สร้างวัดใหม่ แม้ท่านมหาเสนาบดีรู้สึกอยากบวชมากขนาดไหนก็ตาม แต่ด้วยภารกิจการงานที่มีอยู่มากมายทำให้ท่านไม่สามารถออกบวชได้ในตอนนี้ และยิ่งพระเถระหรือพระราชาองค์ที่ออกบวชมีพระราชดำริที่จะสร้างวัดใหม่ด้วยแล้ว ท่านมหาเสนาบดีก็ยิ่งไม่มีเวลาขยับตัวไปไหนได้เลย เพราะถูกวางตัวให้เป็นหนึ่งในทีมงานก่อสร้างวัดใหม่ของพระเถระด้วย สาเหตุที่ทำให้พระเถระมีพระราชดำริที่จะสร้างวัดใหม่ ก็เพราะช่วงนั้นสาธุชนผู้มีบุญไม่ว่าจะเป็นข้าราชบริพาร รวมถึงประชาชนภายในแคว้น ที่ทราบข่าวการสละราชสมบัติและเสด็จออกผนวชของพระราชา ต่างพากันเดินทางไปที่วัดป่าเป็นจำนวนมาก เพื่อชื่นชมพระบารมีของพระเถระและเพื่อสั่งสมบุญ แต่พื้นที่วัดป่าของพระมหาเถระผู้ใหญ่ ไม่เพียงพอที่จะรองรับสาธุชน หลังจากท่านมหาเสนาบดีได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งในทีมงานสร้างวัดใหม่ ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางและสามารถรองรับมหาชนผู้มีบุญได้มากกว่าวัดป่าของพระมหาเถระผู้ใหญ่แล้ว ท่านก็ช่วยดูแลและประสานงานก่อสร้างวัดใหม่อย่างเต็มที่ด้วยความปีติเบิกบาน โดยไม่เห็นแก่เหน็ดแก่เหนื่อย เพราะท่านเล็งเห็นประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับประเทศชาติบ้านเมืองอย่างมหาศาลว่า เมื่อวัดใหม่สร้างเสร็จแล้ว ประชาชนก็จะมีโอกาสมาประพฤติปฏิบัติธรรมและศึกษาเรียนรู้คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่วัดใหม่ได้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้ธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึมซาบเข้าไปสู่ใจของพวกเขาได้มากขึ้นตามลำดับ เมื่อเป็นเช่นนี้ ประชาชนภายในแคว้นก็จะมีศีลมีธรรม ซึ่งจะส่งผลให้บ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุขอย่างแท้จริง สำหรับการก่อสร้างวัดใหม่นั้น กว่าทีมงานก่อสร้างซึ่งได้แก่พระราชาองค์ใหม่และเหล่าเสนาอำมาตย์จะได้ข้อสรุปเรื่องตำแหน่งที่ตั้งของวัด ก็ต้องผ่านการระดมความคิดเพื่อหาพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งในเบื้องต้นมีความเห็นที่หลากหลายแตกต่างกันไป สุดท้าย เมื่อทีมงานยังหาข้อสรุปเรื่องที่ตั้งวัดใหม่ไม่ได้ ท่านมหาเสนาบดีจึงรวบรวมข้อมูลทั้งหมดในที่ประชุมออกมา และสรุปได้ว่า พื้นที่ที่เหมาะสมที่สุดในการสร้างวัดใหม่ก็คือ พื้นที่ที่อยู่ในเขตพระราชอุทยาน ซึ่งปกติแล้วพื้นที่นี้เป็นที่เสด็จออกล่าสัตว์ของพระราชารวมทั้งเหล่าพระประยูรญาติทั้งหลาย และเป็นเขตหวงห้ามที่ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าไป แต่ด้วยความที่พื้นที่ในเขตพระราชอุทยานมีชัยภูมิดี คือ ใกล้เมือง มีลานกว้าง อีกทั้งยังร่มรื่นไปด้วยแมกไม้นานาพรรณ ทำให้ทีมงานก่อสร้างวัดใหม่ตัดสินใจเลือกพื้นที่ดังกล่าว และพากันไปกราบถวายรายงานพระเถระว่า ทางทีมงานก่อสร้างเลือกพื้นที่ในเขตพระราชอุทยานสำหรับสร้างวัด ซึ่งพระองค์ก็ทรงเห็นด้วย จากนั้น ท่านมหาเสนาบดีจึงประกาศรับสมัครและคัดเลือกคนงานที่มีหน่วยก้านดี รวมถึงช่างฝีมือที่มีความรู้ความสามารถในการก่อสร้างมาเป็นทีมงานสร้างวัดใหม่ และทันทีที่ชาวเมืองทราบเรื่องนี้ ก็พากันมาสมัครเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ท่านมหาเสนาบดียังเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการบริหารงานก่อสร้างขึ้น เพื่อให้ทีมงานชุดนี้ช่วยดูแลรายละเอียดเรื่องการก่อสร้างในส่วนต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง (ทำหน้าที่คล้าย ๆ ที่ปรึกษาในระบบงานก่อสร้างในยุคปัจจุบัน) ระหว่างที่การก่อสร้างวัดใหม่กำลังรุดหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้งนั้น ท่านมหาเสนาบดีก็ค่อย ๆ สะสางงานประจำของท่านไปด้วย เพื่อทุ่มเวลาทั้งหมดให้กับการสร้างวัดใหม่อย่างเต็มที่ แต่ไม่ว่างานก่อสร้างวัดใหม่จะหนักและเหนื่อยสักเพียงใด ท่านก็ไม่เคยละทิ้งการปฏิบัติธรรมเลย ยามใดที่ท่านพอมีเวลาหรือว่างเว้นจากภารกิจหยาบ ท่านก็หมั่นไปปฏิบัติธรรมกับพระมหาเถระผู้ใหญ่และพระเถระอยู่เสมอ เพื่อรักษาและประคองดวงธรรมที่ชัด ใส สว่าง ของท่านไม่ให้หายไป เมื่อใจของท่านมหาเสนาบดีเกาะเกี่ยวอยู่กับธรรมะภายในควบคู่ไปกับภารกิจสร้างวัดใหม่เช่นนี้ ผลการปฏิบัติธรรมของท่านก็ยิ่งมั่นคงและก้าวหน้าขึ้นกว่าเดิม --------------------------------- ท่านมหาเสนาบดีออกบวช และแล้วในที่สุด ด้วยความทุ่มเทและตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมของท่านมหาเสนาบดี ประกอบกับงานหลายอย่างเริ่มลงตัวแล้ว ก่อนที่วัดใหม่จะสร้างเสร็จ พระมหาเถระผู้ใหญ่จึงมอบของขวัญอันล้ำค่าแก่ท่านมหาเสนาบดี คือ การอนุญาตให้ท่านบวชที่วัดป่า ที่ผ่านมา ผู้ที่จะบวชที่วัดป่าของพระมหาเถระผู้ใหญ่ได้ต้องเป็นผู้ที่มีบุญบารมีมาก และต้องผ่านการคัดเลือกจากพระมหาเถระผู้ใหญ่เสียก่อน เนื่องจากพื้นที่ของวัดป่ามีจำกัด สำหรับการคัดเลือกนั้น พระมหาเถระผู้ใหญ่จะตรวจตราและคัดเลือกตามกำลังบุญของแต่ละคนว่า บุคคลนั้นมีกำลังบุญมากพอที่จะบวชในตอนนี้ได้หรือไม่ และก่อนบวชบุคคลนั้นตั้งใจฝึกฝนอบรมตนเองมากเพียงใด ทันทีที่ท่านมหาเสนาบดีทราบว่า พระมหาเถระผู้ใหญ่อนุญาตให้ท่านบวช ท่านก็ปลื้มปีติมาก เพราะท่านมีเป้าหมายที่จะบวชอยู่ในใจมาโดยตลอด ดังนั้นท่านจึงรีบนำข่าวดีไปบอกคุณพ่อคุณแม่ของท่าน พร้อมทั้งขออนุญาตออกบวชทันที ซึ่งท่านทั้งสองก็อนุโมทนาสาธุการพร้อมกับอนุญาตให้ท่านมหาเสนาบดีออกบวชด้วยความปลื้มปีติอย่างยิ่ง ต่อมา เมื่อหมู่ญาติรวมถึงบรรดาลูกน้องนายทหารของท่านมหาเสนาบดีทราบข่าวว่า ท่านจะออกบวชทุกคนต่างรู้สึกดีใจและพากันอนุโมทนาบุญด้วยความรู้สึกปลื้มปีติเบิกบานใจ เพราะในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทุกคนต่างเห็นตรงกันว่า ท่านมหาเสนาบดีทุ่มเททำงานเพื่อพระราชาและประเทศชาติโดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยหรือความยากลำบากใด ๆ เลย เมื่อมาถึงวันนี้ การบวชจึงถือเป็นรางวัลอันมีค่าที่ท่านควรจะได้รับ ในช่วงนี้ ท่านมหาเสนาบดีเร่งสะสางงานก่อสร้างที่เหลืออยู่ทั้งหมดและจัดเป็นหมวดเป็นหมู่ เพื่อมอบหมายให้ลูกน้องคนสนิทของท่านมาสานงานต่อไป จากนั้น ท่านจึงออกบวชเป็นพระภิกษุอยู่ที่วัดป่าของพระมหาเถระผู้ใหญ่แบบเงียบ ๆ และง่าย ๆ คือไม่ได้จัดงานแบบเอิกเกริกแต่อย่างใด เพราะท่านคิดเพียงแค่ว่า ขอให้ได้บวชอยู่ในวัดป่าของพระมหาเถระผู้ใหญ่ก็พอใจแล้ว หลังจากท่านมหาเสนาบดีออกบวชแล้ว ด้วยความที่ยังเป็นห่วงงานก่อสร้างวัดใหม่ ท่านจึงหาเวลาไปดูแลภาพรวมและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับงานก่อสร้างอยู่เสมอ ๆ ถึงแม้บางครั้งต้องออกไปดูงานก่อสร้าง แต่ท่านมหาเสนาบดีก็ไม่เคยละทิ้งกิจวัตรกิจกรรมของพระภิกษุแม้แต่วันเดียว เพราะตั้งแต่วันแรกที่ออกบวช ท่านมีความมุ่งมั่นตั้งใจว่า จะต้องเป็นต้นบุญต้นแบบแก่ผู้มีบุญที่จะบวชในภายหลังให้ได้ ดังนั้นท่านจึงตั้งใจฝึกฝนอบรมตนเองและปฏิบัติธรรมอย่างเต็มที่เต็มกำลังมาโดยตลอด เมื่อท่านมหาเสนาบดีตั้งใจฝึกฝนอบรมตนเองและประพฤติปฏิบัติธรรมอย่างเต็มที่เต็มกำลังเช่นนั้น จึงทำให้ท่านเห็นดวงธรรมที่ชัด ใส สว่าง ติดอยู่ที่ศูนย์กลางกายตลอดเวลา ช่วงไหนที่ว่างจากการปฏิบัติธรรม ท่านมักหาโอกาสศึกษาธรรมะจากพระคัมภีร์โบราณในยุคนั้นอยู่เป็นประจำ โดยไม่ปล่อยเวลาว่างให้สูญเปล่า เมื่อศึกษาธรรมะจากพระคัมภีร์โบราณมากขึ้น ท่านก็แตกฉานในหัวข้อธรรมต่าง ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ จนสามารถวิเคราะห์ แจกแจง และแยกแยะหัวข้อธรรมออกมาเป็นประเด็นได้อย่างชัดเจน และสามารถ เชื่อมโยงธรรมะภาคปริยัติเข้าสู่ภาคปฏิบัติได้อย่างดีเยี่ยมชนิดหาตัวจับยาก ขณะศึกษาธรรมะจากพระคัมภีร์โบราณ หากเกิดข้อสงสัยหรือคำถาม ท่านจะไปกราบเรียนถามพระมหาเถระผู้ใหญ่อยู่เสมอ ทำให้ท่านมีความเชี่ยวชาญและแตกฉานในธรรมะมาก นอกจากมีความเชี่ยวชาญและแตกฉานในธรรมะภาคปริยัติแบบไม่เป็นสองรองใครแล้ว ท่านมหาเสนาบดียังมีโอกาสฝึกฝนธรรมะภาคปฏิบัติเพิ่มเติมกับพระมหาเถระผู้ใหญ่ด้วย ทำให้ท่านมีธรรมะภายในก้าวหน้ากว่าเดิมมาก หลังจากพระมหาเถระผู้ใหญ่สอนธรรมะภาคปฏิบัติให้ท่านมหาเสนาบดีจนกระทั่งมีธรรมะภายในที่ก้าวหน้า สามารถบรรลุธรรม เข้าถึงพระธรรมกายภายในที่ชัด ใส สว่าง ได้แล้ว พระมหาเถระผู้ใหญ่ก็เมตตาให้ท่านมหาเสนาบดีศึกษาวิชชาธรรมกายกับท่าน ทำให้ธรรมะภายในของท่านมหาเสนาบดีทวีความละเอียดลุ่มลึกมากขึ้น ๆ จนสามารถไปรู้ไปเห็นผังและเรื่องราวการสร้างบารมีในอดีตชาติของท่านอย่างแจ่มแจ้ง และทราบคำตอบด้วยตนเองว่า ท่านเกิดมาทำไมและมีหน้าที่อะไรในกองทัพธรรม เมื่อทราบถึงหน้าที่ที่แท้จริงแล้ว ท่านมหาเสนาบดีก็ตั้งใจฝึกฝนอบรมตนเองหนักขึ้น ทั้งปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ ควบคู่ไปกับการสร้างวัดใหม่ เพื่อเตรียมตัวรองรับภารกิจสำคัญในอนาคตที่จะต้องทำต่อไป ณ ช่วงเวลานั้น การสร้างวัดใหม่ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ทีมงานก่อสร้างทุกคนต่างทุ่มเทชีวิตจิตใจเร่งวันเร่งคืนให้สำเร็จโดยเร็วที่สุด เพราะขณะนั้นพระมหาเถระผู้ใหญ่มีอายุสังขารมากแล้ว ในระหว่างที่การก่อสร้างวัดใหม่กำลังเดินหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งอยู่นั้น พระมหาเถระผู้ใหญ่ก็เมตตาถ่ายทอดวิชาการเทศน์สอนธรรมะแก่ท่านมหาเสนาบดี เพื่อที่ท่านจะได้ช่วยพระเถระอบรมและเทศน์สอนมหาชนที่มาสั่งสมบุญที่วัดป่า ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และด้วยความชาญฉลาดของท่านมหาเสนาบดี กอปรกับท่านมีผังแห่งความเป็นครูที่จะต้องทำหน้าที่เทศน์สอนมาข้ามภพข้ามชาติ ทำให้ท่านสามารถเรียนรู้วิชาการเทศน์สอนจากพระมหาเถระผู้ใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว เมื่อถึงวันที่ท่านมหาเสนาบดีต้องขึ้นเทศน์แทนพระมหาเถระผู้ใหญ่ครั้งแรก ท่านก็สามารถทำหน้าที่เป็นพระธรรมกถึกได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งยังบันลือสีหนาทถ่ายทอดธรรมะได้อย่างชัดเจนทุกประเด็น นอกจากนี้ ก่อนที่ท่านมหาเสนาบดีจะจบการเทศน์และลงจากธรรมาสน์ ท่านยังเมตตาเปิดโอกาสให้มหาชนที่ฟังธรรมซักถามปัญหาธรรมะต่าง ๆ ได้อีกด้วย ทำให้ทุกคนรู้สึกประทับใจและชื่นชอบแนวการเทศน์สอนของท่านมาก แม้ว่าท่านมหาเสนาบดีสามารถเทศน์สอนธรรมะครั้งแรกได้อย่างดีเยี่ยม จนเป็นที่ถูกอกถูกใจและได้รับคำชื่นชมจากมหาชนก็ตาม แต่ท่านก็ไม่ประมาทและหลงมัวเมาในคำชื่นชมเหล่านั้น ตรงกันข้ามกลับหันมาพิจารณาหาข้อบกพร่องในเรื่องการเทศน์สอนของท่าน และไปกราบขอคำแนะนำจากพระมหาเถระผู้ใหญ่ ว่าจะต้องปรับปรุง หรือแก้ไขจุดไหนบ้าง ซึ่งพระมหาเถระผู้ใหญ่ก็ชมว่าดีแล้ว และให้กำลังใจด้วยการให้ท่านมหาเสนาบดีเทศน์สอนแทนท่านเป็นประจำนับตั้งแต่นั้นมา เมื่อพระมหาเถระผู้ใหญ่มีอายุสังขารมากแล้ว ท่านก็มอบหมายหน้าที่เทศน์สอนธรรมะให้ท่านมหาเสนาบดีเป็นหลัก ส่วนท่านก็ใช้เวลาที่เหลืออยู่ถ่ายทอดวิชชาธรรมกายทั้งหมดที่ท่านศึกษาเรียนรู้มาจากพระเดชพระคุณหลวงปู่ พระผู้ปราบมาร ให้แก่พระเถระซึ่งเป็นผู้สืบทอดวิชชาธรรมกายอย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกัน พระมหาเถระผู้ใหญ่ก็หาเวลาเดินทางไปตรวจเยี่ยมความคืบหน้าของการก่อสร้างวัดใหม่อยู่เป็นประจำ และวางระเบียบแบบแผนรวมถึงข้อวัตรปฏิบัติต่าง ๆ เพื่อรองรับพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และผู้มีบุญ ที่จะตามมาสร้างบารมีกับพระเถระในอนาคตด้วย ซึ่งระเบียบแบบแผนเหล่านี้จะเป็นแม่บทในการวางรากฐานที่สำคัญของการเผยแผ่พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย ให้แผ่ขยายออกไปทั่วทุกแคว้นอีกด้วย --------------------------------- พระมหาเถระผู้ใหญ่มรณภาพ ในระหว่างที่งานก่อสร้างกำลังดำเนินไปด้วยดี อาคารหลักและอาคารย่อยหลาย ๆ หลัง กำลังจะทยอยเสร็จลง พระมหาเถระผู้ใหญ่ก็มรณภาพลงในช่วงนั้นพอดี (ถ้าเทียบกับอายุมนุษย์ในยุคปัจจุบัน ตอนนั้นพระมหาเถระผู้ใหญ่มีอายุราว ๆ ๙๐ ปี) ทำให้ศิษยานุศิษย์ต่างเศร้าโศกเสียใจต่อการจากไปของท่านเป็นอย่างยิ่ง แต่พระเถระผู้สืบทอดวิชชาธรรมกายซึ่งมีความผูกพันและใกล้ชิดกับพระมหาเถระผู้ใหญ่มากที่สุดกลับไม่ได้ทรงพระโทมนัสต่อการจากไปของพระมหาเถระผู้ใหญ่เหมือนคนอื่น ๆ เพราะพระเถระทรงรู้ซึ้งถึงเรื่องราวความเป็นจริงของโลกและชีวิต รวมถึงสรรพสัตว์และสรรพสิ่งทั้งหลายอย่างถ่องแท้ ท่านจึงเข้าพระทัยในสัจธรรมของโลกที่ว่า... ที่สุดของชีวิตมนุษย์ก็คือ ความตาย และไม่มีใครสามารถหลีกเลี่ยงความตายได้ นอกจากนั้น พระเถระยังทรงทราบด้วยญาณทัสนะว่า พระมหาเถระผู้ใหญ่ท่านไปดีแล้ว คือ เดินทางกลับไปยังดุสิตบุรี ซึ่งเป็นการไปแบบผู้ชนะในทิศทั้งสิบ ถึงแม้พระเถระไม่ทรงพระโทมนัสในการจากไปของพระมหาเถระผู้ใหญ่ แต่ลึก ๆ แล้ว ทรงเกิดความรู้สึกเสียดาย เนื่องจากไม่ทรงสามารถสร้างวัดให้เสร็จทันสมดังที่ตั้งพระราชหฤทัยไว้ว่า อยากให้พระมหาเถระผู้ใหญ่เห็นวัดสร้างเสร็จก่อนจะมรณภาพ ด้วยความที่พระเถระทรงมีความรักและผูกพันกับพระมหาเถระผู้ใหญ่มาก พระองค์จึงตั้งพระราชหฤทัยที่จะจัดพิธีสลายร่างพระมหาเถระผู้ใหญ่อย่างสมเกียรติมากที่สุดเท่าที่จะทรงกระทำได้ ดังนั้นจึงทรงเลือกจัดพิธีที่บริเวณลานธรรมของวัดใหม่ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวาง ทั้ง ๆ ที่งานก่อสร้างยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เพราะพระองค์มีพระราชประสงค์ที่จะจัดพิธีสลายร่างอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อน้อมบูชาธรรมพระมหาเถระผู้ใหญ่ซึ่งเป็นมหาปูชนียาจารย์ที่พระองค์ทรงรักและเคารพอย่างสูงสุด การจัดงานในครั้งนี้ ถือเป็นการใช้พื้นที่ภายในวัดใหม่อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก ส่วนสาเหตุอีกประการหนึ่งที่พระเถระตัดสินพระราชหฤทัยจัดพิธีสลายร่างพระมหาเถระผู้ใหญ่ที่วัดใหม่ เนื่องจากพระมหาเถระผู้ใหญ่มีศิษยานุศิษย์มาก ถ้าหากจัดพิธีที่วัดป่าซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่มีแต่ต้นไม้คงไม่พอรองรับคลื่นมหาชนที่จะเดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้อย่างแน่นอน ที่สำคัญที่สุด ก่อนพระมหาเถระผู้ใหญ่มรณภาพ ท่านเคยแวะไปดูงานก่อสร้างที่วัดใหม่หลายครั้ง และอยากเห็นทุกอย่างภายในวัดใหม่เสร็จสมบูรณ์ทันให้ท่านมาใช้งาน ดังนั้นสถานที่ที่ใช้จัดพิธีสลายร่างของท่าน คงไม่มีที่ไหนเหมาะสมและคู่ควรเท่าวัดใหม่ เมื่อถึงวันประกอบพิธีสลายร่างพระมหาเถระผู้ใหญ่ ศิษยานุศิษย์จากทั่วทุกสารทิศต่างเดินทางมาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก แม้พระราชามหากษัตริย์ก็เสด็จมาร่วมพิธี เรียกได้ว่ามากเกินกว่าที่พระเถระทรงคาดคิดเอาไว้ ด้วยความที่มีมหาชนจำนวนมากมาร่วมงาน อีกทั้งพื้นที่ลานธรรมของวัดใหม่ที่ใช้ประกอบพิธีกว้างขวางมาก จึงทำให้พิธีสลายร่างพระมหาเถระผู้ใหญ่กลายเป็นงานที่ยิ่งใหญ่อลังการจนต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของแคว้นนี้เลยว่า เป็นงานที่มีคนมาร่วมงานมากที่สุดและเป็นพิธีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดงานหนึ่งในยุคนั้นเลยทีเดียว หลังจากพิธีสลายร่างพระมหาเถระผู้ใหญ่สิ้นสุดลงแล้ว พระเถระมีพระราชดำรัสสั่งให้พระราชาองค์ใหม่และทีมงานก่อสร้างรีบเร่งสร้างวัดใหม่ให้เสร็จเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะหลังจากทรงใช้วัดใหม่เป็นสถานที่ประกอบพิธีสลายร่างพระมหาเถระผู้ใหญ่แล้ว พระองค์ทรงเห็นประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นต่องานเผยแผ่พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย ในอนาคตว่า ถ้าวัดใหม่ยิ่งสร้างเสร็จเร็วเท่าไร ย่อมจะเป็นผลดีต่อการขยายพระพุทธศาสนาวิชชาธรรมกาย ออกไปทั่วโลกได้เร็วขึ้นเท่านั้น อีกทั้งพระองค์จะได้ทรงปลอดกังวลและจะได้ทรงงานที่แท้จริง เมื่อทีมงานสร้างวัดใหม่ได้ยินพระเถระทรงปรารภเช่นนั้น ทุกคนจึงพากันร่วมแรงร่วมใจเร่งสร้างวัดใหม่ให้สำเร็จโดยเร็วที่สุด พระเถระจะได้ทรงปลอดกังวลและมีโอกาสทรงงานที่แท้จริงเสียที ที่สำคัญพระเถระยังทรงมีภารกิจที่พระมหาเถระผู้ใหญ่มอบหมายไว้ ซึ่งมีอยู่ ๓ ภารกิจหลัก ดังต่อไปนี้ ภารกิจแรก คือ การตั้งทีมทำวิชชา เพื่อสานงานทำวิชชาต่อจากพระเดชพระคุณหลวงปู่ พระผู้ปราบมาร ภารกิจที่ ๒ คือ การรวบรวมเรื่องราวและสิ่งต่าง ๆ ที่เนื่องด้วยพระเดชพระคุณหลวงปู่ ภารกิจที่ ๓ คือ การเผยแผ่วิชชาธรรมกายให้ขยายออกไปทั่วโลก เมื่อท่านมหาเสนาบดีทราบถึงภารกิจสำคัญทั้ง ๓ อย่าง ดังกล่าวแล้ว ท่านก็อยากมีส่วนในบุญและอยากช่วยแบ่งเบาภารกิจของพระเถระ ซึ่งท่านคิดว่า ภารกิจแรก คือ การตั้งทีมทำวิชชา ถือเป็นภารกิจที่สำคัญที่สุด และผู้ที่จะทำภารกิจนี้ได้ดีที่สุดมีอยู่เพียงท่านเดียวเท่านั้น คือ พระเถระ ส่วนอีก ๒ ภารกิจ คือ การรวบรวมเรื่องราว และสิ่งต่าง ๆ ที่เนื่องด้วยพระเดชพระคุณหลวงปู่ พระผู้ปราบมาร และการเผยแผ่วิชชาธรรมกายไปทั่วโลกนั้น ท่านอาจจะช่วยแบ่งเบาได้ ท่านจึงอาสาทำหน้าที่รวบรวมเรื่องราวและสิ่งต่าง ๆ ที่เนื่องด้วยพระเดชพระคุณหลวงปู่ พร้อมกับอาสาช่วยงานเผยแผ่วิชชาธรรมกายให้ขยายออกไปทั่วโลก หลังจากอาสาทำหน้าที่ดังกล่าวแล้ว ท่านมหาเสนาบดีก็ตั้งใจทุ่มเททำหน้าที่อย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน โดยเริ่มจากการวางระบบระเบียบและโครงสร้างในการทำงานภายในวัดใหม่ให้ลงตัวมากขึ้น และนำระเบียบแบบแผนที่พระมหาเถระผู้ใหญ่วางไว้มาเป็นแม่แบบในการร่างกฎระเบียบต่าง ๆ เมื่อท่านมหาเสนาบดีร่างระเบียบแบบแผนและโครงสร้างการทำงานภายในวัดใหม่ลงตัวดีแล้ว ก็นำระเบียบแบบแผนชุดนี้ไปทูลเกล้าฯ ถวายพระเถระ เมื่อพระเถระทรงพิจารณาแล้ว ก็ทรงอนุมัติและอนุโมทนา พร้อมทั้งทรงชี้แนวทางในการบริหารดูแลวัดใหม่แก่ท่านมหาเสนาบดีอีกหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินที่พระมหาเถระ ผู้ใหญ่ฝากไว้กับพระเถระว่า ท่านมีความปรารถนาที่จะตั้งโรงทานเพื่อเลี้ยงอาหารแก่สาธุชนทุกคนที่เดินทางมาสั่งสมบุญที่วัดใหม่ เพราะท่านไม่อยากให้สาธุชนกังวลเรื่องอาหารการกิน จะได้มีเวลาปฏิบัติธรรมเต็มที่ ส่วนสาเหตุที่ทำให้พระมหาเถระผู้ใหญ่มีความใส่ใจเกี่ยวกับเรื่องอาหารการกินของสาธุชนมาก ก็เพราะในยุคนั้นการเดินทางไปสั่งสมบุญที่วัดป่าไม่สะดวกสบายและรวดเร็วเหมือนยุคปัจจุบัน ที่มีทั้งรถยนต์ รถไฟฟ้า เครื่องบิน ฯลฯ ดังนั้นการเดินทางไปสั่งสมบุญที่วัดป่าจึงเป็นเรื่องใหญ่ เพราะต้องใช้เวลาในการเดินทางมากพอสมควร ส่วนสาธุชนแต่ละคนจะต้องใช้เวลาเดินทางไปที่วัดป่ามากน้อยขนาดไหนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับระยะทางระหว่างบ้านกับวัด เช่น ถ้าใครมีบ้านอยู่ใกล้วัด ก็สามารถเดินทางไปวัดตอนเช้าและกลับบ้านตอนเย็นได้ ซึ่งสาธุชนเหล่านี้มักเดินทางไปทำบุญที่วัดป่ากันเป็นประจำทุก ๆ วันพระและวันหยุด ส่วนสาธุชนที่มีบ้านอยู่ในหัวเมืองไกล ๆ หรืออยู่ต่างแคว้น ต้องใช้เวลานานเป็นเดือนกว่าจะเดินทางไปถึงวัดป่า และเมื่อไปถึงแล้ว พวกเขาก็ปักกลดพักอาศัยอยู่ในป่ารอบ ๆ บริเวณวัดสักระยะหนึ่ง เพื่อเก็บเกี่ยวบุญกุศลให้เต็มที่ก่อนเดินทางกลับ เรียกได้ว่า สาธุชนเหล่านี้ต้องใช้ความอดทนสูงกว่าสาธุชนที่อยู่ใกล้วัดมาก เมื่อเป็นดังนี้ ปัญหาอย่างหนึ่งของสาธุชนที่เดินทางไปทำบุญที่วัดก็คือ เรื่องอาหารการกิน ซึ่งคนที่ฐานะดีก็คงไม่มีปัญหาเรื่องนี้ เพราะสามารถเดินทางไปหาซื้ออาหารจากเมืองหลวงมาบริโภคได้ไม่ยากนัก ส่วนสาธุชนที่มีฐานะปานกลางมักจะนำเสบียงอาหารมาจากบ้าน เพื่อเก็บไว้รับประทานในระหว่างอยู่ที่วัดป่า แต่ที่น่าเห็นใจที่สุดก็คือ สาธุชนที่มีฐานะไม่ค่อยดี ที่ต้องรอกินข้าวก้นบาตร เมื่อพระมหาเถระผู้ใหญ่เล็งเห็นความยากลำบากในเรื่องอาหารการกินของสาธุชน ท่านจึงมีความปรารถนาที่จะตั้งโรงทานขึ้น เพื่อเลี้ยงอาหารแก่ทุกคนที่เดินทางมาสั่งสมบุญที่วัดใหม่ พระเถระทรงตระหนักถึงความตั้งใจอันดีงามของพระมหาเถระผู้ใหญ่ ท่านจึงมีพระราชดำรัสสั่งให้จัดตั้งโรงทานที่วัดใหม่ โดยมีท่านมหาเสนาบดีสนองงานอย่างเต็มกำลัง ทั้งนี้เพื่อน้อมถวายบุญกุศลบูชาธรรมพระมหาเถระผู้ใหญ่ด้วยความเคารพรักอย่างสูงสุด เมื่อกาลเวลาผ่านไป วัดใหม่ก็เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาในระดับหนึ่ง ซึ่งกว่าจะมาถึงวันนี้ได้ ทีมงานต่างทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจช่วยกันสร้างชนิดเอาชีวิตเป็นเดิมพัน --------------------------------- สร้างมหาวิหารพระมหาเถระผู้ใหญ่ หลังจากสร้างวัดใหม่ไปได้ระดับหนึ่งแล้ว พระเถระมีพระราชดำรัสสั่งให้พระราชาองค์ใหม่และทีมงานก่อสร้างช่วยกันสร้างมหาวิหารพระมหาเถระผู้ใหญ่ทันที และให้สร้างเสร็จทันเวลาที่กำหนดไว้ เพราะหากวัดใหม่เสร็จเร็ว การขยายงานพระพุทธศาสนาก็จะเริ่มได้เร็วขึ้น ซึ่งทีมงานทุกคนก็เร่งวันเร่งคืนทำเพื่อให้เสร็จตามกำหนด เพราะอยากได้บุญกับการสร้างมหาวิหารและการเผยแผ่พระพุทธศาสนา การสร้างมหาวิหารหลังนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเครื่องตรึกระลึกนึกถึงพระคุณของพระมหาเถระผู้ใหญ่ที่ช่วยให้พระเถระและศิษยานุศิษย์ทั้งหลายได้พบหนทางสายกลาง ซึ่งเป็นหนทางอันประเสริฐ ที่ทำให้ทุกคนรู้เรื่องราวความเป็นจริงของโลกและชีวิต ที่สำคัญ พระเถระมีพระราชประสงค์ที่จะใช้มหาวิหารแห่งนี้เป็นสถานที่เก็บสิ่งของที่เนื่องด้วยพระมหาเถระผู้ใหญ่ด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ อัฐิธาตุของพระมหาเถระผู้ใหญ่ เมื่อพระราชาองค์ใหม่ทรงเอาบุญเป็นที่ตั้ง เอาที่สุดแห่งธรรมเป็นเป้าหมาย และทรงมีผู้ร่วมอุดมการณ์เดียวกัน คือ ทีมงานก่อสร้างทุกคน การก่อสร้างอาคารทุกอาคารไม่ว่าจะเป็นอาคารหลัก เช่น พระมหาเจดีย์ใหญ่ หอฉัน ธรรมสภา ลานธรรม มหาวิหารสำหรับเก็บพระคัมภีร์ มหาวิหารพระมหาเถระผู้ใหญ่ รวมทั้งกลุ่มอาคารย่อย เช่น ที่พักสงฆ์ มหาวิทยาลัยสงฆ์ รวมถึงระบบสาธารณูปการ ถนนหนทาง หรือพื้นที่ส่วนกลาง และ ระบบสาธารณูปโภค เช่น ระบบน้ำกิน น้ำใช้ ต่างทยอยเสร็จสมบูรณ์ในเวลาไล่เลี่ยกัน ซึ่งสร้างความปลื้มปีติแก่ทีมงานทุกคนเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะพระราชาองค์ใหม่ ที่ทรงทุ่มเทแรงกาย แรงใจ แรงสติปัญญา และทรงบริจาคพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์มากกว่าใคร ๆ สำหรับอาคารหลักภายในวัดใหม่ที่ใช้เป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุก็คือ “พระมหาเจดีย์ใหญ่” ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางของอาคารหลักทั้งหมดภายในวัด ส่วนอัฐิธาตุของพระมหาเถระผู้ใหญ่จะนำมาประดิษฐาน ณ มหาวิหารพระมหาเถระผู้ใหญ่ ที่พระเถระตั้งพระราชหฤทัยสร้างขึ้นเพื่อบูชาธรรมพระมหาเถระผู้ใหญ่โดยเฉพาะ --------------------------------- พิธีถวายวัดใหม่ วันหนึ่งพระราชาองค์ใหม่มีพระบรมราชโองการให้บรรดาแม่ทัพนายกองรวมถึงเหล่าเสนาอำมาตย์ทุกคนมาประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อทรงแจ้งข่าวเกี่ยวกับ “พิธีถวายวัดใหม่หรือพิธีฉลองวัดใหม่” โดยทรงเล่าว่า พระเถระมีพระราชดำรัสสั่งให้พระองค์และทุกคนช่วยกันจัดเตรียมขบวนอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและอัฐิธาตุของพระมหาเถระผู้ใหญ่มาประดิษฐานที่วัดใหม่ โดยพระเถระจะทรงเป็นผู้นำขบวนพุทธบุตรส่วนหนึ่งจากวัดป่าย้ายมาประจำอยู่ที่วัดใหม่อย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ พระเถระยังมีพระราชดำรัสสั่งให้เตรียมจัดพิธีประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ณ พระมหาเจดีย์ใหญ่และพิธีประดิษฐานอัฐิธาตุของพระมหาเถระผู้ใหญ่ ณ มหาวิหารพระมหาเถระผู้ใหญ่ หลังจากพิธีถวายวัดใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดย ๒ พิธีนี้จัดขึ้นคนละวัน เพราะพิธีกรรมทั้งสองล้วนมีความสำคัญและเป็นพิธีกรรมที่ยิ่งใหญ่ด้วยกันทั้งคู่ เมื่อพระราชาองค์ใหม่ทรงแจ้งข่าวเกี่ยวกับพิธีกรรมที่จะจัดขึ้นทั้ง ๓ พิธี ให้ข้าราชบริพารทุกคนทราบแล้วพระองค์ยังมีพระบรมราชโองการให้คณะราชทูตประจำพระองค์เดินทางไปกราบบังคมทูลเชิญพระราชาแคว้นพันธมิตรให้เสด็จมาร่วมพิธีฉลองวัดใหม่ พิธีประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และพิธีประดิษฐานอัฐิธาตุของพระมหาเถระผู้ใหญ่ในครั้งนี้ด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ พระราชาผู้ทรงมีศิลปะในหัวใจ นอกจากนั้น พระราชาองค์ใหม่ยังมีพระราชดำรัสสั่งให้ข้าราชบริพารทุกคนนำข่าวการฉลองวัดใหม่ไปแจ้งให้ประชาชนในแคว้นทราบโดยทั่วกัน อีกทั้งยังทรงประกาศให้ทุกคนช่วยกันจัดสถานที่ต่าง ๆ รวมถึงบ้านเรือนของตัวเองให้สะอาดสะอ้าน และให้ช่วยกันทำความสะอาดถนนหนทางทุกสาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถนนที่ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขบวนอัญเชิญ พร้อมกับให้ประดับประดาอาคารสถานที่ต่าง ๆ ที่อยู่ในเมืองให้สวยสดงดงามที่สุดเท่าที่จะทำได้ สาเหตุที่พระราชาองค์ใหม่มีพระราชดำรัสสั่งให้ทุกคนช่วยกันจัดเตรียมงานฉลองวัดใหม่อย่างยิ่งใหญ่อลังการขนาดนี้ เพราะพระองค์ทรงเห็นว่า วัดใหม่เกิดจากแรงศรัทธาของมหาชนที่อยากเอาบุญใหญ่ในครั้งนี้ เพราะฉะนั้น ทุกคนที่ร่วมบุญสร้างวัด ก็คือเจ้าของวัดแห่งนี้ ดังนั้นเมื่อมีการจัดงานเฉลิมฉลองวัดใหม่หรืองานถวายวัด เจ้าของงาน คงไม่ใช่แค่พระเถระ พระราชาองค์ใหม่ หรือใครคนใดคนหนึ่ง แต่เจ้าของงานที่แท้จริงก็คือ ทุกคนที่มีส่วนร่วมบุญในการสร้างวัด ดังนั้นพระราชาองค์ใหม่จึงทรงเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีส่วนร่วมบุญสร้างวัดในครั้งนี้ ทำหน้าที่เป็นเจ้าของวัด เจ้าของงาน โดยให้ช่วยกันรับบุญต่าง ๆ เพื่อที่งานบุญครั้งนี้จะได้สมบูรณ์แบบที่สุด และกลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ชีวิตให้ทุกคนระลึกถึงด้วยความเบิกบานว่า เรา คือ หนึ่งในผู้สถาปนาศูนย์กลางในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกายแห่งโลก เมื่อการประชุมวาระพิเศษสุดเสร็จสิ้นลง เหล่าข้าราชบริพารทุก ๆ คน ก็รีบออกไปทำหน้าที่แจ้งข่าวบุญแก่คนที่ตนรู้จัก ข่าวงานฉลองวัดใหม่ พิธีประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และพิธีประดิษฐานอัฐิธาตุของพระมหาเถระผู้ใหญ่ที่วัดใหม่ แพร่กระจายไปทั่วทุกหัวระแหงอย่างรวดเร็ว ทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตัวและปีติยินดีกันไปทั่วทั้งแคว้น อาจกล่าวได้ว่าทุกคนในแคว้นของพระเถระแทบจะไม่มีใครไม่รู้ข่าวบุญในครั้งนี้ บรรยากาศของแคว้นในตอนนั้น คล้ายกับช่วงกัปโกลาหลเลยทีเดียว และเมื่อแต่ละคนทราบข่าว ก็พากันทำหน้าที่นำข่าวบุญนี้ไปบอกหมู่ญาติและคนรู้จักทันที เพราะทุกคนต่างอยากเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยจัดงานบุญใหญ่ครั้งนี้กันทั้งนั้น นอกจากนั้น ข่าวนี้ยังกระจายออกไปยังแคว้นพันธมิตรที่อยู่รอบ ๆ แคว้นของพระราชาองค์ที่ออกบวชอย่างรวดเร็ว จนเรื่องนี้กลายเป็นเรื่องที่คนในแคว้นและนอกแคว้นพูดถึงมากที่สุด แม้บุคคลระดับพระราชามหากษัตริย์พร้อมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ในแคว้นพันธมิตร ก็ทรงให้ความสนใจและติดตามข่าวนี้เช่นกัน ดังนั้น เมื่อพระราชาองค์ใหม่ส่งคณะราชทูตไปกราบบังคมทูลเชิญ พระราชาของแคว้นพันธมิตรพร้อมด้วยเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ในแคว้นนั้น ๆ จึงทรงตอบรับด้วยความยินดี ทั้งนี้นอกจากเป็นการถวายพระเกียรติแด่พระเถระและพระราชาองค์ใหม่แล้ว ยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างแคว้นให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นและที่สำคัญพระราชาทั้งหลายต่างมีพระราชประสงค์ที่จะมาเอาบุญใหญ่ในครั้งนี้ร่วมกับพระเถระด้วย ในท่ามกลางบรรดาพระราชาจากแคว้นพันธมิตรที่จะเสด็จมาร่วมงานครั้งนี้ มีพระราชาอยู่พระองค์หนึ่งที่ทรงตื่นเต้นเบิกบานมากกว่าใคร ๆ พระราชาองค์นั้นก็คือ “พระราชาผู้ทรงมีศิลปะในหัวใจ” ที่ทรงตื่นเต้นมาก เพราะทรงเป็นเจ้าของบุญสร้างมหาวิหารสำหรับเก็บพระคัมภีร์โบราณ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในศาสนสถานหลักของวัดใหม่ และในการเสด็จมาร่วมงานฉลองวัดใหม่ครั้งนี้ พระราชาผู้ทรงมีศิลปะในหัวใจจะทรงเป็นประธาน กล่าวคำถวายมหาวิหารสำหรับเก็บพระคัมภีร์โบราณที่พระองค์ทรงเป็นเจ้าภาพในการก่อสร้างด้วย ดังนั้น การเสด็จมาร่วมพิธีในครั้งนี้ พระราชาผู้ทรงมีศิลปะในหัวใจจึงเสด็จในฐานะเจ้าของวัดผู้หนึ่ง ไม่ใช่ในฐานะพระราชอาคันตุกะเหมือนคราวก่อน ๆ เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่พระองค์จะทรงตื่นเต้นกว่าพระราชาที่มาจากแคว้นพันธมิตรพระองค์อื่น เมื่อใกล้ถึงวันฉลองวัดใหม่ มหาชนภายในแคว้นต่างพากันทำความสะอาดบ้านเรือนของตนให้สะอาดเรียบร้อย บางส่วนชวนกันไปเตรียมสถานที่ที่ใช้ในการประกอบพิธี บางส่วนช่วยกันทำความสะอาดถนนหนทางตามจุดต่าง ๆ ที่เป็นทางผ่านของขบวนอัญเชิญ บางส่วนช่วยกันประดับประดาสถานที่ต่าง ๆ ในเมืองให้ดูสวยสดงดงามอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ดังนั้น จึงสามารถกล่าวได้ว่า พิธีฉลองวัดใหม่เป็นงานที่มีประชาชนจำนวนมหาศาลออกมาช่วยกันเตรียมงานชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ซึ่งทุกคนล้วนออกมาด้วยใจและช่วยกันอย่างเต็มที่ด้วยความรู้สึกอยากมีส่วนร่วมในบุญใหญ่ครั้งนี้ เพราะฉะนั้นงานฉลองวัดใหม่ในครั้งนี้จึงถือเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนั้นเลยก็ว่าได้ และที่สำคัญที่สุดอีกประการหนึ่งก็คือ งานนี้เป็นงานแรกและเป็นงานเดียวที่มหาชนทุกคนร่วมกันเป็นเจ้าของงาน ด้วยการร่วมแรงร่วมใจของทุก ๆ คน และทุก ๆ ฝ่าย การเตรียมงานฉลองวัดใหม่จึงสำเร็จเสร็จสิ้นลงในเวลาอันรวดเร็ว สถานที่ทุกแห่ง ถนนหนทางทุกสาย ประดับประดาอย่างวิจิตรสวยงามราวกับวิมานบนดิน พร้อมจะให้มหาชนจากทุกสารทิศเดินทางมาชื่นชมและร่วมงานฉลองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งนี้ เมื่อวันประกอบพิธีฉลองวัดใหม่ที่ทุกคนเฝ้ารอคอยมาถึง มหาชนจากทั่วทุกสารทิศทั้งในแคว้นและนอกแคว้นต่างเดินทางมาร่วมพิธีในครั้งนี้เป็นจำนวนมหาศาล ทำให้สองข้างทางที่เป็นเส้นทางผ่านของขบวนอัญเชิญรวมถึงพื้นที่ตั้งแต่วัดป่าจนถึงวัดใหม่เนืองแน่นไปด้วยมหาชน ส่วนขบวนอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและขบวนอัญเชิญอัฐิธาตุของพระมหาเถระผู้ใหญ่นั้น นับว่าเป็นขบวนอัญเชิญที่ยิ่งใหญ่อลังการที่สุดในยุคนั้น เพราะประกอบไปด้วยริ้วขบวนย่อยมากมาย จนกลายเป็นขบวนที่ยาวที่สุดและยิ่งใหญ่กว่าขบวนอัญเชิญใด ๆ ที่เคยจัดมา ด้านหน้าสุดของขบวนอัญเชิญ คือ ขบวนกองเกียรติยศของเหล่าทหารราชองครักษ์ ที่ตบเท้าเดินแถวนำขบวนอย่างเป็นระเบียบ เป็นแถวเป็นแนว ถัดจากขบวนกองเกียรติยศเป็นขบวนพานพุ่มดอกไม้และขบวนธงทิว ขบวนพานพุ่มดอกไม้มีความสวยสดงดงามมาก ตัวแทนอัญเชิญพานพุ่มดอกไม้ก็มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มสดใส ทำให้มหาชนที่มาชมขบวนอัญเชิญรู้สึกสดชื่นเบิกบานตามไปด้วย ส่วนขบวนธงทิวแลดูเป็นระเบียบงดงามราวกับธงธรรมที่กำลังโบกสะบัดปลิวไสว คล้ายเป็นสัญญาณให้รับรู้ว่า อีกไม่นานพระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย กำลังจะแผ่ขยายออกไปทั่วโลกแล้ว ถัดจากขบวนพานพุ่มดอกไม้และขบวนธงทิวเป็น ขบวนอัญเชิญอัฐิธาตุของพระมหาเถระผู้ใหญ่ ที่บรรจุอยู่ในโกฏิที่มีลักษณะเป็นพระเจดีย์ทองคำ ประดิษฐานอยู่บนราชรถเทียมม้าที่ตกแต่งและประดับประดาอย่างวิจิตรตระการตา นอกจากนี้ ยังมีขบวนของคณะพระภิกษุสงฆ์ที่ล้วนแต่เป็นพระมหาเถระผู้มีพรรษากาลที่ยาวนานเดินขนาบข้างขบวนราชรถเทียมม้า ส่วนบริเวณแนวกลางด้านหน้าสุดของขบวนอัญเชิญมีบุคคลสำคัญที่สุด คือ พระเถระ ที่ทรงทำหน้าที่เป็นองค์ประธานเสด็จนำขบวนอัญเชิญนี้ เมื่อขบวนอัญเชิญอัฐิธาตุของพระมหาเถระผู้ใหญ่ผ่านไปที่ใด มหาชนในบริเวณนั้นต่างพร้อมใจกันนั่งคุกเข่าพนมมือ เปล่งเสียงสาธุการดังกึกก้องด้วยความปลื้มปีติ ถัดจากขบวนอัญเชิญอัฐิธาตุของพระมหาเถระผู้ใหญ่ คือ ขบวนอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งถือเป็นขบวนอัญเชิญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในบรรดาขบวนอัญเชิญทั้งหมด บริเวณแนวกลางของขบวนนี้ ประกอบไปด้วยช้าง ๓ เชือก แต่ละเชือกประดับด้วยเครื่องทรงที่วิจิตรงดงามเป็นพิเศษ ช้างที่ดูโดดเด่นที่สุด คือ ช้างเชือกที่อยู่ตรงกลาง ซึ่งเป็นพญาช้างทรงของพระราชา ที่พระเถระและพระราชาองค์ใหม่ทรงเลือกให้เป็นช้างอัญเชิญ พระบรมสารีริกธาตุ บริเวณด้านหน้าและด้านหลังของขบวนช้างอัญเชิญ เป็นขบวนพระภิกษุสงฆ์ ซึ่งทุกรูปต่างอยู่ในอาการสงบเสงี่ยม สง่างาม สมเป็นพุทธชิโนรส ด้านข้างขบวนช้างอัญเชิญ มีขบวนพานพุ่มดอกไม้และขบวนธงทิวขนาบทั้งด้านซ้ายและขวา เป็นองค์ประกอบที่ช่วยเสริมให้ขบวนอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุแลดูโดดเด่นงดงามมากยิ่งขึ้น เมื่อขบวนอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุผ่านไปที่ใด มหาชนที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างเกิดความปีติอย่างท่วมท้น จนเก็บอาการไว้ไม่อยู่ พากันพนมมือเปล่งเสียงสาธุการดังกึกก้องประหนึ่งว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จมาในขบวนอัญเชิญด้วยพระองค์เองเลยทีเดียว ถัดจากขบวนอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ เป็นขบวนพระราชามหากษัตริย์พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์จากแคว้นพันธมิตร ซึ่งทรงให้เกียรติพระเถระและพระราชาองค์ใหม่ โดยการเสด็จมาร่วมพิธีอัญเชิญในครั้งนี้ด้วยพระองค์เอง ในวันนั้นถึงแม้ว่าทุกพระองค์จะต้องเสด็จเข้าร่วมขบวนอัญเชิญจากวัดป่ามายังวัดใหม่ด้วยระยะทางที่ยาวไกล แต่ทุกพระองค์กลับทรงปลื้มปีติเบิกบานจนลืมความเหน็ดเหนื่อยไปหมดสิ้น ถัดจากขบวนของพระราชามหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์จากแคว้นพันธมิตร เป็นขบวนของเหล่าข้าราชบริพาร รวมถึงประชาชนที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของขบวนอัญเชิญในครั้งนี้ ขบวนนี้ถือเป็นขบวนอัญเชิญขบวนสุดท้าย แต่ไม่มีคำว่าท้ายที่สุด เพราะไม่สามารถหาคนที่อยู่ท้ายที่สุดของขบวนนี้ได้ ทั้งนี้เพราะคนที่เข้าร่วมในขบวนอัญเชิญมีจำนวนมากขนาดที่ว่า หัวขบวนถึงวัดใหม่แล้ว แต่ท้ายขบวนยังอยู่ที่วัดป่า แถมยังไม่มีที่ว่าง ให้แทรกอีกด้วย กล่าวได้ว่า ในวันนั้นมีแต่คนปรารถนาที่จะเป็นส่วนหนึ่งของขบวนอัญเชิญทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้ ขบวนอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและขบวนอัญเชิญอัฐิธาตุของพระมหาเถระผู้ใหญ่จึงกลายเป็นขบวนอัญเชิญครั้งประวัติศาสตร์ ที่ผู้คนในยุคนั้นโจษขานและจดจำไปอีกนานแสนนาน การเคลื่อนผ่านของขบวนอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและขบวนอัญเชิญอัฐิธาตุของพระมหาเถระผู้ใหญ่ในครั้งนี้ ถือเป็น ทัสนานุตริยะ ซึ่งทำให้มหาชนที่มาร่วมงานเกิดความปลื้มปีติเป็นอย่างมาก เพราะแต่ละคนล้วนไม่เคยเห็นพิธีกรรมอันยิ่งใหญ่อลังการเช่นนี้ เมื่อขบวนเคลื่อนมาถึงซุ้มประตูทางเข้าวัดใหม่แล้ว พระเถระ พระราชามหากษัตริย์ ตลอดจนพระบรม-วงศานุวงศ์ทุก ๆ พระองค์ ทรงแปรแถวตั้งขบวนพร้อมด้วยคณะพระภิกษุสงฆ์และข้าราชบริพารระดับสูงทุกท่าน เพื่อประกอบพิธีถวายวัดใหม่ที่พระอุโบสถ ส่วนขบวนอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและขบวนอัญเชิญอัฐิธาตุของพระมหาเถระผู้ใหญ่ก็แปรขบวน เพื่ออัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและอัฐิธาตุของพระมหาเถระผู้ใหญ่ไปประดิษฐาน ณ ปะรำพิธี ที่พระราชาองค์ใหม่มีพระราชดำรัสสั่งให้จัดเตรียมไว้ก่อนหน้านี้ ปะรำพิธีที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและอัฐิธาตุของพระมหาเถระผู้ใหญ่ตั้งอยู่บริเวณลานธรรมหน้าพระมหาเจดีย์ใหญ่ โดยปะรำพิธีที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุตั้งอยู่ใกล้กับพระมหาเจดีย์ใหญ่ ส่วนปะรำพิธีที่ประดิษฐานอัฐิธาตุของพระมหาเถระผู้ใหญ่ตั้งถัดออกมา สาเหตุที่ต้องอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและอัฐิธาตุของพระมหาเถระผู้ใหญ่ไปประดิษฐาน ณ ปะรำพิธีดังกล่าว เพราะพระเถระและพระราชาองค์ใหม่มีพระราชประสงค์ให้มหาชนทั้งหลายมีโอกาสสักการบูชาพระบรมสารีริกธาตุและอัฐิธาตุของพระมหาเถระผู้ใหญ่กันอย่างทั่วถึง ก่อนที่จะประกอบพิธีประดิษฐานไว้ภายในพระมหาเจดีย์ใหญ่และมหาวิหารพระมหาเถระผู้ใหญ่ในโอกาสต่อไป เมื่อขบวนอัญเชิญทั้งหมดเริ่มแปรแถวไปประจำ ณ ปะรำพิธีเรียบร้อยแล้ว ตัวแทนฝ่ายคฤหัสถ์ คือพระราชาองค์ใหม่ กราบบังคมทูลเชิญพระราชาทั้งหลาย ทูลเชิญพระบรมวงศานุวงศ์ทุก ๆ พระองค์ และทรงเชิญข้าราชบริพารระดับสูงทุกท่าน เข้าไปรอประกอบพิธีถวายวัดใหม่ภายในพระอุโบสถ ส่วนประชาชนที่เดินทางมาร่วมงานกันอย่างล้นหลามนั้น นั่งรอประกอบพิธีอยู่นอกพระอุโบสถ เมื่อถึงเวลาประกอบพิธีถวายวัดใหม่ คณะพระภิกษุทุกรูปแปรแถวเวียนประทักษิณรอบพระอุโบสถ ๓ รอบ โดยมีพระเถระทรงเป็นประธาน เมื่อเวียนประทักษิณเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงแปรแถวเข้าไปในพระอุโบสถ เมื่อคณะสงฆ์เข้าไปในพระอุโบสถโดยพร้อมเพรียงกันแล้ว พิธีกล่าวคำถวายวัดใหม่ก็เริ่มขึ้น โดยมีพระราชาองค์ใหม่ทรงเป็นประธานในการกล่าวคำถวาย ขณะที่พระองค์ทรงกล่าวคำถวายอยู่นั้น ทรงมีความปลื้มปีติอย่างท่วมท้น และทุกคนที่อยู่ร่วมพิธีในเวลานั้นก็เกิดความรู้สึกปลื้มปีติอย่างไม่มีประมาณด้วยเช่นกัน หลังจากพระราชาองค์ใหม่ทรงกล่าวคำถวายวัดใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว มีพิธีกล่าวคำถวายอาคารหลักซึ่งอาคารหลักแต่ละหลังนั้น มีประธานแต่ละท่านเป็นตัวแทนในการนำกล่าว เช่น พระราชาผู้ทรงมีศิลปะในหัวใจทรงเป็นผู้นำในการกล่าวคำถวายมหาวิหารสำหรับเก็บพระคัมภีร์โบราณ ที่พระองค์ทรงเป็นประธานกองทุนในการก่อสร้างแต่เพียงผู้เดียว ขณะที่พระราชาผู้ทรงมีศิลปะในหัวใจทรงกล่าวคำถวายมหาวิหารฯ พระองค์ทรงมีความปลื้มปีติอย่างท่วมท้นแผ่ซ่านไปทั่วทั้งพระวรกาย หลังจากประธานกองทุนทุกท่านกล่าวคำถวายอาคารหลักทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยแล้ว พระเถระทรงกล่าวคำอนุโมทนาและนำคณะสงฆ์ให้พรแก่เหล่าสาธุชนที่ไปร่วมพิธีถวายวัดใหม่ในครั้งนี้ ซึ่งทุกคนในที่นั้นต่างปลื้มปีติ มีความสุข เบิกบาน และอิ่มเอิบในบุญอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน --------------------------------- พิธีประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพิธีประดิษฐานอัฐิธาตุ เมื่อพิธีถวายวัดใหม่เสร็จสิ้นลงแล้ว พระราชามหากษัตริย์และเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์จากแคว้นพันธมิตรรวมถึงบรรดาข้าราชบริพารและมหาชนทั้งหลายที่มาร่วมพิธีในครั้งนี้ ต่างแยกย้ายกันกลับที่พักของตน โดยเก็บเกี่ยวความปลื้มปีติกลับไปอย่างล้นเหลือ และเฝ้ารอคอยวันประกอบพิธีประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพิธีประดิษฐานอัฐิธาตุของพระมหาเถระผู้ใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกไม่กี่วันข้างหน้า ส่วนคณะพระภิกษุสงฆ์จากวัดป่าที่ย้ายมาอยู่ที่วัดใหม่ ต่างร่วมแรงร่วมใจช่วยกันทำความสะอาดเสนาสนะ จัดเก็บอัฐบริขารและนำข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ เข้าไปไว้ในอาคารซึ่งเป็นที่พักสงฆ์ด้วยความเบิกบานในบุญ และรู้สึกตื่นเต้นที่ย้ายมาประจำอยู่ที่วัดใหม่อย่างเป็นทางการเป็นวันแรก เมื่อพระเถระทรงเห็นวัดใหม่ที่พระองค์ทรงเป็นต้นบุญในการก่อสร้างสามารถรองรับคณะพระภิกษุสงฆ์ รวมทั้งสาธุชนที่มาทำบุญที่วัดได้มากขนาดนี้ ก็ทรงเกิดมหาปีติอย่างท่วมท้น เพราะหนึ่งในพระราชประสงค์ของพระเถระก็คือ การสร้างวัด ซึ่งบัดนี้ทรงกระทำสำเร็จแล้ว ก่อนถึงวันประกอบพิธีประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพิธีประดิษฐานอัฐิธาตุของพระมหาเถระผู้ใหญ่ มหาชนจากทั่วทุกสารทิศพากันหลั่งไหลมาสักการบูชาพระบรมสารีริกธาตุและอัฐิธาตุของพระมหาเถระผู้ใหญ่กันอย่างเนืองแน่น เพราะโอกาสที่ทุกคนจะได้สักการบูชาพระบรมสารีริกธาตุและอัฐิธาตุของพระมหาเถระผู้ใหญ่อย่างใกล้ชิดเช่นนี้ คงมีเพียงครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น เมื่อวันประกอบพิธีประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่ทุกคนรอคอยมาถึง พระราชามหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์จากแคว้นพันธมิตร รวมถึงมหาชนจากทั่วทุกสารทิศทั้งในแคว้นและนอกแคว้น ต่างพากันมาร่วมพิธีอย่างมากมาย ทำให้พื้นที่ในวัดใหม่ โดยเฉพาะบริเวณลานธรรมหน้าพระมหาเจดีย์ใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับประกอบพิธี เนืองแน่นไปด้วยคลื่นมหาชนที่ตั้งอกตั้งใจเดินทางมาร่วมงาน เพราะอยากมีส่วนในบุญใหญ่ครั้งนี้อย่างเต็มที่ ในวันนี้ พื้นที่บริเวณลานธรรมซึ่งเป็นสถานที่ประกอบพิธีแบ่งพื้นที่นั่งออกเป็นส่วน ๆ ดังนี้ พื้นที่ด้านในสุดติดกับพระมหาเจดีย์ใหญ่และอยู่ใกล้ปะรำพิธีที่สุดเป็นพื้นที่นั่งของคณะพระภิกษุสงฆ์ ซึ่งมีพระเถระประทับนั่งเป็นประธาน โดยมีพระมหาเถระผู้มีพรรษากาลที่ยาวนาน รวมถึงคณะสงฆ์จากในแคว้นและนอกแคว้นนั่งอยู่รอบ ๆ บริเวณนี้เป็นจำนวนมาก พื้นที่ถัดจากคณะสงฆ์เป็นพื้นที่ของพระราชามหากษัตริย์และเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์จากแคว้นพันธมิตรที่ทรงให้เกียรติเสด็จมาร่วมงาน ถัดจากพื้นที่ของพระราชามหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ เป็นพื้นที่นั่งของเหล่าข้าราชการระดับสูงทั้งจากในแคว้นและนอกแคว้น ส่วนพื้นที่ที่อยู่รอบนอกเป็นพื้นที่นั่งของมหาชนทั้งหลาย กล่าวได้เลยว่าในวันนั้นลานธรรมของวัดใหม่ที่มีขนาดใหญ่มากดูคับแคบลงไปถนัดตาเลยทีเดียว เมื่อถึงช่วงประกอบพิธีกรรม คณะพระภิกษุสงฆ์ทุกรูปทั้งในแคว้นและนอกแคว้นเริ่มแปรแถว เพื่อเวียนประทักษิณรอบพระมหาเจดีย์ใหญ่ ๓ รอบ โดยมีพระเถระทรงเป็นประธาน ในระหว่างที่พระเถระทรงนำคณะสงฆ์เวียนประทักษิณอยู่นั้น ทุกท่านในที่นั้นต่างส่งใจตรึกระลึกนึกถึงคุณของพระรัตนตรัย ทำให้บรรยากาศในช่วงนั้นสงบและศักดิ์สิทธิ์มาก เมื่อพระเถระและคณะสงฆ์เวียนประทักษิณรอบพระมหาเจดีย์ใหญ่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็แปรแถวเข้านั่งประจำพื้นที่ เพื่อประกอบพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุไปประดิษฐานในพระมหาเจดีย์ใหญ่ในลำดับต่อไป เมื่อพระเถระประทับนั่งประจำที่พร้อมด้วยคณะสงฆ์ ณ ปะรำพิธีแล้ว พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุก็เริ่มขึ้นทันที โดยวิธีชักรอกขึ้นไปตามทางลาดที่จัดเตรียมไว้ เพราะในยุคนั้นยังไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย ต้องใช้แรงคนทั้งหมด เนื่องจากต้องใช้แรงคนในการชักรอกอัญเชิญพระเจดีย์ทองคำที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุขึ้นไปประดิษฐานภายในพระมหาเจดีย์ใหญ่ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องคัดสรรบุคคลที่มีความพร้อมทั้งทางกายและใจมารับบุญใหญ่เป็นตัวแทนในการชักรอก เพราะหน้าที่นี้เป็นหน้าที่ที่ทรงเกียรติและมีความสำคัญต่อการประกอบพิธีมาก และจะกลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ชีวิตให้ผู้ทำหน้าที่นี้จดจำไปจวบจนวาระสุดท้ายของชีวิตเลยทีเดียว ดังนั้น ผู้ที่จะมาทำหน้าที่ที่สำคัญอย่างยิ่งยวดนี้ ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ คือ ๑. มีความพร้อมทางกาย คือ มีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง อยู่ในวัยที่กำลังพอเหมาะพอสม คือ อายุไม่มากหรือน้อยจนเกินไป สำหรับผู้ที่มีใจแต่สภาพร่างกายไม่ไหวก็ไม่สามารถทำหน้าที่นี้ได้ ๒. มีความพร้อมทางใจ คือ มีศีล มีธรรม และเคยทำคุณงามความดีไว้มาก ซึ่งคุณสมบัติข้อนี้ถือเป็นหัวใจหลักของการคัดคน เมื่อพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นไปประดิษฐานในพระมหาเจดีย์ใหญ่มาถึง ตัวแทนในการชักรอกซึ่งส่วนใหญ่เป็นนายทหารหรือราชองครักษ์ ก็เริ่มแปรแถวเข้าสู่ปะรำพิธีที่ประดิษฐานพระเจดีย์ทองคำซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จากนั้น ตัวแทนทั้งหมดช่วยกันชักรอกดึงพระเจดีย์ทองคำให้เคลื่อนไปตามรางทางลาดอย่างช้า ๆ โดยมีสายตาทุกคู่จ้องมองพระเจดีย์ทองคำด้วยความปลื้มปีติอย่างจะนับจะประมาณมิได้ เมื่อพระเจดีย์ทองคำเข้าไปประดิษฐานอยู่ภายในพระมหาเจดีย์ใหญ่แล้ว ตัวแทนที่รออยู่ด้านบนขององค์พระมหาเจดีย์ใหญ่ ก็นำแผ่นทองคำมาปิดผนึกที่ช่องทางเข้าของพระเจดีย์ทองคำทันที เมื่อแผ่นทองคำแผ่นสุดท้ายถูกปิดลง เสียงสาธุการของมหาชนทั้งหลายก็ดังกึกก้องไปทั่วอาณาบริเวณ ความปีติเบิกบานใจจนขนลุกขึ้นมาแบบไม่ได้นัดหมายปรากฏขึ้นแก่หลาย ๆ คน เมื่อพิธีในภาคเช้า คือ พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานภายในพระมหาเจดีย์ใหญ่เสร็จสิ้นลง ทุกคนที่อยู่ร่วมประกอบพิธีในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นบรรพชิตหรือคฤหัสถ์ต่างเกิดความปีติเป็นอย่างมาก และพากันรักษาใจให้ผ่องใส เพื่อรองรับบุญใหญ่อีกครั้งในภาคเย็นของวันเดียวกัน ซึ่งจะมีการจุดประทีปบูชาพระบรมสารีริกธาตุและพระมหาเจดีย์ใหญ่ ก่อนพิธีจุดประทีปบูชาพระบรมสารีริกธาตุและพระมหาเจดีย์ใหญ่จะเริ่มขึ้น พระราชามหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์จากแคว้นพันธมิตรเสด็จเข้าร่วมพิธีพร้อมด้วยเหล่าข้าราชบริพารและมหาชนทั้งปวงจนเต็มพื้นที่ลานธรรม เมื่อถึงเวลาอันควร พระเถระผู้ทรงเป็นประธานในพิธีทรงจุดไฟฤกษ์ด้วยประทีปโคมฤกษ์ ซึ่งเป็นโคมประทีปขนาดใหญ่ ๓ โคม แต่ละโคมวางเรียงกันอยู่ด้านหน้าพระมหาเจดีย์ใหญ่ หลังจากพระเถระทรงจุดไฟฤกษ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว พระราชาองค์ใหม่ทรงเป็นประธานในการนำพระราชามหากษัตริย์และเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์จากแคว้นพันธมิตรทุก ๆ พระองค์ จุดประทีปโคมเอกพิเศษซึ่งตั้งเรียงรายอยู่เบื้องพระพักตร์ของแต่ละพระองค์ในทันที สำหรับพระราชาผู้ทรงมีศิลปะในหัวใจนั้น ในช่วงประกอบพิธีกรรม ทรงทำพิธีอยู่ข้าง ๆ พระราชาองค์ใหม่ทั้งภาคเช้าและเย็น เมื่อพระราชาองค์ใหม่ พระราชามหากษัตริย์ และเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์จากแคว้นพันธมิตรทุก ๆ พระองค์ ทรงจุดประทีปโคมเอกพิเศษแล้ว มหาชนที่มาร่วมงานก็เริ่มจุดโคมประทีปของตนทันที และเมื่อโคมประทีปแต่ละโคมถูกจุดต่อ ๆ กันไปแล้ว ทั่วทั้งลานธรรมและพื้นที่โดยรอบก็อาบทาไปด้วยแสงสีเหลืองทองอร่ามของโคมประทีป ประหนึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกให้รู้ว่า บัดนี้แสงแห่งธรรมกำลังแผ่ขยายไปสู่ใจของชาวโลกแล้ว หลังจากเสร็จพิธีจุดประทีปบูชาพระบรมสารีริกธาตุและพระมหาเจดีย์ใหญ่แล้ว พระเถระทรงนำมหาชนทั้งหมดปฏิบัติธรรมตลอดทั้งคืน เป็นการปฏิบัติบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในวันนั้นใจทุกดวงของผู้ที่มาร่วมงานล้วนเบิกบาน แช่มชื่น แช่อิ่มอยู่ในอู่แห่งทะเลบุญตลอดวันตลอดคืน ทำให้วันนั้นกลายเป็นวันมหาปีติที่ทุกคนยากจะลืมเลือน หลังจากปฏิบัติธรรมร่วมกับพระเถระจนถึงอรุณรุ่งของวันใหม่แล้ว ทุกคนก็พกพาเอาความปีติอิ่มเอิบกลับไปอย่างสุดจะนับจะประมาณได้ แม้ว่าในวันนี้ทุกคนอยู่ร่วมประกอบพิธีกันตั้งแต่เช้าของวันงานจนถึงเช้าวันรุ่งขึ้นก็ตาม แต่ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ความหิว ความง่วง กลับไม่มีผลอะไรต่อทุกคนเลย เพราะความปลื้มปีติเข้ายึดครองพื้นที่ใจของทุกคนเอาไว้ทุกอณู จนไม่เหลือที่ว่างให้อารมณ์อื่นเข้ามาแทรกได้เลย ก่อนที่พิธีประดิษฐานอัฐิธาตุของพระมหาเถระผู้ใหญ่จะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า พระเถระมีพระราชดำรัสสั่งให้พระราชาองค์ใหม่ทรงประกาศแจ้งข่าวให้ประชาชนช่วยกันมารับบุญจัดเตรียมสถานที่ภายในวัดใหม่ให้สะอาด หลังจากผ่านการจัดพิธีใหญ่มาแล้วถึง ๒ ครั้ง เพื่อรองรับมหาชนจากทั่วทุกสารทิศที่จะเดินทางมาร่วมงาน เมื่อถึงวันงานพิธีประดิษฐานอัฐิธาตุของพระมหาเถระผู้ใหญ่ พระราชามหากษัตริย์จากแคว้นพันธมิตรเสด็จมาร่วมพิธีพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ และยังมีเหล่าข้าราชบริพารรวมทั้งมหาชนจากทั่วทุกสารทิศทั้งในแคว้นและนอกแคว้นพากันเดินทางมาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ทุกพื้นที่ภายในวัดใหม่ โดยเฉพาะลานด้านหน้ามหาวิหารพระมหาเถระผู้ใหญ่เนืองแน่นไปด้วยมหาชน เพราะทุกคนล้วนอยากเป็นส่วนหนึ่งในพิธีประดิษฐานอัฐิธาตุของพระมหาเถระผู้ใหญ่ ซึ่งถือเป็นพิธีสุดท้ายในช่วงของการเฉลิมฉลองวัดใหม่ เมื่อถึงเวลาประกอบพิธี มีการอัญเชิญอัฐิธาตุของพระมหาเถระผู้ใหญ่ซึ่งบรรจุอยู่ในพระเจดีย์ทองคำลงมาจากปะรำพิธี เพื่อนำไปขึ้นราชรถเทียมม้าคันเดียวกับที่อัญเชิญอัฐิธาตุจากวัดป่ามายังวัดใหม่ เมื่อพระเจดีย์ทองคำขึ้นไปประดิษฐานอยู่บนราชรถเทียมม้าแล้ว คณะพระภิกษุแปรแถวเข้าร่วมขบวนอัญเชิญฯ โดยมีพระเถระทรงเป็นประธานอยู่ตรงกลางด้านหน้าสุด ถัดมาเป็นแถวของพระมหาเถระผู้มีพรรษากาลมาก ส่วนแถวของคณะสงฆ์ส่วนใหญ่ตั้งขนาบข้างและด้านหลังของราชรถเทียมม้า ในขบวนอัญเชิญฯ นอกจากมีคณะพระภิกษุแล้ว ยังมีคณะของพระราชามหากษัตริย์จากแคว้นพันธมิตร พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ร่วมขบวน โดยประทับอยู่ถัดจากแถวคณะพระภิกษุ เมื่อขบวนอัญเชิญอัฐิธาตุของพระมหาเถระผู้ใหญ่ตั้งขบวนเรียบร้อยแล้ว พระเถระทรงนำขบวนเวียนประทักษิณรอบพระมหาเจดีย์ใหญ่ ๓ รอบ จากนั้น พระเถระทรงนำขบวนอัญเชิญฯ เข้าสู่เขตมหาวิหารพระมหาเถระผู้ใหญ่ทันที ขณะที่ขบวนอัญเชิญฯ กำลังเคลื่อนไปนั้น มหาชนที่นั่งอยู่รายรอบพื้นที่ประกอบพิธีต่างส่งใจตรึกระลึกนึกถึงคุณของพระมหาเถระผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นบุคคลที่ยากจะหาผู้ใดเสมอเหมือน เมื่อขบวนอัญเชิญฯ เคลื่อนไปถึงลานหน้ามหาวิหารพระมหาเถระผู้ใหญ่ พระเถระทรงนำขบวนเวียนประทักษิณรอบมหาวิหารฯ ๓ รอบ แล้วเคลื่อนตัวมาหยุดอยู่บริเวณหน้ามหาวิหารฯ ซึ่งเป็นที่ตั้งของปะรำพิธีในครั้งนี้ จากนั้นจึงอัญเชิญพระเจดีย์ทองคำลงมาจากราชรถ เพื่อนำไปประดิษฐาน ณ แท่นปะรำพิธีชั่วคราว ส่วนผู้ร่วมขบวนแปรแถวเข้าไปรอประกอบพิธีอยู่ในมหาวิหารฯ ในช่วงนี้พระเถระทรงนำทุกคนปฏิบัติธรรมเพื่อกลั่นใจให้ใส โดยให้ทุกคนตรึกระลึกนึกถึงพระมหาเถระผู้ใหญ่เอาไว้ที่ศูนย์กลางกาย สำหรับวิธีอัญเชิญอัฐิธาตุพระมหาเถระผู้ใหญ่ไปประดิษฐานในมหาวิหารฯ นั้น ใช้วิธีคล้าย ๆ กับการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นสู่พระมหาเจดีย์ใหญ่ คือ ใช้วิธีชักรอกจากด้านล่างขึ้นไปประดิษฐานยังด้านบนของมหาวิหารฯ โดยผู้ที่จะมาชักรอกเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเดียวกับผู้ทำพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ เมื่อพิธีเริ่มขึ้น ตัวแทนทั้งหมดอัญเชิญพระเจดีย์ทองคำลงจากแท่นปะรำพิธี เพื่อมาวางบนสายพานรางเลื่อน จากนั้นค่อย ๆ เลื่อนพระเจดีย์ทองคำเข้าสู่มหาวิหารพระมหาเถระผู้ใหญ่อย่างช้า ๆ ขณะนั้นสายตาทุกคู่ของมหาชนต่างมองไปที่พระเจดีย์ทองคำที่กำลังเคลื่อนไปตามสายพานรางเลื่อนด้วยความปลื้มปีติอย่างสุดจะนับจะประมาณได้ เมื่อพระเจดีย์ทองคำเคลื่อนไปจนถึงช่วงรอยต่อระหว่างชั้นบนและชั้นล่างของมหาวิหารฯ แล้ว ตัวแทนก็ช่วยกันชักรอกดึงพระเจดีย์ทองคำขึ้นไปยังชั้นบนของมหาวิหารฯ อย่างช้า ๆ ในระหว่างนั้น พระราชาองค์ใหม่รวมถึงบรรดาพระราชามหากษัตริย์จากแคว้นพันธมิตรทุก ๆ พระองค์ ซึ่งกำลังประทับอยู่ในมหาวิหารฯ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงเกิดความรู้สึกปลื้มปีติอย่างยิ่ง เพราะทุกพระองค์ทรงมีโอกาสทอดพระเนตรการอัญเชิญพระเจดีย์ทองคำอย่างใกล้ชิดโดยตลอด เมื่อพระเจดีย์ทองคำเคลื่อนไปถึงชั้นบนของมหาวิหารฯ แล้ว คณะตัวแทนอัญเชิญก็ชักรอกพระเจดีย์ทองคำให้เคลื่อนไปตั้งอยู่บนรัตนบัลลังก์กลางมหาวิหารฯ อย่างช้า ๆ ทันทีที่พระเจดีย์ทองคำประดิษฐานบนรัตนบัลลังก์ซึ่งเป็นแท่นประดิษฐานหลักกลางมหาวิหารฯ แล้วเสียงสาธุการของทุกคนก็ดังกึกก้องไปทั่วอาณาบริเวณนั้นทันที เพราะพิธีในครั้งนี้เสมือนเป็นสัญญาณให้มนุษย์และเทวารับรู้ว่า วัดใหม่แห่งนี้สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว และนับแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป จะเริ่มต้นเผยแผ่พระพุทธศาสนาวิชชาธรรมกาย ออกไปทั่วโลกอย่างจริงจัง จากนั้น พระเถระทรงกล่าวคำอนุโมทนากับพระราชาองค์ใหม่ พระราชาผู้ทรงมีศิลปะในหัวใจ และพระราชามหากษัตริย์จากแคว้นพันธมิตรทุก ๆ พระองค์ ที่ทรงสละเวลาอันมีค่าเสด็จมาร่วมพิธี และทุ่มเทชีวิตจิตใจช่วยกันสร้างวัด จนทำให้มีวันนี้ คือ วันที่ทุกอย่างสำเร็จสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังทรงอนุโมทนากับเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์และทุกคนที่มาร่วมงานด้วย เมื่อทุกท่านได้ยินพระเถระทรงกล่าวคำอนุโมทนา ความปลื้มปีติอย่างไม่มีประมาณก็พลันบังเกิดขึ้นโดยทั่วกัน หลังจากงานฉลองวัดใหม่เสร็จสิ้นลงแล้ว ภาพพิธีกรรมต่าง ๆ ในครั้งนั้น คือ • พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและอัฐิธาตุของพระมหาเถระผู้ใหญ่จากวัดป่ามายังวัดใหม่ • พิธีถวายวัดใหม่และอาคารหลักภายในวัด • พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานภายในพระมหาเจดีย์ใหญ่ • พิธีอัญเชิญอัฐิธาตุของพระมหาเถระผู้ใหญ่ประดิษฐานภายในมหาวิหารพระมหาเถระผู้ใหญ่ ต่างเป็นภาพที่จารึกอยู่ในดวงใจทุกดวงที่มีโอกาสมาร่วมงาน และกลายเป็นเรื่องเล่าขานของมหาชนจากรุ่นสู่รุ่น แม้กาลเวลาผ่านไปนานเพียงใด ภาพประวัติศาสตร์เหล่านั้นยังประทับอยู่ในความทรงจำของทุก ๆ คน ที่เดินทางมาร่วมพิธีในครั้งนั้นแบบไม่รู้ลืม นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา วัดใหม่แห่งนี้ก็กลายเป็นศูนย์กลางในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกายตลอดมา --------------------------------- พระพุทธศาสนาเผยแผ่ไปในวงกว้าง นับแต่นั้นมา ในแต่ละวันมีสาธุชนทั้งจากในแคว้นและนอกแคว้นชักชวนหมู่ญาติและเพื่อนฝูงให้เดินทางมาสั่งสมบุญและประพฤติปฏิบัติธรรมที่วัดใหม่กันอย่างตลอดต่อเนื่องและเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงแรก ๆ สาธุชนใหม่ที่ไม่คุ้นต่อกฎระเบียบของวัดใหม่ก็อาจมีข้อสงสัยต่าง ๆ นานาว่า ทำไมวัดใหม่ถึงมีกฎระเบียบมากกว่าวัดอื่น เช่น ทำไมห้ามพูดคุยกันเวลาฟังเทศน์ฟังธรรม ทำไมต้องนั่งเป็นแถวเป็นแนว จะนั่งแบบตามใจฉันไม่ได้หรือ ทำไมทำอย่างนี้ไม่ได้ ทำอย่างนั้นก็ไม่ได้ แต่พอสาธุชนใหม่ทราบที่มาของกฎระเบียบของวัดใหม่ รวมถึงได้ปฏิบัติธรรมกับพระเถระและได้ฟังธรรมจากท่านมหาเสนาบดี ข้อสงสัยต่าง ๆ ที่ค้างคาอยู่ในใจก็มลายหายสูญไปในที่สุด นอกจากนี้ พวกเขายังเข้าใจธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เข้าใจข้อวัตรปฏิบัติของทางวัด และเห็นคุณประโยชน์อันยิ่งใหญ่ที่จะเกิดแก่ตนเองเมื่อนำธรรมะและข้อวัตรปฏิบัติของทางวัดไปปฏิบัติอีกด้วย ที่สำคัญที่สุด เมื่อสาธุชนใหม่เห็นการปฏิสันถาร รอยยิ้ม รวมถึงกิริยามารยาทที่ดีงามของสาธุชนที่ทำหน้าที่เป็นผู้นำบุญแล้ว พวกเขาก็ยิ่งเกิดความเลื่อมใสศรัทธาและประทับใจในหมู่คณะมากขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้บรรยากาศการสั่งสมบุญภายในวัดยังคงเรียบร้อย เป็นระบบระเบียบ สะอาด สงบ ร่มเย็น และเกื้อกูลต่อการสั่งสมบุญสร้างบารมี แม้มีสาธุชนใหม่เดินทางมาสั่งสมบุญกันอย่างต่อเนื่องและมีจำนวนเพิ่มขึ้นเพียงใดก็ตาม เมื่อสาธุชนทั้งหลายมีโอกาสสั่งสมบุญที่วัดใหม่มากขึ้น พวกเขาก็คุ้นเคยกับความเป็นระเบียบ ทำให้ใจของพวกเขานุ่มนวลควรแก่การงาน เวลาที่ประพฤติปฏิบัติธรรมกับพระเถระก็สามารถน้อมใจไปตามเสียงนำนั่งสมาธิของพระเถระได้อย่างง่ายดาย ทำให้สาธุชนเหล่านั้นมีความสุขกับการปฏิบัติธรรม มีหน้าตาที่ผ่องใส สดชื่น มีผลการปฏิบัติธรรมที่ดีและก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้น กิตติศัพท์อันดีงามที่เกิดจากการประพฤติปฏิบัติธรรมของผู้ที่มาสั่งสมบุญที่วัดใหม่ ขจรขจายออกไปสู่ชุมชนและหัวเมืองต่าง ๆ ภายในแคว้นของพระราชาองค์ที่ออกบวชอย่างรวดเร็ว จนมีผู้สนใจอยากจะมาสั่งสมบุญที่วัดใหม่กันเป็นจำนวนมาก ทำให้กระแสการประพฤติปฏิบัติธรรมแพร่สะพัดไปทั่วทั้งแคว้น หลังจากชาวเมืองมีโอกาสมาสั่งสมบุญที่วัดใหม่แล้ว แต่ละคนต่างเกิดความรู้สึกประทับใจในศีลาจารวัตรอันงดงามของพระภิกษุสงฆ์เป็นอย่างมาก ทำให้ชาวเมืองเหล่านั้นปรารถนาที่จะให้ลูกหลานของตนมาบวชเป็นพระภิกษุอยู่ที่วัดใหม่บ้าง ดังนั้นพวกเขาจึงกลับไปเชิญชวนลูกหลานและคนรู้จักให้มาบวชกันเป็นจำนวนมาก แต่ในยุคสมัยนั้น การมาบวชอยู่ที่วัดใหม่ของพระเถระไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องผ่านการฝึกฝนอบรมตนเองจนกระทั่งพระเถระทรงให้การรับรอง และท่านมหาเสนาบดีรวมถึงพระเถระผู้ใหญ่ที่อยู่ในวัดใหม่แห่งนั้นก็ต้องให้การรับรองด้วย จึงจะสามารถบวชและอยู่ที่วัดใหม่ได้ --------------------------------- ภาพรวมของการบวชในยุคนั้น ในช่วงแรก ๆ หลังจากวัดใหม่สร้างเสร็จแล้ว ท่านมหาเสนาบดีอาสาทำหน้าที่ดูแลเรื่องงานอบรมสาธุชนที่มาขอบวชด้วยตนเอง เพราะท่านต้องการให้พระเถระปลอดกังวลและมีเวลาในการจัดตั้งทีมทำวิชชาอย่างเต็มที่ ในช่วงเวลานั้น มีสาธุชนมาขอบวชเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมาจากหลากหลายตระกูล หลากหลายชนชั้น มีตั้งแต่เชื้อพระวงศ์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ นายทหาร คฤหบดี พ่อค้า และชาวบ้านทั่ว ๆ ไป แต่ไม่ว่ามาจากตระกูลหรือชนชั้นใดก็ตาม เมื่อตัดสินใจเข้ามาเตรียมบวชอยู่กับท่านมหาเสนาบดีแล้ว ยศ ตำแหน่ง หรือฐานะทางสังคมของแต่ละคนก็กลายเป็นสิ่งที่ไม่สำคัญอีกต่อไป เพราะทุกคนจะได้รับการอบรมอย่างเท่าเทียมกันทั้งหมด โดยยึดถือพระธรรมวินัยและกฎระเบียบของวัดใหม่เป็นหลัก ในช่วงแรกของการอบรม มีปัญหาเกิดขึ้นหลายอย่าง เช่น มีสาธุชนบางคนที่มาจากตระกูลสูงยังติดความสะดวกสบาย จึงอยากได้โน่นได้นี่มาอำนวยความสะดวก บางคนชอบทำตัวเป็นหัวโจก บางคนไฟแรงเพียงแค่ช่วงต้น แต่ต่อมาเริ่มย่อหย่อนและไม่ค่อยอยากฝึกฝนอบรมตนเอง เมื่อท่านมหาเสนาบดีเห็นปัญหาหลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้นแล้ว ท่านก็ไม่หวั่นไหวหรือย่อท้อ ตรงกันข้ามกลับมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำให้สาธุชนที่มีปัญหาเหล่านั้นเกิดแรงบันดาลใจที่จะฝึกฝนอบรมตนเองให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป ท่านมหาเสนาบดีเริ่มต้นจากการทำตัวเป็นแบบอย่างอย่างเสมอต้นเสมอปลาย และให้คำแนะนำสั่งสอนแบบมีเหตุมีผล พร้อมกับคอยตอบข้อสงสัยที่ค้างคาใจของพวกเขาอย่างชัดเจนทุกประเด็น เมื่อท่านมหาเสนาบดีดำเนินการอบรมด้วยวิธีแนะให้ทำ นำให้ดู อยู่ให้เห็น เป็นกำลังใจ สาธุชนที่มีปัญหาเหล่านั้นก็เกิดความศรัทธาในตัวท่าน และอยากฝึกฝนอบรมตนเองให้ได้อย่างท่าน พูดง่าย ๆ ว่า ท่านมหาเสนาบดีกลายเป็นหนึ่งในบุคคลต้นแบบในดวงใจของพวกเขาไปแล้ว เมื่อสาธุชนชุดเตรียมบวชมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการฝึกฝนอบรมตนเองเช่นนั้น บรรยากาศของการอบรมจึงมีแต่ความเป็นระเบียบเรียบร้อยและเอื้อต่อการประพฤติปฏิบัติธรรมเป็นอย่างยิ่ง เมื่อบรรยากาศของการอบรมแปรเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น ก็ทำให้สาธุชนชุดเตรียมบวชเหล่านั้นมีผลการปฏิบัติธรรมที่ดีขึ้นตามไปด้วย และยิ่งสาธุชนเหล่านั้นมีโอกาสนั่งสมาธิกับพระเถระ พวกเขาก็ยิ่งมีผลการปฏิบัติธรรมที่ก้าวหน้ากว่าเดิมมาก บางคนสามารถหยุดใจจนเข้าถึงพระธรรมกายภายในได้เลยทีเดียว ส่วนกิจกรรมอื่น ๆ ในแต่ละวันของการอบรมก่อนบวชนั้น สาธุชนชุดเตรียมบวชจะต้องไปช่วยกันรับบุญทำความสะอาดเสนาสนะตามจุดต่าง ๆ ภายในวัด และในช่วงเวลานี้พวกเขาก็จะมีโอกาสพบปะและสนทนาธรรมกับพระเถระผู้ใหญ่ในวัดหลายรูป เพราะพวกท่านรับบุญทำความสะอาดตามจุดต่าง ๆ ภายในวัดอยู่เป็นประจำ ทำให้สาธุชนเหล่านี้มีโอกาสทำความรู้จักคุ้นเคยกับพระเถระผู้ใหญ่ และได้รับการถ่ายทอดธรรมะจากพวกท่านอยู่เสมอ ๆ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม หากสาธุชนชุดเตรียมบวชคนใดมีคุณสมบัติที่เพียบพร้อม คือ ผ่านการฝึกอบรมจนได้รับการรับรองจากพระเถระ ท่านมหาเสนาบดี รวมถึงพระเถระผู้ใหญ่แล้ว ก็จะได้รับอนุญาตให้บวชในที่สุด เมื่อได้รับอนุญาตให้บวชแล้ว สาธุชนคนนั้นก็จะมีความรู้สึกปลื้มปีติ ภาคภูมิใจ และรู้สึกเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลอย่างสูงสุด ที่จะได้ออกบวชสร้างบารมีอยู่ในเพศสมณะกับพระเถระ --------------------------------- ตรวจดูธาตุธรรม เมื่อสาธุชนชุดเตรียมบวชเหล่านั้นออกบวชเป็นพระภิกษุแล้ว พระเถระก็ทรงเมตตาตรวจดูธาตุธรรมหรืออัธยาศัยในการสร้างบารมีที่ติดตัวมาข้ามภพข้ามชาติ ว่าใครมีธาตุธรรมอะไร ซึ่งธาตุธรรมของนักสร้างบารมี แบ่งออกเป็น ๔ ฝ่าย หลัก ๆ ด้วยกันดังนี้ คือ ธาตุธรรมประเภทที่ ๑ ธาตุธรรมทำวิชชา นักสร้างบารมีที่มีธาตุธรรมประเภทนี้ มีหน้าที่ทำงานทางใจเป็นหลัก คือ นั่งสมาธิและมุ่งทำความละเอียดเข้าไปสู่ภายในเพื่อให้เข้าถึงพระธรรมกาย และศึกษาวิชชาธรรมกาย โดยสาวไปถึงเรื่องราวของกิเลสอาสวะและแหล่งผลิตกิเลสอาสวะ ที่พญามารใช้บังคับบัญชาและทำให้มนุษย์ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในสังสารวัฏอันยาวไกลที่หาเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุดไม่ได้ พร้อมกับทำวิชชาปราบมาร เพื่อปิดโรงงานผลิตกิเลสและมุ่งสู่ที่สุดแห่งธรรม ธาตุธรรมประเภทที่ ๒ ธาตุธรรมเผยแผ่ นักสร้างบารมีที่มีธาตุธรรมประเภทนี้ มีหน้าที่ประกาศธรรมหรือเผยแผ่ธรรมะแก่มหาชนเป็นหลัก เพื่อให้พวกเขาเข้าใจและรู้เรื่องราวความเป็นจริงของชีวิตที่ว่า คนเราเกิดมาทำไม อะไรคือเป้าหมายของชีวิต เราจะไปสู่เป้าหมายของชีวิตได้อย่างไร รวมทั้งให้เข้าใจเรื่องบุญบาป และกฎแห่งกรรม เป็นต้น ธาตุธรรมประเภทที่ ๓ ธาตุธรรมปฏิสังขรณ์ นักสร้างบารมีที่มีธาตุธรรมประเภทนี้ มีหน้าที่ก่อสร้างศาสนสถานที่สำคัญ ๆ สำหรับใช้ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย และเพื่อรองรับการประพฤติปฏิบัติธรรมของพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และมหาชนผู้มีบุญทั้งหลาย นักสร้างบารมีที่มีธาตุธรรมประเภทนี้ นอกจากมีหน้าที่ก่อสร้างแล้ว ยังต้องรับหน้าที่ดูแลรักษาหรือปฏิสังขรณ์วัดวาอารามให้แลดูสวยสดงดงามและเหมาะสมต่อการประพฤติปฏิบัติธรรมอยู่เสมออีกด้วย ธาตุธรรมประเภทที่ ๔ ธาตุธรรมกองเสบียง นักสร้างบารมีที่มีธาตุธรรมประเภทนี้ มีหน้าที่สนับสนุนปัจจัย ๔ ซึ่งถือเป็นเสบียงของนักรบกองทัพธรรม เช่น ข้าวปลาอาหาร เครื่องใช้ไม้สอย รวมไปถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ สำหรับใช้ในการสร้างบารมี ให้แก่ธาตุธรรมทั้ง ๓ ฝ่ายข้างต้น เพื่อที่นักสร้างบารมีทุกคนจะได้สร้างบารมีอย่างสะดวกสบายไร้กังวล เมื่อพระเถระทรงตรวจตราและทราบว่าพระภิกษุผู้บวชใหม่มีธาตุธรรมอะไรแล้ว ท่านจะทรงมอบหมายให้พระภิกษุรูปนั้นไปทำหน้าที่ตามผังหรือตามธาตุธรรมของตัวเอง ตัวอย่างเช่น หากพระภิกษุผู้บวชใหม่มีธาตุธรรมทำวิชชา พระเถระจะทรงเมตตาให้พระภิกษุรูปนั้นนั่งสมาธิทำความละเอียดให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป และเมื่อพระภิกษุรูปนั้นบรรลุธรรม เข้าถึงพระธรรมกายภายใน และสามารถศึกษาค้นคว้าวิชชาธรรมกายได้ พระเถระก็จะทรงส่งพระภิกษุรูปนั้นเข้าโรงงานทำวิชชาเป็นลำดับต่อไป แต่ถ้าหากพระภิกษุผู้บวชใหม่มีธาตุธรรมเผยแผ่ พระเถระจะทรงเมตตาส่งตัวไปฝึกเรื่องการเทศน์สอนกับท่านมหาเสนาบดี เพื่ออบรมและพัฒนาต่อยอดให้เป็นพระธรรมกถึกหรือพระอาจารย์ที่มีหน้าที่เทศน์สอนสาธุชน ซึ่งท่านมหาเสนาบดีก็จะรับพระภิกษุที่มีธาตุธรรมเผยแผ่ทั้งหมดมาสอนหลักการ อุดมการณ์ และวิธีการในการเป็นพระอาจารย์เทศน์สอนสาธุชนอย่างใกล้ชิด โดยให้พระภิกษุรูปนั้นศึกษาและค้นคว้าข้อมูลการเทศน์จากตำรับตำราและคัมภีร์ต่าง ๆ ในพระพุทธศาสนา ควบคู่ไปกับการฝึกสมาธิ จากนั้นท่านก็ให้พระภิกษุรูปนั้นนำธรรมะที่ศึกษาค้นคว้ามาเทศน์ให้ท่านฟัง เพื่อที่ท่านจะซักถามรายละเอียดและให้คำแนะนำเพิ่มเติม จะได้พัฒนาและต่อยอดความรู้ของพระภิกษุรูปนั้นต่อไป นอกจากอบรมดูแลและชี้แนะแนวทางการเทศน์สอนแก่พระภิกษุที่มีธาตุธรรมเผยแผ่แล้ว ท่านมหาเสนาบดียังฝึกให้พระภิกษุเหล่านั้นมีศีลาจารวัตรที่งดงามเหมาะแก่การเป็นพระอาจารย์อีกด้วย คือ ไม่ว่าจะเป็นการลุก การนั่ง การยืน การเดิน หรือการขบฉันภัตตาหาร จะต้องมีท่าทีที่สง่างามแบบไม่มีที่ติเลยทีเดียว นอกจากนี้ ท่านมหาเสนาบดียังเอาใจใส่ดูแลให้พระภิกษุผู้มีธาตุธรรมเผยแผ่หมั่นประพฤติปฏิบัติธรรมควบคู่ไปกับการค้นคว้าตำรับตำราอีกด้วย เพราะท่านเล็งเห็นว่า พระภิกษุทุกรูปที่จะออกไปทำหน้าที่เทศน์สอนสาธุชนจะต้องเพียบพร้อมไปด้วยปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ คือ จะต้องมีธรรมปฏิบัติที่ดี และจะต้องเข้าถึงพระธรรมกายภายในให้ได้ จะได้นำประสบการณ์ธรรมะภายในที่ตนเข้าถึงไปถ่ายทอดและแนะนำแก่มหาชนผู้มีบุญได้อย่างเต็มที่ ที่สำคัญที่สุด เมื่อพระภิกษุเหล่านั้นมีธรรมะภายในเป็นที่พึ่งหรือเข้าถึงพระธรรมกายแล้ว ความสุขอันเกิดจากธรรมะภายในนี้จะได้เป็นที่พึ่งในยามที่เผชิญหน้ากับปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ นานา ด้วยความทุ่มเทในการอบรมพระภิกษุของท่านมหาเสนาบดี ทำให้สาธุชนที่เดินทางมาทำบุญที่วัดได้เห็นพระภิกษุที่มีศีลาจารวัตรอันงดงาม และเกิดความเลื่อมใสคณะพระภิกษุเป็นอย่างมาก จนปรารถนาที่จะเดินทางมาสั่งสมบุญที่วัดใหม่อยู่เป็นประจำ นอกจากนี้ เมื่อสาธุชนเหล่านั้นเดินทางกลับไปถึงเมืองของตนแล้ว ต่างก็นำเรื่องราวความประทับใจที่ได้จากการเดินทางมาสั่งสมบุญที่วัดใหม่ของพระเถระไปเล่าให้คนรู้จักฟัง ทำให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกอยากเดินทางมาแสวงบุญที่วัดใหม่บ้าง กิตติศัพท์อันดีงามของวัดใหม่ขจรขจายออกไปทั่วทั้งแคว้น จนกระทั่งไปถึงแคว้นต่าง ๆ ที่อยู่รอบ ๆ แคว้นของพระราชาองค์ที่ออกบวช เมื่อประชาชนที่อยู่ภายในแคว้นของพระราชาองค์ที่ออกบวช รวมถึงแคว้นต่าง ๆ ที่อยู่โดยรอบ ได้ยินกิตติศัพท์อันดีงามของวัดใหม่แล้ว ต่างหลั่งไหลมาฟังธรรมและสั่งสมบุญที่วัดใหม่กันมากมาย และล้วนเกิดความรู้สึกประทับใจในศีลาจารวัตรและข้อวัตรปฏิบัติของพระภิกษุสงฆ์ที่อยู่ในวัดใหม่เป็นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้สาธุชนเหล่านั้นจึงพากันมากราบขอความเมตตาจากพระเถระ ให้ทรงส่งพระภิกษุไปประจำอยู่ที่เมืองของตนบ้าง เพราะพวกเขาอยากมีโอกาสสั่งสมบุญกับพระภิกษุที่มีศีลาจารวัตรอันงดงามเช่นนี้เป็นประจำ เมื่อพระเถระทรงทราบความปรารถนาของสาธุชนเหล่านั้นแล้ว ก็ทรงเมตตามอบหมายให้ท่านมหาเสนาบดีเป็นผู้ดูแลเรื่องการส่งพระภิกษุไปเผยแผ่ตามเขตหัวเมืองต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกแคว้น --------------------------------- การเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปยังหัวเมืองต่าง ๆ หลังจากท่านมหาเสนาบดีรับหน้าที่ดังกล่าวมาแล้ว ท่านก็ทุ่มเททำหน้าที่นี้อย่างเต็มที่เต็มกำลัง และก่อนที่ท่านจะส่งพระภิกษุไปเผยแผ่ตามหัวเมืองต่าง ๆ ท่านจะพิจารณาถึงองค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง หรือดูสภาพโดยรวมของหัวเมืองนั้น ๆ ก่อนว่า ประชาชนในหัวเมืองนั้นมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนามากน้อยขนาดไหน มีความเข้มแข็งและสมัครสมานสามัคคีกันดีหรือไม่ หัวเมืองนั้นมีวัดอยู่แล้วหรือเปล่า เป็นต้น หลังจากที่ท่านมหาเสนาบดีพิจารณาไตร่ตรองดูองค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง จนละเอียดถี่ถ้วนดีแล้ว ท่านก็จะคัดเลือกพระภิกษุที่มีหน่วยก้านดี มีความรู้ ความสามารถ และมีความเหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ มาฝึกอบรมเพิ่มเติมเป็นพิเศษ ก่อนที่จะส่งไปเป็นพระอาจารย์ประจำอยู่ที่หัวเมืองนั้น ๆ ในช่วงที่ท่านมหาเสนาบดีกำลังฝึกอบรมพระภิกษุอยู่ที่วัดใหม่นั้น สาธุชนที่อยู่ในหัวเมืองต่าง ๆ ก็ร่วมแรงร่วมใจกันก่อสร้างวัดขึ้นมาในพื้นที่ของตน เพื่อเตรียมรองรับพระภิกษุที่ผ่านการฝึกอบรมจากท่านมหาเสนาบดี ในระหว่างที่สาธุชนกำลังร่วมใจกันก่อสร้างวัดอยู่นั้น พระภิกษุที่ได้รับการคัดเลือกให้ไปเป็นพระอาจารย์ในพื้นที่นั้น ก็จะหมั่นเดินทางไปเยี่ยมเยียนพร้อมกับให้กำลังใจสาธุชนเหล่านั้นอยู่เสมอ ๆ จนกระทั่งเมื่อสร้างวัดเสร็จสมบูรณ์ ท่านมหาเสนาบดีก็เมตตาเดินทางไปเป็นประธานในการเปิดวัด และอยู่ประจำที่วัดนั้นระยะหนึ่งเพื่ออบรมและเทศน์สอนธรรมะแก่สาธุชน เมื่อสาธุชนในพื้นที่นั้นมีความเข้มแข็งและมีศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างเต็มเปี่ยมแล้ว ท่านมหาเสนาบดีก็มอบหมายให้พระภิกษุที่ท่านคัดเลือกและอบรมมาเป็นอย่างดีแล้วเป็นผู้ดูแลวัดและสาธุชนผู้มีบุญเหล่านั้นต่อไป หลังจากที่พระภิกษุรูปดังกล่าวประจำอยู่ที่วัดนั้นไปได้สักระยะหนึ่ง ท่านมหาเสนาบดีก็จะนิมนต์พระภิกษุรูปนั้นให้กลับมาที่วัดใหม่ พร้อมกับส่งพระภิกษุรูปอื่นไปเป็นพระอาจารย์ที่วัดนั้นแทน คือ จัดวางระบบให้มีการหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนพระอาจารย์อยู่เป็นประจำ สาเหตุที่ท่านมหาเสนาบดีจัดวางระบบให้มีการหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนพระอาจารย์ โดยไม่มีนโยบายให้ไปอยู่ประจำแบบถาวรเลยนั้น เพราะท่านอยากให้พระภิกษุแต่ละรูปมีโอกาสกลับมาปฏิบัติธรรมและทบทวนข้อวัตรปฏิบัติของความเป็นพระที่วัดใหม่อยู่เสมอ ๆ อีกทั้งจะได้กลับมาศึกษาธรรมะเพิ่มเติมจากพระเถระอีกด้วย หลังจากท่านมหาเสนาบดีส่งพระภิกษุไปเป็นพระอาจารย์อยู่ตามหัวเมืองต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกแคว้นแล้ว ท่านก็เดินทางไปตรวจเยี่ยมพร้อมกับให้กำลังใจพระภิกษุเหล่านั้นอยู่เสมอ ๆ นอกจากให้ความทุ่มเททำหน้าที่ฝึกอบรมพระภิกษุและดูแลงานเผยแผ่ตามหัวเมืองต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกแคว้นมาอย่างตลอดต่อเนื่อง โดยไม่เห็นแก่เหน็ดแก่เหนื่อยหรือความยากลำบาก ท่านมหาเสนาบดียังทำหน้าที่เป็นเสมือนด่านหน้าของพระเถระ คอยต้อนรับแขกผู้หลักผู้ใหญ่ที่เดินทางมาจากทั้งภายในและภายนอกแคว้นอีกด้วย ถึงแม้ว่าท่านมหาเสนาบดีมีภารกิจการงานพระศาสนามากมายขนาดไหนก็ตาม แต่ท่านก็แบ่งเวลามาทำกิจวัตรกิจกรรมและประพฤติปฏิบัติธรรมโดยไม่ขาดเลยแม้แต่วันเดียว ทำให้ท่านสามารถรักษาธรรมะภายในและความละเอียดทางใจไว้ได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ ในยามที่ว่างเว้นจากภารกิจหน้าที่การงานของหมู่คณะ ท่านมหาเสนาบดีก็ใช้เวลาที่มีค่าศึกษาธรรมะเพิ่มเติมจากพระคัมภีร์โบราณในพระพุทธศาสนาอยู่เสมอ และนำความรู้จากทั้งภาคปริยัติและภาคปฏิบัติมาตกผลึกเป็นบทฝึกและเป็นแนวทางในการฝึกฝนอบรมตนเอง อีกทั้งยังนำบทฝึกและแนวทางดังกล่าวมาแนะนำแก่เหล่าพระภิกษุสามเณรผู้บวชใหม่ รวมถึงอุบาสก อุบาสิกา ที่มาสั่งสมบุญที่วัดใหม่ในยุคนั้นอีกด้วย ถ้าหากท่านมีความสงสัยใคร่รู้หรืออยากศึกษาหัวข้อธรรมหมวดใดเพิ่มเติม ด้วยอัธยาศัยที่เป็นคนทำอะไรทำจริงไม่ปล่อยผ่าน ท่านจึงมักนำคำถามที่เตรียมไว้ไปกราบบังคมทูลถามพระเถระ เพื่อไขความกระจ่างในธรรมะอยู่เสมอ ซึ่งพระเถระก็ทรงเมตตาไขข้อข้องใจทั้งภาคปริยัติและปฏิบัติด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย แต่มีความหมายที่ลึกซึ้ง เมื่อเป็นเช่นนี้ ท่านมหาเสนาบดีจึงสามารถนำธรรมะที่ท่านตั้งใจประพฤติปฏิบัติและศึกษามาอย่างดีแล้วมาตกผลึกเป็นบทฝึกหรือเป็นหลักสูตรในการฝึกฝนอบรมตนเองอย่างมีมาตรฐาน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการสร้างคนดีต่อไป หลักสูตรการฝึกฝนอบรมตนเองที่มีมาตรฐานนี้ ท่านไม่ได้คิดและทำเพียงลำพัง แต่ท่านมีทีมงานพระภิกษุรุ่นใหม่ ๆ ที่ท่านฝึกขึ้นมา ซึ่งเป็นพระภิกษุผู้มีเป้าหมายและอุดมการณ์ในการเผยแผ่วิชชาธรรมกายไปทั่วทุกแคว้น มาช่วยดูแล บริหารจัดการ และพัฒนาหลักสูตรดังกล่าวควบคู่ไปกับท่าน ในเวลาต่อมา เมื่อพระภิกษุรุ่นใหม่ ๆ ที่ท่านมหาเสนาบดีฝึกขึ้นมากลายเป็นพระอาจารย์ที่มีความแตกฉานในธรรมะทั้งภาคปริยัติ ปฏิบัติ และปฏิเวธแล้ว ท่านมหาเสนาบดีก็เมตตามอบหมายให้พระภิกษุเหล่านี้หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันขึ้นธรรมาสน์เทศน์สอนธรรมะแก่สาธุชนแทนท่านอยู่เสมอ ๆ โดยเฉพาะในช่วงที่ท่านเดินทางไปตามหัวเมืองต่าง ๆ เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจพระภิกษุที่ประจำอยู่ตามวัดสาขา ซึ่งพระภิกษุเหล่านี้ก็สามารถแบ่งเบาภาระเรื่องการเทศน์สอนธรรมะของท่านมหาเสนาบดีได้เป็นอย่างดี เมื่องานเผยแผ่พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย ในยุคนั้น มีความเป็นระบบระเบียบและมีการทำงานเป็นทีมเช่นนี้ ในที่สุดกิตติศัพท์อันดีงามของบทฝึกต่าง ๆ ที่ท่านมหาเสนาบดีพัฒนาขึ้น ก็แผ่ขยายขจรขจายจนเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับจากคณะสงฆ์ในยุคนั้นเป็นอย่างมาก ดังนั้นไม่ว่าท่านมหาเสนาบดีจะเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจที่ใดก็ตาม จะมีคณะสงฆ์ที่จำพรรษาอยู่ ณ ที่นั้น ๆ มาสอบถามและขอคำปรึกษาในเรื่องธรรมะและบทฝึกในการพัฒนาตนเองจากท่านอยู่เป็นประจำ เรียกได้ว่าท่านมหาเสนาบดีกลายเป็นพระเถระผู้ใหญ่ผู้เป็นต้นบุญต้นแบบผู้ชี้ทางสว่างในการฝึกคนของยุคนั้นเลยทีเดียว ถึงแม้ท่านมหาเสนาบดีมีทีมงานพระภิกษุรุ่นใหม่มาช่วยสานงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกายทั้งที่วัดใหญ่และวัดสาขาต่าง ๆ แล้วก็ตาม แต่ท่านก็ยังตามไปให้ธรรมะและตอกย้ำเป้าหมาย อุดมการณ์ รวมถึงคอยให้กำลังใจทีมงานพระภิกษุเหล่านั้นอยู่เป็นประจำ ทำให้ทีมงานพระภิกษุรุ่นใหม่ ๆ ที่ทำหน้าที่เผยแผ่เหล่านั้นรู้สึกซาบซึ้ง อบอุ่นใจ และปีติทุกครั้งที่ท่านเมตตาไปเยี่ยมเพื่อให้ธรรมะแก่พวกตน นอกจากนี้พระภิกษุรุ่นใหม่ ๆ เหล่านั้น ยังมีโอกาสปรึกษาและเล่าประสบการณ์การเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่พวกตนได้พบเจอให้ท่านฟังอีกด้วย ซึ่งท่านมหาเสนาบดีก็เมตตาให้คำปรึกษา แนะนำ รวมถึงนำพระราโชวาทจากพระเถระไปแจ้งแก่พระภิกษุทุก ๆ รูปอีกด้วย ทำให้การเผยแผ่พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย ในยุคนั้น เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และสามารถแผ่ขยายไปอย่างรวดเร็วกว้างขวาง --------------------------------- การสืบทอดหลักธรรมคำสอน จากเรื่องราวข้างต้น บางท่านอาจรู้สึกสงสัยว่า ในสมัยนั้นคณะสงฆ์มีการสืบทอดหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยวิธีการอย่างไร ทำไมท่านมหาเสนาบดีจึงสามารถศึกษาหลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนาได้อย่างแตกฉาน จนสามารถนำความรู้เหล่านั้นมาวางเป็นหลักสูตรในการฝึกฝนอบรมตนเองได้อย่างมีมาตรฐาน อีกทั้งยังสามารถวางระบบระเบียบแบบแผนในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันได้อีกด้วย สำหรับรูปแบบหรือแนวทางในการสืบทอดหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในพุทธันดรที่ผ่านมา ในช่วงเวลาที่หมู่คณะของเราลงมาเกิดสร้างบารมีนั้น อาศัยการท่องจำและถ่ายทอดสืบต่อกันมาเป็นหลัก โดยพระโบราณาจารย์ในยุคสมัยก่อน ๆ นำธรรมะที่ท่านได้ยินได้ฟังมาจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มารวบรวมและเรียบเรียงต่อ ๆ กันเป็นบทกลอน เพื่อความสะดวกในการท่องจำและการถ่ายทอดให้อนุชนรุ่นหลังสืบทอดต่อ ๆ กันไป จากนั้น ท่านก็พยายามท่องจำธรรมะเหล่านั้นให้คล่องปากขึ้นใจ หรือไม่ก็แบ่งกันท่องจำเป็นส่วน ๆ ตามความถนัดหรือความชอบของแต่ละรูป และเมื่อมีลูกศิษย์มาขอเรียนธรรมะจากท่าน ท่านก็ถ่ายทอดธรรมะที่ทรงจำไว้แก่ลูกศิษย์เหล่านั้น โดยให้ลูกศิษย์ท่องจำจนคล่องปากขึ้นใจเหมือนอย่างท่าน ถ้าหากลูกศิษย์รูปไหนสามารถทรงจำธรรมะได้ทั้งหมดแล้ว และยังอยากศึกษาธรรมะเพิ่มเติม ท่านก็จะส่งลูกศิษย์รูปนั้นไปศึกษาธรรมะจากพระอาจารย์ท่านอื่นต่อไป นอกจากวิธีท่องจำหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสืบทอดต่อ ๆ กันมาแล้ว พระโบราณาจารย์บางท่านยังใช้วิธีจดบันทึกหรือเขียนจารึกหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ในคัมภีร์ แล้วมอบแก่ลูกศิษย์รุ่นหลัง ๆ สืบต่อกันไปอีกด้วย แต่ก่อนที่พระโบราณาจารย์เหล่านั้นจะมอบคัมภีร์ให้ลูกศิษย์ ท่านจะให้ลูกศิษย์ท่องจำธรรมะที่อยู่ในคัมภีร์ให้ได้ทั้งหมดก่อน เมื่อลูกศิษย์รูปไหนสามารถทรงจำธรรมะได้ทั้งหมดแล้วท่านจึงมอบคัมภีร์จารึกธรรมะแก่ลูกศิษย์รูปนั้น ในส่วนของท่านมหาเสนาบดีนั้น ถือได้ว่าเป็นผู้ที่มีความสามารถในการทรงจำหลักธรรมคำสอนของครูบาอาจารย์ได้อย่างดียิ่ง เพราะตั้งแต่วันที่ท่านมาเรียนธรรมะกับพระมหาเถระผู้ใหญ่ ท่านได้ใช้ความพยายามท่องจำธรรมะที่พระมหาเถระผู้ใหญ่เมตตาถ่ายทอดให้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังอาศัยการจดบันทึกเพื่อช่วยจำ และเก็บเอาไว้ทบทวนอยู่เสมอ ๆ อีกด้วย ในที่สุด ด้วยผลแห่งความเพียรพยายาม ท่านมหาเสนาบดีจึงสามารถทรงจำธรรมะที่พระมหาเถระผู้ใหญ่เมตตาถ่ายทอดให้ท่านได้ทั้งหมด แต่ถึงแม้ว่าท่านสามารถทรงจำธรรมะได้ทั้งหมดแล้วก็ตาม ท่านก็ไม่เคยประมาทหรือชะล่าใจ หมั่นทบทวนธรรมะเหล่านั้นอยู่เสมอ ๆ อีกทั้งยังอาศัยการจดบันทึกควบคู่ไปกับการทบทวนธรรมะอย่างตลอดต่อเนื่องอีกด้วย เมื่อท่านมหาเสนาบดีจดบันทึกควบคู่ไปกับการทบทวนธรรมะมากขึ้น ท่านก็มองเห็นความเชื่อมโยงและความสัมพันธ์ของหัวข้อธรรมต่าง ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่อได้สอบถามข้อสงสัยจากพระมหาเถระผู้ใหญ่อยู่เสมอ ๆ ท่านก็ยิ่งเกิดความแจ่มแจ้งในธรรมะมากขึ้น นอกจากนี้ หลังจากท่านมหาเสนาบดีเข้าถึงพระธรรมกายภายในและได้ศึกษาวิชชาธรรมกายกับพระมหาเถระผู้ใหญ่แล้ว ท่านก็ยิ่งเกิดความรู้ความเข้าใจในธรรมะทั้งภาคปริยัติและภาคปฏิบัติอย่างแตกฉาน จนทำให้ท่านสามารถนำธรรมะเหล่านั้นมาเทศน์สอนและถ่ายทอดให้สาธุชนรับฟังได้ชัดเจนทุกประเด็น สำหรับลักษณะการเทศน์สอนธรรมะของท่านมหาเสนาบดีนั้น มีความพิเศษและโดดเด่นกว่าการเทศน์สอนทั่ว ๆ ไป เพราะการเทศน์สอนธรรมะโดยทั่วไปในยุคนั้น มีลักษณะคล้ายกับการสวดหรือการท่องธรรมะที่เป็นบทร้อยกรองให้สาธุชนฟัง โดยไม่มีการอธิบายหรือขยายความเพิ่มเติม แต่การเทศน์สอนของท่านมหาเสนาบดีนั้น หลังจากที่ท่านสวดหรือท่องธรรมะที่เป็นบทร้อยกรองให้สาธุชนฟังแล้ว ท่านจะนำเอาเนื้อหาของบทร้อยกรองนั้น ๆ มาอธิบายขยายความ และยกตัวอย่างให้สาธุชนเกิดความรู้ ความเข้าใจ ในเนื้อหาธรรมะนั้นอย่างแจ่มแจ้ง เรียกได้ว่าการเทศน์สอนธรรมะของท่านมหาเสนาบดีสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้เกิดขึ้นในยุคสมัยนั้นเลยทีเดียว นอกจากสามารถเทศน์สอนธรรมะแบบชัดเจนในทุกประเด็นและทุกรายละเอียดแล้ว ท่านมหาเสนาบดียังสามารถนำธรรมะที่ท่านพากเพียรศึกษามาเขียนเป็นตำรับตำราที่อ่านเข้าใจง่าย และมีคำอธิบายขยายความส่วนที่มีความหมายลึกซึ้งด้วย ทำให้พระภิกษุที่ออกบวชในภายหลังมีแนวทางในการศึกษาธรรมะได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังมีแบบแผนในการฝึกฝนอบรมตนเองอย่างมีมาตรฐาน และสามารถนำไปเทศน์สอนญาติโยมได้อย่างดีเยี่ยม ตำรับตำราของท่านมหาเสนาบดีทำให้การเผยแผ่พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย มีลักษณะหรือรูปแบบที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และสามารถแผ่ขยายออกไปได้อย่างกว้างขวาง เมื่อวันเวลาผ่านไป ตำรับตำราของท่านกลายเป็นคู่มือสำคัญในการศึกษาธรรมะ ที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในวงการคณะสงฆ์ยุคนั้น นอกจากมีผลงานเขียนตำราที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อวงการคณะสงฆ์เป็นอันมากแล้ว ท่านมหาเสนาบดียังสร้างห้องสมุดพระพุทธศาสนาขึ้น เพื่อเป็นแหล่งค้นคว้าความรู้ธรรมะสำหรับคณะสงฆ์และมหาชนผู้มีบุญทั้งหลายอีกด้วย เรียกได้ว่า ท่านมหาเสนาบดีทุ่มเททั้งชีวิตอุทิศให้กับงานพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง หลังจากท่านมหาเสนาบดีทุ่มเทสร้างทีมงานพระอาจารย์รุ่นใหม่ขึ้นมาแบ่งเบาและดูแลงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย แทนท่านแล้ว ต่อมาเมื่ออายุของท่านเริ่มมากขึ้น ท่านจึงทุ่มเวลาให้กับภารกิจที่ท่านรักและอยากทำมากที่สุด คือ การนั่งสมาธิและการเขียนตำรับตำราทางพระพุทธศาสนา โดยศึกษาค้นคว้าธรรมะภาคปริยัติ จากพระคัมภีร์โบราณในพระพุทธศาสนาควบคู่ไปกับการประพฤติปฏิบัติธรรมอยู่เสมอ เมื่อท่านศึกษาธรรมะจากพระคัมภีร์แล้ว ถ้าเกิดการติดขัดหรือเกิดข้อสงสัยประเด็นไหน ท่านก็จะนั่งสมาธิหยุดนิ่งลงไปในกลางองค์พระธรรมกายที่ท่านเข้าถึง เพื่อค้นหาคำตอบดังกล่าวด้วยตนเอง ซึ่งท่านรู้สึกมีความสุขกับการค้นหาคำตอบจากการหลับตาเจริญสมาธิภาวนาเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อใดก็ตามที่ท่านหยุดใจนิ่ง ๆ ลงไปในกลางองค์พระธรรมกาย ความรู้แจ้งที่เกิดจากการเห็นแจ้งในกลางองค์พระธรรมกายจะไปทลายความสงสัยต่าง ๆ ให้หมดไปจากใจของท่านอย่างสิ้นเชิง เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงทำให้ท่านมหาเสนาบดีรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้นั่งสมาธิเพื่อค้นธรรมะภายใน แต่ถ้าหากท่านเจอหัวข้อธรรมที่ละเอียดลึกซึ้งและยากเกินกว่าจะสามารถค้นคว้าได้ด้วยตนเองแล้ว ท่านจะรีบนำหัวข้อธรรมดังกล่าวไปกราบบังคมทูลถามพระเถระ เพื่อไขความกระจ่างในหัวข้อธรรมเหล่านั้นอยู่เสมอ ดังนั้นท่านมหาเสนาบดีจึงกลายเป็นพระเถระผู้เป็นพหูสูต ที่มีความแตกฉานและทะลุปรุโปร่งในธรรมะอย่างที่สุดรูปหนึ่งในยุคนั้น และเมื่อท่านมหาเสนาบดีมีโอกาสเข้าไปนั่งสมาธิและศึกษาวิชชาธรรมกายที่ละเอียดลึกซึ้งกับพระเถระอย่างต่อเนื่องแล้ว ธรรมะภายในของท่านนับวันยิ่งทวีความก้าวหน้าและมีความละเอียดลุ่มลึกขึ้นกว่าเดิม นอกจากให้ความสำคัญกับการนั่งธรรมะและการเขียนตำรับตำราทางพระพุทธศาสนาในบั้นปลายของชีวิตแล้ว ท่านมหาเสนาบดียังชอบเดินทางออกไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ ให้ธรรมะ และตอกย้ำเป้าหมายอุดมการณ์ในการบวชสร้างบารมีแก่ทีมงานพระภิกษุที่ทำหน้าที่เผยแผ่ธรรมะที่ประจำอยู่ตามวัดสาขาต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกแคว้นอีกด้วย จากการศึกษาเรื่องราวของท่านมหาเสนาบดีที่ผ่านมา จะเห็นว่าท่านใช้วันเวลาที่มีค่าไปกับการสั่งสมบุญสร้างบารมีอย่างเต็มที่เต็มกำลัง โดยเอาชีวิตเป็นเดิมพันเสมอมา ทั้งยังเป็นต้นบุญต้นแบบและเป็นที่พึ่งแก่ศิษยานุศิษย์เรื่อยมา เรียกได้ว่า ท่านไม่เคยหายใจทิ้งไปเปล่า ๆ ทุกอนุวินาทีของท่านเป็นไปเพื่อทุ่มเทสร้างคุณประโยชน์แก่พระพุทธศาสนาและโลกในยุคนั้นอย่างแท้จริง --------------------------------- กลับสู่ดุสิตบุรีอย่างสมภาคภูมิ ดังนั้น เมื่อกาลเวลาล่วงเลยมาจนถึงช่วงสุดท้ายของชีวิต ท่านมหาเสนาบดีจึงไม่รู้สึกหวาดกลัวหรือหวั่นเกรงต่อมรณภัย เพราะในใจของท่านมีแต่ความผ่องใส สว่างไสว อันเกิดจากผลแห่งบุญทุก ๆ บุญ ที่ตั้งใจทุ่มเททำมาตลอดชีวิต เช่น บุญจากการประพฤติปฏิบัติธรรม บุญจากการเผยแผ่พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกายให้ขยายออกไปอย่างกว้างขวาง โดยผ่านการเทศน์สอนและตำรับตำราที่ท่านรวบรวมและเรียบเรียงขึ้นมาโดยเฉพาะอย่างยิ่งบุญที่ท่านออกบวชอยู่ในเพศสมณะและได้ศึกษาวิชชาธรรมกายกับพระมหาเถระผู้ใหญ่และพระเถระ ซึ่งเป็นบุญที่ท่านปลื้มปีติและภาคภูมิใจที่สุด ในวาระสุดท้ายของชีวิต ขณะที่ลมหายใจที่เป็นไปเพื่อการสร้างบารมีของท่านมหาเสนาบดีกำลังจะหมดสิ้นลง ใจของท่านก็จรดนิ่งในกลางของพระธรรมกายภายในที่สว่างไสวอย่างไม่มีประมาณ ส่งผลให้ท่านมหาเสนาบดีเดินทางออกจากกายหยาบได้อย่างสมภาคภูมิของนักรบกล้าแห่งกองทัพธรรม หลังจากท่านมหาเสนาบดีละอัตภาพจากกายหยาบแล้ว กายละเอียดของท่านก็มองเห็นขบวนของเหล่าบริวารและขบวนเทวรถที่สุดแสนอลังการที่มารอต้อนรับอยู่ ท่านจึงรู้สึกชุ่มชื่น ปลื้มปีติ และเดินแบบลอย ๆ ขึ้นไปสู่เทวรถคันใหญ่ที่สุดและสวยที่สุด ซึ่งเป็นประธานเอกอยู่ตรงกลางของขบวนเทวรถทั้งหมดในทันที ก่อนที่ท่านเทพบุตรมหาเสนาบดีจะเดินทางกลับสู่ทิพยวิมานในเทวโลกนั้น ท่านเคลื่อนเทวรถที่สุดแสนอลังการไปเวียนประทักษิณรอบพระมหาเจดีย์ใหญ่ เพื่อสักการบูชา ๓ รอบ ในระหว่างที่กำลังเวียนประทักษิณนั้น ภาพแห่งการสั่งสมบุญสร้างบารมีที่ท่านเทพบุตรมหาเสนาบดีตั้งใจทุ่มเทกระทำไว้ ตั้งแต่บุญที่ท่านตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรม บุญที่ตั้งใจออกบวชอยู่ในเพศสมณะ บุญที่ตั้งใจเผยแผ่งานพระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกายให้แผ่ขยายออกไปอย่างกว้างขวาง ผ่านการเทศน์สอนและตำรับตำราที่ท่านรวบรวม เรียบเรียง ศึกษาค้นคว้าและบุญที่ได้ศึกษาวิชชาธรรมกายกับพระมหาเถระผู้ใหญ่และพระเถระ ก็มาปรากฏให้ท่านเห็นแบบฉากต่อฉากโดยไม่หยุดเลยทีเดียว เมื่อท่านเทพบุตรมหาเสนาบดีเห็นภาพการสั่งสมบุญทุก ๆ บุญแล้ว ท่านก็ปลื้มปีติ อิ่มเอิบ เบิกบานใจอย่างไม่มีประมาณ จากนั้น ท่านเทพบุตรมหาเสนาบดีก็เคลื่อนขบวนเทวรถกลับสู่ดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตบรมโพธิสัตว์อย่างสง่างามสมกับเป็นนักรบกล้าแห่งกองทัพธรรม หลังจากที่ท่านเทพบุตรมหาเสนาบดีเดินทางกลับสู่ดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตบรมโพธิสัตว์ เรียบร้อยแล้ว บรรดาศิษยานุศิษย์ต่างร่วมใจกันจัดงานส่งร่างนักรบกล้าแห่งกองทัพธรรมถวายท่านอย่างสมเกียรติและสมภาคภูมิ งานดังกล่าวมีคณะพระภิกษุสงฆ์จากทั่วทุกสารทิศ พระราชาจากแคว้นต่าง ๆ และมหาชนผู้มีบุญ ตั้งแต่ประชาชนทั่ว ๆ ไป คฤหบดี ตลอดจนข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เดินทางมาร่วมงานอย่างล้นหลาม นับจากนั้นเป็นต้นมา สิ่งที่ท่านมหาเสนาบดีสถาปนาและทุ่มเททำมาตลอดทั้งชีวิต ไม่ว่าจะเป็นศาสนสถาน ศาสนบุคคล รวมไปถึงศาสนธรรม เช่น ตำรับตำราทางพระพุทธศาสนาที่ท่านศึกษาค้นคว้า รวบรวม และเรียบเรียงเอาไว้ ก็กลายเป็นแม่บทและมรดกชิ้นสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย ในยุคนั้นสืบมา นอกจากนี้ เกียรติประวัติอันงดงามของท่านยังได้รับการจารึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ เพื่อเป็นต้นบุญต้นแบบในการสร้างบารมีควบคู่ไปกับการเผยแผ่พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย ในยุคนั้นอีกด้วย จากเรื่องราว Case Study ของท่านมหาเสนาบดี ยอดขุนพลนักรบกล้าแห่งกองทัพธรรมในพุทธันดรที่ผ่านมา สอนให้เรารู้ว่า “ชีวิตที่ประเสริฐที่สุด คือ ชีวิตที่ได้เกิดมาสร้างบารมี” เพราะทุกชีวิตล้วนตกอยู่ภายใต้กฎแห่งกรรม และบุญเท่านั้นที่เป็นบ่อเกิดและเบื้องหลังแห่งความสุขความสำเร็จในชีวิตอย่างแท้จริง สมดังพุทธพจน์ที่ว่า... สุโข ปุญฺสฺส อุจฺจโย การสั่งสมบุญ นำสุขมาให้ เพราะฉะนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องศึกษาเรียนรู้เรื่องกฎแห่งกรรม ซึ่งเป็นคำสอนที่มีเฉพาะในพระพุทธศาสนาให้เข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง เพื่อที่เราจะได้ดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องด้วยความไม่ประมาท นอกจากนี้ เราจะต้องตั้งใจสั่งสมบุญ สร้างบารมี และประพฤติดีปฏิบัติชอบตามหลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ ละชั่ว ทำดี ทำจิตใจให้ผ่องใส ด้วยการทำทาน รักษาศีล และเจริญสมาธิภาวนา ถ้าเราทำได้เช่นนี้ ชีวิตของเราก็จะอยู่รอดปลอดภัยตลอดเส้นทางในวัฏสงสาร และสามารถสร้างบารมีอย่างราบรื่น สะดวกสบาย ไปตราบกระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรม เหมือนอย่างท่านมหาเสนาบดีผู้เป็นที่รักยิ่งของพวกเรา - จบบริบูรณ์ - ---------------------------------