1. เกิดมาสร้างบารมี เราเกิดมาสร้างบารมี ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ โลกนี้เป็นโลกแห่งการสร้างบารมี สร้างความดี ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๕ บัณฑิต... จะสร้างแต่ความดี คนพาล... จะสร้างแต่บาปอกุศล ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๕ สร้างบารมีให้สม่ำเสมอ อย่าให้ขาดตอนเลย สายบุญสายสมบัติจะได้ต่อเนื่อง ๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๔ เราเกิดมาสร้างบารมี จะต้องใช้ทุกอนุวินาที กับทุกสิ่งที่เรามี ให้เป็นประโยชน์ ต่อการสร้างบารมี ถึงจะคุ้มค่า กับการเกิดมาเป็นมนุษย์ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ กายมนุษย์เท่านั้น จึงจะสร้างบารมีได้ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ การสร้างบารมี คือ การพักผ่อน การพักผ่อน คือ การสร้างบารมี ตอกย้ำซ้ำเดิมไปเรื่อยๆ จะทำให้เราไม่ประมาท ในการดำเนินชีวิต และการสร้างบารมี เราจะไม่เพลินๆ แบบชาวโลก ที่เขากำลังเพลินๆ กันอยู่ ๑๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๗ สร้างบารมี ต้องไม่มีเว้นวรรค ๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙ บารมีของเรายังอ่อนอยู่ พญามารเขาถึงบังคับบัญชาได้ ถ้าหากบารมีเราแก่ เขาก็บังคับไม่ได้ ดังนั้นการสั่งสมบารมีทุกวัน จะทำให้บารมีแก่รอบขึ้น จนกระทั่งสามารถไปรู้ไปเห็น และเอาชนะเขาได้ ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ พระโพธิสัตว์ ไม่อิ่มในการสร้างบารมี 00 00 0000 แม้เศรษฐกิจจะตกต่ำ ก็ให้ตกต่ำเฉพาะเศรษฐกิจ แต่อย่าให้ใจของเราตกต่ำ โดยไม่สร้างบารมี เราต้องยกใจของเราให้สูงส่ง ด้วยการสวนกระแส ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ อย่าไปคอยความพร้อมของชีวิต เพราะจะหมดสิทธิ์ที่จะทำอะไร ให้รวยเสียก่อน ให้แข็งแรง ให้หายป่วยเสียก่อน ให้หมดห่วงก่อนอย่างนี้ เราจะไปคอยชาติไหน...ไม่มี ความพร้อมมันอยู่ที่เราพร้อมต่างหาก ๒๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เราต้องพร้อมเสมอ สำหรับการสร้างบารมี ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐ ถ้าเราไปคอยความพร้อม บางทีเราก็ “ซี้” ก่อน ความพร้อมมันอยู่ที่ ...เราพร้อม ๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๘ อย่าไปคอยความพร้อม เราต้องสร้างความพร้อม ให้กับตัวเราเอง ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ มัจจุมาร... ไม่เคยให้โอกาสใครได้อยู่ยาวๆ เพื่อสร้างบารมี ความตาย...ไม่มีนิมิตหมาย ตอนนี้เรายังมีชีวิตอยู่ มีอาชีพสร้างบารมี เพื่อให้ถูกวัตถุประสงค์ การมาเกิดเป็นมนุษย์ ก็ต้องรีบลุยกันไปเลย ๒๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ ความตายไม่มีนิมิตหมาย เราอย่าไปคอยความพร้อม ความพร้อมหาได้ยากในโลก แต่ความพร้อมอยู่ที่เราพร้อม ๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ อย่าหวังว่า...จะได้พักผ่อน หรือปลดประจำการนะลูกนะ ถ้าหวังผิดแล้วจะผิดหวัง ก็ต้องสร้างบารมีกันไป จนกว่าจะถึงยิ้มสุดท้ายนั่นแหละ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๕ นักรบทางโลกเขายังปลดเกษียณ แต่นักรบทางธรรม ไม่มีวันปลดประจำการ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐ อย่ากลัวความลำบาก ถ้าเราไม่ลำบาก แล้วเราจะได้บารมี มาจากทางไหน อยู่เฉยๆ จะให้บุญหล่นทับ... อย่าไปหวัง ๒๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ เรามีเวลาเท่ากัน วันละ ๒๔ ชั่วโมง แต่ใช้เวลาอันมีค่า เพื่อสร้างสิ่งที่มีคุณค่า ต่อชีวิตไม่เท่ากัน ๑๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ เกิดยาก...ตายง่าย เมื่อเกิดมาแล้ว ต้องสร้างบารมีกันให้เต็มที่ อย่าใช้ชีวิตของเรา ไปทำอะไรที่ไม่รักตัวเอง 00 00 0000 ถ้าใครรักตัวเองจริงๆ เขาจะขวนขวาย ในการสร้างบารมี เพราะว่า “บุญบารมี” เป็นบ่อเกิดแห่งความสุข และความสำเร็จในชีวิต ไปทุกภพทุกชาติ ๒๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๕ สร้างบารมีต้องทำให้ครบถ้วนบริบูรณ์ ทั้งทาน ศีล ภาวนา เราจะเอาแค่ภาวนา ทานกับศีลเอาไว้ก่อน หรือทำทานอย่างเดียว ศีลกับภาวนาไม่ทำ ก็ไม่ได้ เพราะทุกสิ่งที่ทำ จะถูกบันทึกเอาไว้ในกลางกาย เป็นผังสำเร็จของเรา ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ในฐานะที่เรา ได้มาถึงความรู้อันบริสุทธิ์ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว เข้าใจชีวิตได้ดีขึ้นกว่าเดิม ก็ควรจะใช้ชีวิตสร้างบุญบารมีให้เต็มที่ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ โลกมนุษย์เป็นสถานที่ สำหรับสร้างบารมี ไม่ได้มีไว้เพื่อเสวยบุญ หรือเพื่อเหตุอย่างอื่นเลย ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘ โลกนี้...ไม่มีที่น่าเที่ยวหรอก เพราะเป็นโลกแห่งการสร้างบารมี โลกแห่งการ...แสวงบุญ ไม่ใช่โลกแห่งการ...เสวยบุญ ไปเที่ยวกลับมาก็เหนื่อย แล้วก็ลืม แถมเสียเงินเสียทอง เสียแล้วก็ไม่ได้แปรเปลี่ยน มาเป็นบุญกุศล ๒๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๗ โลกมนุษย์เป็นสถานที่ ที่เหมาะสมสำหรับสร้างบารมี เพราะเป็นที่ที่สามารถ ทำทาน รักษาศีล และเจริญภาวนาได้ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ โลกนี้เป็นทางผ่านสำหรับ ผู้มีบุญ มีบารมี มีปัญญา อาศัยสร้างบารมี แล้วสะสมบารมีให้เพิ่มพูนมากเข้า เพื่อมุ่งตรงต่อหนทางพระนิพพาน ๒๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ ปีนี้นอกจากเป็นปีแห่งความมั่งคั่งแล้ว ควรจะเป็นปีแห่งการสร้างบารมี ที่ยิ่งกว่าปีที่ผ่านมาด้วย ๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๖ การสูญเสียโอกาส ในการสร้างบารมี คือการสูญเสีย ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ไม่มีการสูญเสียใดๆ ที่จะยิ่งใหญ่ไปกว่านี้อีกแล้ว ๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ทุกอย่างก็ต้องทำซ้ำๆ ทั้งนั้น ทำทีเดียวใช้ตลอดชาติมันคงไม่ได้ เหมือนเราหายใจทีเดียว ใช้ตลอดชาติได้ไหม การสร้างบารมีก็เช่นเดียวกัน ๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๘ เราต้องทำประวัติศาสตร์ชีวิตอนาคตให้ดี ด้วยการทำปัจจุบันให้ดีกว่าดีที่สุด เพื่อความปลื้มใจในภพชาติต่อไป เมื่อระลึกย้อนหลังกลับมา จะได้เห็นแต่ภาพชีวิตที่งดงาม ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ เมื่อความตายไม่มีนิมิตหมาย เป้าหมายชีวิตยังไม่ปรากฏ นั่นเป็นเครื่องยืนยันว่า เรายังบารมีอ่อนอยู่ ยังจะต้องสร้างบารมี ให้แก่กล้ายิ่งขึ้นไปอีก ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ อย่ากลัวความเหนื่อยกันนะ อยู่ทางโลกก็เหนื่อย อยู่ทางธรรมก็เหนื่อย แต่อยู่ทางโลกเหนื่อยฟรี ทางธรรมเราเหนื่อยแล้ว ยังเปลี่ยนมาเป็นบุญ เป็นบารมี จะอยู่ทางไหนก็เหนื่อยทั้งนั้น ต้องอดทนสร้างบารมีกัน เหนื่อยเหน็ดไม่เป็นไร แต่อย่าเหนื่อยหน่าย “เหนื่อยนัก ก็พักกันก่อน พอหายเหนื่อย ก็ลุยกันต่อ” ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๑ ทำไมหลวงพ่อคิดงานใหญ่ เพราะมีความปรารถนาใหญ่ ที่จะนำพาชาวโลกทั้งมวล ให้เข้าถึงพระธรรมกาย เราเกิดมาทั้งที เราควรคิดอะไรใหญ่ๆ เพราะคิดเล็ก คิดปานกลาง คิดใหญ่ ก็ต้องตายเหมือนกัน เรามีเวลาสร้างบารมีในโลกนี้จำกัด เราจะบวชทำไมทีละไม่กี่องค์ ต้องบวชทีละหมื่น ทีละแสน แล้วค่อยขยับไปล้าน ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๘ เมื่อเราจะทำความดี จะไปหงอยเหงา เศร้าสร้อยทำไม 00 00 0000 ชีวิตจะมีคุณค่า... เมื่อสร้างบารมี ๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๔ การได้สั่งสมบุญบารมี จะนำพาชีวิตให้ไปสู่ จุดหมายปลายทาง อันสูงสุดที่ปรารถนาได้ จะทำให้มีชีวิตอันประเสริฐสุด ดุจเดียวกับพระอริยเจ้า ๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ชีวิตของเราที่เกิดมาครั้งหนึ่ง หากว่าได้ทำสิ่งที่ดี มีประโยชน์ต่อโลก ทำสิ่งที่เป็นไปเพื่อสันติสุข ของมวลมนุษยชาติอย่างแท้จริง ก็ถือว่าเป็นชีวิตที่คุ้มค่าและมีค่าที่สุดแล้ว ๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๔ วันที่ดีที่สุดในชีวิต คือวันเวลาที่เราได้ใช้ สร้างคุณงามความดี ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ลักษณะมหาบุรุษ เป็นของกลางๆ ที่เราสามารถไปถึงตรงนั้นได้ ถ้าสร้างบารมีให้เต็มเปี่ยม ๑๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ กายมนุษย์มีไว้ สำหรับสร้างบารมีเท่านั้น อย่าเอาไปถล่มทลายนะ ๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ พึงหวงแหนร่างกาย ชีวิตจิตใจนี้ให้ดี เอาไว้สำหรับสร้างความดีอย่างเดียว อย่าเอาไปถล่มทลาย อย่าเอาไปใช้ในสิ่งที่ ไม่เป็นสาระแก่นสาร ที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ชีวิต ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ เกิดมาแล้ว ต้องสร้างสิ่งที่ดี ให้กับโลก 00 00 0000 โลกมนุษย์...เป็นที่สร้างบารมี สวรรค์...เป็นที่เสวยผลบุญ นรก...เป็นที่เสวยผลบาป ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๖ สร้างบารมีต้องทุ่มสุดตัว ไม่ใช่พูดแค่ปาก แต่ทำด้วยใจ และต้องไปให้ทันกัน ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๖ ยกใจของเราให้สูง ยิ่งยกใจให้สูงมากเท่าไร จะยิ่งมองเห็นอะไรได้กว้างขวางขึ้น ความรู้สึกแบ่งเขาแบ่งเรา จะหมดสิ้นไป ๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๗ สร้างบารมีต้องรู้จักคำว่า “พอดี” ไม่ทำมากเกินไป หรือน้อยเกินไป ต้องรู้จักเลือกจุด “พอดี” ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๖ นักสร้างบารมีรุ่นบุกเบิก สร้างสิ่งที่ดีงาม สร้างสังคมในอุดมคติ เป็นแบบอย่างกับรุ่นต่อๆ ไป ขอให้เราทำความดีให้ถึงจุดเถอะ จะเกิดเป็นแรงบันดาลใจ ที่ใครๆ เห็นแล้ว ปลื้มปีติกับเราไปด้วย และจะมาร่วมสนับสนุนเรา ๑๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ ให้เราสวมหัวใจของยอดนักสร้างบารมี ใช้ทุกสิ่งที่เรามีให้เป็นประโยชน์ ต่อการสร้างบารมี ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ยามศึก...เรารบ ยามสงบ...เรารวย 00 00 0000 หลวงพ่ออยากให้… ลูกทุกคนไปชั้นดุสิต แต่ก็ขึ้นอยู่กับ… ความสมัครใจของแต่ละคน ๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ เมื่อเราเกิดมาสร้างบารมี เราก็ต้องใช้เวลาที่อยู่ในโลกนี้ และทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดนี้ ให้มีประโยชน์อย่างเต็มที่ ต้องฉลาดในการหาบุญ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๕ เราควรเป็นผู้ที่มีส่วนอย่างสำคัญ ในการฟื้นฟูศีลธรรมโลก 00 00 0000 ถ้าตายด้วยการสั่งสมความดี จะมีสุคติโลกสวรรค์เป็นที่ไป ๒๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ถ้าตายจากความดี ...มันจะไปอบาย ๒๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ หากเรามีโอกาส ที่จะหยิบจะฉวยจะช่วยอะไรได้ ในกิจการงานสงฆ์ หรืองานส่วนรวม ให้ช่วยกันทำเถิด นั่นเป็นทางมาแห่งบุญของเรา เราเกิดมาสร้างบารมี ไม่ใช่เพื่ออย่างอื่นเลย ดังนั้นทุกกิจวัตรกิจกรรมในวัดนี้ ทั้งหมดล้วนเป็นบุญทั้งสิ้น ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ เราต้องทำกิจวัตรกิจกรรม งานบุญอย่างต่อเนื่อง ต้องเอาบุญไปให้เยอะๆ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๗ เพราะเราต้องไปถึงที่สุดแห่งธรรม จะไปถึงตรงนั้นต้องมีบารมีมาก จะมีบารมีมากก็ต้อง ทำให้มากๆ ทำบ่อยๆ ยิ่งทำก็จะยิ่งมีเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ๑๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๔ เราจะต้องทุ่มพลังใจอันยิ่งใหญ่ ทำงานพระศาสนาให้สำเร็จเป็นอัศจรรย์ เมื่อเราตั้งใจมั่นทำอย่างสุดกำลัง ในที่สุดก็จะสมปรารถนา ๑๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ลูกทุกคน... คือ...ผู้สร้างแรงบันดาลใจของโลก คือ...อนาคตของพระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย ๒๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๗ ถ้ารักตัวเองต้องหมั่นสั่งสม เติมบุญ เติมบารมี เติมความบริสุทธิ์ ในตัวของเราให้มากๆ ต้องทำตัวของเราให้เป็นที่รัก ของมนุษย์และเทวดา ด้วยการมีศีล มีธรรม เกิดมาชาตินี้ก็จะได้สมหวังดังใจ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ มีงานที่รอเราอยู่อีกเยอะ ซึ่งเป็นทางมาแห่งบุญ ที่เราจะต้องทำไป จนกว่าจะหมดอายุขัย เพราะฉะนั้น...ต้องฝึก ในการทำหน้าที่เป็นผู้นำบุญ และยอดกัลยาณมิตร ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๕ เขายังชวนเข้า วงเหล้า วงไพ่ได้ เราดึงเขามาเข้าวัด มาทำบุญ ทำไมจะทำไม่ได้ ๒๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ทั้งทำด้วยตัวเองด้วย ไปชักชวนคนอื่นมาทำด้วย เราก็จะสมบูรณ์พร้อม ทั้งทรัพย์สมบัติ และบริวารสมบัติ จะมีพวกพ้องเต็มไปหมดเลย ในทุกหนทุกแห่ง ๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๕ 2. อย่ากลัวอุปสรรค ถ้าเรารักในการสร้างบารมี จะต้องไม่ให้ ดินอากาศฟ้าเป็นอุปสรรค ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ เราจะไม่ยอมให้ ดินอากาศฟ้าเป็นอุปสรรค ต่อการสร้างบารมีของเรา ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ สำหรับนักสร้างบารมี หรือพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย ถือเป็นเรื่องธรรมดา ที่จะต้องพบเจอกับความอยุติธรรม หรือความไม่เข้าใจต่างๆ นานา เพราะว่าแต่ละคนยังมีกิเลสอยู่ ๑๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ หากเรามีความมั่นใจ ในการสร้างบารมี เราต้องไม่เกรงกลัวต่ออุปสรรคต่างๆ แม้เจออุปสรรค ก็ไม่ทิ้งการสร้างบารมี ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๘ ไม่ว่าเศรษฐกิจ จะขึ้นหรือลง อย่านำมาเป็นอุปสรรค ในการสร้างบารมี ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เมื่อเราเกิดมาสร้างบารมี เราก็ต้องอดทนต่อสู้ กับทุกสิ่งทุกอย่าง อย่าให้อะไรมาเป็นอุปสรรค ต่อการสร้างบารมีของเรา ๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๖ อย่าคิดว่าอะไรเป็นอุปสรรค ให้เปลี่ยนขยะมาเป็นปุ๋ย ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ เป้าหมายเป็นหลัก อุปสรรคไม่มี ๑๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒ อุปสรรค เป็นสิ่งที่เราจะต้อง ก้าวข้ามไปให้ได้ มารมี...บารมีลด มารหมด...บารมีเพิ่ม เราเคยได้ยินแต่ว่า ไม่มีมาร บารมีไม่แก่... มาร แปลว่า ผู้ขวาง แปลว่า อุปสรรค มีอุปสรรคบารมีจะเยอะได้อย่างไร มันถูกตัดออกไป เพราะฉะนั้น อย่าให้ตัวเรามีอุปสรรค จะต้องให้ใจใสๆ สว่างไสว ๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ อุปสรรคเป็นเรื่องธรรมดา หมั่นกวดขันตัวเรา ให้มีสติปัญญา ให้มีกำลังใจที่จะ ทำความดีต่อไปได้ ถ้าคิดอย่างนี้แล้วไม่ช้า เราก็จะชนะอุปสรรคทั้งหลายได้ ๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ อย่าท้อ อย่าหวั่นไหว อย่ากลัวความยากลำบาก อย่ากลัวอุปสรรค ในการสร้างบารมี ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๖ 3. เคารพในปฏิสันถาร ช่วยกันดูแลวัดวาอาราม ให้สะอาด ให้ร่มรื่น คุณยายท่านถือความสะอาด เป็นชีวิตจิตใจ ท่านบอกว่า... วัดวาอารามที่สะอาด ร่มรื่น แสดงถึงจิตใจ ที่มีคุณธรรมของคนในวัด และเป็นการให้เกียรติ แก่ผู้มาเยี่ยมวัด ๑๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ต้องเคารพในการปฏิสันถาร ในการต้อนรับแขก ด้วยการช่วยกันทำความสะอาดวัด อย่าให้มีสิ่งสกปรกรกรุงรัง นี้เป็นปฏิปทาของคุณยายอาจารย์ฯ ขอให้ลูกหลานสืบทอดกันต่อไป ๑๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๕ หลวงพ่ออยากให้มีการ สืบสานวัฒนธรรมคุณยายอาจารย์ฯ เรื่องการขัดวิมาน (ขัดห้องน้ำ) ในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านเป็นต้นบุญต้นแบบ โดยลงมือทำเอง สอนเอง ให้กำลังใจเอง เดินตรวจตราห้องน้ำเองเลย ๑๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๕ เห็นอะไรในวัด ที่จะเป็นทางมาแห่งบุญของเรา ก็ต้องขวนขวายช่วยกันทำ เช่น เห็นใบไม้ ใบหญ้า เศษขยะมูลฝอย ก็เก็บเอาไปใส่ในถังเพชรพลอย อย่ามองว่าเป็นสิ่งปฏิกูล ให้มองว่าเป็นเพชรพลอย ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ ทำวัดวาอารามให้สะอาด เพราะวัดเป็นแหล่งตักตวงบุญ แหล่งแห่งเนื้อนาบุญของทุกคน ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ 4. ต้องฝึกตัว คุณค่าชีวิตของมนุษย์อยู่ตรงที่ ใครได้สร้างบารมี อย่างเต็มที่มากกว่ากัน... ได้ปรับปรุงแก้ไข ฝึกฝนอบรมตนเองให้ดีขึ้น ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๕ นักสร้างบารมีที่ดี... จะต้องคิดปรับปรุงตนเองตลอดเวลา คิดปรับตัวเองให้เข้ากับคนอื่น... ไม่ใช่คิดปรับคนอื่นให้เข้ากับตัวเอง ๒๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๔ การแก้ปัญหาที่ตัวเรา... ก็คือการแก้ไขปัญหา ของส่วนรวม ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๓ ปรับใจให้อยู่เหนือสิ่งแวดล้อม และทำความเข้าใจคนรอบข้าง ต้องคิดดี พูดดี ทำดี แล้วสิ่งดีๆ จะเกิดขึ้น แบบสวนกระแส ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙ ทุกสิ่งที่เราทำ ทุกคำที่เราพูด และทุกความคิดของเรา ล้วนส่งผลปรับปรุงชีวิตของเรา ให้ดีหรือเลวได้ทั้งสิ้น ๒๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘ ต้องคิดดี พูดดี ทำดี ทำใจให้เหมือนดั่งชาวสวรรค์ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ ชาตินี้ไม่สวย ไม่หล่อ ก็ขอให้เป็นคนดี เป็นที่รักของมนุษย์ของเทวดา ๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ รักษาใจให้สดชื่นเสมอ ในทุกสถานการณ์ ระวังรักษาใจ… อย่าให้ใจชอกช้ำ ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ ทำความดี ไม่ต้องเขิน ไม่ต้องอาย 00 00 0000 ทุกกิจวัตรกิจกรรม คือการฝึกตัวของเรา ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๗ บุคคลที่ฝึกตนดีแล้ว ย่อมเป็นที่ยกย่องสรรเสริญ ของท่านผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ของบัณฑิตนักปราชญ์ทั้งหลาย ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ฝึกตน... ยอมตนในทุกสิ่งทุกอย่าง ประดุจผ้าขี้ริ้วเช็ดเท้า ที่ใครจะเหยียบย่ำ จะเช็ดถู จะเอาสิ่งสกปรกมาแปดเปื้อน ก็ไม่นำมาเป็นอารมณ์ ก็เป็นลมเป็นแล้งไป ไม่เป็นเรื่องเป็นราว ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๘ เราเกิดมาชาติหนึ่ง จะต้องเพิ่มอุปนิสัยที่ดี และขัดเกลาแก้ไข นิสัยที่ไม่ดีให้หมดไป เราต้องใช้วันเวลาเพื่อการนี้นะ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ สิ่งที่ผิดพลาดจะหมดไป ต้องแก้ไขด้วยตนเอง ๑๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เมื่อพิจารณาดูคนอื่น เห็นสิ่งที่เขาทำเป็นสิ่งที่ดี เราก็น้อมรับมาเป็น คุณสมบัติที่ดีของเรา ถ้าเห็นสิ่งที่ไม่ดี เราก็ตั้งใจว่า... เราจะไม่ทำเช่นนั้น ๒๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๔ เราต้องเอาธรรมะ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาเป็นหลักเกณฑ์วัดว่า เราทำดีแล้วหรือยัง พอดีแล้วหรือยัง ๒๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๔ ใครที่เคยพลาดพลั้งมา แล้วกลับตัวได้ เหมือนต้นไม้ที่ต้นคดแต่ปลายตรง บุคคลเช่นนี้น่ายกย่องสรรเสริญ และสง่างามเหมือนพระจันทร์วันเพ็ญ ที่พ้นจากหมู่เมฆ ๑๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๖ ปรับความเข้าใจ อย่าถือสากัน ให้ลดมานะทิฐิด้วยกันทั้งคู่ ก็จะชนะด้วยกันทั้งคู่ โดยไม่มีใครแพ้ และไม่ผูกเวรกันด้วย ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๘ พวกเราจะต้องเกื้อกูลกัน ทิฐิมานะมีได้ เพราะเรายังไม่หมดกิเลส แต่ให้ลดลงมาในระดับ ที่สามารถทำงานร่วมกันได้ ด้วยความปีติเบิกบาน ผู้หมดกิเลสแล้วเท่านั้น จึงจะหมดทิฐิมานะ แต่เรายังไม่หมด ไม่หมดก็มีมันไป แต่ให้อยู่ในระดับควบคุมได้ เหมือนสารถีควบคุมรถอย่างนั้น ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙ ที่ทำงานร่วมกันไม่ได้ เพราะตัว “ทิฐิมานะ” ทำให้ความคิด คำพูด และการกระทำขัดแย้งกัน เราต้องลดมานะทิฐิลง ในระดับที่สามารถ ทำงานร่วมกันได้ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ เราควรเปลี่ยนความคิด ที่ขุ่นมัวให้เป็นประโยชน์ เหมือนเปลี่ยนขยะมาเป็นปุ๋ย ๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ เราจะให้อภัยกับทุกๆ คน ขอให้ทุกคนอยู่เย็นเป็นสุข ขอให้ทุกคนพ้นจากทุกข์โศกโรคภัย ขอให้ทุกคนมีความสุข ความสำเร็จในชีวิต เราจะนึกเป็นคำพูดในใจก็ได้ แล้วทำใจของเรา ให้เบิกบาน แช่มชื่น ราวกับผู้นิรทุกข์ ไม่เคยประสบความทุกข์มาก่อนเลย ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ การทำเพื่อผู้อื่น คือการทำเพื่อตัวเอง ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ การแผ่เมตตา ทำให้ใจเราเป็นสุข ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ สละอารมณ์ขุ่นมัว เพื่อความสุขของตัวเองก่อนใคร ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ความโกรธ คือความเร่าร้อนที่อยู่ในใจ ๑๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ อย่าทำร้ายตัวเอง ด้วยการโกรธผู้อื่น ๑๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ อย่าโกรธเขาเลย นึกให้อภัย จะได้จบเวรจบกรรมกันไป ๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๖ การให้อภัยทาน หรือให้อโหสิกรรมแก่กัน เป็นทางออกที่ดีที่สุด ของชีวิตในสังสารวัฏ ที่ยังตกอยู่ภายใต้กฎแห่งกรรม ๑๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นคนซื่อตรง จะปรารถนาดีกับใคร ก็ให้ปรารถนาดีอย่างแท้จริง อยากให้ทุกคนมีความสุขจริงๆ ด้วยความจริงใจ ไม่ใช่แสร้งทำ หรือมีมารยา ไม่มีเหลี่ยมไม่มีคูกับใครทั้งสิ้น ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ ให้อภัย...ก็ให้อภัยกันจริงๆ เจอหน้าเขา ก็พูดกับเขาก่อนได้ ยิ้มแย้มแจ่มใสกับเขาก่อนได้ ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ การผูกโกรธ ผูกพยาบาท เป็นเหตุให้ใจเราเศร้าหมอง ขุ่นมัว เป็นทุกข์ หลับก็ไม่เป็นสุข ตื่นก็ไม่เป็นสุข เหมือนคนป่วยอย่างนั้น ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ ให้มีวินัยในตัวเอง คือพยายามทำความดี ตามที่เราตั้งใจไว้ว่า จะทำให้ได้ ให้ครบ ให้สม่ำเสมอทุกวัน เช่น เราต้องตื่นนอนในตอนเช้า แต่ถ้าเราตื่นสายกว่านั้น เราก็จะรู้สึกว่า มีความสุขขึ้นมาอีก แต่เราก็จะเสียสละ ความสุขเล็กๆ น้อยๆ นั้นเสีย เพื่อรักษาวินัยของตัวเอง ๒๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๔ เราต้องสละอารมณ์ขุ่นมัวออกไป เพื่อตัวเราเองจะได้มีความสุขก่อนใคร พอใจมีความสุขเป็นพื้นฐาน จะคิดอะไร...ก็คิดดี จะพูดอะไร...ก็พูดดี จะทำอะไร...ก็ทำดี เพราะมีฐานแห่งความสุขรองรับ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ไฟใน...อย่านำออก ไฟนอก...อย่านำเข้า ใจเราจะได้สบาย ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ความสงบ สร้างความปลื้มใจ ประทับใจ ให้กับผู้ที่พบเห็น ๑๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๘ รับฟังความเห็นของผู้อื่น เพื่อความสุขของทุกคน ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ความแข็งแรง เป็นลาภอันประเสริฐ ยิ่งกว่าทรัพย์สินใดๆ ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๗ ลด ละ เลิกเอาแต่ใจตัวเอง แล้วทำงานเป็นทีม เมื่อทีมสามัคคี มีจิตเมตตา ปรารถนาดีต่อกัน คิดพูดทำเหมือนกัน ทีมก็เกิดความสุข จะมีกระแสชนิดหนึ่ง ที่เกิดความอบอุ่นใจ สบายใจ รู้สึกไม่หวาดระแวงใครเลย เป็นพลังแฝงเงียบๆ ซึ่งเรามองไม่เห็น เป็นพลังแห่งความสามัคคีของทีม ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๕ ต้องสร้างบารมีตั้งแต่ยังแข็งแรง ถึงจะสร้างบารมี อย่างสนุกสนานบุญบันเทิง ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๘ การไม่ออกกำลังกาย คือการทำร้ายตนเอง ๑๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๐ นักสร้างบารมี ต้องรู้จักแบ่งเวลา ๑๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ อย่าไปสังเกต จ้องจับผิดใคร อย่างนั้น...ไม่ดี ไม่เกิดประโยชน์อะไร มันหมดเวลาแล้ว ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๖ เราควรฝึกนิสัยให้เป็นคนใจเย็น ๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๖ ถ้าเราเย็น...เขาก็จะเย็นตาม ถ้าไม่ถือสา... มันก็เป็นลมเป็นแล้ง ถ้าถือสา... มันก็เป็นเรื่องเป็นราว ต้องรู้จักปล่อยวางบ้างนะ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ อย่าถือสา... จะได้ไม่ต้องทน ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ความน้อยใจ เป็นกิเลสของนักบุญ ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ อย่าคิดว่าเราเก่ง อย่าประมาท อย่าหลงตัวเอง ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ อยู่ด้วยกัน ต้องเตือนกันได้ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ เมื่อเห็นข้อบกพร่อง ทางกาย ทางวาจา จะโดยได้เห็น ได้ยิน หรือสงสัยก็ดี ให้ช่วยกันทำหน้าที่กัลยาณมิตร แนะนำตักเตือนกัน ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ การแนะนำตักเตือนกันนั้น ถ้าเรื่องไม่เร่งด่วน ก็ต้องดูเวลาและอารมณ์ว่า เขาพร้อมที่จะรับฟังไหม ถ้าเขายังไม่พร้อม ก็ต้องรอจนกว่า...เขาจะพร้อม ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ กรณีที่ผู้แนะนำตักเตือน อาจจะมองพลาดไปบ้าง เราผู้ถูกเตือนก็ต้อง ให้อภัยเขาทุกอย่าง ไม่โกรธ ไม่ผูกโกรธ ไม่คิดว่า เขาเพ่งโทษเรา ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ เมื่อเราได้รับคำแนะนำตักเตือน สิ่งที่เราควรทำอย่างยิ่ง คือ กล่าวคำ “ขอบคุณ” ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๒ ผู้แนะนำตักเตือนต้องดูตัวเองว่า สิ่งที่จะแนะนำเขา เป็นการเพ่งโทษ หรือปรารถนาให้เขาได้รับประโยชน์ ถ้าปรารถนาให้เขาได้รับประโยชน์จริงๆ เราจึงควรแนะนำ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ พิจารณาตัวเราว่า สิ่งที่เขาเตือนนั้นถูกต้องหรือไม่ ถ้าถูกต้องเราก็ปรับปรุงตัวเสียใหม่ ถ้าหากไม่ถูกเราก็ให้อภัยผู้เตือน ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๒ ทำใจของเราให้กว้าง พร้อมที่จะรับคำแนะนำตักเตือน ด้วยใจที่ปีติปราโมทย์ มีกำลังใจ กล้าหาญที่จะยอมรับข้อบกพร่อง แล้วปรับปรุงตนเอง ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๒ หากเราไม่สามารถ เปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมได้ ก็ให้ปรับที่ใจของเรา 00 00 0000 หัวหน้างานต้องเอาใจใส่ ให้กำลังใจ แก้ไขปัญหา ให้การสนับสนุน นำพาไปสู่เป้าหมาย อย่างนี้จะทำให้ไม่จับผิด เพ่งโทษกัน จะเป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก 00 00 0000 รักษาใจให้สดชื่นเสมอ ในทุกสถานการณ์ อย่าเสียเวลาอึดอัด หมดกำลังใจ แม้บางครั้งจะได้รับ คำสั่งที่ไม่เป็นธรรม เพราะคนเรายังไม่หมดกิเลส จากระดับภูมิปัญญาที่ไม่เท่ากัน หรือจากความรู้ไม่รอบของผู้ร่วมงาน ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ ระวังรักษาใจอย่าให้ชอกช้ำ อย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรคที่เกิดขึ้น หรือในสิ่งที่เราไม่ได้ดังใจ นี้เป็นสิ่งที่เราจะต้องฝึกฝน ตัวเราให้ดียิ่งขึ้น ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ ในการทำงาน จงฝึกฝนให้ชำนาญ ให้ดีที่สุด ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ เล็ง ยิง ปรับศูนย์ คือ สูตรการทำงาน 00 00 0000 ความลำบากไม่เคยฆ่าใคร แต่ความสบาย เป็นมิตรกับเราในตอนแรก และจะฆ่าเราในภายหลัง 00 00 0000 5. ยิ้มเข้าไว้ รอยยิ้มสำคัญมาก ต้องยิ้มกันไปทั่วโลกเลย ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๖ รอยยิ้มเป็นของฟรีๆ อย่าลืมไปแจกจ่าย ทุกคนรอบข้าง ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๖ รอยยิ้ม ทำให้รอยย่นหาย ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๖ ถ้าเราได้ยิ้ม...เราก็ยิ้มได้ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๖ ให้หัดยิ้ม เป็นผู้มีรอยยิ้ม อยู่บนใบหน้าเสมอ สดชื่นราวกับผู้นิรทุกข์ 00 00 0000 ยิ้มเข้าไว้...แล้วจะพบทางออก 00 00 0000 เริ่มต้น…เรายิ้มให้ตัวเอง หน้ากระจกก่อน แล้วก็ยิ้มให้ทุกคนในบ้าน ออกนอกบ้านก็ส่งยิ้ม ตรงนี้สำคัญมาก ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๖ ไม่ยิ้ม... สุขภาพไม่แข็งแรง ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๖ ทุกคนอยากเจอคนที่ อารมณ์ดี ใจดี สัญลักษณ์ของคน อารมณ์ดี ใจดี ดูจากรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้า ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ อารมณ์ดีเป็นทางมา แห่งกุศลธรรม ๑๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของทุกคน เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างบารมี เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อม และบรรยากาศที่ดี ยิ้มสักนิดให้คนที่มาวัดรู้สึกสดชื่น และอยากมาวัดอีก แค่นี้ก็ได้บุญอย่างมากมายมหาศาลแล้ว 00 00 0000 โลกจะเกิดสันติสุข อย่างประหยัดสุด ประโยชน์สูง แค่ทุกคนส่งรอยยิ้มให้แก่กัน ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๖ ยิ้ม...คือ...ทุกถ้อยคำ ที่ส่งมาจากใจถึงใจ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๖ ยิ้มเป็นการลงทุนที่น้อยที่สุด แต่ได้ผลมากที่สุด ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๖ ยิ้มแย้มแจ่มใส ประทับใจตลอดกาล ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๖ 6. ใช้ถ้อยคำให้เป็น ถ้ารักตัวเอง จะต้องทำให้เขารักเรา ด้วยการคิดดีพูดดีทำดีกับเขา เดี๋ยวเขาก็คิดดีพูดดีทำดีกับเรา ถ้าไม่รักตัวเอง เราก็ทำให้เขา โกรธเรา เกลียดเรา ทุกอย่างมันแล้วแต่เรา ๒๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๙ ถ้าถือสามันก็เป็นเรื่องเป็นราว ไม่ถือสามันก็เป็นลมเป็นแล้ง ถือที่มือ...ก็หนักที่มือ ถ้าเราวาง มันก็เบามือ ถือที่ใจ...มันก็หนักที่ใจ ถ้าเราวาง มันก็เบาใจ พอกายเบา ใจเบา ก็สร้างบุญอย่างเดียวได้เต็มที่ ๒๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๙ คำพูดเป็นสิ่งสำคัญ... ให้เลือกสรรถ้อยคำ ที่สร้างความรู้สึกประทับใจ จะแนะนำอะไรก็ตาม ต้องทั้งอ่อนทั้งหวาน...เหมือนผลไม้ เวลาจะพูดอะไรต้องคิดให้ดี เลือกประโยคที่เขาฟังแล้ว เขารักเรา ไม่รังเกียจเรา แล้วก็ทำงานร่วมกันได้ ๒๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๙ คำอ่อนคำหวานนั้นมีอานุภาพ ยกตัวอย่าง เราจะเอาเหล็ก มารัดวัตถุสักชิ้น จะต้องรีดเหล็กให้เป็นลวด ให้อ่อนยืดหยุ่นเสียก่อนถึงจะรัดได้ คำพูดก็เช่นเดียวกัน ต้องให้นุ่มนวล อ่อนด้วย หวานด้วย ไพเราะด้วย และให้ออกจากใจที่เต็มเปี่ยม ไปด้วยความจริงใจ ปรารถนาดีจริงๆ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๑ เราจำเป็นจะต้องเป็น นักอักษรศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่มีถ้อยคำดีเหลือเฟือ... พูดไปแล้วเขารับฟัง ด้วยความปีติยินดี ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ชมตัวเองดีกว่าด่าคนอื่น พูดแต่ปิยวาจา คำพูดเป็นสิ่งสำคัญ การพูดให้เป็นที่รักนั้นไม่ยาก สิ่งเหล่านี้เราฝึกได้ เพราะถ้อยคำในโลกมีเหลือเฟือ และเป็นของฟรีด้วย เหมือนอากาศที่เราหายใจ ใครมีปัญญาก็เอามาใช้ ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน และนำมาใช้บ่อยๆ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๕ คำพูดอันเป็นที่รัก มีมากมาย เหลือเฟือ ให้นำมาใช้ได้ฟรีๆ ไม่เสียเงิน ๒๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ โลกเราวุ่นวายทุกวันนี้ เพราะปากคนที่พูดออกไป โดยขาดความเข้าใจ เรื่องโลกและชีวิต ๑๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เราจะพูดแต่ถ้อยคำ ที่ชุ่มชื่นเบิกบานใจ และนำความสุขให้แก่กัน ๒๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ สิ่งที่ควรระมัดระวัง… ในการทำงานร่วมกัน คือ คำพูด “พูดได้” อย่างเดียวไม่ได้ ต้อง “พูดเป็น” ด้วย พูดให้ถ้อยคำมีวิตามินบำรุงใจ ให้เจริญเติบโตงอกงาม ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ 7. อย่าท้อแท้สิ้นหวัง เราให้กำลังใจใคร เราย่อมได้รับกำลังใจนั้นกลับคืนมา กำลังใจจะบังเกิดขึ้นในตัวเรา จะขยายเป็นพลังอนันต์ ไม่มีที่สิ้นสุด เราจะเป็นผู้มีกำลังใจ ที่สูงส่งขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีวันตกต่ำ จะได้รับการยกย่องชื่นชมยินดี จากมหาชน จากมนุษย์ และเทวาทั้งหลาย ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๖ จงอย่าสิ้นหวัง เมื่อเรายังใช้ความพยายาม หรือศักยภาพในตัวเรา ยังไม่เต็มที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ยามใดที่เรารู้สึกเบื่อหน่าย จงเข้าไปอยู่ในกลุ่ม ผู้ที่มีกำลังใจสูงส่ง อย่าไปอยู่กับคนที่ กำลังใจตกเช่นเดียวกัน 00 00 0000 จะสูญเสียอะไรก็เสียได้ แต่อย่าสูญเสียกำลังใจ ในการทำความดี ทำใจให้นิ่งสงบ พอใจสงบ สติกับกำลังใจก็จะตามมา ทำให้สามารถแก้ปัญหา ได้อย่างนุ่มนวล 00 00 0000 เราต้องมีกำลังใจ ที่จะทำความดี เพิ่มขึ้นทุกวัน 00 00 0000 อย่าปล่อยจิตใจให้ตกต่ำ ยกใจของเราให้สูงยิ่งขึ้นไป ชีวิตแล้วแต่เรา ไม่ใช่ใครมาลิขิต อย่าให้สูญเสียกำลังใจ รักษากำลังใจให้ดี และดียิ่งขึ้นไปทุกๆ วัน จงมีกำลังใจอันสูงส่ง ในการสร้างบารมี ไปให้ได้ตลอดรอดฝั่ง ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ ถ้าใจไม่สู้ จะเข็นให้กายสู้...มันยาก ถ้ากายและใจเราไม่สู้ จะไปเข็นให้กายใจคนอื่นสู้... มันก็ยากมาก เพราะฉะนั้นมันต้อง เริ่มต้นที่ตัวเราก่อน ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ถ้ามีหัวใจหยัดสู้ ก็ไปสู่เป้าหมายได้ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ สิ่งที่คนเคยทำได้ เราเป็นคน ก็ต้องทำได้ ๑๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ถ้าเราได้ทำ เราก็ทำได้ 00 00 0000 ความสำเร็จนั้นมีอยู่ เพียงแต่เรายังก้าวไปไม่ถึง ถ้ามีความเพียรและเชื่อมั่น คำว่า “ไม่สำเร็จ” จะไม่เกิดขึ้น คนที่ประสบความสำเร็จ และเปลี่ยนแปลงชีวิตได้เร็ว เพราะเขานำความคิดนี้มาใช้ 00 00 0000 ความเชื่อมั่นในสิ่งที่ดี จะสร้างพลังความคิด ทำพลังงานให้มีตัวตน 00 00 0000 เมื่อมีคนหนึ่งเชื่อว่า มันเป็นไปได้ คนอื่นก็จะเริ่มมีความเชื่อว่า มันเป็นไปได้ต่อๆ กันไป แล้วจะเกิดการพัฒนา อย่างต่อเนื่องจนสำเร็จ ๒๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๕ ความเชื่อมั่นเท่านั้น ที่จะสร้างความเชื่อมั่นในครั้งต่อๆ ไป เหมือนคลื่นแต่ละลูก สร้างคลื่นใหม่ให้เกิดขึ้นเรื่อยๆ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ ถ้าท้อ…ต้องใช้ปัญญา ขับไล่ความท้อให้ถอยออกไป เราจะท้อไปทำไม ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย สู้สร้างความดีไปดีกว่า สร้างในระดับไหนก็ได้ แต่ขอให้เป็นความดี ทำความดีเรื่อยไป อย่าท้อ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ อย่าไปท้อ วันนี้...ไม่ได้ พรุ่งนี้...เอาใหม่ 00 00 0000 เหนื่อยเหน็ดไม่เป็นไร แต่อย่าเหนื่อยหน่าย ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๗ กว่าจะนับถึงล้านได้ ก็ต้องนับหนึ่งก่อน ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๘ ความสำเร็จในชีวิต ไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ คือ “ความมั่นใจ” เพราะความมั่นใจเป็นบันได ในการก้าวเข้าไปสู่จุดหมาย 00 00 0000 ความมั่นใจเท่านั้น ที่จะต่อความมั่นใจได้ 00 00 0000 ความสำเร็จใดๆ จะเกิดขึ้นได้นั้น จะต้องมีการประกอบเหตุ 00 00 0000 ถ้าเราตั้งใจจะทำอะไร ที่เป็นความดีแล้ว...ต้องสำเร็จ ไม่มีอะไรจะเป็นอุปสรรคสำหรับเรา เราต้องทำให้ได้ ๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๖ อย่าให้สูญเสีย กำลังใจที่เข้มแข็ง ที่จะต่อสู้อุปสรรค เพื่อการทำความดี ๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๖ นึกถึงองค์พระไปเรื่อยๆ เราจะมีกำลังใจ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๗ ถ้าไม่ทิ้งบุญ... บุญจะตามเกื้อหนุน ให้มีช่องทาง ในการดำเนินชีวิต ได้สะดวกสบาย และสร้างบารมีได้สมใจ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๘ แม้สิ่งแวดล้อมจะเป็นอย่างไร อย่าหวั่นไหว อย่าวิตกกังวล ให้เลื่อนความวิตกกังวลออกไป เหลือแต่ใจที่ใสๆ แล้วนึกถึงบุญที่เราได้สั่งสมมา และพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่ระลึก ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๘ อย่าคิดยอมแพ้กับชีวิต ให้เอาธรรมะเป็นที่พึ่ง 00 00 0000 ธรรมะอยู่ในใจของใคร คนนั้นก็เจริญ 00 00 0000 ยามกลุ้ม...ให้นึกอธิษฐานจิต ยามท้อ...ให้ทำงาน มีงานบุญอะไรทำเข้าไป ยามเซ็ง...ให้สู้งาน ไม่ว่าจะหนักหรือเบาสู้กันไป 00 00 0000 ปัญหามีเราก็แก้กันไป บุญก็สร้าง ธรรมะก็นั่ง งานเราก็ทำไปพร้อมๆ กัน ๒๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ปัญญามีเท่ากันทุกคน แต่เอามาใช้ไม่เท่ากัน ใครเอามาใช้ได้มากก็ฉลาดมาก ใครเอามาใช้ได้น้อยก็ฉลาดน้อย ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ อย่ารังแกผู้ที่มีแต่ความรัก ความเมตตา ปรารถนาดี ให้กับสรรพสัตว์ทั้งหลาย และเพื่อนมนุษย์ทุกคน อย่าไปเบียดเบียน ผู้ที่ไม่เบียดเบียนใครเลย ๒๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๘