ตำนานหลวงปู่ผู้ปราบมาร รจนาจดจารแผ่ขยาย ปฏิปทาผู้ค้นพบธรรมกาย แทนมาลัยน้อมถวายบูชาธรรม "แล้วเราจะพบกันอีกครั้ง" -กวีวรรณ- ตำนานหลวงปู่วัดปากน้ำ ประนมมือเหนือเศียรเพียรบูชิต พระไตรรัตน์ศักดิ์สิทธิ์สว่างไสว คุณครูบาอาจารย์ชำนาญชัย จงอวยให้ใสวิสุทธิ์ด้วยปัญญา จะสาธกยกตำนานที่ขานกล่าว ถึงเรื่องราวพุทธบุตรชิโนรสา สมญานามพระผู้ปราบมารา เป็นนิทานกล่อมบรรดาสาธุชน แรมหกค่ำเดือนสิบเอ็ดในปีวอก สิบตุลาขานบอกกาลกุศล ปีสองสี่สองเจ็ดวันมงคล ปฐมเริ่มประเดิมต้นแห่งตำนาน ณ บ้านเหนือตรงข้ามวัดสองพี่น้อง เมืองสุพรรณเรืองรองสุดกล่าวขาน หลวงปู่สดเกิดกายเป็นชายชาญ บิดามารดารักดุจดวงใจ นามปรากฏว่า "สด มีแก้วน้อย" เรื่องฐานะไม่ได้ด้อยกว่าใครไหน โยมมารดานามลือชื่อ "สุดใจ" บิดาไซร้นาม "เงิน" จำเริญดี ในครอบครัวพ่อค้าผู้ขายข้าว ทรัพย์สมบัติถึงคราวขั้นเศรษฐี แดนมงคลถือกำเนิดสร้างความดี สัณฐานมีรูปละม้ายคล้ายดอกบัว เด็กชายสดได้เล่าเรียนเพียรศึกษา กับภิกษุผู้เป็นน้าจนรู้ทั่ว ทั้งกอไก่กอกาคล่องทุกตัว ทั้งเรียนตัวสือขอม ณ วัดบางปลา จนอ่านเขียนแคล่วคล่องในตำรับ พระมาลัยทั้งสำรับอย่างแกล้วกล้า นับเป็นยอดคนดีมีวิทยา จึงกลับมาช่วยบิดาทำกิจการ ครั้งเป็นเด็กเล็กใสวัยเดียงสา จิตเมตตาก็ประจักษ์เป็นหลักฐาน คราวพาโคลงทุ่งมุ่งทำงาน ไม่ปล่อยกาลเพลเพลาคาบ่าวัว เพราะโบราณท่านถือเมตตาตั้ง ให้ระวังกายใจให้รู้ทั่ว การทำนาจนเพลคาบ่าวัว ท่านว่าชั่วไร้เมตตาเอื้ออาทร เมื่ออายุท่านย่างเข้าสิบสี่ โยมบิดาสิ้นชีวีไปเสียก่อน เหลือไว้แต่ความดีให้อาวรณ์ สิ้นโพธิ์ทองสุนทรไร้หลักชัย ท่านจึงสวมใจเด็ดเพชรพิศิษฏ์ มาดูแลภารกิจอันยิ่งใหญ่ ที่เลี้ยงดูครอบครัวมาก่อนไกล คือการล่องเรือไปค้าธัญญา พ่อค้าชายหนุ่มน้อยลอยเรือล่อง ผ่านลำคลองน้อยใหญ่อย่างหาญกล้า สุพรรณบุรีบางกอกเทียวไปมา นำบรรดาลูกน้องท่องเที่ยวไป เอาเรือท่ากระดานบรรทุกข้าว ไปขายแล้วตีเรือเปล่ากลับมาใหม่ ทำอย่างนี้หลายปีด้วยตั้งใจ กิจการเกรียงไกรชนลือชา เมื่ออายุสิบเก้าขายข้าวแล้ว เรือก็แจวผ่าคลองลัดที่ชื่อว่า "บางนางแท่น" แดนอุดมชุมโจรา ก็เกิดเหตุที่ต้องตราให้ตรึงใจ ด้วยระแวงโจรป่าที่มาปล้น ท่านให้คนงานขยับตำแหน่งใหม่ มาอยู่ท้ายเรือพายชลาลัย แล้วท่านถือปืนไปอยู่หัวเรือ เรือลอยล่องท่องคลองบางนางแท่น คลองที่แสนชุกชุมด้วยพวกเสือ พ่อค้าหนุ่มถือปืนยืนหัวเรือ เกิดสังเวชล้นเหลืออนิจจา ว่าเงินนี้ก็เงินเราใช่เขาได้ เมื่อมีภัยมาถึงซึ่งตรงหน้า เรากลับให้ลูกน้องที่จ้างมา ตายแทนเรานั้นมันน่าสลดใจ อย่ากระนั้นเราควรเสี่ยงชีวิต หากโจรมุ่งหมายปลิดให้สิ้นขัย ถ้าจะตายก็ปล่อยให้ตายไป ถึงอย่างไรก็ไม่ทิ้งคุณธรรม จึงขยับกลับมาท้ายเรือล่อง ให้ลูกน้องอยู่หัวช่วยกันจ้ำ พลางก็ตรึกพินิจพิศสัจธรรม ถึงบ่วงกรรมบ่วงมารที่รานใจ ทรัพย์สมบัติสฤงคาร์นั้นหายาก ต้องลำบากตั้งแต่เกิดจนหมดขัย ใครมีทรัพย์เขาก็ถือว่าลือชัย ใครยากไร้ก็หมดค่าราคาคน ตายไปแล้วก็เอาไปไม่ได้ เอาไปได้มีแต่บุญกุศล ทั้งปู่ย่าตายายบรรพชน ไม่มีคนขนทรัพย์ยามลับตาย บวชดีกว่าเข้าสู่ทางสว่าง ตามแนวทางพระอริยะเจ้าทั้งหลาย ไม่เสียทีที่เกิดมาเป็นชาย จะได้สืบเชื้อสายพระสัมมา จึงสำรวมตั้งจิตอธิษฐาน เป็นปฐมตำนานอันสูงค่า แห่งหลวงปู่พระผู้ปราบบีฑา ผู้ค้นพบวิชชาอันเกรียงไกร ขอให้เราอย่าได้ตายเสียก่อน เราจะบวชในบวรพระศาสน์ใส เมื่อบวชแล้วจะไม่ลาสิกขาไป ชีวิตนี้ถวายให้พระพุทธองค์ ด้วยสัจจะวาจาอันกล้าแกร่ง และด้วยแรงบารมีอานิสงส์ ทั้งมโนปณิธานอันมั่นคง ท่านจึงตรงสู่สุพรรณอย่างปลอดภัย เมื่อดวงจิตแน่วแน่จะอุทิศ ทั้งชีวิตแด่พระศาสน์ด้วยเลื่อมใส ปณิธานคงมั่นไม่หวั่นใจ ท่านจึงใช้ทุกเวลาน่าชื่นชม ขะมักเขม้นขวนขวายค้าขายคล่อง ทั้งทรัพย์สินเงินทองก็สั่งสม ด้วยหวังให้มารดาสุขอารมณ์ ยามที่ท่านเข้าร่มกาสาวา กรกฎาปีสองสี่สี่เก้า ก่อนถึงคราวกำหนดกาลพรรษา "สองพี่น้อง" นามอารามงามจับตา ท่านเข้าสู่ธรรมาสมดั่งใจ "หลวงพ่อดี" เป็นอุปัชฌาย์นามปรากฏ ให้ฉายาพระสดผู้บวชใหม่ อายุยี่สิบสองด้วยนามชัย "จนฺทสโร"จารึกไว้เป็นตำนาน "หลวงพ่อเหนี่ยง"กรรมวาจาจารย์ชำนาญท่อง "หลวงพ่อโหน่ง" ก็เรืองรองบุญไพศาล เป็นคู่สวดอนุสาวนาจารย์ สำเร็จกาลเกิดใหม่ในทางธรรม นับแต่เข้าสู่ผ้ากาสาวพัสตร์ ก็ทำวัตรปฏิบัติไม่คร่าคร่ำ บริบูรณ์ทั้งกิจวัตรกิจกรรม ทั้งได้ทำภาวนาฝึกจิตใจ จำพรษาหนึ่งที่วัดสองพี่น้อง พรรษาสองก็ย้ายไปที่ใหม่ เพื่อเรียนรู้พระธรรมพระวินัย ณ อารามไกรวัดพระเชตุพน เพื่อศึกษาทั้งปริยัติแลปฏิบัติ ให้เจนจัดครบเครื่องเรื่องกุศล ทั้งในนอกอารามเชตุพน แบกตำราดิ้นด้นเรียนวิชา คราวที่ท่านย้ายถิ่นฐานที่พัก บิณฑบาตลำบากนักสุดจะหา บางวันได้เพียงข้าวทัพพีเลี้ยงชีวา แต่ท่านยังอุตส่าห์ข่มจิตใจ ด้วยคิดว่าหากท่านอดตายไปก่อน ทั้งพระนครก็คงมีข่าวใหญ่ ว่าพระขาดข้าวปลาน่าเศร้าใจ เหล่าทายกคงได้ใส่ใจบุญ มีครั้งหนึ่งบิณฑบาตท่านได้ข้าวสวย และได้กล้วยผลหนึ่งมาเกื้อหนุน ท่านแลเห็นสุนัขโซขอส่วนบุญ ด้วยการุณย์จึงปั้นข้าวครึ่งทัพพี กล้วยน้ำหว้าอีกครึ่งแล้วโยนให้ ด้วยเมตตาเต็มใจจนล้นปรี่ สุนัขนั้นกินข้าวด้วยยินดี แต่กล้วยนั้นไร้ท่าทีจะกัดกิน ก็ไม่รู้ว่าหมาโซไม่กินกล้วย ครั้นจะฉวยกลับมาเสียศีล จึงตั้งสัจอธิษฐานด้วยชีวิน ชื่อว่าอดจงหมดสิ้นอย่าได้มี นับแต่นั้นท่านก็ไม่ต้องอดอยาก มีศรัทธาไหลหลากมาเต็มที่ ถวายทานให้ท่านใช้ชีวี เรียนธรรมะพระมุนีสะดวกสบาย แม้ในยามครั้งหลังได้ครองวัด พุทธบริษัทก็ศรัทธามาถวาย ท่านเลี้ยงพระเลี้ยงคนได้มากมาย ชื่อว่าอดลำบากกายเป็นไม่มี ท่านศึกษาวิทยาหาความรู้ จากหลายครูหลายสำนักขมันขมี จนคล่องแคล่วอักษรขอมพระบาลี แปลคัมภีร์คล่องปากและขึ้นใจ แม้จะเพียรเขียนอ่านพระปริยัติ แต่ปฏิบัติก็ไม่ทิ้งเรื่องผ่องใส ทั้งปริยัติปฏิบัติควบคู่ไป ท่านศึกษาด้วยใจจนเชี่ยวชาญ ใครที่ดีใครที่เด่นท่านไปหมด ไปกำหนดขอเป็นศิษย์ทั่วสถาน ทุกสำนักทุกครูบาทุกอาจารย์ จนปวงท่านเหล่านั้นให้สอนคน แต่ทว่าหลวงปู่ผู้ประเสริฐ คิดว่าตนยังไม่ยังสับสน ความรู้ยังไม่พอจะช่วยตน จะช่วยคนได้อย่างไรไม่นิยม ในพรรษาที่สิบเอ็ดหลวงปู่สด ได้กำหนดกัมมัฏฐานหมั่นสั่งสม จำพรรษา ณ อารามงามน่าชม ในอารามนามนิยม "วัดโบสถ์บน" สิบห้าค่ำเดือนสิบจันทร์เด่นหล้า กลางพรรษาที่สิบสองเปี่ยมกุศล ท่านกำหนดมนสิการในกมล ว่าบวชเรียนครองตนมาเนิ่นนาน แต่ธรรมะพระสัมมายังไม่ถึง ยังไม่ได้ที่พึ่งอันไพศาล ภารกิจงานหยาบรีบจัดการ แล้วหมั่นทำกัมมัฏฐานวิปัสสนา หลังฉันเช้าเข้าโบสถ์สำรวมจิต ด้วยความคิดเป็นกุศลอันแรงกล้า หากไม่ถึงกำหนดเพลเสียงกลองมา จะขอนั่งภาวนาตลอดไป นั่งสำรวมภาวนา "สัมมาอะระหัง" ช่วงแรกยังว้าวุ่นจิตกระสับกระส่าย แต่ตั้งสัจไปแล้วช่างประไร สำรวมใจหยุดนิ่งภาวนา จนกระทั่งใจรวมนิ่งสนิท ในดวงจิตปรากฏดวงสว่างจ้า ใสสว่างกว่าร้อยพันดวงอาภา ติดตรงกลางกายาแสนสุขใจ ปีติล้ำเหลือคณาจะสาธก เกินหยิบยกมาอ้างมาเอ่ยได้ ดวงสว่างกลางกายาพาสุขใจ จนกลองเพลใบใหญ่ดังลอยมา เมื่อยามค่ำหลังพระสงฆ์ลงอุโบสถ หลวงปู่ท่านก็กำหนดในจิตว่า ข้าแต่องค์สัมพุทธวิมุตติศาสดา จงประทานธรรมาให้ได้ยล แม้จะเป็นเพียงส่วนนิดก็ให้เกิด หากจะก่อกอปรเกิดการณ์กุศล หากเป็นโทษโปรดอย่าให้ได้ยินยล หากเป็นคุณจะพลีตนแด่ศาสดา จะขอเป็นทนายให้พระศาสน์ จะประกาศสัจธรรมอันล้ำค่า จะขอเอาชีพถวายพุทธบูชา เพียรภาวนากว่าชีวันจะบรรลัย ในโบสถ์เก่ามีมดคีวิ่งรี่ทั่ว ท่านจึงคิดวงรอบตัวกันมดไต่ ด้วยน้ำมันก๊าดที่เขาเอาจุดไฟ แต่ก็ได้คิดในใจว่าป่วยการ ชีวิตเรายังสละให้พระพุทธเจ้า กลัวไรเล่ากะแค่มดตัวจ้อยกว่า อย่าสนใจจงเฝ้าเพียรภาวนา เจริญจิตในกายานั้นต่อไป ในขณะหยุดนิ่งสำรวมจิต ก็มีเสียงกลางนิมิตกลางดวงใส "มัชฌิมาปฏิปทา" ก้องกลางใจ ท่านจึงหยุดกลางดวงไปตามสัททา บังเกิดดวงในดวงเป็นชั้นชั้น จนถึงขั้นกายในกายใสแจ่มจ้า จนบรรลุ "ธรรมกาย" กลางกายา พบวิชชาพระนิพพานที่สูญไป "ถูกต้องแล้ว" ก้องดังกลางกายแก้ว ที่กระจ่างวาวแววสว่างไสว เออ มันยากอย่างนี้สิไม่แปลกใจ ถึงทำกันไม่ได้มาเนิ่นนาน ทั้งเห็นจำคิดรู้ต้องรวมหยุด แล้วจึงดับในจุดกลางประสาน แล้วจึงเกิดในกลางอย่างสราญ ถ้าไม่หยุดก็ป่วยการไม่ดับลง เมื่อไม่ดับก็ไม่เกิดนี้จริงแท้ ของจริงแน่ต้องอย่างนี้สมประสงค์ ไม่ถูกส่วนนี้ไม่เห็นเป็นมั่นคง ไม่ต้องตรงตามทางอย่างสัมมา ธรรมเป็นเครื่องลึกซึ้งถึงเพียงนี้ เกินกว่ามาตรคาดคะเนไปนักหนา พ้นวิสัยการนึกคิดพิจารณา จะถึงธรรมกลางกายาต้องหยุดใจ ท่านนั่งพิจารณาธรรมอยู่พักหนึ่ง ก็ปรากฏภาพซึ่งสว่างไสว เป็นภาพของอารามริมชลาลัย "วัดบางปลา"ชัดในกลางกมล ท่านจึงรู้แน่ชัดในวัดนั้น มีเผ่าพันธุ์เชื้อสายทางกุศล ที่จะรู้จะเห็นเช่นด้วยตน จึงตั้งมั่นจะดิ้นด้นเผยวิชชา ออกพรรษารับกฐินสิ้นภารกิจ ท่านก็ไปตามนิมิตที่แจ่มจ้า สอนธรรมะปฏิบัติวิปัสสนา ณ อารามนามบางปลาอยู่สี่เดือน มีภิกษุและฆราวาสอาวาสนั้น ถึงธรรมกายด้วยกันเห็นเด่นเหมือน ดั่งที่ท่านสอนธรรมะมานับเดือน ไม่แชเชือนชัดใสได้ดุจกัน ภิกษุสามคฤหัสถ์สี่ถึงกายแก้ว ประจักษ์พยานชัดแจ๋วได้สุขสันต์ มีคนรู้คนเห็นได้เช่นกัน โอ้ประหลาดมหัศจรรย์วิชชาธรรมกาย ท่านเฝ้าเพียรบำเพ็ญธรรมที่ล้ำลึก เพื่อกรำศึกปราบปรามมารทั้งหลาย เพื่อค้นหาที่สุดธรรมในกลางกาย จะขนสัตว์มากมายสู่นิพพาน ปีสองสี่หกหนึ่งมะเมียศก พระธรรมปิฎกวัดโพธิ์จึงบอกขาน ให้ท่านนั้นไปรั้งวัดเป็นสมภาร "วัดปากน้ำ" ในย่านฝั่งธนบุรี ในตอนนั้นวัดปากน้ำไร้เจ้าอาวาส ไม่มีใครสามารถครองพื้นที่ คนเก่าเก่าย่านนั้นรู้กันดี เจ้าของที่มีกำลังทั้งโยมพระ ท่านครองวัดด้วยความยากลำบาก แต่ก็ไม่ปราศจากอุตสาหะ ปฏิบัติศาสนกิจไม่ลดละ จนชาวบ้านศรัทธาพระจันทสโร แต่พวกเหล่าอันธพาลประจำถิ่น ก็ไม่สิ้นรังควานพาลโทโส มาดักยิงหวังปลิดชีพพระเถโร จีวรท่านขาดโหว่เป็นสองรู ท่านมิได้เป็นอะไรแม้เพียงนิด ด้วยองอาจออกภาษิตว่า "ไม่สู้" และ "ไม่หนี" "ทำดีต่อไป" ให้ดู จะได้รู้ชัยชนะด้วยความดี จนท่านเป็นที่เคารพสักการะ ด้วยธรรมะปฏิบัติและหน้าที่ ชนทั้งหลายต่างศรัทธามาสร้างบารมี วัดปากน้ำนามนี้จึงลือไกล แม้การงานปกครองจัดการวัด สารพัดภารกิจทั้งน้อยใหญ่ แต่ด้วยท่านซึ้งธรรมอันอำไพ จึงเพียรสอนวิชชาชัยตลอดมา มีทั้งชีทั้งพระเณรเถรเถระ ที่ถึงพระแก้วใสสว่างจ้า ได้ธรรมกายกันตามลำดับมา ท่านจึงตั้ง "โรงงานทำวิชชาธรรมกาย" แบ่งนักทำวิปัสสนาเป็นกะกะ ทำธรรมะศึกษาวิชช์ที่หลากหลาย แบ่งที่นั่งพระโยมทั้งหญิงชาย เป็นสัดส่วนเพื่อค้นกายในกายา ห้ามบุคคลภายนอกเข้ามาใกล้ เพื่อให้ได้ความสงบสว่างจ้า ในฝ่ายชีมีช่องส่งสื่อวิชชา เพื่อค้นคว้าวิชชาอันลือชัย เมื่อสำนักวัดปากน้ำชื่อกระฉ่อน ทั้งนครยินยลธรรมผ่องใส จึงศรัทธาสาธุชนทั้งเทศไทย ต่างหลั่งไหลวัดปากน้ำสั่งสมบุญ หลวงปู่สดจึงสั่งตั้งโรงทาน เพื่อสืบสานต่อยอดสนับสนุน ให้บรรดาสาธุชนคนใจบุญ ได้ค้ำจุนพุทธศาสน์เลี้ยงพระเณร วัดปากน้ำพระเณรไม่ต้องบิณฑบาต เพราะสามารถเลี้ยงดูทั้งชีเถร ภัตตาหารบริบูรณ์ทั้งเช้าเพล เป็นกำลังให้พระเณรวิปัสสนา หลวงปู่นั้นดุจพระพ่อผู้ให้ ผู้มีใจการุณย์ทรงคุณค่า เปี่ยมความรักเปี่ยมเมตตากรุณา สมฉายาหลวงพ่อพระเดชพระคุณ ฝ่ายปริยัติเรียนตำราวิชาคันถะ ทั้งเณรพระท่านพร้อมสนับสนุน ตั้งโรงเรียนหาครูและหาทุน เป็นทางบุญสืบพระศาสนาห้าพันปี ในฝ่ายจิตกัมมัฏฐานก็สอนสั่ง ให้หมั่นนั่งภาวนาหมั่นเข้าที่ เพื่อฝึกหยุดใจให้สนิทกลางจิตดี ตามแนวทางพระมุนีต้นธรรมา ยามโลกพบทุกโศกสงครามร้าย ชนทั้งหลายหวาดประหวั่นเป็นหนักหนา พระเดชพระคุณหลวงปู่สู้มารา คุมทีมงานทำวิชชาพาพ้นภัย แม้มีผู้ปรามาสวิชชาแก้ว ว่าไม่แววไม่แจ่มไม่สดใส ไม่ใช่ทางแห่งธรรมพระทรงชัย ท่านก็ใช้ปัญญามาอธิบาย คนเช่นเราใช่ว่าจะมู่ทู่ ชั่วก็รู้ดีก็เห็นเป็นไฉน จะปรารถนาลามกไปทำไม ฆ่าตัวเองไปไยไร้หลักการ เขาว่าเราก็เพราะเขาไม่รู้ ธรรมกายมีอยู่ไหนหลักฐาน เขาไม่รู้มาว่าเอาด้วยเพราะพาล ถึงปิดได้ก็ไม่นานเกินคอยรอ ในไม่ช้าดวงแก้วพุทธศาสนา ก็จะแจ้งแจ่มจ้าสว่างหนอ ให้ผู้มีบารมีบุญมากพอ ได้ประจักษ์พบต่อสายตาตน เขาเอาเราไปว่าว่าทำผิด เหล่าบัณฑิตจะได้รู้ถึงกุศล วัดปากน้ำนั้นฉันแล้วรู้เรียนมนต์ รู้นั่งค้นนั่งคว้ารู้ภาวนา ใช่ว่าฉันเช้าแล้วเอนเพลแล้วหลับ อริยทรัพย์ภายในไม่ปรารถนา เขาช่วยเราป่าวประกาศโฆษณา มีคนว่าก็ต้องมีคนชม ธรรมะนั้นต้องชนะอธรรมะ ตามสัมมาสัมพุทธะท่านเพียรบ่ม พร่ำสอนเรามาช้านานกาลบรม เราเชื่อมั่นชื่นชมคำทรงชัย วิชชาแก้วธรรมกายอันวิสุทธิ์ ทางวิมุตติสู่นิพพานอันไสว เป็นที่พึ่งพุทธบริษัทอจินไตย พาหมู่ชนสุขในกลางกายา เมื่ออายุหลวงปู่ผู้ศักดิ์สิทธิ์ เจ็ดสิบปีของชีวิตในสังขาร์ ท่านประกาศกับศิษย์ทั่วโลกา ว่าอีกห้าปีครบจะลาไกล สิ่งที่ท่านได้นำจงทำต่อ อย่าทอดทิ้งย่อท้อและเผลอไผล จงช่วยกันแผ่ขยายวิชชาชัย ขององค์พระจอมไตรชนะมาร นับแต่นี้สืบไปในภายหน้า วัดปากน้ำจะสง่าโลกกล่าวขาน สดุดีวีรกรรมเป็นตำนาน มหาชนจะกล่าวขานอีกนานไกล และจงเก็บกายเนื้อไว้ที่นี่ ในภายหน้าจะมีคนหลั่งไหล จากทุกทิศานุทิศทั้งเทศไทย แล้วคนตายจักได้เลี้ยงคนเป็น ท่านเพียรเคี่ยวฝึกวิชชาสง่าเลิศ เพื่อขยายทางประเสริฐให้งามเด่น ส่องสว่างดุจพระจันทร์คืนวันเพ็ญ ให้ชาวหล้ารู้เช่นธรรมกาย สามกุมภาปีศูนย์สี่มะแมศก ตะวันตกคล้อยลงในยามบ่าย องค์หลวงปู่ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย ละสังขารตามท่านได้พยากรณ์ เสียงระฆังดังก้องวัดปากน้ำ เหลือเพียงธรรมเทศนาในคราก่อน และวิชชาธรรมกายพระชินวร ที่ท่านเฝ้าเพียรสอนเสมอมา ให้รู้จักประกอบชอบในเหตุ รู้สังเกตในผลทนเถิดหนา ประเสริฐนักนี่แหละแก่นธรรมา ที่พระผู้ปราบมาราแจ้งคดี หยุดเป็นตัวสำเร็จเสร็จทุกกิจ เห็นจำคิดรู้สนิทกลางวิถี นิ่งในนิ่งใสในใสกลางกายี จะได้พบทางมุนีชนะมาร เรื่องตำนานหลวงปู่วัดปากน้ำ ที่ได้นำมาเล่ามากล่าวขาน ก็เพื่อหวังแผ่ขยายมโนปณิธาน ของมหาปูชนียาจารย์ต้นวิชชา ให้ได้รับรู้เรื่องราวแต่คราวหลัง ครั้งท่านยังมีชีวิตครานั้นว่า พระเดชพระคุณหลวงปู่ต้นวิชชา ธรรมกายเป็นมานั้นอย่างไร หวังให้วิญญูชนได้รู้คิด ถึงชีวิตบัณฑิตผู้ยิ่งใหญ่ ว่ารอยเท้าท่านย่างมาอย่างไร เราจะได้ตามไปไม่หลงทาง เรื่องราวของครูบาอาจารย์นั้น คือลายแทงสู่ฝันใสกระจ่าง ให้เราเดินตามแนวที่ถูกทาง ตามแบบอย่างมหาปูชนียาจารย์ บุญกุศลใดใดที่ได้ก่อ จงประมวลดุจช่อรวมประสาน แทนมาลัยแห่งบุญไปกราบกราน แทบบาทพระปราบมารผู้ทรงชัย และขอพรหลวงปู่ผู้ทรงฤทธิ์ จงอวยพรศักดิ์สิทธิ์สว่างไสว ให้ลูกหลานหลวงปู่สดสุขกายใจ ได้ถึงธรรมภายในถ้วนทั่วกัน คิดสิ่งใดจงสมดั่งตั้งใจคิด หวังสิ่งใดจงสัมฤทธิ์สมใจฝัน เป็นนักสร้างบารมีพันธุ์ตะวัน ตามหลวงปู่ตราบนิรันดร์ถึงสุดธรรมฯ จบ ตำนานหลวงปู่วัดปากน้ำ