1. วันมหาปีติ ลูกพระลูกเณรที่รักทั้งหลาย วันนี้เป็นวันมหาปีติของหลวงพ่อ ที่ลูกได้ประสบความสำเร็จในการศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม ตามกฎเกณฑ์ที่ทางคณะสงฆ์ได้ตั้งเอาไว้และสืบทอดกันมาเป็นเวลายาวนาน การศึกษาพระบาลี ซึ่งเก็บรักษาคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้นั้น หลวงพ่อขอยืนยันว่า เฉพาะผู้มีบุญเท่านั้นจึงจะมีโอกาสศึกษา ผู้ที่มีบุญน้อยจะไม่มีโอกาสได้ศึกษาเลย แม้แต่เพียงได้ยินคำว่าพระบาลีก็จะไม่มีโอกาสได้ยิน บุคคลใดมีโอกาสศึกษาพระบาลี ซึ่งเก็บรักษาคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ บุคคลนั้นนับว่าเป็นผู้มีบุญญาธิการ ที่สั่งสมมานับภพนับชาติไม่ถ้วน สิ่งที่เกิดขึ้นได้โดยยาก พระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นเป็นสิ่งที่บังเกิดขึ้นได้ยากอย่างยิ่ง เพราะต้องมีการบังเกิดขึ้นของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และกว่าจะมาเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้นั้น พระบรมโพธิสัตว์จะต้องสร้างบารมี ๓๐ ทัศให้เต็มเปรี่ยมบริบูรณ์ เป็นเวลายาวนาน ต้องเกิดแล้วตายนับภพนับชาติไม่ถ้วน สรุปโดยย่อว่า ต้องสร้างบารมีเป็นเวลายาวนานถึง ๒๐ อสงไขย แสนมหากัป ๔๐ อสงไขย แสนมหากัป หรือ ๘๐ อสงไขย แสนมหากัป ต้องสร้างบารมี ๓๐ ทัศนั้น ตั้งแต่สละทรัพย์ อวัยวะ จนกระทั่งชีวิต ด้วยใจแน่วแน่ที่จะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพียงอย่างเดียวตลอดระยะเวลาอันยาวนานนั้น ตั้งแต่ตั้งความปรารถนาในใจกล้าหาญจนกระทั่งเปล่งวาจา และเมื่อบารมีเต็มเปี่ยมก็ได้รับพุทธพยากรณ์ ต้องใช้เวลายาวนานขนาดนั้น ลูกคงรู้กันดีว่า อสงไขย แปลว่า นับไม่ถ้วน เอาสิ่งที่นับไม่ถ้วนนั้นมานับได้ถึง ๒๐ ครั้ง ๔๐ ครั้ง ๘๐ ครั้ง และเศษอีกแสนมหากัป กัปหนึ่งก็รู้อยู่ว่ามันยาวนานจนไม่ทราบว่าจะคำนวณมาเป็นปีได้อย่างไร จึงได้อุปมากันว่า ภูเขาลูกบาศก์โยชน์ โยชน์หนึ่งก็ ๑๖ กิโลเมตร ทึบทั้งก้อน ไม่มีปล่อง ไม่มีโพรง ทุกร้อยปีทิพย์ เอาผ้าบางเหมือนควันมาลูบ และลูบทีเดียวไม่ใช่หลายที จนกระทั่งภูเขาลูกนั้นราบไปหมดเลย ร้อยปีในเมืองมนุษย์ เท่ากับวันหนึ่งคืนหนึ่งสวรรค์ชั้นที่ ๑ แล้วร้อยปีทิพย์จะยาวนานแค่ไหน พอถึงร้อยปีทิพย์ก็มาลูบสักครั้งหนึ่งจนกว่าภูเขาลูกนั้นจะราบเสมอพื้นดิน กว่าพระองค์จะมาเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสรู้ด้วยพระองค์เองโดยไม่มีครูบาอาจารย์ได้ ต้องสร้างบารมียาวนานขนาดนั้นและมีใจแน่วแน่ ไม่แปรผันเปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่นเลย หนทางสร้างบารมีมิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ การสร้างบารมีนี้ ลูกอย่านึกว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย ๆ เหมือนเดินอยู่บนกลีบกุหลาบ แท้ที่จริงหนทางการสร้างบารมีนั้น เหมือนโรยด้วยเศษเพชรพลอย ทั้งแข็ง ทั้งแหลม ทั้งคม แข็งกว่าสิ่งใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะในจำนวนความแข็งของวัตถุในโลก เมื่อเอามาขีดเทียบกันแล้ว เพชรเป็นที่สุดไม่มีอะไรอาจเอาชนะเพชรได้ เศษเพชรชูความแหลมคมบนหนทางแห่งนักสร้างบารมี โดยมีความปรารถนาจะเป็นพระสัพพัญญูพุทธเจ้า เป็นพลังใจในการก้าวเดินไปตลอดระยะเวลายาวนานขนาดนั้นทีเดียว ทรงเดินไปโดยไม่หวาดหวั่น ไม่วิตกกังวล พระองค์สร้างบารมีโดยไม่กลัวอุปสรรค สละทรัพย์โดยไม่เสียดาย ทรัพย์ที่สละก็ไม่ใช่เล็กน้อย ทรงสละตั้งแต่น้อย ๆ จนกระทั่งยกทรัพย์ที่เป็นราชสมบัติให้ แม้มีสมบัติจักรพรรดิ ซึ่งเป็นสุดยอดแห่งสมบัติของปุถุชนก็ยังยกให้สละแจกจ่ายเป็นทานโดยไม่เสียดาย ปรารถนาเพียงเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงสละอวัยวะ ควักลูกนัยน์ตาให้มากกว่าดวงดาวบนท้องฟ้า สละศีรษะมากกว่าผลมะพร้าวในชมพูทวีป เลือดนั้นมากกว่าท้องทะเลมหาสมุทร เนื้อนั้นแผ่มากกว่าแผ่นดิน มีใจแน่วแน่อยากจะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่มีแปรผันเลย แม้แต่ชีวิตก็ทรงสละมานับไม่ถ้วนทีเดียว เพราะต้องการบารมี ๓๐ ทัศ ที่เป็นปรมัตถบารมี ให้เกิดพุทธการกธรรม ธรรมที่ทำให้เป็นพระสัพพัญญูพุทธเจ้า การเป็นพระพุทธเจ้านั้นยากอย่างนี้ วิชาสำหรับผู้มีบุญ เมื่อตรัสรู้ด้วยพระองค์เองแล้ว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายก็ไม่หวงแหนวิชา ทรงเปิดเผยอย่างแจ่มแจ้งแก่สรรพสัตว์ทั้งหลายโดยไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยาก ทรงสั่งสอนตลอดระยะเวลายาวนานทีเดียว บางพระองค์ก็เป็นแสนปี บางพระองค์หลายหมื่นปี แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของพวกเรานี้ มีเวลา ๔๕ พรรษา ที่เปิดเผย สั่งสอน เมื่อดับขันธปรินิพพานไปแล้ว คำสอนทั้งหมด ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ถูกเก็บไว้เป็นภาษาบาลี ซึ่งเป็นภาษาที่คงที่ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เป็นเวลายาวนานมาถึง ๒,๐๐๐ กว่าปีทีเดียว เพื่อรอคอยผู้มีบุญที่จะมาศึกษา เพราะฉะนั้น หลวงพ่อขอยืนยันว่า การที่ได้มาศึกษาพระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น เป็นสิ่งที่ยากอย่างยิ่ง ยากไม่น้อยกว่าการดึงช้างลอดรูเข็มเย็บผ้า เพราะจะต้องสร้างบารมีกันมานับภพนับชาติไม่ถ้วนทีเดียว และลูกได้สร้างบารมีมาเพื่อการนี้โดยตรง ชาวโลกที่บังเกิดขึ้นในปัจจุบัน นับได้ประมาน ๖ พันกว่าล้านคน ผู้ที่จะมีโอกาสมาศึกษาพระธรรมวินัยที่เก็บไว้เป็นภาษาบาลีนั้นมีไม่มาก ส่วนใหญ่มักจะพลัดไปศึกษาวิชาครองเรือน วิชาทำมาหากินเลี้ยงชีพ ครองเรือนกันไป แต่ลูกไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย บารมีแก่กล้า จนกระทั่งแหวกสิ่งเหล่านั้นมาอยู่ในแนวหน้าของผู้มีบุญ จนได้เข้ามาศึกษา จึงเป็นสิ่งที่ลูกทุกองค์ควรจะมีความปีติยินดี และภาคภูมิใจในสิ่งที่ตนมีโอกาสได้มาศึกษา วัตถุประสงค์ของการศึกษาพระปริยัติธรรม การศึกษาพระปริยัติธรรมนั้น วัตถุประสงค์ที่สำคัญคือเพื่อจะรู้ว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมอันใดบ้าง เมื่อเราเข้าไปศึกษาแล้ว เราจะได้มีความรู้สึกเหมือนเข้าไปนั่งใกล้พระผู้มีพระภาคเจ้า เพราะพระองค์เคยตรัสเอาไว้ว่า เมื่อดับขันธปรินิพพานไปแล้ว คำสั่งสอนของพระองค์จะเป็นสิ่งแทนตัวประดุจพระองค์ยังมีพระชนม์ชีพอยู่ การที่ลูกได้ศึกษาทุกวัน ก็เสมือนได้เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าทุกๆ วัน ให้ศึกษาเพื่อนำมาสอนตัวของเรา ว่าทำอย่างไรเราจึงจะเป็นอย่างพระองค์ พระองค์ทำอย่างไรเราทำอย่างนั้น พระองค์เป็นอย่างไรเราจะเป็นอย่างนั้น พระองค์พ้นจากกิเลสอาสวะ เราก็จะได้พ้นจากกิเลสอาสวะ ความทุกข์ทรมานหมดสิ้นกันไป เพราะฉะนั้นลูกจึงเป็นผู้มีบุญอย่างยิ่ง ที่ได้เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้ามาโดยตลอด เมื่อมาถึงวันนี้ ด้วยความเพียรวิริยะอุตสาหะ ลูกก็บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยเฉพาะลูกทั้ง ๔ ที่ได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค ซึ่งถือว่าเป็นที่สุดแห่งการศึกษาพระบาลีตามกฎเกณฑ์ที่คณะสงฆ์ ได้กำหนดเอาไว้ และก็มีลูกเณรสมพรณ์ พุกสาย ได้เป็นนาคหลวง นาคหลวง การเป็นนาคหลวงนั้น บางคนอาจจะไม่ทราบว่าเป็นได้ยากอย่างยิ่ง นอกจากมีความเพียรแล้วยังจะต้องมี บุญญาธิการแต่ปางก่อน จะต้องสอบได้อย่างต่อเนื่อง อายุก็ได้ตามกฎเกณฑ์ที่เขากำหนดเอาไว้ คือไม่เกิน ๒๓ ปี ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย ต้องมีวิริยะอุตสาหะ ทำความเพียรกันเป็นอย่างยิ่ง ทั้งๆ ที่มีกิจวัตรกิจกรรมมากมาย ทั้งเรียนปริยัติ ทั้งปฏิบัติธรรม ทั้งช่วยเหลือกิจการงานของสงฆ์ สารพัดไปหมดไม่มีเวลาว่างจากการทำความดีเลย จะมีเวลาว่างเว้นอยู่ช่วงเดียวคือช่วงที่พักผ่อนจำวัดเท่านั้น พอรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา มองเห็นผ้ากาสาวพัสตร์ห่มคลุมกาย ก็เริ่มสร้างบารมีกันเรื่อยมาเลย จนกระทั่งเข้าจำวัด และเป็นอย่างนี้ไม่ใช่เดือนเดียว ไม่ใช่ปีเดียว แต่เป็นหลาย ๆ ปี เพราะฉะนั้นการที่ลูกสามารถทำกิจวัตรกิจกรรมได้อย่างสมบูรณ์ และสอบได้เป็นมหาเปรียญ ๙ ประโยคอย่างนี้ จึงเป็นสิ่งที่ทำได้ยากอย่างยิ่ง น่าปีติและน่าภาคภูมิใจ อย่างไรก็ตาม ขอให้ลูกถือผลของการสอบได้นี้ เป็นเพียงเครื่องทดสอบว่า ลูกเข้าใจคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้แค่ไหน และจะน้อมนำมาสอนตัวเราเองได้ดีเพียงไร ให้ยึดตรงรี้เป็นหลัก ถ้าลูกคิดอย่างนี้การศึกษาพระบาลีก็จะเป็นประโยชน์ต่อตนเอง เรียนมาเพื่อสอนตัวเอง ให้เราได้พ้นจากทุกข์ทั้งปวง การศึกษายังไม่สิ้นสุด แม้จบประโยค ๙ แล้ว ลูกอย่าพึงคิดว่าการศึกษาของเราจะสิ้นสุด ยังมีสิ่งที่เราจะต้องศึกษาต่อไปอีก เพราะเปรียญธรรมที่เราเรียนนั้นเป็นแค่ภาคทฤษฎี เป็นประดุจแผนผังของชีวิตเท่านั้น แต่ว่าแผนผังชีวิตที่เป็นภาคปฏิบัตินั้นก็เป็นหน้าที่ที่ลูกจะต้องศึกษากันต่อไปให้ได้บรรลุวัตถุประสงค์ของการบวช เพื่อประโยชน์ตนและประโยชน์ของชาวโลกทั้งหลาย ยกชั้น สร้างสิ่งอัศจรรย์แก่โลก การที่ลูกได้รับพระราชทานเปรียญธรรม ๙ ประโยคมาในวันนี้ หลวงพ่อก็รู้สึกเช่นเดียวกับปีที่แล้ว คือสมหวังที่ลูกสอบได้ และมีนาคหลวงเช่นเดียวกัน แต่ก็ยังไม่ได้ดังใจอยู่ดี ถ้าจะให้หลวงพ่อสมหวังและได้ดังใจ ลูกทั้งหมดที่ศึกษาพระปริยัติธรรมจะต้องสอบยกชั้นให้ได้ ซึ่งการยกชั้นนี้หลวงพ่อว่าเราอยู่ในวิสัยที่ทำได้ ถ้าลูกสอบยกชั้นได้ อะไรจะเกิดขึ้น จะเกิดสิ่งอัศจรรย์ในวงการคณะสงฆ์ สังฆมณฑลทั้งหมดจะเกิดการตื่นตัวขึ้นมา เมื่อความตื่นตัวที่จะศึกษาพระธรรมวินัยที่เก็บไว้เป็นภาษาบาลีเกิดขึ้น ศีลธรรมก็จะถูกยกขึ้นทั่วประเทศ ความตื่นตัวที่จะศึกษาพระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าขยายไปทั่วประเทศ สิ่งที่ดีงามก็บังเกิดขึ้น เป็นแบบอย่างของโลกทีเดียว ประเทศไทยจะมีสันติสุขเกิดขึ้น ประเทศเพื่อนบ้านหลาย ๆ ประเทศที่มีพระพุทธศาสนา ก็จะตื่นตัว โดยเอาประเทศไทยเป็นแบบอย่างในการศึกษาพระธรรมวินัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วจะเกิดการรวมตัวของชาวพุทธทั่วโลก หันมาสนใจศึกษาพระธรรมวินัย แม้ชาวโลกที่มีความรู้สึกว่าตนไม่มีศาสนา ก็จะหันมาสนใจพระพุทธศาสนา เพราะฉะนั้นสิ่งที่ลูกได้ทำในคราวนี้ และที่จะทำต่อไปในปีนี้ จึงไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย เป็นสิ่งที่มีความเกี่ยวพันกันไปทั่วโลก จึงเป็นความปรารถนาอย่างลึก ๆ ที่อยู่ในใจของหลวงพ่อว่า อยากให้ลูกทุกองค์ที่เป็นนักศึกษาภาษาบาลี ได้สร้างสิ่งอัศจรรย์ให้บังเกิดขึ้น ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ 2. เตรียมพร้อมไว้เพื่อวันข้างหน้า เป็นความปรารถนาของหลวงพ่อ ที่อยากเห็นการสอบพระบาลียกชั้นทั้งหมดเป็นจำนวนเรือนร้อย ซึ่งไม่เคยบังเกิดขึ้นในโลก เราจะต้องสอบกันให้ได้ เพื่อช่วยกันสร้างประวัติศาสตร์ของโลกในการศึกษาพระบาลี ถ้าขาดการศึกษาพระบาลีแล้วอะไรจะเกิดขึ้น พระพุทธศาสนาก็จะเรียวลงไปเพราะไม่มีแผนผังในการดำเนินชีวิต ไม่มีตัวเทียบ การสืบต่ออายุพระพุทธศาสนานั้น จะมีแต่ปฏิบัติอย่างเดียวไม่ได้ จะต้องมีตัวเทียบในปริยัติด้วย เมื่อสังฆมณฑลตื่นตัว หันมาเอาใจใส่ ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ต่อไปความตื่นตัวในการศึกษาพระบาลีก็จะค่อยๆ ขยายไปยังประเทศเพื่อนบ้านและทั่วโลก ตอนนี้ลูกทุกองค์อาจยังมองไม่ออก แต่ต่อไปสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน พระพุทธศาสนาในยุคต่อไปนี้ จะเป็นยุคที่ชาวโลกเขาตื่นตัวหันมาสนใจ ชาวโลกทั้งหลายกำลังแสวงหาสิ่งที่ดีอยู่ ถ้าเราไม่เตรียมตัวตอนนี้ ในขณะที่เขากำลังปรารถนาจะพบผู้ที่จะให้แสงสว่างได้ จะไปทำตอนนั้นก็ไม่ทันแล้ว เราต้องเตรียมตัวไว้ตั้งแต่ตอนนี้ ลูกทุกองค์ โดยเฉพาะลูกเณร แม้เปลือกนอกเราจะดูเป็นเด็กไร้เดียงสา ยังเป็นเยาวชนอยู่ แต่ความจริงแล้วภายในเราเป็นผู้ใหญ่ ลูกต้องหัดคิดว่า อีกพันปีข้างหน้าพระพุทธศาสนาจะเป็นอย่างไร ต้องเริ่มคิดกันแล้ว ฝึกคิดงานระดับโลกตั้งแต่ยังเป็นสามเณรอยู่อย่างนี้ อย่าไปคอยให้โต มันจะช้าไป ถ้าลูกเณรคิดได้อย่างนี้แล้ว การที่จะทุ่มเทชีวิตจิตใจในการเป็นนักบวช จะศึกษาปริยัติ ปฏิบัติ เราก็จะได้ทำด้วยหัวใจ มีเป้าหมาย มีปณิธาน และมีอุดมการณ์เพราะต่อไป ลูกทุกองค์จะต้องรับสืบทอดพระพุทธศาสนาต่อไปอีก เพื่อเป็นแสงสว่างแก่ชาวโลกจนกว่าชีวิตจะหาไม่ สิ่งที่เรากำลังจะทำอยู่ทุกวันนี้ เป็นสิ่งที่ไม่เคยมีปรากฏในโลก และเป็นสิ่งที่สำคัญ ดังนั้นหลวงพ่อขอให้ลูกทุกองค์ ทั้งลูกพระ ลูกเณร ร่วมมือร่วมใจกับหลวงพ่อ ให้มีหัวใจดวงเดียวกัน สอบพระบาลียกชั้นให้ได้นะจ๊ะ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ 3. ยกชั้น เพื่อยอยกพระพุทธศาสนา ถ้าเรายกชั้นได้ หลวงพ่อว่าสำนักเรียนต่างๆ ก็อยากจะยกชั้นตาม แล้วก็จะเกิดการตื่นตัว สนใจที่จะศึกษาพระธรรมวินัย ศึกษาพระบาลีกันไปทั่วสังฆมณฑลเลย หลวงพ่อไม่ได้คิดจะแข่งอะไรกับใคร และไม่ได้มุ่งแค่ว่าจะยกย่องวัดพระธรรมกาย แต่มุ่งจะยกพระพุทธศาสนาให้สูงขึ้นไป อยากให้สำนักเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศตื่นตัวที่จะเรียนให้ได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค ความคิดเกี่ยวกับการยกย่องพระพุทธศาสนานี้ หลวงพ่ออยากให้ลูกเณรหัดคิดตั้งแต่ยังเยาว์วัย เมื่อยังอายุน้อยๆ อยู่อย่างนี้ ต่อไป ลูกเณรจะต้องรับภาระพระพุทธศาสนาทั่วโลกไม่ใช่เฉพาะสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ แต่ต้องกรุยทางให้พระพุทธศาสนายืนยาวต่อไปอย่างน้อย ๑,๐๐๐ ปีข้างหน้า ทุกสิ่งที่สร้างขึ้นมานี้ เพื่อ ๑,๐๐๐ ปีข้างหน้าทั้งนั้น หลวงพ่อมองพระพุทธศาสนาว่า อีก ๑,๐๐๐ ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร และกำลังฝึกลูกเณรขึ้นมาเพื่อจะรับภารกิจที่ยิ่งใหญ่นี้ต่อไป ดังนั้นหลวงพ่อจึงอยากให้ลูกเณรทุกองค์อุทิศชีวิตเลย ทุ่มตัวสร้างบารมีกันไป หลวงพ่อไม่ได้มองลูกเณรว่าเป็นเด็กนะจ๊ะ ลูกเณรเป็นเด็กแต่เปลือกข้างนอก เพราะมาเกิดช้าเท่านั้นเอง แต่หลวงพ่อว่าลูกเณรต้องมีหัวใจเป็นผู้ใหญ่ ดังนั้นหลวงพ่อจึงไม่ได้คุยเหมือนคุยกับลูกเณรที่เป็นเด็กๆ แต่คุยเหมือนคุยกับผู้ใหญ่ เพื่อจะฝากความคิดนี้เอาไว้ อย่าพึงคิดว่าเราเป็นเด็กอย่างเดียว ต้องคิดว่า แม้ตอนนี้ร่างกายเราจะเป็นเด็กแต่จิตใจเราเป็นผู้ใหญ่ จะต้องรับภารกิจต่อไปในอนาคต คิดอย่างนี้ทุกวันนะลูกนะ อย่าไปคิดสนุกสนานแบบชาวโลกนะจ๊ะ ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ 4. เมื่อใจยิ่งใหญ่ โลกก็เหลือใบนิดเดียว ชาวจีนเขามีสุภาษิตอยู่บทหนึ่ง น่าสนใจทีเดียวนะ เขาบอกว่า ฝึกซ้อมยิงธนูไว้ให้แม่นยำ ถ้าห่านป่าบินมาเราจะได้ห่านพะโล้ หมายความว่า เราจะต้องเตรียมฝึกซ้อมเตรียมตัวของเราตลอดเวลา เมื่อถึงวันที่เราเติบโตขึ้น และจะต้องรองรับงานใหญ่ เราก็จะมีความพร้อมในตอนนั้น เมื่ออยู่กับลูกเณรส่วนหนึ่งหลวงพ่อเห็นลูกทุกองค์เป็นเด็กในกายหยาบ แต่อีกส่วนหนึ่งหลวงพ่อเห็นลูกทุกองค์เป็นผู้ใหญ่ที่จะรองรับงานต่อไปในอนาคต ดังนั้น ใครที่ยังไม่แน่วแน่ในเส้นทางของชีวิต ก็ให้ตั้งความคิดให้แน่วแน่ตั้งแต่ตอนนี้ อย่าไปยืนบนทางสองแพร่งว่า เราจะเดินเส้นทางนี้ดีหรือจะไปเดินอีกเส้นทางหนึ่งดี เลิกคิดเถิดนะลูกนะ เส้นทางนี้ เป็นเส้นทางที่ดีที่สุด ประเสริฐที่สุด ไม่มีเส้นทางไหนจะมาเสมอเหมือน หลวงพ่อนั่งรับแขกอยู่เรื่อย ๆ แขกผู้หลักผู้ใหญ่ที่มาทั้งชาวไทยและต่างประเทศ หลายๆ ท่านเป็นผู้ใหญ่ในระดับโลก สมบูรณ์เพียบพร้อมทุกอย่าง แต่ชีวิตที่ผ่านมาไม่มีความสุขเลย เขาแสวงหาสิ่งหนึ่งที่ขาดแคลนอยู่ แต่ก็ไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร จนมาได้คำตอบที่หลวงพ่อแนะนำไป ได้มีโอกาสมาประพฤติปฏิบัติธรรม และรู้เป้าหมายของชีวิต เพราะฉะนั้นเส้นทางที่ลูกเณรเดินอยู่นี้เป็นเส้นทางที่ดีที่สุดแล้ว ประเสริฐเลิศที่สุดแล้ว เพราะเป็นเส้นทางของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้าตั้งใจเด็ดเดี่ยวอย่างนี้ เราก็จะมีกำลังใจในการที่จะศึกษาพระธรรมวินัย ศึกษาพระบาลีแล้วลูกจะเห็นว่า การยกชั้นเป็นเรื่องเล็ก ๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย เมื่อใจของเราแน่วแน่ จิตใจของเรายิ่งใหญ่ โลกก็เหลือใบนิดเดียว ความคิดว่า “คนอย่างเราจะทำได้หรือ” หรือว่า “จะสอบได้หรือ” อย่างนี้เลิกคิดได้แล้ว ขอให้ทุ่มเทชีวิตจิตใจในการศึกษาเล่าเรียน แล้วก็กล้าหาญพอที่จะหันมามองดูว่าเรามีข้อบกพร่องอะไร รีบแก้ไขตั้งแต่วันนี้ แทนที่จะท้อใจ แล้วความสำเร็จก็จะเกิดขึ้น ความสำเร็จนั้นอยู่ที่เรา ถ้าจะเอา เราก็ได้ ถ้าไม่เอา เราก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้น ตั้งใจให้ดีทุกองค์ เอาให้ยกชั้นให้ได้เลยนะจ๊ะ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๑ 5. ความสำเร็จอยู่ที่ใจ เราต้องลบทัศนคติผิดๆ ที่เห็นว่าบาลีเป็นเสือนะจ๊ะเพราะความสำเร็จทุกอย่างอยู่ที่ใจทั้งนั้น ที่อินเดียมีโยคีอยู่ท่านหนึ่ง เขาเรียกกันว่า โยคีเสือ แต่เดิมเขาก็ไม่ได้เป็นโยคีหรอก เป็นชาวอินเดียธรรมดา รูปร่างก็เหมือนชาวอินเดียทั่วไป ไม่ใหญ่ไม่เล็ก วันหนึ่งเขาเกิดมีความคิดขึ้นมาว่า เขาจะปล้ำเสือ จะจับเสือด้วยมือเปล่า ไม่ใช่เสือในสวนสัตว์ และไม่ใช่เสือในละครสัตว์ที่เขาฝึกมาอย่างดีแล้วนะ แต่เป็นเสือลายพาดกลอนตัวใหญ่ๆ ในป่าของอินเดีย ปกติ เสือมันมีอำนาจอยู่ในตัวนะ ขนาดเสือสต๊าฟที่ตายแล้ว เขาเคยทดลองเอาสุนัขโยนไปต่อหน้ามัน สุนัขก็ร้องเอ๋ง แล้วนอนอยู่ตรงนั้นเลย โยนไปทีไร ร้องเอ๋งทุกที แล้วก็นอนอยู่หน้าเสือสต๊าฟตรงนั้นแหละ มันแพ้กันจริงๆ แต่ชายหนุ่มคนนี้เขามีความคิดที่จะจับเสือมือเปล่า แล้วเขาก็ทำได้สำเร็จหลายครั้งทีเดียว จับแล้วก็เอาเข้ากรง เคยมีคนเข้าไปถามเขาว่า เสือมันน่ากลัว ทำไมจึงใช้มือเปล่าจับได้ เขาบอกว่า เขาไม่เคยเห็นว่ามันเป็นเสือเลย เขาเห็นเป็นแมว คนนั้นถามต่อว่า เคยบาดเจ็บบ้างไหม เขาบอกว่า มีเหมือนกัน บางครั้งก็บาดเจ็บ คนก็ถามต่อว่า ทำไมบาดเจ็บ เขาตอบว่า เพราะวันนั้นเห็นมันเป็นเสือ พอเห็นเป็นเสือก็รู้สึกกลัว ที่เรียกว่า โยคีเสือ ส่วนหนึ่งก็เพราะกิตติศัพท์ในการจับเสือ วันหนึ่ง บารมีของเขามาถึงหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ มีโยคีท่านหนึ่งออกมาจากป่า รูปร่างผอม ตัวเล็ก ๆ สะพรั่งด้วยเส้นเอ็น ไปยืนอยู่หน้าบ้านของเขา ยืนเฉยๆ เขานึกว่าขอทาน ก็ไล่ไป โยคีก็ไม่ไป กลับพูดดีๆ ว่า “มันถึงเวลาแล้วที่จะต้องมารับลูกเข้าไปอยู่ในป่า” แล้วก็ยืนอยู่ตรงนั้น ไม่ยอมไป คนจับเสือชักหงุดหงิด พูดไม่รู้เรื่อง จะจับโยคีตัวบางๆ เล็กๆ โยนออกไป เพราะตัวเองเคยจับเสือได้ แต่โยคีนั้นนั่งนิ่ง ๆ เอามือเหี่ยวๆ ผอมๆ นั้นจับข้อมือของคนจับเสือ แล้วจูงเข้าป่าไปเลย เขาบอกว่า มันไม่มีแรงเลย พอถูกโยคีจับ ก็ไม่มีแรง เดินตามเข้าป่าไปเลย เป็นสิ่งอัศจรรย์ทีเดียวนะจ๊ะ ทุกอย่างอยู่ที่ใจ หลวงพ่อเคยคุยกับฤๅษีท่านหนึ่ง ผมยาว หนวดเครายาว เขาวิ่งไปบนน้ำได้ หลวงพ่อก็ถามว่า เอ๊ะ! ท่านฤๅษี ทำไมวิ่งไปบนน้ำได้ ท่านฤๅษีก็บอกว่า ไม่ได้เห็นเป็นน้ำหรอก เห็นเป็นดิน ถ้าเห็นเป็นน้ำแล้วใครจะกล้าวิ่ง เห็นไหมจ๊ะ ทุกอย่างอยู่ที่ใจทั้งนั้น ดูหลวงพี่ของเราสิ เดี๋ยวนี้เรามีประโยค ๙ ถึง ๗ องค์แล้ว และมี ๒ องค์ ไม่เคยสอบตกเลย เป็นนาคหลวงด้วย หลวงพี่ท่านทำมาแล้ว หลวงพ่อจึงเชื่อว่า ลูกเณรต้องทำได้เหมือนกัน เป็นความรู้ศึกลึกๆ ของหลวงพ่ออยู่ตลอดเวลาว่า ลูกเณรทำได้ เมื่อหลวงพ่อเชื่อเรา เราก็ต้องเชื่อตัวเราเองว่าเราทำได้ มีอะไรที่เป็นช่องโหว่ของเรา เราก็แก้ข้อบกพร่องให้หมด ดูแลตัวของเราให้ดี ถ้าต่างคนต่างดูแลตัวเอง พร้อมใจกันสอบได้ เราก็ยกชั้น เป็นสิ่งที่ยู่ในวิสัยที่เราจะทำได้นะลูกนะ เราไม่จำเป็นต้องเอาความท้อมาใช้ในตอนนี้ เพราะเอามาใช้มันก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร เราต้องเอาความคิดว่า “เราทำได้” มาใช้ นะจ๊ะ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ 6. สอบยกชั้น ยิ่งมหัศจรรย์ที่เป็นไปได้ ทำอย่างไรเราจึงจะสอบได้ยกชั้นหลวงพ่อว่าลูกเณรทำได้นะ ถ้าตั้งใจให้ดีๆ คำว่า “เป็นไปไม่ได้” นี้ หลวงพ่อไม่ค่อยชอบ เพราะหลวงพ่อเชื่อว่า มนุษย์สามารถพัฒนาได้ แม้แต่คนโง่ที่สุดก็กลับฉลาดที่สุดได้ อย่างพระจุลบันถก แค่คาถาเดียว ๔ บาท ก็ท่องไม่ได้ ยังกลายเป็นผู้ที่ฉลาดที่สุดได้ คนเดินดินยังสามารถเหาะเหินเดินบนอากาศ ทรงอภิญญาได้ หรือเหล็กซึ่งเป็นของหนัก เขายังสามารถเอาไปทำเป็นเรือให้ลอยน้ำได้ เอาไปทำเป็นเครื่องบินลอยบนท้องฟ้าได้ ดวงจันทร์ที่ถือว่าสุดไกลทีเดียว อยู่สูงจนกระทั่งมีวันไหว้พระจันทร์ มนุษย์ก็ยังส่งจรวดไปลงดวงจันทร์ได้ เพราะฉะนั้น หลวงพ่อจึงเชื่อว่าอะไรที่ยังอยู่ในโลกมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการสอบบาลีหรือทำอะไรก็ตาม ต้องเป็นไปได้ ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ 7. ยกชั้น ๓ ป. ในขณะนี้ เรามีหัวใจร่วมกันระหว่างพ่อกับลูกว่า เราจะตั้งใจศึกษาปริยัติกันให้ยกชั้น แต่หลวงพ่อว่า การยกชั้นนั้นไม่ใช่มีเฉพาะปริยัติเท่านั้น ต้องยกชั้นในการปฏิบัติด้วย ความหมายของคำว่า “ยกชั้น” นั้น ลึกซึ้งทีเดียวทั้งปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ ต้องยกชั้นให้หมด ถ้าทำกันได้อย่างนี้เราจะเป็นหัวใจของโลก เป็นธงชัยของโลก เป็นกำลังใจของหมู่คณะ ของญาติโยมและสาธุชนทั้งหลาย วันนี้ หลวงพ่อขอฝากคำว่ายกชั้น ให้ลูกทุกองค์ได้ไปพินิจพิจารณาให้ลึกซึ้งมากกว่าที่เราเข้าใจแต่เดิม ขออานุภาพแห่งบุญทั้งหมดส่งผลให้ลูกทุกองค์ยกชั้นทั้งปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ กันเป็นอัศจรรย์เลยนะจ๊ะ ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ 8. สำคัญที่ความตั้งใจ หลวงพ่อว่าการสอบยกชั้นนี่ เราทำได้ ไม่ยากอะไรหรอก แต่เราต้องเปลี่ยนแปลงทัศนคติเสียใหม่ คำว่า “ไม่ได้” เลิกคิดได้เลย มีนักว่ายน้ำของโลกคนหนึ่ง ที่เป็นดาราภาพยนตร์ชื่อ เอสเธอร์ วิลเลี่ยม ตอนเด็กๆ เขาเป็นคนพิการนะจ๊ะ เป็นโปลิโอ แต่เขาตั้งใจไว้ว่า จะต้องเป็นแชมป์ว่ายน้ำแล้วก็เป็นดาราภาพยนตร์ด้วย เขาตั้งใจฝึกฝนตัวเองด้วยใจที่มุ่งมั่นว่า จะต้องเป็นให้ได้ แล้วก็ลงมือฝึกเลย ฝึกมาตลอด ขาของเขาที่เคยลีบเป็นโปลิโอ ก็กลับแข็งแรงขึ้น หายเป็นโปลิโอและแข็งแรงด้วย ในที่สุดเขาก็ได้เป็นแชมป์ว่ายน้ำ วันหนึ่งมีแมวมองมาเห็นเข้า เห็นรูปร่างหน้าตาดี ก็เลยเอามาเป็นนางเอก เป็นดาราภาพยนตร์ ที่ได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง หลวงพ่อว่าทุกอย่างอยู่ที่เรานะจ๊ะ โลกแล้วแต่เรา เราจะเอาอย่างไร เดี๋ยวก็ได้ทั้งนั้น อยู่ในวิสัยที่เราทำได้ อย่าง คุณเฮเลน เคลเลอร์ ตาบอด หูหนวก เป็นใบ้ สามอย่างพร้อมกันโดยกำเนิดเลย แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่เป็นอุปสรรค ในที่สุดเขาก็เป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียง การสอบพระบาลีก็เช่นเดียวกัน อยู่ที่ว่าเราตั้งใจอยากจะเป็นอย่างนั้นไหม ถ้าเราตั้งใจจะสอบได้ ตั้งใจจะยกชั้น หลวงพ่อว่าเราทำได้ถ้าเรามีความตั้งใจอย่างแท้จริง ไม่ใช่ความตั้งใจกำมะลอหรือแค่ชั่วคราว เราต้องกล้าหาญที่จะดูข้อบกพร่องของตัวเราว่า อยู่ที่ตรงไหน ไม่ต้องกลัวเลยถ้าเรากล้าหาญและมีความตั้งใจที่จะดู เดี๋ยวเราจะเห็นข้อบกพร่องของเรา เมื่อเห็นแล้วก็รีบปรับปรุงแก้ไข ตั้งใจให้แน่วแน่ไปเลยว่า เราจะต้องสอบผ่านให้ได้ เดี๋ยวเราก็จะสอบได้ ไม่ยากอะไร ถ้าเราตั้งใจจริง ก็ต้องสมความปรารถนาจนได้ และหลวงพ่อก็หวังว่าลูกทุกองค์จะสร้างประวัติศาสตร์ของโลกนะจ๊ะ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ 9. คิดให้ใหญ่ ให้มีอัธยาศัยมองโลกเล็กเท่ากับผลมะขามป้อมที่วางไว้บนฝ่ามือ หลวงพ่ออยากให้ลูกเณรทุกองค์มีอัธยาศัยอย่างนี้นะจ๊ะ มองโลกเล็กเท่ากับผลมะขามป้อมที่วางไว้บนฝ่ามือ คืออย่าไปดูว่ามันใหญ่ ให้ดูว่ามันเล็กนิดเดียว แล้วก็คิดต่อไปว่า จะทำให้โลกใบนี้ใสเหมือนดวงธรรมภายในของเรา คำว่า “โลกใบนี้” ก็คือชาวโลก ต้องให้สุกใสอย่างนี้ ต้องคิดใหญ่ๆ เอาไว้เลยว่า เราจะทำให้ชาวโลกทุกคนเข้าถึงธรรมกายให้ได้ การที่เราคิดอะไรใหญ่ๆ จะทำให้หัวใจเราใหญ่นะจ๊ะ ใจเราจะขยายเบ่งบานออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และกำลังใจจะเข้มแข็ง กว้างขวาง จะมองไม่เห็นอะไรเป็นอุปสรรคในใจเราจะมีแต่คำว่า ทำอย่างไรจะบรรลุเป้าหมาย ทำอย่างไรทุกคนจะเข้าถึงธรรมกาย ใจจะคิดอย่างนี้ เมื่อเรามีความคิดว่าไม่มีสิ่งใดเป็นอุปสรรค แล้วจิตใจเราจะมีพลังอย่างมหาศาล เราจะไม่เสียเวลามาสนใจเรื่องปลีกย่อย เรื่องวิตกกังวล เรื่องเครียด หรือเรื่องกระจุกกระจิก จะมุ่งไปที่เรื่องหลักเลย คือเป้าหมายของเราที่จะให้ทุกคนในโลกเข้าถึงธรรมกาย ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ 10. ศึกษาพระธรรมวินัย ๓ ป. สืบต่อพุทธศาสตร์ การที่พระพุทธศาสนาจะสืบทอดต่อมาเป็นที่พึ่งแก่มนุษย์และเทวดานั้น จะต้องประกอบไปด้วย ๓ ป. คือ ปริยัติ ปฏิบัติ และปฏิเวธ รวมทั้งเทศนาด้วย แต่หลักใหญ่ๆ นั้นคือ ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ ๓ อย่างนี้เป็นหลักสำคัญให้พระพุทธศาสนาได้สืบทอดมาเป็นที่พึ่งแก่มนุษย์และเทวดาจนกระทั่งถึงเราในปัจจุบันนี้ ปริยัติ ไห้แก่การศึกษาธรรมวินัยในภาคทฤษฎี เพื่อให้เข้าใจแจ่มแจ้งถึงวิธีการปฏิบัติที่จะนำตัวเราให้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ หลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง ปฏิบัติ คือการนำวิธีการที่ได้ศึกษาทางปริยัติจนกระทั่งเข้าใจแจ่มแจ้งดีแล้วมาปฏิบัติด้วยตัวของเราเอง ให้ได้เข้าถึงตามที่ได้ศึกษามานั้น ปฏิเวธ คือผลแห่งการปฏิบัติ เทศนา ก็คือการถ่ายทอดประสบการณ์ภายใน หรือธรรมปฏิบัติที่ได้เข้าถึงนั้นให้แก่ผู้มีบุญทั้งหลาย พระพุทธศาสนาจึงสืบทอดมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ 11. ความสำคัญของการศึกษาพระธรรมวินัย คนเราที่เกิดมาในโลกนี้ หากไม่รู้ว่า ชีวิตคืออะไร มาจากไหน มาทำไม และเป้าหมายของชีวิตอยู่ที่ไหน จะเข้าถึงได้ด้วยวิธีการอย่างไรก็จะดำเนินชีวิตผิดพลาดล้มเหลวได้ การดำเนินชีวิตที่ผิดพลาดนั้นเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะจะทำไห้พลัดตกไปสู่อบายภูมิ คือไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน เป็นเปรต อสุรกาย หรือสัตว์นรก เป็นเวลายาวนาน การมีชีวิตอยู่ในอบายภูมินั้น เป็นความทุกข์อย่างยิ่ง เพราะจะต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่างเว้นเลยแม้แต่อนุวินาทีเดียว ส่วนชีวิตของสัตว์เดรัจฉานซึ่งเรายังพอมองเห็นได้ด้วยตาเนื้อนั้น แม้จะเป็นความทุกข์ที่ผ่อนคลายลงมาแล้ว ก็ยังมีความทุกข์ทรมานอยู่ ต้องมีชีวิตอยู่ด้วยความอดอยาก เบียดเบียนกัน มีความหวาดระแวงภัยอยู่ตลอดเวลา และเมื่อได้กลับมาเป็นมนุษย์ เพราะกระแสกรรมนั้นเบาบางลง ก็จะเป็นมนุษย์ที่มีชีวิตอยู่ด้วยความทุกข์ทรมาน กว่าจะมีโอกาสมาพบผู้รู้ ผู้รู้แจ้งเห็นจริงอย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ยากนักทีเดียว เพราะเหตุนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสเอาไว้ว่า การเกิดเป็นมนุษย์เป็นของยาก และการที่จะได้มาพบพระพุทธเจ้า ได้ฟังธรรม ได้ปฏิบัติธรรม และเข้าถึงธรรมยิ่งยากกว่า มีเพียงพระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น ที่จะเป็นประดุจแสงสว่างส่องทางชีวิต ให้เราดำเนินวิถีชีวิตในโลกนี้อย่างถูกต้อง นำมาซึ่งประโยชน์และความสุขในปัจจุบัน จนกระทั่งละโลกไปแล้วก็มีความสุขตลอดเวลา และถ้ามีบารมีแก่กล้าก็ทำให้เข้าถึงบรมสุขคือ อายตนนิพพานได้ เพราะพระธรรมวินัยมีความสำคัญอย่างนี้ คณะสงฆ์จึงได้กำหนดให้มีการศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม เพื่อสืบทอดพระธรรมวินัยต่อกันมา เป็นการสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา โดยมีการสอบเทียบความรู้กัน แล้วเลื่อนชั้นขึ้นไปตามลำดับ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ 12. นักบวชคือหัวใจของชาวโลก หลวงพ่ออยากจะส่งเสริมการศึกษาค้นคว้าจนกระทั่งเจาะลึกไปถึงคำสอนดั้งเดิมในพระพุทธศาสนา อย่ากลัวว่าเราจะรู้ไม่ทันโลก แต่เรากำลังจะเรียนรู้เพื่อความเป็นนักบวชที่เป็นหัวใจของชาวโลก เพราะเมื่อศึกษาจนรู้แจ้งและสามารถนำมาประพฤติปฏิบัติ เติมความบริสุทธิ์ให้กับตนเองอยู่เสมอ ก็จะได้ชื่อว่าเป็นเนื้อนาบุญของโลก เป็นศูนย์รวมศรัทธา และย่อมจะเป็นผู้ชี้แนะแนวทางอันประเสริฐให้แก่ชาวโลกได้ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ 13.การศึกษาตามพุทธประสงค์ การเรียนพระปริยัติธรรมนั้น พลวงพ่อไม่อยากให้เรียนเพียงแค่หวังให้สอบได้เท่านั้น แต่ต้องหวังว่า เราจะได้ความรู้จากพระปริยัติธรรมนั้น มาสอนตัวของเราให้เป็นพระที่สมบูรณ์ อย่างนี้จึงจะถูกต้องตรงตามพุทธประสงค์ พระธรรมวินัยนั้น เป็นตัวแทนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทีเดียว การศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมจึงต้องเรียนด้วยความเคารพ เคารพในคำสอนของพระบรมศาสดา เคารพในผู้สอน เคารพในตัวของเราเองที่จะเป็นนักเรียนที่ดี หากเราเรียนอย่างนี้จึงจะเรียกว่าบรรลุวัตถุประสงค์ของการศึกษาพระปริยัติธรรม คือศึกษามาเพื่อปฏิบัตินำสิ่งที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมานั้นมาตรวจตราสอนตัวของเราเอง มีสิ่งใดที่เรายังบกพร่อง ก็ทำสิ่งนั้นให้สมบูรณ์ขึ้น หากทำแบบนี้ได้ การบวชในภพนี้ชาตินี้ก็สมปรารถนา เราจะเป็นพระที่สมบูรณ์ทุกวันทุกคืนทีเดียว บุญกุศลก็จะเกิดขึ้นกับตัวเราเอง แก่โยมพ่อโยมแม่ แก่หมู่ญาติทั้งที่มีชีวิตอยู่และที่ละโลกไปแล้ว แก่สรรพสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงที่ไม่มีประมาณและแก่ผู้ที่จะมาในภายหลังที่จะได้ยึดถือเป็นแบบแผนต่อไป ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ 14.การศึกษาสำหรับผู้ครองผ้ากาสาวพัสตร์ ตอนนี้ในวงการพระพุทธศาสนาในประเทศไทยของเรามีสองความคิดที่แตกต่างกันอยู่ ความคิดที่หนึ่ง เขาถือว่านักบวชอย่างลูกเณรนี้ ถือเป็นผู้ด้อยโอกาส คือไปทางโลกไม่ได้แล้วจึงมาบวช บวชเรียนแล้วก็ลาสิกขาไป แต่หลวงพ่อไม่คิดอย่างนั้น หลวงพ่อคิดว่า ผู้ที่มาเป็นนักบวชต้องเป็นผู้มีบุญ ไม่ว่าจุดกำเนิดของชีวิตจะเริ่มต้นมาจากตรงไหน ระดับไหน ตั้งแต่สมัยพุทธกาล ผู้ที่จะเข้ามาสู่ร่มเงาของพระพุทธศาสนาก็มาจากทุกระดับเลย จากจุดกำเนิดชีวิตที่หลากหลาย จากท้องนา มหาเศรษฐี จนถึงพระราชามหากษัตริย์ ก็รวมมาอยู่ในที่เดียวกัน เหมือนน้ำที่ไหลมาจากห้วย หนอง คลอง บึง พอลงไปอยู่ในทะเลก็มีรสเค็มเป็นอันเดียวกัน เพศนักบวชถือว่าเป็นสุดยอดของผู้มีบุญ และตราบใดที่เรายังอยู่ในเพศของนักบวช ครองผ้ากาสาวพัสตร์ สิ่งที่ควรจะศึกษามี ๓ อย่างคือ ไตรสิกขา ได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา ไม่ใช่ศาสตร์อย่างอื่นเลย ต้องมาเรียนพระธรรมวินัย และเรียนเพื่อการพ้นโลก ถ้าไม่ได้ครองผ้ากาสาวพัสตร์ เราจะไปศึกษาอะไรก็ได้ แต่ถ้าเราครองผ้ากาสาวพัสตร์ ฉันภัตตาหาร บริโภคปัจจัยสี่ที่ญาติโยมเขาเอาชีวิตเป็นเดิมพัน อาบเหงื่อต่างน้ำ กว่าจะได้ปัจจัยสี่มาถวายเราด้วยศรัทธา โดยหวังจะเอาบุญจากเรา แล้วสนับสนุนเราให้ประพฤติพรหมจรรย์อย่างนี้ ก็ต้องศึกษา ศีล สมาธิ ปัญญา เพื่อมุ่งไปสู่อายตนนิพพาน นี่คือวัตถุประสงค์ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ 15. ภาษาอังกฤษเพื่อเผยแพร่พระธรรมวินัย ชาวโลกกำลังต้องการสามเณรที่สมบูรณ์ไปด้วย ๓ ป. วัดพระธรรมกายจะต้องสร้างสามเณรที่โลกต้องการให้ได้ หลวงพ่อยังหวังตลอดเวลาว่า อยากให้ลูกเณรมีความรู้ภาษาอังกฤษ ลูกเณรยังอยู่ในวัยขนาดนี้ กำลังทรงจำได้ดี ต้องกล้าพูด กล้าแสดงออก ซึ่งลูกเณรจะทำได้ดีในช่วงนี้ ถ้าผ่านวัยนี้ไปแล้วเดี๋ยวจะล้าเสียก่อน ลูกเณรทุกองค์ต้องฝึกภาษาอังกฤษให้ได้ ไม่อย่างนั้นความรู้ที่เรามีอยู่จะมีประสิทธิภาพไม่เต็มที่ เพราะจะใช้ได้เฉพาะกับคนไทยเท่านั้น ขยายต่อไปไม่ได้ แม้เราไม่ได้ตระหนี่ความรู้ก็เหมือนตระหนี่ เพราะพูดกันไม่รู้เรื่อง สื่อสารกันไม่ได้ ผู้ที่มีกิเลสน้อยยังมีอยู่ในโลกนี้อีกเยอะ ที่อยากรับฟังคำสั่งสอนจากลูกเณร แต่เขาจะพลาดโอกาสถ้าลูกเณรสื่อสารกับเขาไม่ได้ หลวงพ่ออยากให้สื่อสารกันได้ ในเมื่อเรามีสิ่งที่มีคุณค่าอยู่ในตัว สิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดในโลกตอนนี้อยู่ในเมืองไทยนะจ๊ะ คือ พระพุทธศาสนา เพราะฉะนั้นลูกเณรต้องขวนขวาย ทำตัวของเราให้สมบูรณ์พร้อมที่จะเปิดเผยสิ่งที่มีคุณค่าต่อชาวโลก นี่คือสิ่งที่หลวงพ่ออยากให้เกิดขึ้นในยุคนี้ ยุคที่เรากำลังแข็งแรงกันอยู่ ทุ่มให้สุดตัวเลย ศึกษา ฝึกฝน สั่งสอน ปกป้องพระพุทธศาสนา ทำให้เต็มที่เลย แล้วขยายไปทั่วโลก ลองคิดดูว่า ถ้าลูกเณรทุกองค์ปฏิบัติธรรมเข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน แตกฉานในพระไตรปิฎก แล้วยังมีความสามารถในภาษาอังกฤษ สามารถถ่ายทอดวิชาธรรมกายผ่านภาษาอังกฤษได้ด้วยแล้ว ลูกเณรว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะขยายพระพุทธศาสนาได้รวดเร็วเลย เพราะสื่อสารกันได้แล้วในไม่ช้าสันติสุขที่แท้จริงก็จะเกิดขึ้นกับโลก ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ 16. ต้องไปพร้อมกัน ปริยัตินี้เป็นทางผ่าน เป็นแบบแผน หรือเป็นแผนผังให้เราได้ศึกษาว่า ในภาคทฤษฎีนั้นเป็นอย่างไร เพื่อที่จะก้าวไปสู่การปฏิบัติ แล้วเราจะได้นำมาเทียบเคียงกันว่า สิ่งที่เราปฏิบัติแล้วได้รู้ได้เห็นนั้น ถูกต้องตามทฤษฎีไหม ถ้าถูกต้องเหตุกับผลตรงกัน การปฏิบัติของเราก็ใช้ได้ เพราะฉะนั้น ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ จะต้องไปพร้อมๆ กัน จะแยกอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ จะรักปริยัติแต่เว้นการปฏิบัติก็ไม่ได้ จะรักการปฏิบัติแล้วทิ้งปริยัติก็ไม่ได้ หลวงพ่อจึงมักจะย้ำบ่อยๆ ว่า หลวงพ่ออยากให้ลูกทุกองค์เป็น นักบวช ๓ ป. คือสมบูรณ์พร้อม ทั้งปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ เพื่อตัวของเราเองจะได้เข้าถึงที่พึ่งภายใน แล้วหลังจากนั้นจะได้เป็นที่พึ่งของผู้อื่นด้วย ยังมีชาวโลกอีกมากมาย ที่ไม่เคยรู้เรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งที่มีอยู่ภายในตัวเลย เขาไม่เคยเฉลียวใจด้วยซ้ำไปว่าในตัวของเขานั้นมีธรรมกายอยู่ เพราะไม่ได้เฉลียวใจอย่างนี้ชีวิตจึงมีแต่ความทุกข์ทรมาน ได้แต่ดำเนินชีวิตไปเรื่อยเปื่อยไม่มีเป้าหมาย เมื่อตายแล้วก็มักจะตกไปสู่อบาย ผู้ที่ไปสู่สุคตินั้นมีน้อยมาก เปรียบเหมือนเขาโค ส่วนผู้ที่ไปตกนรกนั้นมีเป็นจำนวนมากเหมือนคนโค เขารอเราอยู่นะจ๊ะ ดังนั้น จึงเป็นภาระหน้าที่ของเรา เมื่อเรารู้แล้ว เห็นแล้ว เราจะได้เป็นผู้ให้แสงสว่างแก่ชาวโลก มีความรู้อะไรในตัวเราก็แบ่งปันเป็นธรรมทานแก่เขา เขาจะได้ปฏิบัติได้ถูกต้อง คำว่า เทศนา จึงตามมา ถ้าเขาเป็นคนไทย เราก็ใช้ภาษาไทยในการเทศน์สอน แต่หากเขาเป็นชาวต่างชาติ เราก็ต้องใช้ภาษาต่างชาติซึ่งชาวโลกถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เขาใช้ภาษาอังกฤษ เราจึงต้องเป็นภาษาอังกฤษด้วย เพราะฉะนั้น ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ เทศนา และภาษาอังกฤษจะต้องไปพร้อมๆ กัน ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ 17. นาคหลวง การได้เป็นนาคหลวง คือการได้รับพระราชทานอุปสมบทจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้ยากอย่างยิ่ง เมื่อได้รับพระราชทานแล้ว ก็หมายความว่าบัดนี้เราได้เป็นข้าราชการของพระองค์ด้วย จะต้องอุทิศตนรับใช้สนองพระองค์ในด้านพระพุทธศาสนาจนกว่าชีวิตจะหาไม่ พระรูปใดที่สมเด็จบรมบพิตรพระราชสมภารเจ้า ทรงอัญชลีบูชาแล้ว แสดงว่าทรงยอมรับว่าองค์นี้เป็นเนื้อนาบุญ เพราะฉะนั้นลูกเณรต้องรักษาเกียรติอันนี้เอาไว้ให้ดี รักษาบุญลาภเอาไว้ให้ดียิ่งกว่าชีวิต เมื่อเป็นนาคหลวงแล้วจะต้องมีคุณธรรมสูงขึ้นตามไปด้วย สิ่งใดที่จะทำให้คุณธรรมสูงขึ้น เป็นพระที่สมบูรณ์ขึ้น ก็ให้ลูกทำสิ่งนั้น สิ่งใดที่จะทำให้ตกต่ำก็พึงเว้นเสีย ให้ตั้งใจทำสิ่งนี้ให้ดี จะได้เป็นที่ปลื้มปีติโสมนัสแด่พระองค์ท่านและทุกๆ คน การทำความดีนั้น ความดีก็เกิดขึ้นแก่ตัวของเราเป็นอันดับแรก ส่วนคนอื่นก็มีส่วนที่จะรองรับกันถัดๆ มา เพราะฉะนั้นลูกต้องรักษาความดีนี้ให้ยิ่งๆ ขึ้นไป อย่าให้ตกต่ำลงมา ชีวิตตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ให้ลูกยึดแบบของหลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญ ที่ท่านปฏิบัติเป็นแบบแผนไว้ให้เป็นอย่างดี คือเมื่อท่านบวชได้วันหนึ่ง รุ่งขึ้นอีกวันหนึ่งก็ปฏิบัติธรรมเรื่อยไป ไม่เคยขาดเลยแม้แต่วันเดียว จนกระทั่งหมดอายุขัย เป็นแบบอย่างที่ดีที่ลูกจะต้องยึดถือเอาไว้เป็นแบบฉบับ ย่ำเท้าตามท่าน ท่านก้าวเท้าซ้าย เราก็ก้าวเท้าซ้าย ท่านย่างเท้าขวา เราก็ย่างเท้าขวา เดินตามรอยท่านไป ทับรอยเท้ากันไปเลย จะได้เป็นเนื้อนาบุญของโลก เป็นประโยชน์ต่อชาวโลกทั้งหลาย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ภารกิจของลูกเกี่ยวกับการศึกษาพระปริยัติธรรมได้สิ้นสุดไปในระดับหนึ่งแล้ว สิ่งที่ลูกจะต้องทำต่อไปก็คือ นำสิ่งที่ได้ศึกษาเล่าเรียนจากพระปริยัติธรรมนั้นมาสอนตัวของเราเอง ให้เป็นพระที่สมบูรณ์เป็นพระอริยเจ้าต่อไป ให้สมกับพุทธประสงค์ ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสั่งสอนเอาไว้ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ 18. เปรียญธรรมคู่คุณธรรม เมื่อลูกมีเปรียญธรรมสูงขึ้น คุณธรรมก็ควรสูงขึ้นตามมาด้วย ให้มีกาย วาจา ใจ สะอาด บริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว เป็นพระที่สมบูรณ์ยิ่งๆ ขึ้นไป อย่าให้เปรียญธรรมที่เราได้มานั้นเป็นประดุจตอของวัฏฏะ คือกีดขวางหนทางไปสู่อายตนนิพพาน อย่าได้เกิดมานะทิฏฐิว่า เราได้เปรียญธรรมประโยคสูงๆ แล้ว มีความรู้มากกว่าครูบาอาจารย์ของเรา ซึ่งบางท่านก็ไม่ได้ศึกษาพระปริยัติธรรม จะด้วยเหตุผลอันใดก็ตามหรือบางท่านได้ศึกษาแต่ว่ามีเปรียญธรรมต่ำกว่าเรา ก็อย่าให้มานะทิฏฐิเกิดขึ้น จนกระทั่งคุณธรรมในตัวของเราลดลง ตรงกันข้าม ยิ่งมีเปรียญธรรมสูงขึ้น ยิ่งต้องมีความรู้สึกว่า เราจะต้องมีความอ่อนน้อมถ่อมตนต่อครูบาอาจารย์เพิ่มขึ้น นั่นคือความน่ารักอย่างหนึ่ง เป็นการแสดงออกซึ่งคุณธรรมที่สูงขึ้น และจะเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เพื่อนสหธรรมิกทั้งหลาย ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ 19. การศึกษาที่ต่อเนื่อง ขอให้ลูกคิดเสมอว่า เปรียญธรรม ๙ ประโยคที่เรียนจบนี้ เป็นเพียงหลักสูตรที่ทางคณะสงฆ์กำหนดเอาไว้ แต่ยังมีสิ่งที่เราจะต้องศึกษาต่อไปอีกว่า ทำอย่างไรกิเลสอาสวะในตัวของเราจึงจะหมดสิ้นไปได้ ต้องคิดอย่างนี้นะจ๊ะ แล้วมุ่งหน้าปฏิบัติธรรมให้เต็มที่ ให้ไปถึงจุดแห่งความบริสุทธิ์บริบูรณ์ให้ได้ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ 20. เรียนอย่างไรให้ได้ดี เรียนด้วยความกระหายใคร่รู้ ลูกเณรอยู่ในสภาวะที่มีความพร้อมทุกอย่างเลยในการศึกษาพระธรรมวินัย เพราะมาทางลัด ได้มาบวชตั้งแต่เยาว์วัย แล้วได้เข้ามาสู่สถานที่ที่สมบูรณ์ไปด้วยปัจจัยสี่อันควรแก่สมณบริโภค ควรแก่นักบวช ถ้าหลวงพ่อเป็นลูกเณร หลวงพ่อจะตั้งใจเรียนด้วยความกระหาย อยากจะรู้ว่า พระพุทธเจ้าสอนอะไร จะเรียนด้วยความเคารพ คือตระหนักถึงคุณค่าของคำสอนว่า จะมีข้อแนะนำที่ดี ๆ ที่เมื่อเราได้ประพฤติตามแล้ว จะเป็นอย่างพระพุทธเจ้า คือเป็นผู้สมบูรณ์ ด้วยวิชชาและจรณะ เข้าถึงวิชชา ๓ อภิญญา ๖ จรณะ ๑๕ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๙ 21. เหมือนสามเณรราหุลกำเม็ดทราย ให้ทำเหมือนสามเณรราหุลที่กำเม็ดทราย แล้วตั้งใจว่า จะต้องศึกษาพระธรรมวินัยของพระผู้มีพระภาคเจ้าให้ยิ่งๆ ขึ้นไป ให้มากกว่าเม็ดทรายนี้ ลูกเณรต้องเรียนอย่างนี้นะจ๊ะ กระแสธารแห่งบุญจะได้บังเกิดขึ้นกลางกายกลางใจของลูกเณรทุกองค์ กาย วาจา ใจ ลูกเณรทุกองค์จะบริสุทธิ์ เพราะกระแสแห่งความบริสุทธิ์จะแผ่ซ่านออกมาจากการที่เราได้อ่านพระธรรมวินัยเป็นภาษาบาลี เพราะฉะนั้นให้เรียนรู้ด้วยความกระหาย อยากรู้อยากเห็น ว่าพระพุทธเจ้าตรัสรู้อะไรบ้าง ทำอย่างไรพระองค์จึงได้เป็นบุคคลที่วิเศษกว่าใครๆ ทั้งหมด เหนือมนุษย์ เทวดา พรหม อรูปพรหม เหนือกว่าใครทั้งสิ้นในภพทั้งสามถ้าเรียนอย่างนี้แล้ว ลูกเณรจะเรียนด้วยความปีติ มีความสุข มีความเบิกบาน ชุ่มชื่นใจอยู่ตลอดเวลา ๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๙ 22. เรียนเพื่อความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ ทุกครั้งที่เราเรียนคำสอนของพระพุทธเจ้าซึ่งเก็บเอาไว้ในภาษาบาลี ซึ่งเป็นภาษาที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแปรผันเป็นภาษาที่ศักดิ์สิทธิ์ มีความบริสุทธิ์ของภาษาล้วนๆ ด้วยความเคารพ ใจที่คิดในคำสอนก็จะบริสุทธิ์ วาจาที่สาธยายท่องบ่นก็จะบริสุทธิ์ กายที่ทำการขีดเขียน ก็จะบริสุทธิ์ เพราะสิ่งที่บริสุทธิ์จะไหลผ่านทั้ง ใจ วาจา และกาย จะมีความบริสุทธิ์อยู่ตลอดเวลา บุญกุศลจะเกิดขึ้นทั้ง ๓ ทาง คือจะมีกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต บริสุทธิ์บริบูรณ์ล้วนๆ ด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้าที่จารึกไว้ในภาษาบาลี ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๙ 23. เรียนให้รู้ทั่วถึงคำสอนของพระพุทธเจ้า หากลูกเณรคิดเพียงแค่จะเรียนให้สอบได้เป็นมหาเปรียญ จะได้มีหน้ามีตา อย่างนี้เขาเรียกว่าคิดแบบเด็กๆ แม้ลูกเณรจะเป็นเด็กแต่ต้องมีหัวใจเป็นผู้ใหญ่นะลูกนะ เราเด็กแต่ร่างกาย แต่ใจของเราต้องเป็นผู้ใหญ่ ไม่ใช่คิดเพียงแค่ให้สอบได้ เพื่อมีวิทยฐานะเทียมหน้าเทียมตาเขา เราจะไม่หวังเพียงแค่นั้น แต่ต้องหวังว่าเราจะเรียนรู้ให้ทั่วถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าที่เก็บไว้ในภาษาบาลี คล้ายกับพระราหุลที่กำเม็ดทราย แล้วมีความปรารถนาที่จะเรียนรู้คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าให้ได้เท่ากับปริมาณของเม็ดทรายที่อยู่ในกำมือทุกวัน การคิดอย่างนี้ จะทำให้เรามีความเข้มแข็งคึกคักอยากรู้ แล้วใจจะไม่วอกแวกไปในเรื่องอะไรเลย เราจะเรียนด้วยความเคารพ เรียนด้วยความสนุกสนานเพลิดเพลิน เรียนด้วยความสุข มีความปีติ มีความเบิกบานว่า เรามีบุญมากจริงๆ ที่ได้เข้ามาใกล้คำสอนของพระพุทธเจ้า เพราะคำสอนอื่นที่ยังอยู่ในโลก เขาเรียนไปเพื่อครองเรือน มีครอบครัว มีลูกมีเต้า มีภาระ มีพันธะของชีวิต ชาวโลกเขาเรียนกันอย่างนั้น แต่ลูกเณรกำลังเรียนความรู้ที่จะทำให้หลุดพ้นจากโลก เรียนให้เป็นผู้ที่สมบูรณ์ด้วยวิชชาและจรณะนะจ๊ะ ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๙ 24. กระหายศึกษาเพื่อความรู้แจ้ง ขอให้ลูกทุกองค์มีความคิดว่า พระปริยัติธรรมที่เก็บไว้ในภาษาบาลีนั้น เหมือนเป็นตัวแทนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้ขณะนี้พระองค์จะดับขันธปรินิพพานไปแล้วแต่ยังมีคำสอนที่เก็บไว้ในภาษาบาลี ซึ่งเป็นภาษาที่คงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เราจะได้ถือโอกาสนี้ เป็นเสมือนโอกาสที่จะได้เข้าเฝ้าพระองค์ท่าน จะได้ฟังธรรมด้วยการศึกษาพระปริยัติธรรมนั้น แล้วนำมาใคร่ครวญ พิจารณา ธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ยิ่งศึกษา ยิ่งพิจารณา ใจจะยิ่งละเอียด ยิ่งบริสุทธิ์ เยือกเย็น ยิ่งมีปีติ มีความสุขนะลูกนะ เพราะฉะนั้นให้กระหายในการศึกษาพระธรรมวินัยเพื่อความรู้แจ้งของเรา ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ 25. เครื่องวัดความอยากรู้ ผลสอบที่ออกมา จะเป็นเครื่องวัดว่าเรามีความเข้าใจคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแค่ไหน นี่สำหรับผู้ที่เรียน ป.ธ.๓ แล้วนะจ๊ะ สำหรับของ ประโยค ๑-๒ ผลสอบจะเป็นเครื่องวัดว่าเราสนใจหรือกระหายที่จะศึกษาพระธรรมวินัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เก็บไว้เป็นภาษาบาลีมากน้อยแค่ไหน ถ้าเราสอบได้ทั้งหมด แสดงว่าเรามีความกระหายอยากรู้จริงๆ ว่าพระพุทธเจ้าท่านสอนอะไรเอาไว้ทำไมท่านจึงหลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ ทำไมท่านจึงเป็นพระบรมครูที่ได้รับการเคารพ สักการะบูชาเหนือกว่ามนุษย์และเทวดาใดๆ ทั้งสิ้น เป็นเวลายาวนานมากว่า ๒,๕๐๐ ปี หลวงพ่ออยากให้ลูกเณรมีความกระหายอยากรู้อย่างนี้ และให้มีความคิดว่า เราจะได้เอาสิ่งนี้มาสอนตัวเราและเมื่อเรียนรู้แล้ว เราจะได้เป็นยอดกัลยาณมิตร แนะนำให้ชาวโลกเขาได้รู้ต่อไป ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ 26. อย่าหวังเพียงสอบได้ ในการศึกษาพระปริยัติธรรม อย่าหวังเพียงแค่สอบได้เท่านั้น เพราะไม่เกิดประโยชน์อะไร ถ้าเราหวังเพียงแค่สอบได้ พอถึงเวลาใกล้สอบเราจึงจะมาดูหนังสือกันสักที และการดูช่วงสั้นนั้น โอกาสพลาดก็มีมาก แม้ลูกจะสอบได้ก็ตาม ก็คือเดาเอาว่า ครูบาอาจารย์ท่านจะออกข้อสอบอย่างนี้ แล้วบังเอิญลูกสอบได้ อย่างนี้ก็ไม่น่าภาคภูมิใจนะลูกนะ สอบได้ไปก็เท่านั้น เป็นมหาเปรียญก็เป็นไปอย่างนั้นเอง รับพัดมาแล้วก็เท่านั้น ไม่ได้เกิดประโยชน์อันใด ดังนั้น ลูกต้องเรียนด้วยความกระหายใคร่รู้แล้วน้อมนำมาปฏิบัติให้ได้ เรียนจนกระทั่งเกิดธรรมปีติ มีความสุขใจที่ได้ศึกษาเล่าเรียน อย่างนี้จึงบรรลุวัตถุประสงค์ของการศึกษาพระธรรมวินัย ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ 27. มาทางลัด ลูกเณรต้องนึกเรื่อยๆ นะจ๊ะ ว่าลูกเณรมีบุญมากที่ได้เข้ามาสู่เส้นทางธรรมที่ทางลัดที่สุด ไม่ต้องไปเสียเวลาเรียนรู้วิชาทางโลก หลวงพ่อยังอธิษฐานเลยว่า ภพต่อๆ ไปที่จะมาเกิดสร้างบารมี ให้มาทางลัด อย่ามาทางอ้อมแบบนี้เลย คือพอมาเกิด พอรู้ความ ถึงอายุจะครบบวชให้ได้บวชเลย มาศึกษาวิชชาธรรมกายต่อไปอีก ไม่ต้องไปเสียเวลาเรียนทางอ้อมอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าท่านเสด็จไปที่วังพระนางพิมพาทราบก็นำพระราหุลซึ่งอายุได้ ๗ ขวบ มาขอสมบัติจากพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วพระพุทธเจ้าท่านให้สมบัติอะไร ท่านก็ให้บรรพชาเป็นสามเณร เห็นไหมจ๊ะ เป็นทางลัดที่สุดเลย ลูกเณรกำลังเดินตามรอยพระราหุล แสดงว่าเป็นผู้มีบุญมากมหาศาล แต่ถ้าไม่คิด เราก็ไม่รู้ตัวหรอกว่าเรามีบุญ เรามาทางลัด มาเพื่อจะศึกษาพระพุทธศาสนา รักษาพระพุทธศาสนา ปกป้องพระพุทธศาสนา และปักหลักขยายงานพระพุทธศาสนา ลูกเณรเกิดมาเพื่อการนี้โดยตรงเลยนี่คือผู้มีบุญนะจ๊ะ หลวงปู่หลวงตาที่รักษาพระพุทธศาสนาเรื่อยมาจนกระทั่งเรามีโอกาสได้มาศึกษาธรรมต่อก็เช่นเดียวกัน เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ท่านมาทางลัดทั้งนั้น ไม่ต้องเสียเวลาไปเรียนศาสตร์ทางโลก ท่านมาทางลัดเข้าสู่ร่มเงาของพระพุทธศาสนาเลย ศึกษา ฝึกฝน แล้วก็สั่งสอน ปกป้องพระพุทธศาสนาเรื่อยมา จนกระทั่งเรามีพระพุทธศาสนาที่สืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน แม้แต่หลวงพ่อวัดปากน้ำฯ ครูบาอาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ท่านก็มาทางลัด ไม่มาทางอ้อมเลย เวลาใครไปกราบท่านก็เห็นถามแต่ว่า ทำอย่างไรใจจึงจะหยุดจะนิ่ง ทำอย่างไรจึงจะใส ทำอย่างไรจึงจะสว่าง เขาถามอย่างนั้น ไม่เห็นมีใครถามว่าท่านจบอะไรมา เพราะฉะนั้นให้ลูกเณรภูมิใจนะจ๊ะที่ได้มาทางลัดเหมือนครูบาอาจารย์ ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ 28. ชีวิตของผู้มีบุญ ลูกเณรมีบุญมากนะจ๊ะ ที่ได้มาอยู่ใกล้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยการศึกษาพระบาลี ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผู้มีบุญในกาลก่อนปรารถนากันมาก เพราะถ้าบุญไม่มากพอ ก็ยากที่จะได้อยู่ใกล้คำสอนของพระองค์ อาจจะต้องไปใช้ชีวิตอยู่ทางโลก ต้องไปลำบาก ไปต่อสู้ ฟาดฟันกัน หรืออาจจะต้องไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีแต่ผู้ทุศีล แล้วก็พลอยทำให้เราทุศีลตามไปด้วย แต่ชีวิตของลูกเณรนี้ได้สั่งสมบุญอยู่ตลอดเวลา ทุกวัน ทุกคืน ทุกวินาทีเลย วิมานของลูกเณรสว่างไสวตลอดเวลา ทุกครั้งที่จิตใจของลูกเณรเป็นกุศล เป็นสามเณรที่แท้จริง เป็นนักบวชที่แท้จริง ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ 29. อยากเป็นตัวของเราเอง วิชชาที่ลูกเณรกำลังเรียนนี้ เป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง เรียนเพื่อจะให้รู้ตัวของเราว่า เราคือใคร มาจากไหน อะไรคือเป้าหมายของชีวิต บางทีลูกเณรไม่รู้ตัวเองหรอกว่ากำลังอยู่ในสิ่งที่ประเสริฐที่สุด เพราะบางทีเรามองออกจากวัดไปสู่ชาวโลก เห็นเขาหัวเราะกันสนุกสนานเพลิดเพลินแต่ลูกเณรเชื่อไหมจ๊ะว่า เขาเหล่านั้นก็อยากใช้ชีวิตอย่างลูกเณรเหมือนกัน หลวงพ่อขอยืนยันว่า สิ่งที่ลูกเณรกำลังเป็นอยู่นี้เป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด วิเศษที่สุด ไม่มีอะไรมาเสมอเหมือนได้เลย ขอให้มีความปีติและภาคภูมิใจในภาวะที่เราเป็นอยู่อย่าให้มีความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจแม้แต่นิดเดียวว่า เราไม่มีโอกาสเหมือนอย่างชาวโลกเขา ความจริง ชาวโลกเขาก็คิดว่า เขาไม่มีโอกาสเหมือนอย่างเรา เพราะเขามีพันธนาการของชีวิต มีครอบครัว ต้องทำมาหากินวุ่นวาย เรามาอยู่ในสภาวะอิสระที่ดีที่สุดแล้วนะลูกนะ คิดเรื่องนี้ให้ดี ให้มีความปีติ ภาคภูมิใจว่า เป็นสามเณรอย่างเราวิเศษที่สุด ถ้ามีใครถามว่าเราอยากเป็นอะไร ให้ยืนยันตอบเขาไปด้วยความองอาจกล้าหาญว่า อยากเป็นตัวของเราที่กำลังเป็นสามเณรอยู่ตอนนี้ และได้ศึกษาพระธรรมวินัย อยากเป็นอย่างนี้ ไม่อยากเป็นอย่างอื่น อย่างอื่นเรื่องเล็กทั้งนั้นเลยนะจ๊ะ ๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๙ 30. เครื่องแบบสุดท้ายในสังสารวัฏ ลูกเณรรู้ตัวหรือเปล่าจ๊ะว่า ลูกเณรมีบุญที่ได้มาศึกษาพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า จะวัดว่าใครมีบุญมากหรือบุญน้อยก็วัดกันตรงนี้ ว่าใครดับทุกข์ได้ ไปสู่อายตนนิพพานได้ เป็นผู้บริสุทธิ์ หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ ผู้มีบุญมากที่สุดต้องไปสู่อายตนนิพพาน มีบุญถัดลงมาก็ได้เป็นเทือกเถาเหล่ากอของสมณะอย่างที่ลูกเณรเป็นอยู่ มีเครื่องแบบเป็นชุดสุดท้ายของสังสารวัฏ ของการเวียนว่ายตายเกิด ในสมัยพุทธกาล แม้เกิดเป็นพระราชามหากษัตริย์อย่างพระมหากัปปินะ ในที่สุดก็ต้องทิ้งเครื่องแบบพระราชามาสวมใส่ชุดนี้ หรือเกิดเป็นมหาเศรษฐีที่มีสมบัติตักไม่พร่องอย่างท่านโชติกะ ก็ต้องมาอยู่ในชุดนี้ จะเกิดเป็นคนชั้นกลาง ชั้นล่าง ทุกๆ ชั้น ในที่สุดก็ต้องมาอยู่ในชุดนี้ แม้แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา พระองค์เวียนว่ายตายเกิดมานับภพนับชาติไม่ถ้วน จะเกิดเป็นสามัญชนก็ดี เป็นพระราชามหากษัตริย์ก็ดี สุดท้ายก็สละราชสมบัติออกบวชบำเพ็ญพรต ครองผ้ากาสาวพัสตร์ เป็นชุดสุดท้ายก่อนไปอายตนนิพพาน เหมือนเป็นชุดที่รวมบุญรวมคุณความดีทั้งหมด คล้ายกับท้องทะเลเป็นที่รวมลงของน้ำจากห้วย หนอง คลอง บึง ป่า เขา ชุดนี้เป็นชุดที่สำคัญที่สุดเลยนะจ๊ะ มีทรงผมแบบนี้ ทรงที่เขาจัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไม่มีภาระ ไม่มีเครื่องกังวล มีมีดโกนแทนหวีนี่แหละ เป็นเครื่องแบบที่ทั้งมนุษย์และเทวดาเห็นแล้วยกมือไหว้ แค่มีบาตรใบเดียว ถึงแม้ว่ามีไม่มาก แต่ก็มีไม่หมด บิณฑบาตเลี้ยงสังขารเรื่อยไป จะได้มีกำลังมาปฏิบัติธรรม เลี้ยงได้ตลอดชาติเลย เพียงพอสำหรับผู้แสวงหามรรคผลนิพพาน แค่ลูกถือบาตรไปใบหนึ่ง เขาเห็นแล้วเขาดีใจนะมีอะไรก็อยากเอามาถวาย ข้าวปากหม้อ อาหารรสเลิศ เอามาใส่ให้ และแปลก ยิ่งให้เขายิ่งดีใจ พอเห็นชุดของลูกเณรแล้วเขาดีอกดีใจ ปลุกกันทั้งบ้านเลย ตื่นมาแต่เช้า เตรียมอาหารอย่างดีมาใส่ให้เลยเพราะดีใจ ชุดนี้ ยังความปลื้มใจให้ทั้งแก่ผู้ที่มีชีวิตอยู่และผู้ที่ละโลกไปแล้ว แม้ละโลกไปแล้ว ถ้าโยมพ่อโยมแม่เห็นลูกชายครองผ้ากาสาวพัสตร์ท่านก็ปลื้มใจ ชื่นใจ มีเรื่องเล่ากันว่า แม่ตกลงไปในนรก กำลังลอยลงไปจะถึงอยู่แล้ว เห็นนกขมิ้นเหลืองอ่อนบินผ่านมา ใจก็นึกถึงผ้ากาสาวพัสตร์ของลูกชายที่บวชเป็นสามเณร มีใจปลื้มปีติในบุญนั้น บุญก็ฉุดขึ้นจากนรกไปสู่สวรรค์ได้ เพราะฉะนั้นชุดนี้สำคัญนะจ๊ะ ต้องรักษาเครื่องแบบชุดนี้ให้ยิ่งกว่าชีวิต คือแม้จะตายก็ตายไป แต่ว่าเครื่องแบบนี้ต้องรักษาไว้ให้อยู่แนบกายเลย เพราะเป็นชุดที่มนุษย์และเทวดาเคารพ กราบไหว้ เป็นชุดที่พระราชามหากษัตริย์สละราชสมบัติมานับภพนับชาติไม่ถ้วน เพื่อที่จะมาครองเพศนี้ ครองเครื่องแบบชุดนี้เป็นชุดที่ผู้มีบุญแสวงหา แต่ลูกเณรมีบุญมาก ไม่ต้องแสวงหาก็มาเจอแล้วนะจ๊ะ ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๙ 31. เตรียมตัวเป็นพระ ลูกเณรซ้อมท่องคำขานนาคไว้ให้คล่องเลยนะจ๊ะ ท่องไปอย่างเพลินๆ ให้มีความสุขใจเหมือนเราได้เริ่มบวชตั้งแต่ตอนท่องเลยนะ เพราะว่าทุกตัวอักษร ทุกถ้อยคำ ได้ถอดออกมาจากพระโอษฐ์ของพระบรมศาสดาทีเดียว ถอดออกมาจากคำสอนของพระองค์ แล้วสืบทอดกันต่อๆ มา แม้พระองค์จะดับขันธปรินิพพานไปแล้วก็ตาม การที่ถ้อยคำนี้ที่ทำให้เราเป็นพระยังคงอยู่ ก็เหมือนกับพระพุทธองค์ยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ ฉะนั้นต้องมีความเคารพในทุกตัวอักษรเหมือนอักษรหนึ่งเป็นพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งทีเดียว ท่องไปเรื่อยๆ ให้เพลิน เบิกบาน มีความสุข แล้วก็ควรจะหาสมุดบันทึกไว้สักเล่มหนึ่ง บันทึกตั้งแต่ลูกเณรเริ่มเตรียมตัวบวช เขียนบันทึกเอาไว้เรื่อยๆ ให้เป็นสมุดบันทึกธรรมส่วนตัวของเราในขณะที่เรามีชีวิตเป็นนักบวช เหมือนอย่างที่หลวงพ่อวัดปากน้ำฯ ท่านบันทึกเอาไว้ ซึ่งหลวงพ่อจำได้ไม่มีลืม ท่านบันทึกว่า “ผู้เทศน์บวชแล้ววันหนึ่ง รุ่งขึ้นอีกหนึ่งวันนั่งสมาธิปฏิบัติธรรมไม่เคยขาดแม้แต่วันเดียวจนกระทั่งบัดนี้ ถวายชีวิต ไม่ได้ตายเถอะ ถึง ๒ ครั้ง บัดนี้ทั้งเรียนทั้งสอน” เมื่อเราละจากโลกนี้ไป สมุดเล่มนี้และตัวอย่างดีๆ ที่เราทิ้งไว้ให้กับโลก จะกลายเป็นมรดกโลกที่ใครก็ตามที่มาเปิดดูในภายหลังจะเดินตามเส้นทางนี้ ให้บันทึกสิ่งที่เป็นสาระแก่นสารของชีวิต อย่าไปบันทึกสนุกสนานเฮฮานะจ๊ะ เพราะสมุดนี้ไม่ใช่บันทึกสนุกแต่บันทึกด้วยความบันเทิงธรรม บันเทิงใจ สิ่งที่เป็นจริงที่จะทำให้ใจเราบริสุทธิ์ขึ้น สูงขึ้น เมื่อใครได้มาอ่าน มาเปิดดูแล้วก็อยากทำตาม อ่านแล้วให้เขาชื่นใจทุกตัวอักษร เหมือนเราได้อยู่เป็นตัวแทนทุกตัวอักษรเลยนะ ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ 32. บวช ๒ ชั้น หลวงพ่ออยากให้การบวชของลูกเณรในคราวนี้เป็นการบวชที่เป็นมหากุศลอย่างยิ่งแก่ตัวเอง แก่โยมพ่อโยมโยมแม่และหมู่ญาติให้มากที่สุดเลย เพราะว่าเป็นการบวชครั้งเดียว การบวชที่จะมีอานิสงส์มากนั้น ในสมัยหลวงพ่อวัดปากน้ำฯ ท่านพูดถึง การบวช ๒ ชั้น คือบวชทั้งข้างนอกและข้างใน ข้างนอกบวชแบบญัตติจตุตถกรรม ข้างในบวชแบบ ติสรณคมนูปสัมปทา บวชแบบญัตติจตุตถกรรมนี้ จะต้องมีพระอุปัชฌาย์ มีพระคู่สวด บวชอย่างนี้ก็มีอานิสงส์มาก ซึ่งลูกเณรคงทราบดีแล้วว่า มีอานิสงส์ทั้งหมด ๖๔ กัป ซึ่งใครๆ ก็บวชกันได้ ถ้ามีจิตศรัทธาและคุณสมบัติพร้อมทุกอย่าง แต่บวชแบบติสรณคมนูปสัมปทา คือเข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก จะต้องเข้าถึงพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะทั้ง ๓ อย่างนี้ เป็นที่พึ่ง การบวชอย่างนี้ทำได้ยาก อานิสงส์เรียกว่าไม่ต้องนับ ไม่ต้องคำนวณกันแล้ว เพราะว่าเป็นอายุของพระพุทธศาสนา เพราะธรรมกายเป็นเนื้อหนังของพระพุทธศาสนา เป็นพุทธะล้วนๆ เมื่อเราเข้าถึงและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับท่าน เท่ากับเราสืบอายุพระพุทธศาสนาให้ยืนยาวต่อไป ในสมัยพุทธกาล พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านสอนเกี่ยวกับเรื่องธรรมกายล้วนๆ เพราะท่านเข้าถึงและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับธรรมกาย ถ้าหากลูกเณรได้เข้าถึงรัตนะทั้ง ๓ อย่างนี้ การสืบทอดธรรมกายหรือการสืบทอดพระพุทธศาสนาก็จะมีอยู่คู่กับโลกนี้ต่อไป การบวชอย่างนี้จึงมีอานิสงส์มากๆ หลวงพ่ออยากให้ลูกเณรที่จะบวชในคราวนี้ทำให้ได้อย่างนี้ทุกองค์เลย แล้วการบวชครั้งนี้ นอกจากจะเป็นประโยชน์แก่ตัวของเราแล้ว ยังเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นได้แก่ โยมพ่อโยมแม่ หมู่ญาติ มนุษย์ทั้งหลาย ไปจนถึงเทวดาและสรรพสัตว์ทั้งหลาย รวมทั้งจะเป็นประวัติอันดีงามของชีวิตเราเองและของพระพุทธศาสนาอีกด้วย ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ 33. ช่วงชีวิตที่ดีที่สุด ช่วงชีวิตที่ดีที่สุดของลูกทุกองค์ คือช่วงจังหวะชีวิตที่มีโอกาสมาตักตวงเติมความบริสุทธิ์ให้แก่ตนเอง ซึ่งก็คือช่วงที่เป็นนักบวชนี่แหละ เราจะได้เติมความบริสุทธิ์ทุกวันทุกคืน ทุกเวลา ซึ่งคนในโลกนี้หกพันกว่าล้านคนก็อยากได้โอกาสนี้เช่นกัน ร่างกายของลูกทุกองค์ยังแข็งแรง มีอาพาธน้อยเครื่องกังวลที่เป็นพันธนาการของชีวิตแบบชาวโลกก็ไม่มีญาติโยมก็สนับสนุน ดังนั้นช่วงนี้จึงเป็นช่วงชีวิตที่ดีที่สุดที่ลูกควรจะใช้เวลามาศึกษา ฝึกฝนอบรมตัวของเราให้เข้าถึงธรรมกายให้ได้ อะไรจะเกิดขึ้นถ้าลูกทุกองค์ได้เข้าถึงธรรมกาย มีชีวิตอยู่กับธรรมกายตลอดเวลา หากลูกทุกองค์เข้าถึงธรรมกายแล้ว ไม่ว่าจะนั่ง นอน ยืน เดิน หรือทำอะไรก็ตามความผาสุกจะเกิดขึ้น จะเรียนปริยัติก็เรียนด้วยความสุขเพราะเรามีธรรมกายซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดแห่งความสุข จะปฏิบัติภารกิจที่หมู่คณะมอบหมายให้ก็ปฏิบัติด้วยความสุขจะทำอะไรก็แล้วแต่ จะมีความผาสุกทั้งนั้น เพราะรากฐานจิตใจของเราเป็นธรรมกาย เราจะมีความยิ้มแย้มแจ่มใสให้ซึ่งกันและกัน ให้ความรัก ความปรารถนาดีแก่กันและกัน นี่คือสิ่งที่หลวงพ่ออยากให้ลูกทุกองค์ได้ตระหนักเอาไว้ ไม่มีภาพใดในโลกจะงดงามเท่ากับภาพคนเข้าถึงพระธรรมกายแล้วรวมกันเป็นหนึ่ง มีความผาสุก มีแต่รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า ยิ่งเป็นนักบวชด้วยแล้ว ยิ่งเป็นภาพที่งดงามที่สุด งามกว่าภาพของเพชรนิลจินดาและธรรมชาติทั้งปวง ถ้าลูกทุกองค์ได้เข้าถึงพระธรรมกายกันทั้งหมด สิ่งนี้ก็จะปรากฏเกิดขึ้นในโลก ลูกทุกองค์ยังอยู่ในวัยที่สดชื่นเพราะฉะนั้นอย่าเกียจคร้านในการทำความเพียรนะจ๊ะ ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ 34. พุทธศาสตร์ เครื่องเดินทางสู่สุคติภพ ในฐานะที่เราเป็นชาวพุทธ เราไม่ควรนับถือพุทธเพียงแค่เป็นอาภรณ์ประดับกายเหมือนแว่นกันแดด หรือเหมือนเสื้อเหมือนผ้า เพราะแท้จริงแล้ว พุทธศาสตร์เป็นศาสตร์ที่สำคัญยิ่งสำหรับชีวิตของเราทีเดียว เวลาเราใกล้จะละโลก นอนอยู่บนเตียงของคนป่วยนั้น ศาสตร์ทุกศาสตร์นำมาใช้ไม่ได้เลย ทุกศาสตร์ที่เรียนมาจากในมหาวิทยาลัย จะเป็นเศรษฐศาสตร์ วิทยาศาสตร์ รัฐศาสตร์ หรือศาสตร์ชนิดไหนก็ตาม จะนำมาใช้บนเตียงคนป่วยไม่ได้เลย ในเวลานั้น เราจะมีความเจ็บป่วยและความตายเป็นยานพาหนะไปสู่ชีวิตใหม่ แต่มีอยู่ศาสตร์หนึ่งที่จะช่วยเราในเวลานั้นได้ คือ พุทธศาสตร์ ซึ่งเกี่ยวพันกับชีวิตของเราตลอดมา จะโยงมาให้เราเห็นเลยว่า ในวาระสุดท้ายนั้น เราจะเอาอะไรเป็นเครื่องเดินทางไปสู่ปรโลก สู่สุคติภพ ก็มีอยู่เพียงอย่างเดียวคือคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้าเกิดมาชาติหนึ่งเราไม่มีโอกาสได้เรียนรู้ ผู้ไม่รู้ก็ย่อมไปสู่เส้นทางของความไม่รู้ มักจะพลัดไปสู่อบาย เพราะไม่รู้ว่าจะปฏิบัติตัวอย่างไร จะดำเนินจิตอย่างไรให้ถูกต้อง ดังนั้นในการมาบวชนี้ เราต้องขวนขวายศึกษาคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เต็มที่ เพื่อจะได้รู้ว่า ต่อไปเราควรดำเนินชีวิตอย่างไรในเวลาที่เหลืออยู่อย่างจำกัดนี้ไม่ให้ผิดพลาด อย่างน้อยเมื่อตายก็ไปดี มีภพอันวิเศษ ไปสู่สุคติภพได้อย่างสบายๆ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ 35. ธงชัยของชาวโลก ศูนย์กลางกาย เป็นแหล่งแห่งความบริสุทธิ์ เป็นแหล่งที่มีอานุภาพ ที่จะกลั่นกายวาจาใจของเราให้สะอาดให้บริสุทธิ์ จนกระทั่งความบริสุทธิ์ปรากฏเกิดขึ้นมาในกลางกายให้เราเห็นเป็นดวงสว่างซึ่งเป็นต้นทางไปสู่อายตนนิพพาน ถ้าหากว่า ลูกทุกองค์ฝึกฝนอบรมใจของเราไว้ในกลางให้สม่ำเสมอในอิริยาบถทั้ง ๔ ไม่ว่าจะนั่ง นอน ยืน เดิน กระแสธารแห่งบุญจะไหลผ่านตัวเราตลอดเวลา เราจะใช้เวลาแห่งชีวิตอย่างมีประโยชน์อย่างยิ่ง บางทีลูกอาจไม่ได้เฉลียวใจว่า เราเป็นหนึ่งในพระรัตนตรัย เป็นหัวใจของชาวโลก ผู้ที่ได้ศึกษาพระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และมีความซาบซึ้งในพระรัตนตรัยนั้น พอเห็นหน้าเราคราใดเขาก็ยกมือไหว้ทุกครั้ง แล้วก็มีความปีติใจ มีกำลังใจที่จะสร้างความดีต่อๆ ไป เมื่อเขาคิดอย่างนั้น เราก็ต้องทำให้เป็นอย่างนั้นให้ได้ แม้ว่าเรายังไม่เป็นพระอรหันต์ก็ตาม แต่หากเรามีความตั้งใจจริงในการฝึกฝนอบรมตนให้เป็นนักบวชที่สมบูรณ์ความบริสุทธิ์ก็จะไหลพรั่งพรูออกมาจากตรงกลาง แล้วกลั่นกาย วาจา ใจ ของเราให้สะอาดบริสุทธิ์ผ่องแผ้ว จนกระทั่งเรามีความรู้สึกว่าเคารพตัวของเราเองได้ มีความชื่นชมในตัวเอง มีความปีติและภาคภูมิใจในตัวเองว่า เรามีความบริสุทธิ์ในระดับหนึ่งที่เป็นหนึ่งในรัตนะทั้งสาม และความปีติความภาคภูมิใจ ความเคารพตัวเองที่เกิดขึ้นจากภายใน ก็จะขยายไปสู่ภายนอก ไปยังระบบประสาท กล้ามเนื้อผิวพรรณวรรณะเราก็ผ่องใส บริสุทธิ์ เหมือนพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญ ญาติโยมเห็นก็มีความปีติยินดี เพราะฉะนั้นต้องรู้ตัวเสมอว่า เราเป็นธงชัยของชาวโลก ถ้าเรามีจิตสำนึกอย่างนี้ ความคิด คำพูด การกระทำของเราก็จะบริสุทธิ์ผุดผ่อง แล้วจะมีผลต่อการปฏิบัติธรรม ทำให้เราเข้าไปถึงสิ่งที่มีอยู่ในตัวได้อย่างง่ายดาย เข้าถึงแสงสว่าง เข้าถึงดวงธรรม เข้าถึงกายภายใน เข้าถึงพระธรรมกาย ให้หมั่นนึกคิดอย่างนี้นะจ๊ะ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ 36. เนื้อนาบุญอายุของพระศาสนา อายุของพระพุทธศาสนาก็เหมือนอายุของมนุษย์นั่นแหละ คือถ้ายังมีการสืบทอดต่อเนื่องไป ก็เรียกว่ายังคงอยู่ อายุของพระพุทธศาสนานั้น เขาดูกันตรงที่พระรัตนตรัยยังคงอยู่หรือไม่ พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ ยังมีคนรู้จัก ยังมีคนเข้าถึงหรือไม่ และยังมีคนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับรัตนะทั้งสามหรือไม่ ถ้ายังมีอยู่อย่างนี้จึงจะเรียกว่าพระพุทธศาสนายังคงอยู่ แล้วถ้าลูกเณรเข้าถึงพระรัตนตรัยภายในได้ ลูกเณรจะเป็นเนื้อนาบุญ เป็นแหล่งกำเนิดแห่งบุญที่ผู้แสวงบุญปรารถนา ทุกคนในโลกที่เข้าใจเรื่องบุญกุศล เรื่องภพนี้ ภพหน้าและเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมนั้น เขาอยากจะได้บุญ อยากทำบุญกับเนื้อนาบุญ เพราะทำน้อยได้ผลมาก ทำมากก็ได้มากยิ่งขึ้นไปอย่างไม่มีประมาณ เขาอยากได้อย่างนี้ แม้แต่ตัวของเราเอง เวลาจะทำบุญเราก็อยากทำกับผู้บริสุทธิ์ ที่เป็นเนื้อนาบุญ เป็นแหล่งแห่งบุญ ทำแล้วเราก็ปลื้มใจ ชื่นใจ นึกทีไรก็มีแต่ความปีติเบิกบาน เพราะฉะนั้นถ้าลูกเณรทำตัวของเราให้บริสุทธิ์โดยการเข้าถึงและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับผู้บริสุทธิ์ คือพระธรรมกาย ลูกเณรจะเป็นเนื้อนาบุญ เป็นบุคคลที่โลกต้องการจะเป็นผู้ที่เทวดาลงหล่อเลี้ยงรักษาตลอดเวลาเลย เพราะแม้แต่เทวดาที่เสวยสุขอยู่บนสวรรค์ยังอยากอยู่ใกล้ผู้มีบุญ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๙ 37. นักบวชที่สมบูรณ์ ทำใจให้หยุดให้นิ่ง ปล่อยใจของเราเข้าไปสู่ภายในให้ติดเป็นนิสัย นี่คือชีวิตของนักบวช จะเป็นพระหรือเป็นเณรก็ตาม ต้องเติมความบริสุทธิ์เอาไว้ อย่าให้สิ่งที่เป็นข้าศึกต่อความบริสุทธิ์บังเกิดขึ้น หรือก่อตัวขึ้นมาในใจเราให้มีแต่ความบริสุทธิ์ผุดผ่องเกิดขึ้น ก่อตัวขึ้นทีละเล็กทีละน้อยไปเรื่อยๆ หากเราไม่ได้ทำภาวนา ชีวิตนักบวชของเราก็ไร้ค่า แม้เป็นพระเป็นเณรก็เหมือนกับไม่ได้เป็น การภาวนานี้เป็นจุดรวมความบริสุทธิ์อย่างสำคัญทีเดียว เพราะจะทำให้ใจเราผ่องแผ้ว เข้าไปถึงพระรัตนตรัยภายในตัว ไปสู่เส้นทางสายกลางที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านเสด็จไปสู่อายตนนิพพาน หลวงพ่ออยากให้ลูกทุกองค์มีใจเป็นนักบวชที่สมบูรณ์ มีเป้าหมาย มีปณิธาน มีอุดมการณ์ อยู่ในใจของเราอย่าสักแต่ว่าบวชไปอย่างนั้น บวชแล้วต้องมีเป้าหมายโดยเฉพาะในใจลึกๆ จะต้องตั้งใจที่จะเข้าให้ถึงพระธรรมกายให้ได้ คิดอย่างนี้ให้ได้ทุกวัน แล้วก็หมั่นฝึกฝนอบรมใจของเราไป ให้มันหยุด ให้มันนิ่ง ฝึกทุกวัน อย่าได้เว้นเลยแม้แต่วันเดียว เมื่อใจของเรามีดวงเดียว สิ่งที่จะเข้ามาในใจของเราก็เข้ามาได้ทีละอย่าง เราก็ต้องนึกดูว่าจะนำอะไรที่คุณค่ามากที่สุดมาไว้ในใจเรา สิ่งที่เหมาะที่สุดก็คือพระรัตนตรัยให้มีอยู่ในใจเราตลอดเวลา แล้วก็ตั้งใจให้มั่นว่า เราจะบวชอุทิศชีวิต ทิ้งชีวิตไปเลย เป็นนักบวช ตายในผ้าเหลืองอย่างนี้แหละ ไม่สึกหาลาเพศ ตั้งใจอย่างนี้ให้ได้ตลอด บุญกุศลจะได้เกิดทุกวันทุกคืน ทั้งแก่ตัวเรา แก่โยมพ่อ โยมแม่ หมู่ญาติ และสาธุชนทั้งหลายที่เขาสนับสนุนเรามา ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ 38. ความสุข ความสุขจะรู้จักได้ ใจต้องหยุดนิ่ง ถ้าใจไม่หยุดนิ่งแล้วจะไม่รู้จักคำว่าความสุขอย่างเด็ดขาด ต้องหยุดอย่างเดียว ใจที่แวบไปแวบมา ก็มาอยู่ ก็มานิ่งอยู่ภายใน จนกระทั่งเข้าไปถึงแหล่งกำเนิด แหล่งซึ่งเป็นที่ตั้งของความสุขที่แท้จริงที่เรายอมรับว่า นี่คือความสุขหรือความหมายของคำว่าความสุข อย่างนั้นแหละ เราจึงจะได้รู้ว่าความสุขเป็นอย่างไร ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ 39. คิด พูด ทำ อย่างนักบวช เมื่อลูกทุกองค์ได้สละทิ้งทุกสิ่งมาเป็นนักบวชแล้ว ก็จะต้องตั้งใจทำชีวิตนักบวชของเราให้สมบูรณ์ ไม่ว่าจะคิด พูด หรือทำอะไรก็ตาม ต้องทำแบบนักบวช ต้องเข้าถึงที่พึ่งภายในให้ได้ เมื่อเข้าถึงที่พึ่งภายในได้แล้ว เราจะนั่ง นอน ยืน เดิน ก็เป็นสุขตลอดเวลา แล้วเราจะเป็นที่พึ่งของชาวโลกได้ จะเป็นที่พึ่งของโยมพ่อ โยมแม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ญาติสนิทมิตรสหาย และสรรพสัตว์ทั้งหลายไม่มีประมาณ จะเป็นที่พึ่งของเขาได้หมดเลย เพราะฉะนั้นเมื่อเราได้ทิ้งทุกสิ่งมาแล้วก็ต้องตั้งใจปฏิบัติให้จริง ของจริงนั้นมีจริง แต่คนจริงเท่านั้นจึงจะเข้าถึงของจริง ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ 40. อารมณ์ดี อารมณ์ดีและอารมณ์สบายจะเป็นอุปกรณ์อย่างสำคัญ ที่จะทำให้สติกับความสบายของเราเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง จงตั้งพรหมวิหารธรรมขึ้นมาในใจ มีความรู้สึกเป็นมิตรและปรารถนาดีต่อทุกๆ คน ต่อเพื่อนสหธรรมิกไม่ว่าเพื่อนสหธรรมิกนั้นจะพลาดพลั้งหรือจะล่วงเกินเราโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม ก็ให้อภัย ไม่ถือสา ไม่สนใจในการล่วงเกินหรือข้อบกพร่องพลาดพลั้งของเพื่อนสหธรรมิก ให้รักษาอารมณ์ดีอารมณ์สบายของเราให้ได้ตลอดทั้งวันทั้งคืน ทั้งหลับทั้งตื่น ทั้งนั่งนอนยืนเดิน มีความรู้สึกเป็นมิตรต่อทุกๆ คน มีความปรารถนาดีต่อทุกๆ คน แล้วอารมณ์ดีอารมณ์สบายที่เรารดน้ำ พรวนดินอย่างสม่ำเสมอในจิตในใจของเราทุกๆ วัน ก็จะช่วยเกื้อหนุนในการประพฤติปฏิบัติธรรม ให้เราเข้าถึงธรรมได้ง่าย เพราะฉะนั้นให้รักษาอารมณ์ดี และอารมณ์สบายเอาไว้ ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ 41. ทำเรื่องอัศจรรย์ให้เป็นเรื่องปกติ การสอบยกชั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยสำหรับนักศึกษา ลูกเณรยังอยู่ในวัยขนาดนี้ ถ้าอยู่ทางโลก ก็ยังต้องเป็นนักเรียน นักศึกษา นักศึกษาทางโลก เวลาเรียนหนังสือ ก็มีวัตถุประสงค์จะสอบให้ได้ด้วยกันทั้งนั้น ความคิดว่า “เราจะตั้งใจเรียนให้ดีเพื่อสอบให้ได้” จึงเป็นเรื่องปกติของทุกคน ไม่มีนักศึกษาคนใดนิยมเรียนซ้ำชั้น เขาจึงสอบได้กันทุกปีเป็นปกติ คำว่า “ยกชั้น” จึงไม่ใช่เรื่องอัศจรรย์ สำหรับนักศึกษาทางโลก ทั้งๆ ที่ วิชาที่ต้องเรียนในแต่ละปี มีมากกว่า ๑๐ วิชา และไม่ซ้ำกันเลย การสอบพระบาลีของเรา สอบเพียงปีละครั้ง เรียนปีละ ๒ วิชา ๓ วิชา หรืออย่างมากก็ไม่เกิน ๔ วิชา เรียนแต่พระบาลีอย่างเดียว ไม่ต้องปรับเปลี่ยนอารมณ์อย่างเขา เราจึงอยู่ในวิสัยที่จะสอบยกชั้นได้โดยไม่ยากอะไร ยิ่งกว่านั้น พระบาลีเป็นคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นเรื่องราวที่พระองค์ประสงค์จะให้เราเรียนรู้ และนำไปปฏิบัติ สิ่งที่จะเป็นเครื่องวัดว่าเราเรียนรู้และทรงจำคำสอนได้ คือ การสอบ ถ้าลูกอยากรู้ และอยากทรงจำเพื่อนำไปปฏิบัติให้ได้ ลูกทุกองค์ก็จะสอบได้ คำว่า “ยกชั้น” ก็จะบังเกิดขึ้น ในทางโลก การสอบได้ถือเป็นเรื่องปกติ ในทางธรรม การสอบได้ถือเป็นเรื่องอัศจรรย์ เราต้องทำเรื่องที่คนอื่นทำไม่ได้ให้ได้เป็นอัศจรรย์ และทำเรื่องที่อัศจรรย์ให้เป็นเรื่องปกติ พระราชภาวนาวิสุทธิ์ ๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๑