0. วัตถุประสงค์ของหลวงพ่อ วัตถุประสงค์ของหลวงพ่อ หลวงพ่อต้องการให้ลูกทุกคนเข้าถึงพระธรรมกาย ดังนั้น ให้ร่วมมือกับหลวงพ่อ พยายามหมั่นตรึก... นึก... คิด... ที่ศูนย์กลางกาย อย่างสบาย ๆ ตลอดเวลา แม้นอกรอบ... เราควรประคองใจ ให้คลอเคลียนัวเนียอยู่ที่ศูนย์กลางกาย กระทั่งคุ้นติดอยู่ที่ตรงนั้น เมื่อเราปฏิบัติธรรมในรอบ ใจจะรวมเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาปรับใจ เพราะเราปรับตลอดเวลาอยู่แล้ว พระราชภาวนาวิสุทธิ์ ๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ ๑. ชีวิตที่ดีที่สุด หลวงพ่อขอยืนยันว่า ชีวิตพระเป็นชีวิตที่ดีที่สุด เหมาะสมกับชาวโลกที่สุดเลย เพราะเป็นชีวิตที่ปลอดกังวล มีเวลาสำหรับแสวงหาความรู้ภายในที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย มีไว้สำหรับแสวงหาความสุข ที่มีมากกว่าความสุขด้วยลาภ ยศ สรรเสริญ อย่างที่มนุษย์เข้าใจ ๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ๒. นิพพานเป็นเยี่ยม ดูชีวิตของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นตัวอย่าง พระองค์ผ่านชีวิตทุกระดับมาแล้ว แม้แต่การเกิดในอบายภูมิก็เคยเกิด ในสุคติภูมิก็เกิด เป็นมนุษย์ก็เป็นมาทุกระดับ ตั้งแต่พระเจ้าจักรพรรดิ เป็นพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ พระราชาธรรมดา พระราชาประเทศราช มหาเศรษฐีผู้ยิ่งใหญ่ กระทั่งเป็นมหาเศรษฐีธรรมดา ไล่เรื่อยมาถึงยาจก วณิพก เคยเป็นมาหมดแล้ว ท่านก็สรุปชีวิตของท่านว่า ไม่มีอะไรที่ยิ่งกว่าพระนิพพาน ควรแสวงหานิพพานอันเป็นเยี่ยม จึงได้สละทรัพย์ทุกอย่าง อวัยวะ แม้กระทั่งชีวิต เพื่อที่จะให้เข้าถึงธรรมภายใน เข้าถึงดวงธรรม เข้าถึงกายในกายภายใน เข้าถึงความจริงของชีวิต นี่เราดูท่านเป็นตัวอย่าง นะลูกนะ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ๓. อยู่อย่างมีเป้าหมาย บวชมาแล้วต้องมีวัตถุประสงค์เดียวเป็นหลัก คือ... ทำพระนิพพานให้แจ้ง นอกนั้นก็เป็นเรื่องปลีกย่อยรองลงมา สิ่งนี้ต้องอยู่ในใจของลูกทุกรูป ถ้าไม่มีสิ่งนี้ บวชเป็นพระยาก นะลูกนะ ๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ๔. พระวัดพระธรรมกาย ต้องเข้าถึงพระธรรมกาย มาอยู่วัดพระธรรมกายแล้ว อย่าให้มีแต่ชื่อ วัดพระธรรมกาย เท่านั้น แต่ พระ ในวัดพระธรรมกาย ต้องเข้าถึงพระธรรมกาย นี่คือ วัตถุประสงค์ของการสร้างวัดมาตั้งแต่ต้น ที่ว่า สร้างวัดให้เป็นวัด สร้างพระให้เป็นพระ และสร้างคนดีที่โลกต้องการ ๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ๕. อย่าหายใจฟรี มาอยู่กับหลวงพ่อแล้ว อย่าให้หายใจฟรี ให้ได้อะไรกลับไปบ้าง ให้รู้เรื่องราวของเราไปบ้าง หลวงพ่อพยายามหาวิธีที่จะบำรุงสังขาร ขันธ์ ๕ ของลูกทุกคน อาหาร ปัจจัย ๔ สิ่งของจำเป็นต่าง ๆ หวังเพียงให้ลูกทุกคนสนใจการปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง วันคืนล่วงไป ๆ จะได้ไม่สูญไปเปล่า นะลูกนะ ๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ๖. อยู่กับ “พระ” ตลอดเวลา เราเป็นพระ ให้คิดแบบพระ พูดแบบพระ และทำแบบพระ ทำแค่ ๓ อย่างนี้เท่านั้น ไม่ต้องทำอะไรเยอะแยะมากมาย เพียงแค่อย่าให้ใจเราออกนอกเส้นทาง หรือไปคิดในเรื่องที่ไม่เป็นสาระ ไม่ว่าจะยืน เดิน นั่ง นอน กิน ดื่ม ทำ พูด คิด หยุดนิ่ง ลิ้มรส เหยียดแขน คู้แขน กลับหน้า กลับหลัง หรือจะทำภารกิจอันใดก็ตาม อย่าทำตามลำพัง ให้มีเพื่อนอยู่เสมอ หมายความว่า ต้องมี “พระ” อยู่ในตัว เป็นเพื่อนคู่ใจอยู่ตลอดเวลา ถ้าทำอย่างนี้ เดี๋ยวความรู้สึกว่าเป็น “พระ” จะเกิดขึ้นเอง โดยที่เราไม่ต้องไปเคร่งครัด หรือสำรวมระวังอะไร เพราะความรู้สึกของเราอยู่กับ “พระ” ตลอดเวลา แล้วคุณสมบัติของ “พระ” ก็จะถ่ายทอดมาเป็นคุณสมบัติของเรา ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ ๗. วิชชาในพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าทรงวางหลักสูตร วิชชาที่พระภิกษุสามเณรควรเรียนรู้เอาไว้ คือ วิชชา ๓ วิชชา ๘ อภิญญา ๖ ปฏิสัมภิทาญาณ ๔ เรียนแล้วต้องเหาะได้ ต้องมีตาทิพย์ หูทิพย์ ระลึกชาติได้ มีฤทธิ์ทางใจ แม้เป็นสามเณรยังสามารถเหาะไปสระอโนดาต ที่ยวดยานพาหนะอันใดไปไม่ถึง แต่สามเณรสุมนในสมัยพุทธกาลใช้วิชชาไปถึงได้ นี่... ความรู้ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าต้องการให้พระเณรเรียนอย่างนี้ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ๘. เทวดาตามรักษา เทวดาชอบพระแท้ คือ “พระที่เข้าถึงพระในตัว” และจะคอยตามดูแลรักษา แล้วสิ่งที่เป็นอจินไตยเหนือธรรมชาติก็จะเกิดขึ้น ให้เราได้เห็นอยู่ตลอดเวลาด้วยเทวานุภาพ เพราะเทวดารักเรา รัก “พระที่เข้าถึงพระ” และที่สำคัญ คือเข้าถึงแล้วมีความสุข เป็นที่พึ่งแก่เราได้ ๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ๙. ทำบ่อย ๆ เดี๋ยวก็เคยชิน ออกพรรษาแล้ว... อย่าเลิกละการปฏิบัติธรรม ทำให้เป็นกิจวัตร เหมือนเราตื่นมาแล้วต้องล้างหน้า แปรงฟัน ขับถ่าย สรงน้ำสรงท่า ฉันภัตตาหาร ทำให้เป็นกิจวัตร ทำบ่อย ๆ เดี๋ยวจะเกิดความเคยชิน วันไหนที่ไม่ได้ทำก็จะรู้สึกว่า เอ๊ะ! มันขาดอะไรไป ๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ๑๐. พอดี การปรับกาย ปรับใจ ต้องทำทุกรอบ โดยเอาตัวเราเป็นเกณฑ์ เป็นครู เราแสวงหาความพอดี ว่า แค่ไหนพอเหมาะพอดี ลองปรับดู ทั้งร่างกายและจิตใจ แล้วเราจะพบความพอดี ความพอดีนั้นมีลักษณะ คือ รู้สึกโปร่ง เบา ไม่เครียด แล้วเราพอใจ ชอบใจอารมณ์นั้นแหละ รักษาอารมณ์นั้นให้ต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องอะไร ไม่ช้า ความพอดีนั้น จะนำใจของเรากลับเข้าไปหยุดนิ่งอยู่ภายใน แล้วแสงสว่างจะเกิดขึ้นเอง ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ๑๑. ไม่ยินดียินร้าย เส้นทางสายกลาง ใจต้องเป็นกลาง ๆ ไม่ยินดียินร้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้น ยินดีก็ไม่ได้... ยินร้ายก็ไม่ได้... นิ่งเฉย ๆ ให้ใจเป็นกลาง ๆ ทำเหมือนไม่ได้ทำ ทำอย่างนี้ แล้วธรรมะจะก้าวหน้า ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ ๑๒. ตัวสบาย ใจสงบ เวลาที่เรานั่งธรรมะ ให้นั่งทำตัวสบาย ๆ ทำใจให้สงบ ให้หยุด ให้นิ่ง แล้วก็ให้นึกถึงศูนย์กลางกายเป็นชีวิตจิตใจตลอดเวลาเลย อะไรในโลกนี้ ไม่สำคัญเท่าศูนย์กลางกาย นึกเบา ๆ สบาย ๆ แค่ไหนสบาย ให้ดูตัวเราเป็นเกณฑ์ ดูตอนที่เราพอใจอารมณ์ไหน อยากจะอยู่กับอารมณ์นี้นาน ๆ ตรงนั้นแหละ อารมณ์สบาย แล้วจะไม่รู้สึกตึงเลย แต่ถ้าร่างกายประท้วงบอกว่า นี่ตึงไป แสดงว่า ผิดวิธี ๑๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๕ ๑๓. อารมณ์สบาย ไม่ต้องไปควานหาความสบาย ขนาดไหนถึงจะสบาย อย่างนี้สบายไหม ไม่ต้องไปควานหา แค่ทำใจนิ่ง ๆ เฉย ๆ เดี๋ยวความสบาย ความสว่าง ดวงธรรม กายภายใน องค์พระธรรมกายจะมาเอง แค่หยุดกับนิ่งเฉย ๆ จะเป็นตัวสำเร็จ เป็นทางด่วนพิเศษ ที่ทำให้เราเข้าถึงพระรัตนตรัยในตัว เพราะฉะนั้น อย่ามัวควานหาความสบายว่า แค่ไหนถึงจะสบาย ไม่ต้องหา แค่นั่งนิ่ง ๆ เฉย ๆ เดี๋ยวก็มาเองนะลูกนะ ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ๑๔. พ่อครัวชั้นดี วางใจให้นิ่ง ๆ นุ่ม ๆ ละมุนละไม ให้ได้ต่อเนื่องกันไป ทำอย่างนี้ แค่นี้เท่านั้น อย่าทำอะไรที่นอกเหนือจากนี้ แล้วใจของเราก็จะถูกปรับปรุง ปรับใจ ปรุงใจของเราให้ถูกส่วนเอง ใจก็จะค่อย ๆ ละเอียดลงไป ๆ เหมือนพ่อครัวชั้นดีที่มีฝีมือปรุงอาหารให้มีโอชารส เราก็ต้องทำประดุจพ่อครัวชั้นดีอย่างนั้น ปรุงใจของเราด้วยวิธีการดังกล่าว คือ หยุดนิ่งเฉย ๆ นิ่ง ๆ นุ่ม ๆ ละมุนละไม อย่างสบาย ๆ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ๑๕. ดอกเตอร์ทางธรรม การดูไปเรื่อย ๆ คือ การทำใจให้หยุดนั่นเอง ถ้าเห็นดวงได้ชัดเจน ทำใจให้หยุดนิ่งกลางดวงได้ เดี๋ยวเราจะเข้าถึงที่พึ่งที่ระลึกภายใน จะได้ปริญญาทางธรรม จบดอกเตอร์ทางธรรม ต่างจากดอกเตอร์ทางโลก ซึ่งต้องใช้เวลายาวนานหลายปี ต้องดูหนังสือ ต้องอ่าน ต้องเขียน ต้องทำวิจัย ต้องคิด ต้องพูด สารพัดอย่าง แต่นี่ไม่ต้องทำอะไร แค่ทำเฉย ๆ หยุดนิ่งให้ถูกวิธี ๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ๑๖. ทำใจหลวม ๆ จะมืดหรือสว่าง ไม่ต้องไปกังวล ทำใจหลวม ๆ เหมือนสวมเสื้อที่ไม่คับ สวมใส่แล้วสบาย เราก็ต้องทำใจหลวม ๆ นิ่ง ๆ นุ่ม ๆ ละมุนละไม ให้ใจใส เยือกเย็น บริสุทธิ์ ผ่องใส ทำอย่างนี้ แค่นี้เท่านั้น เดี๋ยวใจจะปรับปรุงให้ถูกส่วน ไปสู่จุดแห่งความพอดีเอง ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ๑๗. บริกรรมภาวนา เวลาประกอบบริกรรมภาวนา สัมมาอรหัง ไม่ใช่ท่องแบบนกแก้วนกขุนทอง การท่อง คือ การใช้กำลัง อย่างนี้ไม่ถูกวิธี เราจะนึกถึงคำภาวนาอย่างเบา ๆ ละเอียดอ่อน คือ นึกนิดเดียว อย่างสบาย ๆ คล้าย ๆ เสียงเพลง หรือเสียงสวดมนต์ที่เราคุ้นเคย ดังออกมาจากในใจของเรา โดยที่เราไม่ได้นึกถึงเลย ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ๑๘. เมื่อใจหยุดนิ่ง... จะทิ้งคำภาวนา เวลาใจหยุดนิ่ง จะทิ้งคำภาวนาไป คล้าย ๆ กับเราลืมภาวนา แต่ว่าใจไม่ฟุ้งไปคิดเรื่องอื่น อยากอยู่เฉย ๆ นิ่ง ๆ กลางดวงใส ๆ กลางท้อง ที่เหนือสะดือขึ้นมา ๒ นิ้วมือ ถ้าเกิดความรู้สึกอย่างนี้ ก็ไม่ต้องย้อนกลับมาภาวนาใหม่ ให้รักษาใจที่หยุดนิ่ง ๆ นุ่ม ๆ ละมุนละไม อย่างสบาย ๆ ให้ต่อเนื่องกันไป ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ๑๙. ต้องสบาย... การจะเข้าถึงพระธรรมกายได้ ต้อง “หยุด” อย่างเดียว การฝึกให้หยุดใช้หลัก คือ ต้องสบาย ฝึกใจให้สบาย ๆ ให้บริสุทธิ์ ผ่องใส ถ้าใจทิ้งทุกสิ่ง ก็จะหยุดนิ่งอยู่ตรงกลาง กลับเข้าสู่ที่ตั้งดั้งเดิมของใจ คือฐานที่ ๗ ถ้าเมื่อไร นำใจเข้าสู่ที่ตั้งดั้งเดิมได้ จะเข้าถึงพระธรรมกาย ๑๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๒ ๒๐. อย่ากังวล เมื่อย ก็ให้เปลี่ยนอิริยาบถ เปลี่ยนท่านั่ง เรื่องร่างกายอย่าไปกังวล เราสนใจที่ใจหยุดใจนิ่งเท่านั้น เราไม่ได้มาแข่งกับอะไร หรือจะเอาแพ้ชนะ แล้วเราก็ไม่ได้มาฝึกความอดทนด้วย แต่เรามาฝึกหยุดนิ่ง มันคนละเรื่องกัน ต้องมุ่งการหยุดนิ่งภายในเป็นสำคัญ ส่วนเรื่องข้างนอกจะเคลื่อนไหวอย่างไร อย่าไปสนใจ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ๒๑. คลาย ...เดี๋ยวก็หาย การฟุ้งซ่าน ไม่ได้หมายความว่า เราจะไม่สมหวัง เราจะต้องอนุญาตให้ตัวเรา ปล่อยความคิดที่สะสมไว้ในใจให้ผ่านไปบ้าง อย่าไปต้าน อย่าไปรำคาญ และอย่าไปกังวล ให้มันคลาย เดี๋ยวก็หาย เหมือนน้ำกำลังเชี่ยว อย่าเอาเรือไปขวาง เดี๋ยวจะตึงเครียด ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ๒๒. อย่าตั้งใจมากไป ตั้งใจมากไปทำไม อย่างไรเราก็ได้อยู่แล้ว เพราะเรามีพระธรรมกายในตัวทุกคน ศูนย์กลางของเราก็มี ใจของเราที่จะไปถึงศูนย์กลางกายก็มี เหลือเพียงอย่างเดียว ปฏิบัติให้ถูกวิธี คือ ทำตัวให้สบาย ทำใจให้หยุด ให้นิ่ง แล้วก็เฉย ๆ ที่ศูนย์กลางกาย อย่าไปนั่งแข่งกับวันเวลา ให้กำหนดใจที่ศูนย์กลางกาย ถ้าตึงหรือเครียดอย่าไปฝืน ให้ลืมตาขึ้นมา นึกถึงสิ่งที่ทำให้ใจเราสดชื่น อาจจะเป็นเรื่องของธรรมชาติ ความงามของดอกไม้ หรือเรื่องของความดี เรื่องบุญกุศล ความอินโนเซ้นท์ของเด็ก ๆ หรือสิ่งที่ทำให้ใจสบาย เมื่อสบายแล้ว เราค่อยกลับมาที่ศูนย์กลางกายใหม่ ๑๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๕ ๒๓. นึกไม่ออก...ไม่เป็นไร นึกไม่ออกก็ไม่เป็นไร เอาใจนิ่งเฉย ๆ เพราะการนึกออกนี่ บางคนก็นึกได้น้อย บางคนก็นึกได้ปานกลาง นาน ๆ จึงจะเห็นสักคน นึกได้มากถึง ๘๐ – ๙๐% คล้าย ๆ กับซีร็อก (Xerox) หรือก็อปปี้ (Copy) ภาพดวงแก้ว เข้าไปไว้ข้างในเลย นาน ๆ จะเจอสักคนหนึ่ง นั่นก็เป็นเพราะว่า เขาได้เจริญสมาธิภาวนา สั่งสมบุญมาหลายภพหลายชาติ บุญเก่าเขาตามมา พอมาตรึกระลึกนึกถึงดวงใส เขาก็นึกได้ง่าย เห็นได้ชัดเจน นั่นถือว่า เป็นอสาธารณะ เฉพาะบุคคลนะลูกนะ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๕ เสริม ๒๔. นี้ชื่อว่า... ปฏิบัติธรรม การเอาใจมาอยู่ที่ศูนย์กลางกาย ฐานที่ ๗ ในอิริยาบถทั้ง ๔ ในทุก ๆ กิจกรรม ไม่ว่าเราจะทำหน้าที่อะไรก็ตาม ถ้าใจอยู่ตรงนี้ ได้ชื่อว่า เราปฏิบัติธรรม เราไม่ห่างจากธรรมะของพระพุทธเจ้า เราได้เข้าไปใกล้กับธรรมะของพระพุทธเจ้า ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ๒๕. ผลิใบอ่อน หลวงพ่อดีใจนะ ถ้าใครใจติดอยู่ที่ศูนย์กลางกาย มันเหมือนต้นไม้ที่กำลังผลิใบอ่อน มียอดอันแย้มแล้ว ไม่ช้าก็จะมีผล สิ่งนี้ก็เหมือนกัน เมื่อใจเราติดอยู่ที่ศูนย์กลางกาย ไม่ช้าก็จะมีผล คือ จะเข้าถึงมรรคผลได้ ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๕ ๒๖. รักตัวของเรา รักตัวของเราเอง รักตัวของเราไม่ใช่เห็นแก่ตัว แต่ต้องทำตัวของเราให้บริสุทธิ์ ให้มีความสุขตลอดเวลา สิ่งที่ผ่านมาทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ มีทั้งดีและชั่ว เราจะต้องเลือกเอาแต่สิ่งที่ดี ๆ ให้เข้ามารวมอยู่ภายในศูนย์กลางกาย ฐานที่ ๗ ๒๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ๒๗. ดวงธรรม ดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์หยาบ ใสบริสุทธิ์ โตเท่ากับฟองไข่แดงของไก่ ดวงธรรมดวงนี้สำคัญมาก ถ้าผ่องใสไม่เศร้าหมอง ชีวิตของเราก็รุ่งเรือง ถ้าเศร้าหมองไม่ผ่องใส ชีวิตก็ร่วงโรย ถ้าดวงธรรมดวงนี้ดับ กายมนุษย์ก็อยู่ไม่ได้ ชีวิตก็ดับตามไปด้วย ดวงธรรมดวงนี้ มีอยู่ในตัวของพวกเราทุกคน เพราะฉะนั้น จึงเป็นเครื่องยืนยันว่า ถ้าใครเอาใจมาหยุดนิ่งได้ถูกส่วน ที่ศูนย์กลางกาย ฐานที่ ๗ จะต้องเข้าถึงธรรมอย่างแน่นอนทุกคนเลย ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ๒๘. จดจำคำนี้ไว้ คำว่า “หยุด” คำว่า “นิ่ง” คำว่า “เฉย ๆ” หรือคำว่า “เราเป็นเพียงผู้ดู ไม่ใช่ผู้กำกับ” นี้เป็นถ้อยคำสำคัญ เป็นถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์ทีเดียว ที่จะช่วยปรับปรุงแก้ไขการปฏิบัติธรรมของเราให้ดีขึ้น จนกระทั่งประสบความสำเร็จในการเข้าถึงพระธรรมกาย อย่าดูเบากับถ้อยคำที่มีเพียงไม่กี่คำนี้ คำไม่กี่คำนี้ ที่ทำให้คนเข้าถึงความสุขภายในที่แท้จริง มานับแสนนับล้านคนแล้ว ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ๒๙. วิธีที่ลัดที่สุด การเข้าถึงพระธรรมกายนั้น จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย เหมือนเส้นผมบังภูเขา จะเข้าถึงธรรมกายได้นั้น มีหลักอยู่ คือ ใจต้องหยุด นิ่ง เฉย อยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ อย่างนี้เท่านั้น ดังนั้น อย่าไปแสวงหาวิธีการด้วยตัวเอง ไม่มีประโยชน์อะไร หลวงพ่อได้ผ่านความยากลำบากในการปฏิบัติธรรม เพื่อจะเข้าถึงธรรมกายมานานแล้ว และในที่สุดก็ค้นพบว่า... วิธีที่ลัดที่สุดและเร็วที่สุด ไม่มีวิธีไหนที่ดีไปกว่านี้ คือ ทำตัวเราให้สบาย ๆ แล้วก็ทำใจเราให้หยุดนิ่งเฉย อย่าไปบังคับใจของเรา ทำแค่นี้ เท่านั้น ๑๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๕ ๓๐. ทำตัวเหมือนหุ่นยนต์ หลวงพ่อว่า การเรียนในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ต้องใช้ สุ จิ ปุ ลิ หรือ ตาดู หูฟัง เขียน ซักถาม กลับไปค้นคว้า ขนาดท่องตำรากันมาก ๆ ติวแล้วติวอีก ตั้งแต่ติวอ่อนจนกระทั่งติวเข้ม ผลสอบออกมายังตก ดูซิ... ยากขนาดไหน แต่การศึกษาวิชชาธรรมกาย ไม่ต้องใช้อะไรเลย สมุด ดินสอ ปากกา ไม่ต้องใช้ อุปกรณ์การเรียนก็ไม่มี มีแต่กายยาววา หนาคืบ กว้างศอก มีใจ มีศูนย์กลางกาย วิธีการก็มี หยุดกับนิ่ง แค่นี้เอง เดี๋ยวก็ไปรู้ไปเห็นได้ แถมไม่ต้องใช้สมองด้วย แค่ทำตัวให้เหมือนหุ่นยนต์ คือ ลืมความรู้สึกว่า เราเป็นมนุษย์ ยิ่งให้เหมือนหุ่นยนต์มากเท่าไร ยิ่งเรียนได้ดีเท่านั้น แต่ถ้ายังมีความรู้สึกว่า เรายังเป็นมนุษย์อยู่ ยังต้องคิด ต้องอย่างนั้น ต้องอย่างนี้ ยังเรื่องมากอย่างนี้ ยากนานนะจ๊ะ ทำตัวให้เหมือนหุ่นยนต์ที่ไม่มีมันสมอง หยุดกับนิ่งเฉย ๆ เดี๋ยวความอัศจรรย์จะเกิดขึ้น เพราะสิ่งเหล่านั้นมีอยู่แล้ว เข้าถึงได้ด้วยวิธีการ หยุด กับนิ่ง ใจถึงจะละเอียด ก็แค่นี้เอง ไม่ได้ยากอะไรมากมาย ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ ๓๑. ไม่มีทางลัดอื่น ไม่มีทางลัดอื่นในการเข้าถึงธรรม นอกจากค่อย ๆ สั่งสมความบริสุทธิ์ ความละเอียด ความหยุดนิ่งของใจ ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ๓๒. ทางมาแห่งบารมี วันนี้ เราพึงพอใจในการนั่งธรรมะได้ ๕ นาที วันพรุ่งนี้ ฝึกใหม่ ฝึกไปเรื่อย ๆ แม้วันพรุ่งนี้จะดีไม่เท่าวันนี้ก็ช่าง หรือดีกว่าวันนี้ ก็ช่างให้เฉย ๆ ฝึกไปเรื่อย ๆ ล้มลุกคลุกคลานกันไป เราก็ฝึกไป นี่เป็นทางมาแห่งบารมีของเรา ความเจริญงอกงามของจิตใจเกิดขึ้นทุกวินาที แม้เราว่า ไม่เห็นจะก้าวหน้าอะไร “ไม่เห็นมีอะไรใหม่” แม้เราจะรู้สึกอย่างนี้ก็ตาม แต่ความละเอียดก็ถูกสั่งสมเอาไว้ในใจ บุญเกิดขึ้นทุกครั้งที่เราลงมือปฏิบัติ อย่างที่เราไม่รู้ตัวเลย จะเกิดขึ้นทุกอนุวินาทีเลย กาย วาจา ใจของเราจะถูกกลั่น ให้สะอาดแล้ว สะอาดเล่า บริสุทธิ์แล้ว บริสุทธิ์เล่า เพิ่มขึ้นทุกวัน ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ๓๓. รักแท้... ต้องอย่างนี้ นึกถึงองค์พระได้ทั้งวันหรือเปล่า... นึกทั้งวัน นึกทั้งนอกห้องและในห้อง สิ่งนี้จะช่วยให้เราได้เข้าถึงธรรมได้เร็วขึ้น เราจะดูว่า เรารักธรรมะมากแค่ไหน ก็ดูตรงนี้ ดูว่า... นอกห้อง เรานึกถึงองค์พระตลอดเวลาไหม ถ้านึกถึงตลอดเวลา นั่นแสดงว่า เรารักธรรมะอย่างแท้จริง ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๙ ๓๔. สิ่งที่ควรนึกถึง การนึกถึงองค์พระอยู่ภายในตัว เป็นการผูกใจของเราให้หยุดอยู่ภายในตลอดเวลา นึกถึงสิ่งอื่นก็ไม่ดีเท่า สิ่งที่ควรนึกถึงก็มีแต่ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระแก้วใส ๆ ดวงธรรม หรือ พระสงฆ์ ครูบาอาจารย์ที่เราเคารพนับถือ สิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่นำมาซึ่งความบริสุทธิ์หยุดนิ่งของใจ ถ้าหากไปนึกถึงเรื่องคน สัตว์ สิ่งของต่าง ๆ จะทำให้ใจฟุ้ง เดี๋ยวเรื่องความยินดียินร้ายจะตามมา ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๙ ๓๕. สิ่งที่ดีที่สุด... ในโลก พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ ๓ อย่างนี้ ให้ติดอยู่ในใจตลอดเวลา ให้เป็นที่พึ่งในยามว้าเหว่ ยามเหงา ยามเศร้า ซึม เซ็ง เครียด เบื่อ กลุ้ม และเป็นเครื่องระลึกนึกถึงตลอดเวลา นึกถึงแล้วจะชื่นใจ ๓ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ดีที่สุดในโลก ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๙ ๓๖. หลับในอู่ทะเลบุญ ถ้าหลับอยู่ในกลางองค์พระ ในกลางดวงใส ๆ เทวดาเขาจะชื่นชมอนุโมทนา สิริมงคลก็จะเกิดขึ้นกับเรา สิริ เป็นที่มานอนแห่งโภคทรัพย์ คือ ทรัพย์อยู่ที่ไหนก็จะมาอยู่กับเรา หลับอย่างนี้จึงจะหลับเป็นสุข หลับแล้วไม่ฝันเลย ถ้าฝันก็จะฝันถึงแต่สิ่งที่ดีมีสิริมงคล นอนก็เหมือนกับจะเหาะจะลอยได้ ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ๓๗. ตื่นในอู่ทะเลบุญ ตื่นเช้ามา ให้มองไปตรงกลางกายก่อน ดูดวง ดูองค์พระใส ๆ แล้วก็ลุกมาล้างหน้า แปรงฟัน อาบน้ำอาบท่า เสร็จแล้วก็มาสวดมนต์ไว้พระ เจริญภาวนา ทำอย่างนี้ให้เป็นกิจวัตร ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ๓๘. สม่ำเสมอ ความสม่ำเสมอของการปฏิบัติธรรม เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราเข้าถึงพระธรรมกายได้ แม้ว่าเราจะมีภารกิจมากน้อยเพียงใด ก็ขอให้เพิ่มสิ่งนี้เป็นภารกิจประจำวันเข้าไปด้วย และไม่ว่าเราจะอยู่ในอารมณ์ใดก็ตาม จะหงุดหงิด ขุ่นมัว หรือ อารมณ์แจ่มใส สุขภาพจะแข็งแรง หรือ จะเจ็บป่วยไข้ ซึ่งก็เป็นธรรมดาของสังขาร หรือกลับมาดึก ๆ ดื่น ๆ แค่ไหน ก็ขอให้ปฏิบัติธรรมไปเถอะ การที่เราปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอนี้ จิตใจของเราจะถูกขัดเกลา ให้สะอาด บริสุทธิ์เพิ่มขึ้นทุก ๆ วัน ใจของเราจะคุ้นกับศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ซึ่งเป็นที่สิงสถิตของพระธรรมกาย ถ้าเราทำได้อย่างนี้ เท่ากับเรากำความสำเร็จ ในการเข้าถึงพระธรรมกายล้านเปอร์เซ็นต์ ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ๓๙. บรรลุธรรมได้ด้วยความเพียร ความขยันหมั่นเพียร เป็นหัวใจสำคัญในการปฏิบัติธรรม ผู้รู้ทั้งหลายที่ท่านได้บรรลุธรรม ก็อาศัยความเพียร สิ่งที่เป็นปฏิปักษ์ต่อความขยันหมั่นเพียร ก็คือ ความเกียจคร้านนั่นเอง ซึ่งมีวิธีแก้ได้ด้วยคำ ๆ เดียวเท่านั้นก็คือ “ขยัน” ถ้าขยันได้ ความเกียจคร้านก็จะหมดไป ๑๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ ๔๐. ต้องไปให้ถึง พระรัตนตรัยนี่สำคัญมาก ท่านสิงสถิตอยู่ในตัวของเรา ต้องไปให้ถึงให้ได้ พยายามหมั่นทำทุกวันทุกคืน แล้วก็สังเกตว่า เราทำถูกหลักวิชชาไหม นอกเหนือจากความเพียรที่เรามีอย่างสม่ำเสมอ ถ้ายังไม่ถูก ก็ทำให้ถูก หรือยังไม่สมบูรณ์ ก็ทำให้สมบูรณ์ เดี๋ยวเราก็จะต้องสมหวัง ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ๔๑. ทำถูกหลักวิชชา หลักวิชชาของการปฏิบัติธรรมนั้นมีอยู่ ถ้าปฏิบัติให้ถูกหลักวิชชาแล้ว ต้องเข้าถึงทุกคน ที่เข้าไม่ถึง เพราะเกียจคร้าน หรือขยันแต่ทำไม่ถูกวิธี ถ้าหากว่า มีความเพียรสม่ำเสมอทุกวัน และทั้งวัน แล้วก็ไม่มีข้ออ้าง ข้อแม้ และเงื่อนไข ทำจิตให้บริสุทธิ์ เป็นกุศล มีกุศลกรรมอยู่ในใจเสมอ จิตใจผ่องใส สว่างไสว ต้องเข้าถึงธรรมกายอย่างแน่นอน ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ๔๒. เอาจริงต้องได้ การปฏิบัติธรรม ถ้าตั้งใจจริง ทำกันจริง ๆ และปรารถนาจะเข้าถึงธรมอย่างแท้จริง ด้วยความสมัครใจ “ต้องได้” แล้วก็ต้องได้ทุกคนด้วย ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ๔๓. ล้างตัว... ล้างใจ อาบน้ำล้างตัว ก็ให้ล้างใจไปด้วย ล้างหน้า แปรงฟันไป ให้ใจใส ๆ นึกถึงดวง นึกถึงองค์พระ หรือทำใจว่าง ๆ ทำไปพร้อม ๆ กัน อย่างสบาย ๆ หรือล้างจาน ก็ล้างใจไปด้วย จานสะอาด ใจก็บริสุทธิ์ ทำอย่างนี้ เราจะได้ไม่เสียเวลา อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน กวาดบ้าน ถูบ้าน หรือ ล้างจานกันไปเปล่า ๆ ต้องให้เป็นทางมาแห่งบุญ ทำความคุ้นเคยกับศูนย์กลางกาย กับการหยุดนิ่งทีละเล็กทีละน้อย อย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อทำแล้ว ใจของเราจะคลอเคลียนัวเนียอยู่ภายใน เราจะค่อย ๆ คุ้นกับศูนย์กลางกาย คุ้นกับการวางใจว่าง ๆ เบา ๆ คุ้นกับการนึกถึงองค์พระ หรือดวงอย่างสบาย ๆ ๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ๔๔. ปฏิวัติความคิด ออกพรรษาแล้ว ปฏิวัติความคิดกันใหม่ ให้รักการปฏิบัติธรรม ใครที่ไม่เคยรักเลย หรือรักบ้าง ไม่รักบ้าง ก็ให้เปลี่ยนมาเป็นรักแท้ รักกันจริง ๆ แล้วก็ตั้งใจปฏิบัติธรรม หลวงพ่อขอยืนยันว่า... ถ้าเอาจริง ตั้งใจจริงแล้ว ต้องได้ทุกคน ๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ๔๕. อย่าลืมหยุดกับนิ่ง จะทำมาหากินอะไรก็ทำไปเถิด แต่หยุดกับนิ่ง ก็ไม่เลิกรา ให้ภารกิจ ธุรกิจ กับจิตใจไปด้วยกัน ให้หยุด ให้นิ่ง ให้เข้าถึงธรรมให้ได้ แล้วจะได้รู้รสชาติของความสุขที่เกิดจากใจที่หยุดที่นิ่งนั้น ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ๔๖. ทำใจให้ผ่องใส ทำใจให้ผ่องใสอยู่เสมอ อย่าให้ใจเศร้าหมอง สิ่งใดที่ผ่านเข้ามาทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจของเรา ต้องกลั่นกรอง ให้เหลือแต่สิ่งดี ๆ ที่จะอยู่ในใจอันสุกใสสว่างไสวของเรา เพราะไม่มีวันใดวันหนึ่ง เราก็ต้องไปสู่ปรโลก วันนั้น... เราจะต้องไปด้วยใจที่สว่างสุกใส ไม่มีมลทินเลย ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ๔๗. เล่นไม่ยาก มีคำอยู่คำหนึ่ง ที่เราเคยฟังมาแล้ว แต่ก็มักฟังผ่าน คือคำว่า “เล่นไม่ยาก” หมายความว่า ถ้าทำแบบเล่น ๆ ไม่ยาก แต่เอาจริง ยาก เหมือนเราเล่นเตะฟุตบอล ตีแบด (Badminton) เล่นแล้วมีความสุขสนุกสนาน การปฏิบัติธรรมก็คล้าย ๆ กัน ให้ทำเหมือนเล่น ๆ เพราะ เล่น ไม่ยาก แต่เอาจริงเอาจัง ยาก ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ๔๘. เรื่องธรรมดา เราเป็นคนธรรมดา ต้องทำแบบคนธรรมดา ต้องยอมรับว่า ความมืด ความเมื่อย ความฟุ้ง เป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกคนจะต้องเจอ ไม่ใช่เป็นเรื่องแปลกเฉพาะเราอยู่คนเดียว ทุกคนต้องเจอทั้งนั้น เพราะฉะนั้น อย่าไปวิตกกังวลทุกข์ร้อน ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ๔๙. คือความเรียบง่าย... ภายใน ครูสอนภาษาท่านหนึ่ง กล่าวว่า การเรียนภาษาต้องง่าย ๆ ตรงไปตรงมา เพราะว่า ภาษาหรือประโยคของคำพูด ไม่ได้เริ่มต้นมาจากนักปราชญ์ บัณฑิต หรือบัญญัติสวรรค์ แต่เริ่มต้นจากชาวบ้านธรรมดา คือ มีประธาน มีกิริยา แล้วก็มีกรรม ท่านก็ยกตัวอย่าง เช่น ฉันกินข้าว และหลังจากนั้นก็มีผูกประโยคกันให้ซับซ้อน ให้ดูเลิศหรู สละสลวยกันขึ้นมา แต่จริง ๆ ก็มีความหมายแค่ ฉันกินข้าว การปฏิบัติธรรมก็เช่นเดียวกัน จริง ๆ แล้วมันเรียบง่าย สบาย เข้าถึงได้โดยไม่ยาก ทำใจให้อินโนเซนต์เหมือนเด็ก ๆ ง่าย ๆ เดี๋ยวก็เข้าถึงได้ และสิ่งที่เป็นความลับ เหลือเชื่อ เช่น นรก สวรรค์ นิพพาน ก็จะถูกเปิดเผยออกมา สว่าง กระจ่าง เหมือนเราชักม่านแห่งความมืดในยามรัตติกาล ให้แสงสว่างแห่งดวงอาทิตย์ ได้โคจรทำความสว่างแก่โลก ก็ง่าย ๆ แค่นั้นเอง ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ ๕๐. ตรึก ตรึก คือ นึกอย่างสบาย ๆ คล้าย ๆ กับเรานึกถึงสิ่งที่เรารัก สิ่งที่เราคุ้นเคย นึกง่าย ๆ อย่างสบาย ๆ อย่างนี้เรียกว่า ตรึก ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๕ เติมกำลังใจในการปฏิบัติธรรม ๕๑. รสแห่งธรรม แค่หยุดประเดี๋ยวเดียว เห็นแสงสว่าง เห็นดวงธรรม ยังมีรสมีชาติ พูดไม่ออก บอกไม่ถูกทีเดียว แต่ถ้า “หยุดในหยุด” กว่านั้นเข้าไปอีก กระทั่งได้เข้าถึงสิ่งที่มีอยู่ในตัว ได้เห็นดวงธรรม เห็นกายภายในที่ละเอียด สลับซับซ้อนอยู่ในกายหยาบไปตามลำดับ จะยิ่งมีรสมีชาติกว่านี้เข้าไปอีก เหมือนเถาปิ่นโตที่ใส่อาหาร ในแต่ละชั้นที่ซ้อนเรียงรายกันอยู่ เปิดเถาแรกขึ้นมารับประทานว่า อร่อยแล้ว ชั้นถัดไปอร่อยยิ่งกว่านั้นเข้าไปอีก รสแห่งธรรมก็เช่นเดียวกัน จะประณีตขึ้น ลุ่มลึกขึ้นไป อร่อยขึ้นไป มีรสมีชาติขึ้นไปเรื่อย ๆ สนุกสนาน เบิกบาน บันเทิง ชวนติดตามยิ่งกว่ารสในทางโลกเสียอีก ๒๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๓ ๕๒. หยุด เป็นตัวสำเร็จ...ทั้งทางโลกทางธรรม หยุด เป็นตัวสำเร็จ ทั้งทางโลกและทางธรรม ทางโลกจะสำเร็จได้ต้องหยุดก่อน จะเขียนหนังสือให้ดี จะต้องจับปากกา กระดาษให้มั่นคง หยุดปากกาให้นิ่ง แล้วก็เริ่มเขียนไป จะขับรถขับรา ก็ต้องหยุดกับนิ่งให้ดีก่อน แล้วค่อย ๆ ขับกันไป แม้ปัญหาเกิดขึ้น จะหาหนทางแก้ปัญหา ก็ต้องเริ่มต้นจากหยุดกับนิ่งก่อน คือ หยุดหันมามองสิ่งที่เป็นปมปัญหา เพื่อใจจะได้กลับไปสู่แหล่งแห่งสติปัญญา เพราะเมื่อเวลาใจหยุดนั้น มันเป็นสมาธิ สมาธิเป็นบ่อเกิดแห่งปัญญา เราก็จะเห็นเลยว่า ปัญหามีวิธีการคลี่คลายของมันไป เราจะแก้ปัญหาในจุดที่แก้ได้ก่อน โดยเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ คือ จิตใจของเรา ทำใจให้ปลอดโปร่ง ให้สบาย ให้ตั้งมั่น แล้วเดี๋ยวปัญหาก็จะค่อย ๆ คลี่คลาย จะค้นพบวิธีแก้ไขปัญหาไปตามขั้นตอน เพราะฉะนั้น “หยุด” นี่แหละ เป็นตัวสำเร็จ ทั้งทางโลกและทางธรรม ๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ ๕๓. ทางสายกลาง จะไปเที่ยวต่างประเทศ จัดทัวร์ไปเที่ยวไหนก็แล้วแต่ เริ่มต้นก็เหนื่อย เดินทาง นั่งรถก็เมื่อย ไปถึงปลายทางก็เพลีย กลับมาก็ลืมหมด นี่แหละ การเดินทางก็เป็นอย่างนี้ หรือจะเดินทางจากโลกนี้ไปสู่ดวงจันทร์ ดวงดาวต่าง ๆ เริ่มต้นก็หวาดเสียว กลัวตาย ไปถึงปลายทางก็ไม่มีอะไร กิเลสยังมีเท่าเดิม ความทุกข์ทรมานก็ยังมีเท่าเดิม โลภะ โทสะ โมหะ ก็ยังเท่าเดิม แต่เส้นทางสายกลางภายใน เป็นเส้นทางแห่งพระอริยเจ้า เป็นทางเอกสายเดียวที่ให้ความสุขเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่เริ่มต้นเดินทาง จนกระทั่งถึงปลายทาง ถ้าเข้าไปไม่ถูกช่องทางสายนี้ จะไม่รู้จักความสุขที่แท้จริงเลย มีแต่สุกเกรียมกับสุกไหม้ จะสุขในขวดก็ดี หรือจะสุขที่ไหนก็ดี นั่นแหละ เป็นสุขที่มีความหายนะครอบงำ แต่สุขตรงนี้เป็นสุขจริง ๆ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับตัวมนุษย์ และสรรพสัตว์ทั้งหลาย ถ้ายังเข้าไม่ถึงสุขตรงนี้ ไม่ถึงต้นทางตรงนี้ ชีวิตยังไม่ปลอดภัย ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๔ ๕๔. เมตตาธรรม เมื่อเข้าถึงพระธรรมกาย คำว่า “รักเพื่อนมนุษย์” จะเกิดขึ้น เป็นความรักที่บริสุทธิ์ ปรารถนาดี.... อยากให้เพื่อนมนุษย์พ้นจากความทุกข์ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ ๕๕. เวลาที่เหลืออยู่ เรามีเวลาในโลกนี้น้อย อย่าคิดว่า เรามีเวลามาก สิ่งที่เราจะต้องศึกษาเรียนรู้ยังมีอีกมากมาย เพราะความรู้ที่เกิดจากการหยุดนิ่งนั้น มากมายมหาศาล แม้อายุยืนยาวไปอีก ๑,๐๐๐ ปี ก็ยังศึกษาความรู้วิชชาธรรมกายไม่หมด เพราะฉะนั้น ช่วงเวลาของเรามีนิดเดียว หลวงพ่อว่า มันมีไม่มากเลย เราควรจะสงวนเวลาอันมีค่าเอาไว้ สำหรับทำหยุดทำนิ่งให้มากที่สุด ไม่ว่าเราจะมีภารกิจอะไรก็ตาม หยุดกับนิ่ง สำคัญมากที่สุดเลย ต่อไป เมื่อเราหยุดนิ่งได้ เราจะเข้าใจ ๒๓ พฤษภคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ๕๖. ศาสตร์แห่งชีวิต หลวงพ่ออยากให้ทุกคน มีความคิดเช่นเดียวกับหลวงพ่ออย่างนี้ คือ มีความรักวิชชาธรรมกาย หลวงพ่อรักวิชชาธรรมกายมาก เพราะมองไม่เห็นว่า จะมีวิชชาอื่นใดในโลก ที่จะช่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้เราได้ ให้เราเป็นคนดี มีความรู้แจ้งได้ มีความสามารถที่จะพ้นทุกข์ได้อย่างแท้จริง และยิ่งในช่วงชีวิตหนึ่งของเรา จะต้องมีโอกาสไปนอนอยู่บนเตียงคนป่วย ไปมีสภาพอย่างนั้น ในยามนั้น... ศาสตร์ทุกศาสตร์ช่วยอะไรเราไม่ได้ จะเป็นเศรษฐศาสตร์ วิทยาศาสตร์ รัฐศาสตร์ หรือศาสตร์อะไรก็แล้วแต่ พอถึงตอนนั้น ต้องสาดทิ้งหมด แต่ว่าจะมีสิ่งเดียวที่ช่วยเราได้ คือ พุทธศาสตร์ พุทธศาสตร์... ความรู้ของพระพุทธเจ้าเท่านั้น ที่จะช่วยให้เราเป็นคนป่วยที่สง่างาม ป่วยอย่างองอาจ เป็นคนป่วยที่มีรัศมีสีสัน งดงามกว่าหมอ กว่าพยาบาล กว่าญาติมิตรที่มาเยี่ยม หลวงพ่อสังเกตดูผู้ป่วยที่ปฏิบัติธรรม เขาป่วยแต่ร่างกาย แต่จิตใจไม่ป่วยเลย แล้วดูสดใส เบิกบาน ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ๕๗. เหมือนอากาศที่ขาดไม่ได้ ต้องฝึกนิสัยขยันนั่งธรรมะจนติดเป็นนิสัย เหมือนเป็นกิจวัตรประจำวัน เช่นเดียวกับการอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน ที่ต้องทำทุกวัน จนเป็นปกติ ไม่ทำไม่ได้ ไม่ทำแล้ว เหมือนชีวิตขาดสิ่งที่สำคัญไปอย่างหนึ่ง เหมือนอากาศที่ขาดไม่ได้ เราจำเป็นต้องหายใจทุกวัน หายใจอยู่ตลอดเวลา ถ้าไม่หายใจ เราก็ตาย การปฏิบัติธรรมก็เช่นเดียวกัน ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง ให้มีความสำนึกว่า การปฏิบัติธรรม เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับชีวิต สำคัญยิ่งกว่าอากาศที่เราหายใจ เพราะถ้าเราขาดอากาศ เราก็แค่ตายจากโลกนี้ไป แต่ถ้าขาดธรรมะแล้ว เราจะตายจากความดี ตายจากทุกสิ่งทุกอย่าง ธรรมะที่ปฏิบัตินี่แหละ จะเป็นที่พึ่งติดตามตัวเรา แม้เราละโลกไปแล้ว ก็จะมีชีวิตใหม่ที่ประณีตกว่าเดิม เป็นชีวิตอันยาวนาน ที่มีความสุขด้วยการเข้าถึงธรรม ธรรมะจะติดตามตัวเราไปทุกภพทุกชาติ ตลอดเส้นทางแห่งการเดินทางไปสู่ที่สุดแห่งธรรม ๑๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ ๕๘. ธรรมปฏิบัติ สิ่งที่เราทำอยู่นี้ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะว่า เป็นทางมรรคผลนิพพาน เรากำลังแสวงหามรรคผลนิพพานอยู่ บุญอันใดจะประเสริฐเลิศเท่ากับการทำใจหยุดนิ่ง กระทั่งเห็นแสงสว่างแวบเดียวแล้ว เป็นไม่มี เพราะแสงสว่างนี้ เป็นต้นทางที่จะไปสู่อายตนนิพพาน ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ๕๙. โลกและจักรวาลอยู่ในสายตา ถ้าทำใจหยุดนิ่ง เห็นดวงใส เราจะได้เห็นแผนผังของชีวิต สิ่งที่เป็นความลับ ก็จะเปิดเผยออกมา เมื่อดวงตาของเราปิดสนิท แล้วหยุดหมดทุกสิ่ง ทั้งการกระทำทางกาย คำพูด และความคิด เปลือกตาที่ปิดสนิทนั้น จะทำให้โลกและจักรวาลอยู่ในสายตาของเรา ๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ๖๐. ดวงตะวันสาดแสง แม้วันนี้จะมืดตื้อ มืดมิด แต่สักวันหนึ่ง เราก็จะเข้าถึงธรรมได้ ความมืดไม่เคยเกิน ๑๒ ชั่วโมงต่อวัน แล้วดวงตะวันก็จะขึ้นมาสาดแสงเงินแสงทอง ขจัดความมืดให้หมดไป แสงแห่งธรรมภายในก็เช่นเดียวกัน สักวันหนึ่ง เมื่อใจเราบริสุทธิ์ หยุดนิ่งถูกส่วนเข้า แสงสว่างแห่งความบริสุทธิ์ก็จะปรากฏเกิดขึ้นมาเอง พอแสงสว่างเกิด เดี๋ยวภาพก็จะตามมา สิ่งเหล่านี้มีอยู่แล้ว ไม่ต้องไปแสวงหา ถ้าทำให้ถูกวิธี ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ๖๑. ผู้เข้าถึงธรรมกาย....เป็นที่ต้องการของชาวสวรรค์ ผู้ที่ “เข้าถึงธรรมกาย” “เป็นธรรมกาย” เป็นที่ต้องการของชาวสวรรค์ทั้งหลาย อยากให้ไปเป็นสหายด้วย อยากอัญเชิญไปอยู่ด้วย เพราะเข้าใกล้ธรรมกายแล้ว มีความสุข มันชุ่มอกชุ่มใจ เย็นอกเย็นใจ มีกำลังใจสูงส่ง อยากอยู่ใกล้ เหมือนร่มไม้ใหญ่ เกิดความอบอุ่นใจ ปลอดภัย มีปีติสุข กล้าคิด กล้าพูด กล้าทำความดี ธรรมกายจึงเป็นของประเสริฐ เลิศนัก ๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ๖๒. กำลังใจ... ไม่มีที่สิ้นสุด เราเกิดมาชาติหนึ่ง ก็จะต้องเพิ่มอุปนิสัยที่ดี และขัดเกลาแก้ไขนิสัยที่ไม่ดีให้หมดไป เราต้องใช้วันเวลาเพื่อการนี้นะลูกนะ วันหนึ่งคืนหนึ่งมันประเดี๋ยวเดียว เดี๋ยวก็หมดเวลาแล้ว หลับตาลืมตาไม่กี่ทีก็มืดแล้ว เราเกิดมาสร้างบารมี ก็ต้องสร้างบารมีให้เต็มที่ อย่าให้กำลังใจของเราตกต่ำ อย่าไปหวังพึ่งกำลังใจจากใคร หรือไปเที่ยวขอกำลังใจจากคนอื่น เหมือนวณิพกหรือเหมือนมหาทุคตะที่ยากจนกำลังใจ อย่าทำอย่างนั้นนะลูกนะ กำลังใจมันอยู่ในตัวเรา จะดึงเอาออกมาใช้เท่าไรก็ได้เท่านั้น แล้วมีมากไม่มีที่สิ้นสุด เหมือนภูเขาหรือทะเลแห่งกำลังใจที่ไม่มีฝั่ง และยิ่งใหญ่กว่าภูเขาพระสุเมรุ กว้างกว่าทะเลมหาสมุทร สอนตัวเองให้ได้อย่างนี้ ดึงกำลังใจมาใช้ในการทำความดี ในการสร้างบารมี อย่าฝึกนิสัยท้อแท้ เบื่อหน่าย สิ้นหวัง อย่างนี้ไม่เอา เดี๋ยวมันจะติดข้ามภพข้ามชาติ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ๖๓. งานที่แท้จริง ชีวิตของพวกเราทั้งหลาย เกิดมาเพื่อที่มาทำงานที่แท้จริง ที่เราเรียกว่า กรณียกิจ กิจที่แท้จริง ที่ควรทำ ก็คือ งานทำหยุดทำนิ่ง งานที่จะเอาชนะกิเลสอาสวะ ขจัดกิเลสอาสวะให้สิ้นเชื้อไม่เหลือเศษ ไม่มีส่วนเหลือของกิเลสอาสวะเลย ก็คือ สิ้นเชื้อไม่เหลือเศษนั่นเอง ให้ใจใสสว่าง แล้วความไม่รู้ก็จะหมดไป ความรู้ที่แท้จริง ความสุขที่แท้จริง ก็บังเกิดขึ้น เมื่อจิตของเราสว่างไสว สว่างโพลง... เราเกิดมาเพื่อการนี้นะลูกนะ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ๖๔. ทีม วิชชาธรรมกายต้องเรียนเป็นทีม เราจะทำตามลำพังไม่ได้ ต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ต้องไปพร้อม ๆ กัน ดังนั้น ต้องปรับทั้งหยาบทั้งละเอียดให้สอดคล้องกัน คือ หยาบก็ต้องเป็นทีมด้วย ละเอียดก็ต้องเป็นทีมด้วย เพราะฉะนั้น ใครที่เอาแต่ใจตัวเอง ต้องปรับปรุงใหม่ ต้องเอาใจหมู่คณะ ให้เข้ากันได้ จึงจะปฏิบัติธรรมได้ดี ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๕ ๖๕. อย่าเอาแต่ใจ ลด ละ เลิกเอาแต่ใจตัวเอง แล้วทำงานเป็นทีม เมื่อทีมสามัคคี มีจิตเมตตาปรารถนาดีซึ่งกันและกัน คิดเหมือนกัน พูดเหมือนกัน ทำเหมือนกัน ทีมก็เกิดความสุข จะมีกระแสชนิดหนึ่ง ที่เกิดความอบอุ่นใจ สบายใจ รู้สึกไม่หวาดระแวงใครเลย เป็นพลังแฝงเงียบ ๆ ซึ่งเรามองไม่เห็น เป็นพลังแห่งความสามัคคีของทีม ที่จะทำให้ศึกษาวิชชาธรรมกายได้ดีมากเลย ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๕ ๖๖. สมุดบันทึก หาสมุดสักเล่มหนึ่ง เอาไว้เป็นสมุดคู่กายคู่ชีวิตของเรา ไว้สำหรับจดบันทึกผลการปฏิบัติธรรม บันทึกว่า ทำอย่างไรใจถึงหยุดนิ่ง สิ่งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อตัวเรา และต่อไปในอนาคต ก็จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่จะมาภายหลัง กำลังใจมันอยู่ในตัวเรา จะดึงเอาออกมาใช้เท่าไรก็ได้เท่านั้น แล้วมีมากไม่มีที่สิ้นสุด เหมือนภูเขาหรือทะเลแห่งกำลังใจที่ไม่มีฝั่ง และยิ่งใหญ่กว่าภูเขาพระสุเมรุ กว้างกว่าทะเลมหาสมุทร สอนตัวเองให้ได้อย่างนี้ ดึงกำลังใจมาใช้ในการทำความดี ในการสร้างบารมี อย่าฝึกนิสัยท้อแท้ เบื่อหน่าย สิ้นหวัง อย่างนี้ไม่เอา เดี๋ยวมันจะติดข้ามภพข้ามชาติ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ๖๗. แผนผังชีวิต สมัยหลวงพ่อวัดปากน้ำ ทุกรอบของการเทศน์ ไม่ว่าท่านจะยกหัวข้อธรรมอะไรขึ้นมาเทศน์ก็ตาม ในที่สุด ก็จะต้องพูดถึง แผนผังชีวิต ให้จำติดตาตรึงใจของทุกคน แต่ท่านพูดย่อ ๆ สั้น ๆ มุ่งให้ปฏิบัติ จะได้ไปรู้ไปเห็นได้ด้วยตัวของตัวเอง เป็นปัจจัตตัง ท่านทำอย่างนี้เรื่อยมา จนกระทั่งมรณภาพ เพราะกลัวว่า สิ่งที่ถูกต้องดีงาม ซึ่งเคยเลือนหายไปยาวนานกว่า ๒,๐๐๐ ปี จะเลือนหายไปอีก ท่านจึงพูดย้ำ ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะฉะนั้น สิ่งนี้ เราก็ควรจะทำให้มีประสบการณ์ขึ้นมา แล้วเราก็จะเข้าใจ จุดนี้เป็นจุดสำคัญมาก ๆ ทีเดียว ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๔ ๖๘. นักรบกองทัพธรรม ไม่มีวันปลดประจำการ นักรบกองทัพธรรม ไม่มีวันปลดประจำการ ทหารทางโลก พอถึงเวลาเขาก็ปลดเกษียณ ปลดประจำการ แต่นักรบกองทัพธรรม ไม่มีวันปลดประจำการ เพราะว่า เป้าหมายที่ตั้งใจเอาไว้ เรายังไปไม่ถึง เราเพียงแต่เห็นหนทางที่จะไปถึง และวิธีการที่จะไปถึง ดังนั้น การชำระกาย วาจา ใจ ให้บริสุทธิ์ และภารกิจที่หลวงพ่อและหมู่คณะมอบหมายไว้ เราต้องทำกันต่อไป จนกว่าร่างกายเราจะทำไม่ไหว ๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๕ ๖๙. สำคัญทั้งนั้น ทุก ๆ บุญ ทุก ๆ กิจกรรมที่หลวงพ่อให้ทำ ล้วนเป็นไปเพื่อการอบรมบ่มกาย วาจา ใจ ให้บริสุทธิ์ มีความสำคัญทั้งนั้น เราจะเข้าใจคำนี้ได้ เมื่อเราได้เข้าถึงจุดแห่งความสว่าง จุดแห่งการเข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ๗๐. ฉันคือ... ต้นแบบ ให้นึกเสมอว่า เราจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับทุก ๆ คน ไม่ว่ากิจวัตรกิจกรรมอันใดทั้งสิ้น ใครจะเป็นอย่างไร เรื่องของเขา แต่เรื่องของเราต้องดีที่สุด เราทำของเราให้ถูกต้องและดีงาม เมื่อเราทำอย่างสม่ำเสมอ จะเกิดเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ที่ใจอ่อนแอ เผอเรอจากกิจวัตรกิจกรรม เขาคึกคักเข้มแข็งตามเรามาด้วย ถ้าเราเข้มแข็ง เขาจะเข้มแข็ง ถ้าเรามีระบบระเบียบ เขาก็จะมีระบบระเบียบด้วย ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๙ ๗๑. มรดกโลก ลูก ๆ ทุกคน หมั่นพยายามตรวจตราดูว่า เรายังมีสิ่งที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขตนเองอะไรบ้างให้ดีขึ้น และให้ดีเพิ่มขึ้นไปทุกวันทุกคืน เพราะเราเหลือเวลาอย่างจำกัด...ไม่มากแล้ว จะต้องเก็บเอาความดี... ทั้งทาน ศีล ภาวนา ไปให้มากที่สุด เพราะเมื่อถึงวันสุดท้าย... ยิ้มสุดท้ายของเราจะได้สง่างาม จากไป ก็ทิ้งข้อวัตร ปฏิปทา การดำเนินชีวิตของเรา ให้เป็นมรดกโลก ให้ลูกหลานได้ศึกษา ฝึกฝน เดินตามรอยของเราต่อไป ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ๗๒. ล้าได้ แต่อย่าท้อ ชีวิตหลังความตายนั้นยาวนาน ยาวนานมากกว่าชีวิตที่เป็นมนุษย์อยู่ จนเทียบกันไม่ได้ ผู้ฉลาดจึงยอมลำบากช่วงสั้น สั่งสมบุญบารมี เพื่อไปสบายในชีวิตหลังความตายที่ยาวนานกว่า บางครั้ง หากใครล้าก็พักกันก่อน แต่อย่าพักนาน เพราะเวลาเราเหลือไม่มาก ล้าได้ แต่อย่าท้อ... ท้อไม่ได้ เพราะเราเกิดมาสร้างบารมี จำตรงนี้เอาไว้นะลูกนะ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ๗๓. รักตัวเองก่อน คนเราต้องรักตัวเองก่อน... รักตัวเองเป็นอย่างไร รักตัวเอง ก็ต้องไม่ทำให้คนอื่นเขาเกลียดเรา ต้องทำให้เขารัก เคารพ เลื่อมใสเรา นับถือเรา อย่างนั้นจึงเรียกว่า “รักตัวเอง” แต่ถ้าแสดงกิริยาอาการ ที่ทำให้เขาไม่ชอบเรา หมั่นไส้เรา หรือรังเกียจเรา นั่นแสดงว่า... เราไม่รักตัวเอง ทำอย่างนี้บุญน้อย ขาดปัญญา ๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ ๗๔. ปิยวาจา คำพูดนี่สำคัญ แม้เป็นคำจริง เกิดประโยชน์ แต่ถ้าพูดไปแล้วไม่เป็นที่รัก... ก็ต้องปรับ หลวงพ่อว่า การพูดให้เป็นที่รักนั้น... ไม่ยาก สิ่งเหล่านี้เราฝึกได้ เพราะถ้อยคำในโลก มีเหลือเฟือ และเป็นของฟรีด้วย เหมือนกับอากาศที่เราหายใจอย่างนั้น ใครมีปัญญาก็เอามาใช้ ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน และนำมาใช้บ่อย ๆ นะลูกนะ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๕ ๗๕. การค้นพบที่ยิ่งใหญ่ การที่เราค้นพบว่า ตัวเราเองมีข้อบกพร่อง ข้อควรปรับปรุงตรงไหน หลวงพ่อถือว่า เป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ และน่าอัศจรรย์ยิ่งกว่าการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ แล้วจะอัศจรรย์ยิ่งกว่านั้นเข้าไปอีก ถ้าค้นพบแล้ว ลด ละ เลิก แก้ไขปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้น ซึ่งผลที่ได้ก็คือ ตัวของเราดี เราจะเป็นมนุษย์วิเศษ มนุษย์อัศจรรย์ทีเดียว ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๕ ๗๖. เอาตัวให้รอด เรื่องของชีวิตเป็นเรื่องซับซ้อน เราอย่ามีชีวิตอยู่เพียงแค่เพื่อความอยู่รอด เก่งในเรื่องทำมาหากินอย่างเดียวไม่พอ ต้องเอาตัวให้รอดด้วย รอดจากอบาย รอดจากภัยในวัฏสงสาร และรอดขึ้นไปบนสวรรค์ชั้นดุสิต ๑๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ๗๗. ชีวิตที่มีค่า ชีวิตของนักรบกองทัพธรรม ผู้ได้อุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนา เป็นชีวิตที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง ยิ่งกว่าชีวิตของจอมจักรพรรดิ หรือยิ่งกว่าชีวิตใด ๆ ในโลกทั้งหมด เพราะว่าเป็นชีวิตที่มีเกียรติสูงสุด ไม่ใช่มีเกียรติเฉพาะในเมืองมนุษย์นี้เท่านั้น แต่มีเกียรติสูงสุด ในสัมปรายภพ ในเทวโลก เพราะว่า นักรบกองทัพธรรม เป็นผู้ทำงานที่ยิ่งใหญ่และหนักที่สุด นั่นคือ งานสร้างสันติสุขอันไพบูลย์ ให้บังเกิดขึ้นแก่มวลมนุษยชาติ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ๗๘. ตัดสินใจถูกแล้ว การที่พวกเราได้ก้าวเข้ามาสู่เส้นทางธรรม ตั้งใจมาเป็นนักรบกองทัพธรรม ถือว่า เป็นความตั้งใจที่ดีมาก ๆ และก็ดีที่สุดแล้ว เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะภารกิจนี้ คือ งานที่แท้จริงของเรา เราเกิดมาพร้อมกับหน้าที่ ที่จะต้องทำกันต่อไป ไม่มีถอยหลังกลับ ฉะนั้น ให้รู้สึกเป็นเกียรติ มีปีติ และภาคภูมิใจที่ได้รับหน้าที่นี้ หน้าที่อันยิ่งใหญ่ เราต้องทำกันไปเป็นทีมจึงจะสำเร็จ ตราบใดที่เรายังไปไม่ถึงจุดหมาย คือ ที่สุดแห่งธรรม เราก็จะต้องร่วมมือกันต่อไป สานใจกันให้เป็นหนึ่ง ทุ่มเทชีวิตจิตใจสร้างบารมีกันให้เต็มที่ บารมีของเราก็จะได้เต็มเปี่ยมบริบูรณ์ บำเพ็ญบารมีให้มากที่สุด เท่าที่เรายังมีเวลาของชีวิตเหลืออยู่ในโลกนี้ ๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ๗๙. คุณค่าของชีวิต คุณค่าของชีวิต อยู่ตรงที่ ใครได้ทุ่มเทสร้างบารมีมากกว่ากัน ได้ปรับปรุงแก้ไขฝึกฝนอบรมตนเอง จนกระทั่ง... สามารถเข้าถึงพระรัตนตรัยในตัวได้ แล้วก็ทำหน้าที่เป็นผู้ให้แสงสว่างแก่โลก เป็นผู้นำบุญยอดกัลยาณมิตร นำพาเพื่อนมนุษย์ ให้เข้าไปถึงจุดแห่งความสมปรารถนา ให้เขาได้เข้าถึงความสุขที่แท้จริง ที่เกิดจากการได้เข้าถึงพระรัตนตรัยในตัว ได้รู้จักเป้าหมายชีวิตที่แท้จริง แล้วก็มีกำลังใจ ที่จะก้าวเดินต่อไป สู่เป้าหมายนั้นได้ตลอดรอดฝั่ง โดยไม่หวาดหวั่นต่ออุปสรรคใด ๆ กระทั่งมีชัยชนะ ถึงจุดหมายปลายทาง ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ๘๐. วิชชาชีวิต สิ่งที่ชาวโลกต้องการ คือ ความรู้ที่ชาวโลกเขาไม่รู้ ความรู้นั้น คือ ความรู้ที่อยู่ในพระไตรปิฎก ทั้งภายในพระคัมภีร์ที่อยู่ในตู้ และความรู้ภายในตัว ชาวโลกเขาอยากจะรู้เรื่องราวของชีวิต วิชชาความจริงของชีวิต ซึ่งทางโลกไม่มีสอน ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ๘๑.หนทางอีกยาวไกล หนทางที่จะไปสู่ที่สุดแห่งธรรมนั้นยาวไกล จะต้องมีบุญยิ่งใหญ่ไพศาล ต้องสร้างบารมีที่สุดในทุกสิ่ง... จึงจะไปได้ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ ๘๒. สัญลักษณ์แห่งคุณธรรม กำลังใจ นี่แปลก ยิ่งให้เขาเท่าไร เรายิ่งได้เพิ่ม ผู้ให้ย่อมได้รับ ไม่ใช่ยิ่งให้ยิ่งหมด ผู้ให้กำลังใจ เป็นสัญลักษณ์แห่งคุณธรรม ผู้ที่มีคุณธรรมสูง ย่อมมีความปรารถนาดีต่อทุก ๆ คน ที่อยู่รอบข้าง ปรารถนาอยากให้เขาได้ดี นั่นสัญลักษณ์แห่งคุณธรรม สัญลักษณ์แห่งสติปัญญา ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๕ ๘๓. ไปอย่างผู้ชนะ ถ้าชาตินี้... เราอดทนสร้างบารมี จนกระทั่งถึงวาระสุดท้าย เราจะยิ้มอย่างผู้มีชัยชนะ เป็นยิ้มสุดท้ายที่สง่างาม ว่า เราได้ใช้ร่างกายนี้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เราจะจากกายนี้ไปด้วยความปีติเบิกบาน เหมือนพระราชาที่รบชนะศึก แล้วออกจากแว่นแคว้นที่พระองค์รบชนะ ด้วยใจที่มีปีติ เบิกบาน แช่มชื่น ถ้าชนะชาตินี้ได้ ชาติต่อไปก็ชนะตลอด ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ ๘๔. โลกแห่งการสร้างบารมี โลกนี้ เป็นโลกแห่งการสร้างบารมี สร้างความดีงาม บัณฑิต จะสร้างแต่ความดี คนพาล จะสร้างแต่บาปอกุศลกรรม เมื่อละโลกแล้ว สิ่งที่เรากระทำไว้ จะเป็นประดุจเงาติดตามตัวเราไป ถ้าสิ่งที่ทำนั้นเป็นบุญ วิบากก็เป็นความสุข ความบันเทิง ในสุคติโลกสวรรค์ บาปก็ตรงข้ามกัน ถ้าจิตเศร้าหมองไม่ผ่องใส ละโลกแล้วก็จะไปอบาย ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ๘๕. กฎแห่งการกระทำ กฎแห่งการกระทำ เป็นสิ่งที่เรา และใคร ๆ หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะรู้หรือไม่รู้ก็ตาม กฎนี้มีอิทธิพลต่อเรา กฎหมายเรายังหลีกเลี่ยงไม่ได้ กฎแห่งกรรมร้ายแรงยิ่งกว่านั้นหลายเท่านัก ไม่ว่าใครจะมีความรู้หรือไม่รู้ เชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม ต่างก็ตกอยู่ในกฎแห่งกรรมทั้งสิ้น ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ๘๖.กฎแห่งกรรม... กฎสากล กฎแห่งกรรม ครอบคลุมมนุษย์ทุกคนในโลก ไม่คำนึงว่า ใครจะมีความเชื่ออย่างไร นับถือศาสนาไหน มีเชื้อชาติ หรือเผ่าพันธุ์ใด เพราะ กฎแห่งกรรมเป็นของกลาง ๆ ของสากล เหมือนดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว ทุกชาติ ทุกภาษา ทุกศาสนา ลืมตามองไป เห็นกลม ๆ เหมือน ๆ กัน ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ๘๗. กรรมเห็นเรา บางคน ไม่เชื่อเรื่องเวรกรรม บอกว่า มองไม่เห็น เรามองไม่เห็นกรรม หรือผลของกรรม แต่เวรกรรมนั้นมันเห็นเรา เหมือนหัวกระสุนที่วิ่งเข้าหาเรา เราไม่เห็นมัน แต่มันเห็นเรา มุ่งเข้าเป้าทีเดียว นี่อันตรายนะลูกนะ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ๘๘. บุญ คือ ธาตุสำเร็จ บุญ ก็คือ ความดีที่เราทำ ทั้งจากการทำทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา กลั่นใจเราให้ใส สะอาด บริสุทธิ์ ยิ่งบริสุทธิ์ ปราศจากความโลภ ความโกรธ ความหลง เท่าไร บุญก็ยิ่งมาก เมื่อมีบุญมาก จะปรารถนาอะไรก็ได้ทั้งนั้น ความสุข ความสำเร็จ ความสมหวัง ก็จะบังเกิดขึ้นแก่เราทุกอย่าง จนกระทั่งไม่อยากได้อะไรอีกเลย อยากจะปฏิบัติธรรม อยากจะอยู่ในกลางของกลาง เพื่อมุ่งเข้าไปหาที่สุดในกลางอย่างเดียว ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ ๘๙. บุญที่สำคัญที่สุด เราต้องสร้างบุญกันให้เยอะ ๆ นะลูกนะ บุญที่สำคัญที่สุด คือ “การทำใจหยุด ใจนิ่ง” เพื่อให้เข้าถึงพระรัตนตรัยในตัว เพราะฉะนั้น ขยันนะลูกนะ อย่าขี้เกียจปฏิบัติธรรม สิ่งนี้จะเป็นที่พึ่งอย่างสำคัญให้กับลูกทุกคนทั่วโลก ๒๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ๙๐. อย่าตกบุญ ทำทุกบุญ อย่าให้ตกเลยแม้แต่บุญเดียว ทำทั้งตัวเองด้วย แล้วก็ชวนคนอื่นเขามาทำด้วย อย่างนี้จึงจะถูกหลักวิชชา ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ๙๑. บริวารสมบัติ ทำบุญธรรมดาที่เราทำ ก็มีบริวารอยู่แล้ว แต่ถ้าจะให้ได้บริวารสมบัติมาก ๆ และดี ต้องทำหน้าที่ผู้นำบุญ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ๙๒. เมื่อเราสว่าง... โลกก็สว่างด้วย เรามาถึงความสว่างก่อนเขา เพระฉะนั้น ต้องเอาความสว่างนี้ไปแจกจ่าย แล้วอย่าลืมคำขวัญว่า “เมื่อเราสว่าง โลกก็ต้องสว่างด้วย” โลกใบเล็ก ๆ ก่อน คือ ภายในครอบครัว แล้วก็ขยายไปที่ทำงาน หรือที่ไหน ๆ ที่เราไปในทุกสถาน ให้สว่างไสว... ๒๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ๙๓. บุญมาก... อุปสรรคน้อย ถ้าบุญเรามาก อุปสรรคจะน้อย ถ้าบุญเราน้อย อุปสรรคจะมาก ถ้าบุญเราเต็มเปี่ยมบริบูรณ์ อุปสรรคก็มลายหายสูญไม่มีเหลือ ๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ๙๔. Designer of the Life เราเป็น Designer of the Life แปลว่า... เป็นนักออกแบบชีวิตของเราเอง ชีวิตเรา... เราอยากจะเป็นอย่างไร ก็แล้วแต่เรา อยากจะมีบุญมาก ก็ทำบุญมาก อยากมีบุญปานกลาง ก็ทำปานกลาง อยากมีบุญน้อย ก็ทำบุญน้อย ไม่อยากมีบุญ ก็ไม่ต้องทำ อยากจะไปเกิดเป็นเปรต อสุรกาย สัตว์นรก สัตว์เดรัจฉาน เขาก็มีวิธีเหมือนกัน แล้วแต่เราจะเลือกเอาแบบไหนได้ทั้งนั้น เพราะเราคือ Designer of the Life ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ๙๕. หมดบุญก็หมดสิทธิ์ จะเป็นมนุษย์หรือเทวดาก็ตาม เมื่อหมดบุญก็หมดสิทธิ์ แม้ชีวิตก็รักษาไว้ไม่ได้ ถ้าเป็นเทวดา ก็ต้องจุติ เป็นมนุษย์ ก็ต้องละโลก หมดสิทธิ์ในการที่ครอบครองทรัพย์ บุญ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องสั่งสมเอาไว้เสมอ ไม่ว่าจะโดยการให้ทาน รักษาศีล หรือเจริญภาวนา ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ๙๖. ชีวิตหลังความตาย ชีวิตหลังจากตายแล้ว ไม่มีการหว่าน ไม่มีการไถ ไม่มีการทำไร่ทำสวน ไม่มีการทำมาค้าขาย เป็นอยู่ได้ด้วยบุญและบาปที่สั่งสมเอาไว้ตอนเป็นมนุษย์ ถ้าบุญ ก็จะส่งผลดี มีสุขไปยาวนาน ถ้าบาป ก็ส่งผลตรงกันข้าม ให้เป็นทุกข์ยาวนานเช่นเดียวกัน ถ้าเรารักตัวเอง... ก็ต้องหมั่นสั่งสม เติมบุญ เติมบารมี เติมความบริสุทธิ์ในตัวของเราให้มาก ๆ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ๙๗. ยิ้มสุดท้าย... ชีวิตในโลกมนุษย์มันนิดเดียวเท่านั้น ไม่มีนิมิตหมายว่า จะละโลกเมื่อไร ที่ใด ด้วยอาการอย่างไร เราไม่อาจจะเลือกสถานที่ เลือกโรคภัยไข้เจ็บ หรือเลือกวิธีการตายได้ เพราะฉะนั้น เราต้องสั่งสมบุญเอาไว้มาก ๆ และพร้อมเสมอที่จะเดินทางไปสู่ปรโลก ถ้าเราได้สั่งสมบุญเอาไว้ แม้ต้องตายอย่างกะทันหันโดยอุบัติเหตุ เราก็จะอยู่ตรงนั้นเหมือนฝันชั่วคราว ประเดี๋ยวเดียว กระแสบุญก็จะตามเรามา แล้วฉุดเราไปสู่ภพภูมิอันประเสริฐ ตามกำลังบุญของเรา เพราะฉะนั้น บุญกุศลที่เราได้สั่งสมมา มีความจำเป็นอย่างมาก สำหรับตัวของเรา เราต้องพร้อมเสมอ ในอิริยาบถทั้ง ๔ ไม่ว่าจะนั่ง นอน ยืน เดิน แล้วเราจะอยู่บนเตียงผู้ป่วยอย่างสง่างาม ละจากโลกนี้ไปอย่างสมศักดิ์ศรี ที่ได้เกิดมาสร้างบารมี ยิ้มสุดท้าย... จะเป็นยิ้มที่งดงามกว่ายิ้มของเทพบุตร และเทพธิดาบนสวรรค์ เป็นยิ้มที่ใคร ๆ เห็นแล้วเกิดปีติ เกิดกำลังใจในการสร้างบารมีต่อไป ๒๒ กรกฎาคม พ. ศ. ๒๕๔๔ ๙๘. ชีวิต... นับจากนี้ ชีวิตของเราแต่ละคน ล้วนเคยพลาดพลั้งกันมาทั้งนั้น ไม่มากก็น้อย แต่ชีวิตต่อไป อย่าให้พลาดพลั้งอีก ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ๙๙. ๔ ข้อควรจดจำ ข้อที่ ๑ อย่าไปตอกย้ำซ้ำสิ่งที่เคยผิดพลาด เดี๋ยวดวงบาปจะโต และจะดึงดูดบาปอกุศลอื่น ๆ มาด้วย ให้ลืมไปเสีย เหมือนเราไม่เคยเจอสิ่งนั้นมาก่อน ข้อที่ ๒ ไม่ทำสิ่งที่เป็นบาปอกุศลอีก ไม่ว่ากรณีใดทั้งสิ้น ข้อที่ ๓ สั่งสมบุญ ทั้งทาน ศีล ภาวนา ให้มาก ๆ ข้อที่ ๔ ปลอดภัยที่สุดคือ ปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงพระธรรมกาย หรืออย่างน้อยต้องเข้าถึงดวงใส ๆ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๔ ๑๐๐. ทำการบ้าน การบ้าน* ที่หลวงพ่อให้ ต้องทำนะลูกนะ ทำแล้ว จะช่วยตอกย้ำความเข้าใจเกี่ยวกับ เรื่องการปฏิบัติธรรมและการสร้างบารมีของเรา ทำไปวันละเล็กละน้อย ดูเผิน ๆ ไม่น่าจะมีอานิสงส์ใหญ่ เหมือนเราหายใจทีละน้อย ๆ ไม่น่าจะมีอานิสงส์ใหญ่ แต่ทำให้เราสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ หรือทานข้าวทีละคำน้อย ๆ ตัวไม่น่าโต แต่มันก็โตได้ การบ้านก็เหมือนกัน ทำทีละเล็กละน้อย ค่อย ๆ ทำ เดี๋ยวจะมีอานิสงส์ใหญ่ ตอนที่เราได้เข้าถึงธรรมนั่นแหละ *การบ้าน ๑๐ ข้อ ข้อ ๑ เมื่อกลับไปถึงบ้าน ให้เอาบุญไปฝากทุกคนที่บ้าน ข้อ ๒ ให้จดบันทึกผลการปฏิบัติธรรม ข้อ ๓ ก่อนนอน ให้นึกถึงบุญ ที่ได้สั่งสมมาทั้งหมด ข้อ ๔ ให้หลับอยู่ในอู่แห่งทะเลบุญ ข้อ ๕ ตื่นก็ตื่นอยู่ในอู่ทะเลบุญ ข้อ ๖ เมื่อตื่นแล้ว ให้รวมใจเป็นหนึ่งกับองค์พระ ๑ นาที ใน ๑ นาทีนั้น ให้เรานึกว่า เราโชคดีที่รอดมาอีกหนึ่งวัน ขอให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย จงมีความสุข อันตัวเรานั้น ตายแน่ ตายแน่ ข้อ ๗ ทั้งวัน ให้ทำความรู้สึกว่า... ตัวเราอยู่ในองค์พระ องค์พระอยู่ในตัวเรา เราเป็นองค์พระ องค์พระเป็นตัวเรา ข้อ ๘ ทุก ๑ ชั่วโมง ขอ ๑ นาที เพื่อหยุดใจ นึกถึงดวง องค์พระ หรือทำใจนิ่ง ๆ ว่าง ๆ ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ข้อ ๙ ทุกกิจกรรม ตั้งแต่ตื่นนอน ไม่ว่าจะเป็นการล้างหน้า อาบน้ำ แต่งตัว รับประทานอาหาร ล้างจาน กวาดบ้าน ออกกำลังกาย ขับรถ ทำงาน ให้นึกถึงดวง นึกถึงองค์พระไปด้วย ข้อ ๑๐ สร้างบรรยากาศที่ดี สดชื่น ด้วยรอยยิ้ม และปิยวาจา ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๕