่านได้โดยง่ายสามารถเข้าถึงนิพพาน และที่สุดแห่งธรรมได้โดยง่าย 8. เป็นผู้มีสัมมาทิฐิ เกิดในปฏิรูปเทส ในดินแดนที่พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรือง เพราะได้สร้างเหตุแห่งความเจริญไว้ในพระพุทธศาสนา 9. หลังจากละโลกแล้ว ได้ไปเสวยทิพยสมบัติอันเป็นเลิศถึงพร้อมด้วยลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ในทิพยวิมาน ราคาทองคำ มีขึ้น มีลง เปลี่ยนแปลงตามภาวะเศรษฐกิจของโลก แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน ไม่เคยมีมูลค่าลดลงเลย คือ "ทองคำที่นำมาหลอมรวมเป็นองค์หลวงปู่" เพราะรูปหล่อทองคำของท่านองค์นี้ จะไปเปิดใจ ไปประกาศศาสนา และสร้างความเลื่อมใสศรัทธา ให้บังเกิดขึ้นกับผู้คนจำนวนมหาศาล ขอเชิญลูกหลานหลวงปู่ทั่วโลก ไปหล่อรูปเหมือนหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ในวันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2556 ณ วัดพระธรรมกาย สนใจสอบถามรายละเอียด โทร. 02-831-1000